เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ฟาร์มสะสมแต้ม

บทที่ 35 ฟาร์มสะสมแต้ม

บทที่ 35 ฟาร์มสะสมแต้ม


บทที่ 35

ฟาร์มสะสมแต้ม

“นี่มันเรื่องอะไรกัน พวกคุณจะขับรถออกไปไหน? ลืมเรื่องกักตัวไปแล้วรึไง?”

ปกติเจิ้งเหว่ยมองเฉินเทียนเซิงไม่ดีอยู่แล้ว เขาจึงขึ้นเสียงดังก่อน

แต่เฉินเทียนเซิงไม่ได้สนใจ ก่อนตอบกลับอย่างเป็นกันเองว่า

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องกักตัว ถ้าผมออกไปข้างนอก ก็แค่กักตัวอีก 14 วันหลังกลับเข้ามา”

เจิ้งเหว่ยเกาหัว ก่อนรู้สึกว่าสิ่งที่เฉินเทียนเซิงพูดก็มีเหตุผล

“งั้นไปเถอะ!”

หลังจากเฉินเทียนเซิงขับรถออกไป เจิ้งเหว่ยมองตามด้านหลังของรถบรรทุกและพึมพำเบา ๆ ว่า “เบื่อจริง ๆ พวกที่ไม่ชอบทำตามกฎ”

เฉินเทียนเซิงไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเขาอยู่แล้ว เพราะชาติก่อน เขายอมเชื่อฟังและยอมให้คนอื่นควบคุม รวมถึงทำตามคำสั่งเสี่ยงตายทุกอย่าง

เมื่อมีโอกาสกลับมาเกิดใหม่ แน่นอนว่าเขาก็อยากใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง

แม้ว่าสุดท้าย เขาจะไม่เชื่อฟังคำสั่งใคร หรือไม่ทำตามใคร นี่ก็เป็นทัศนคติของเฉินเทียนเซิงในตอนนี้

รถบรรทุกขับออกจากเขตกักกันอย่างโจ๋งครึ่ม หนึ่งวันมานี้ ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่งที่มากับรถบรรทุก พวกเขาต่างรู้ว่าเฉินเทียนเซิงเป็นบุคคลที่เหล่าทหารไม่ค่อยชอบพอใจเท่าไหร่

แต่สำหรับเฉินเทียนเซิงแล้ว มันไม่สำคัญ!

ขณะขับรถอยู่บนท้องถนน  ก็มีการวางแผนรบไปด้วย

“เมื่อเราไปถึงที่นั่น ฉันจะขับรถไปจอดในที่ปลอดภัย ระหว่างที่หยางเซวี่ยออกไปเช็กความเรียบร้อย ลัวหลง ลัวเฟิง พวกเธอสองคนรอคอยฟังคำสั่งจากฉัน

“ถ้าให้ฉันเดา สัตว์กลายพันธุ์ส่วนใหญ่คงไม่ได้หนีออกจากกรง หลังจากเช็กพื้นที่รอบ ๆ แล้วถ้าไม่มีอะไรผิดปกติพวกเธอก็ช่วยกันเผาที่นั่นซะ!”

“ถ้าใครพบสัตว์กลายพันธุ์หลบหนีออกมา หรือเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น ให้รีบบอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง ส่วนพวกเธอก็คอยช่วยโจมตีจากระยะไกล ส่วนหยางเซวี่ยก็คอยสร้างความก่อกวน ทุกคนเข้าใจนะ”

“รับทราบ”

ทั้งสามตอบโดยพร้อมเพรียงกัน

ห่างจากปั๊มน้ำมันประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งไม่ไกลมาก ล้วนเป็นทางลูกรัง มีหลุมเป็นบ่อ เมื่อเดินไปอีกประมาณ 30 นาที จะเห็นฟาร์มเพาะพันธุ์อย่างชัดเจน

หลังจากเลือกที่จอดรถได้แล้ว ทั้งสี่คนกระโดดลงจากรถ เฉินเทียนเซิงสวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษและแว่นตาตามปกติ และยกโล่ให้หยางเซวี่ยใช้ไปก่อน

“รีบไปรีบกลับ อย่าได้เอาตัวเองไปเสี่ยงกับอันตราย ความปลอดภัยของทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรก”

“เข้าใจแล้ว”

เพียงชั่วพริบตา ร่างของหยางเซวี่ยกำลังยืนถือโล่ก็หายไป

อีกสามคนที่เหลือเดินไปยังทางเข้าฟาร์มอย่างช้า ๆ โดยไม่เคลื่อนที่เร็วเกินไป เพื่อความปลอดภัย

แต่ไม่ว่าจะระมัดระวังตัวมากแค่ไหน ก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้

เนื่องจากฟาร์มแห่งนี้สร้างขึ้นในเขตชานเมืองที่รายล้อมไปด้วยวัชพืชที่ขึ้นรกและป่าไม้หนาทึบ แม้ว่าจะระวังตัวดีแค่ไหน ในบริเวณป่ารอบ ๆ ก็มีอันตรายซ่อนอยู่ดี

ขณะที่ทั้งสามเดินอยู่ในป่าและคอยสอดส่องอันตราย เฉินเทียนเซิงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยว่ามีอะไรบางอย่างจ้องมองพวกเขาอยู่

“ระวังตัวไว้”

เฉินเทียนเซิงหยุดเดินพร้อมแสดงสีหน้าเคร่งขรึม ลัวเฟิงก็หยุดเดินและจับขวานดับเพลิงให้มั่น ก่อนหันไปจ้องพงหญ้าหนาทึบอย่างกระวนกระวายใจ

“มีอะไรเหรออาจารย์?”

“อย่าเพิ่งคุย”

เขาขัดคำถามของลัวหลงไว้ก่อน แล้วหันไปมองป่า ๆ รอบ

ปรากฏว่ามีสัตว์กลายพันธุ์ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า และยังเคลื่อนไหวได้เร็วมากอีกด้วย มันเปลี่ยนตำแหน่งหลายครั้งในพริบตาเดียว

“ลัวเฟิงเตรียมตัว ทำตามที่ฉันบอก”

ลัวเฟิงพยักหน้า

“พรึ่บ!”

เฉินเทียนเซิงชี้ตำแหน่ง แล้วให้ลัวเฟิงควบคุมลมพัดพงหญ้ารอบ ๆ ออกไป ทำให้พวกเขาเห็นหนูขนาดเท่าหมาป่ากำลังวิ่งหนีไป

“ตัวใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ทั้งสามตกใจมาก เมื่อเห็นหนูยาว 1 เมตรปรากฏตัว ซึ่งเป็นหนูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอ

“นี่มันหนูกลายพันธุ์ระดับ 2 คงกินผลึกกลายพันธุ์ไปไม่น้อยกว่า 10 ก้อน ระวังตัวให้ดีล่ะ พวกเธอสองคนจัดการเจ้านี้ไม่ได้ง่าย ๆ หรอก!”

“น่ากลัว”

มือของลัวเฟิงสั่นเทา

ถ้าเป็นปกติหนูขนาดปกติคงไม่น่ากลัวขนาดนี้ แต่กับหนูขนาดใหญ่ที่วิ่งมุดไปตามพงหญ้า เดิมทีก็หาตัวจับได้ยากอยู่แล้ว หากประมาทเพียงนิดเดียว อาจไม่มีโอกาสหนีรอดเลยก็ได้

ลัวหลงรู้สึกเป็นกังวล ทำให้ควันระเหยออกมาจากร่างกายอย่างต่อเนื่อง บนหัวไหล่ก็เริ่มมีไฟผุดขึ้นมา

“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย จะเผาให้ตายเดี๋ยวนี้แหละ!”

ลัวหลงหันฝ่ามือไปทางพงหญ้า ก่อนปล่อยเปลวไฟออกมา แผดเผาพงหญ้ากลายเป็นจุณทันที

ขณะเดียวกัน หนูกลายพันธุ์โจมตีสวนกลับ โดยกระโดดออกมาจากด้านซ้ายของลัวหลง ก่อนแยกเขี้ยวและเล็งไปที่หัวของเขา

เฉินเทียนเซิงรอโอกาสนี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าหนูกลายพันธุ์โผล่ออกมา เขาจึงรีบใช้สกิลซูเปอร์สปีดทันที

เพียงชั่วพริบตา เขาก็วิ่งมาอยู่ตรงด้านซ้ายของลัวหลง แล้วใช้ขวานดับเพลิงฟันไปข้างหน้า

“ฉึบ”

หนูกลายพันธุ์ตัวขาดเป็นสองท่อน

เฉินเทียนเซิงถอนหายใจ แล้วค่อย ๆ ย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบหนูกลายพันธุ์ระดับสอง

ขนาดของหนูขยายใหญ่ขึ้น ฟันแหลมคม ถ้าพลาดท่าถูกกัดขึ้นมา ไม่มีใครต้านพิษของมันไหวแน่ ไม่นานก็คงถูกพรีออนเข้าควบคุม

“ตรวจพบสัตว์กลายพันธุ์ระดับสอง ต้องการดูดซับหรือไม่”

“ดูดซับ”

เฉินเทียนเซิงไม่ชอบผลึกกลายพันธุ์ของหนูเท่าไหร่ เลยรู้สึกขี้เกียจขุดมันออกมา จึงตัดสินใจดูดซับโดยตรงเพื่อหลีกเลี่ยงภาพชวนอาเจียน

หลังจากศพหนูกลายพันธุ์หายไป เฉินเทียนเซิงก็หันหน้ากลับมามองลัวหลงที่ยังตกใจค้าง ยืนน้ำตาคลอเบ้า มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“อาจารย์ ถ้าคุณไม่เข้ามาช่วยละก็ ผมคงถูกมันกัดตายไปแล้ว”

“อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย พวกเราไปกันต่อเถอะ”

อันตรายแรกผ่านไปด้วยดี แต่ไม่วายที่เฉินเทียนเซิงเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ราบรื่นเกินไป หรืออาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งที่ทำให้หลงระเริง

หลังจากรอดพ้นจากการโจมตีของหนูกลายพันธุ์ ในที่สุดลัวหลงก็มีความจริงจังมากขึ้น

การอยู่รอดหลังวันสิ้นโลกต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

บริเวณรอบนอกรั้วเหล็กของฟาร์ม ร่างของหยางเซวี่ยปรากฏขึ้นในพริบตา ก่อนรายงานสถานการณ์

“ฉันเช็กมาแล้ว ไม่มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่ในฟาร์มสักคน”

“ฉันคิดไว้แล้ว แล้วไงต่อ?” เฉินเทียนเซิงถาม

“มีช่องว่างตรงรั้วทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฉันคิดว่าคงเป็นสัตว์กลายพันธุ์พังออกมา เราน่าจะใช้ทางนั้นมุดเข้าไปข้างในได้”

เฉินเทียนเซิงไม่ได้พูดอะไรต่อ โบกมือ “ไปกัน!”

เมื่อมาถึงรั้วตรงทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏว่ามีช่องว่างอยู่จริง ๆ พื้นที่ขนาดใหญ่ของกำแพงด้านในพังทลายลง ดูจากเศษอิฐและกระเบื้องแล้ว ความแข็งแกร่งแบบนี้ไม่ใช่กำลังของสัตว์กลายพันธุ์ตัวเล็กจะทำได้

“ตามฉันเข้ามา และคอยหลบอยู่ข้างหลัง”

เฉินเทียนเซิงเข้าไปในฟาร์มเป็นคนแรก ตามด้วยอีกสามคน

ฟาร์มแห่งนี้อุดมสมบูรณ์มาก เพราะมีพื้นที่เพาะพันธุ์กว่า 4 จุดคือ ไก่ เป็ด วัว และหมู โดยพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ปีกนั้นกว้างมาก ไม่ว่าเดินไปตรงไหนก็ได้กลิ่นมูลไก่และมูลเป็ดจนเตะจมูก

เฉินเทียนเซิงชี้ไปที่อาคารสองชั้นที่อยู่ในฟาร์มแล้วพูดว่า

“เจออันตรายขึ้นมาให้วิ่งไปหลบในอาคาร ที่นี่มีสัตว์ปีกเยอะ ถ้าพวกมันบินออกมาพร้อมกัน พลังโจมตีไม่ใช่เล่น ๆ เลย”

“เข้าใจแล้ว”

ร่างของหยางเซวี่ยหายไปอีกครั้ง ก่อนปรากฏตัวอย่างรวดเร็วในไม่กี่วินาทีต่อมา แล้วรายงานว่า

“พื้นที่เพาะพันธุ์มีกรงที่แข็งแรงมาก ทั้งไก่และเป็ดยังถูกขังอยู่ในนั้น ต้องรีบเผาพวกมันให้เร็วที่สุด”

“ใช่ เราต้องเร่งมือแล้ว”

ทั้งสามวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงเล้าไก่      เฉินเทียนเซิงหยิบถุงอาหารขึ้นมาแล้วพูดว่า

“ฉันจะโปรยอาหารล่อพวกมันมาเป็นกลุ่ม ลัวเฟิงควบคุมลมมาใกล้ ๆ กรง ลมแรงเท่าไหร่ยิ่งดี ส่วนลัวหลงรอคำสั่งจากฉัน แล้วจุดไฟได้เลย”

ทั้งคู่พยักหน้าเห็นด้วย

เฉินเทียนเซิงเหยียดมือไปข้างหน้า

“สาม สอง หนึ่ง!”

เขาสาดอาหารสัตว์ในมือออกไป

ขณะเดียวกันลัวเฟิงควบคุมลมมายังกรงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ทำให้เล้าไก่ทั้งหมดปลิวว่อนอยู่ในกรง พร้อมกับ           เศษอาหารและฝุ่นทราย

แม้แต่ผู้รอดชีวิตไม่กี่คนที่หลบภัยอยู่ในที่ใกล้เคียง ก็ได้ยินเสียงอาหารเม็ดที่กระทบกับแผ่นเหล็ก ซึ่งเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับลูกเห็บตกลงมา

“ลัวหลง ปล่อยไฟออกมาเลย!”

“เผาให้เป็นจุณ!”

เปลวไฟรวมกับลมจนเกิดพายุเพลิง ทำให้ไฟลุกไหม้เล้าไก่ทั้งหมดทันที ไก่ที่วิ่งออกจากเล้าไม่ได้ถูกไฟคลอกตายทันที แต่พวกมันดิ้นทุรนทุราย หนีก็หนีไม่ได้ จนต้องยอมรับชะตากรรมถูกไฟคลอกจนตาย

1 แต้ม

1 แต้ม

จบบทที่ บทที่ 35 ฟาร์มสะสมแต้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว