เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ผมจะทำรายงานให้เอง

บทที่ 32 ผมจะทำรายงานให้เอง

บทที่ 32 ผมจะทำรายงานให้เอง


บทที่ 32

ผมจะทำรายงานให้เอง

เฉินเทียนเซิงเงยหน้าขึ้น หันไปมองลัวหลงกับลัวเฟิงด้วยแววตามั่นใจ ก่อนจะโบกมือ “เธอสองคนมานี่หน่อย”

ทั้งสองรีบเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปหา จากนั้น                   เฉินเทียนเซิงก็พูดอย่างจริงจัง

“ใช่ว่าฉันปิดโอกาสไม่ให้เธอสองคนเข้าร่วมองค์กรเสียเลย แต่ในระยะแรก ๆ พวกเธอต้องเชื่อฟังฉันก่อน จนฉันแน่ใจว่าอีกหน่อยพวกเธอแกร่งพอที่จะอยู่ตัวคนเดียวได้ ถึงตอนนั้นพวกเธออยากไปไหนก็ได้ทั้งนั้น”

ลัวหลงรีบแสดงความคิดเห็น

“อาจารย์ จากนี้ไปผมจะติดตามคุณแค่คนเดียว ไม่ว่าคุณสั่งอะไรผมก็ยินดีทำ ต่อให้ต้องฝ่าภูเขาดาบหรือก้าวลงกระทะน้ำมัน ผมก็จะไม่ลังเล”

ลัวเฟิงยืนยันอีกเสียง

“ใช่แล้วค่ะอาจารย์ พวกเราไม่อยากเข้าร่วมกับกองทัพ พวกเราอยากผจญภัยไปพร้อมกับคุณ”

การคาดเดาของลัวหมิงไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดเลยว่าภายในวันเดียว หลานทั้งสองจะกลายเป็นคนของครอบครัวอื่นไปโดยสมบูรณ์

คิดแล้วเขาก็ถอนหายใจหนักหน่วง

“ที่คุณพูดมา ฉันว่ามันก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่หรอก แต่ฉันไม่เข้าใจเลย คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงกัน? ราวกับคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวันสิ้นโลกอย่างนั้นแหละ รู้ไปซะทุกเรื่อง”

“คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”

เฉินเทียนเซิงตบไล่ลัวหมิงแรง ๆ

“จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ต่อต้านการเข้าร่วมกับองค์กรซะทีเดียว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาจริง ๆ”

เฉินเทียนเซิงมองไปรอบ ๆ เขตกักกันจนทั่วขณะที่เอามือไพล่หลัง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เขตกักกันที่นี่ก็เหมือนกัน นอกจากจะว่างเปล่าแล้วยังไม่มีประโยชน์ เหตุผลที่ทางการรวบรวมคนจำนวนมากให้มาอยู่ที่นี่ ก็เพื่อเป็นอาหารให้กับสัตว์กลายพันธุ์ รอให้คนเหล่านั้นค้นพบความจริงในสักวันหนึ่ง พวกเขาต้องงัดกลอุบายทั้งหมดออกมาใช้แน่ คุณคงพอเดาได้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?”

“ไม่มีทาง คุณพูดจริงเหรอ” ใบหน้าลัวหมิงกลับไปซีดเผือดอีกครั้งด้วยความตกใจ

“ถ้าไม่เชื่องั้นก็ตามผมมา”

เฉินเทียนเซิงโบกมือ พาดแขนโอบไหล่ของลัวหมิงไว้ ทำตัวราวกับพวกเขาทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันมานานปี เดินเล่นอยู่ภายในค่ายเขตกักกันโดยไม่สนสิ่งใด ๆ ลัวหลงกับลัวเฟิงเดินตามหลังไปเงียบ ๆ

จากนั้นเขาก็เดินวนเป็นวงกลม ฉุดลัวหมิงให้ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้น พร้อมกับหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาแล้วพูดว่า

“ผมบอกแล้ว ฝนกรดทำลายพันธุกรรมทางชีวภาพไปจนหมด ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่ยังรวมถึงสัตว์ พืช และแมลงอีกด้วย”

บนกิ่งไม้นั้นมีมดขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือเกาะอยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่เคยเห็นมดขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน

“มันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำสุด ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ถ้าคุณบังเอิญโดนมันกัดระหว่างนอนหลับในตอนกลางคืนขึ้นมา มันอาจทำให้คุณกลายเป็นซอมบี้ภายในหนึ่งชั่วโมง!”

“ตายห่า!”

ลัวหมิงผุดลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามใบหน้า

เฉินเทียนเซิงเองก็ลุกขึ้นยืนเหมือนกัน โยนกิ่งไม้ทิ้งลงพื้น แล้วปัดฝ่ามือพลางพูดว่า

“พวกคุณทุกคน อย่าลืมว่านี่คือวันสิ้นโลก หยุดสร้างปัญหากันได้แล้ว ม่านเพิ่งเลื่อนเปิด ดนตรียังไม่ได้ขับขานอย่างเป็นทางการ แม้แต่นักแสดงก็ยังไม่ทันจะปรากฏตัวเป็นเวทีด้วยซ้ำ”

หลังจากเฉินเทียนเซิงพูดจบ เขาก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป ข้อมูลทั้งหมดที่เขาทิ้งไว้ส่งผลกระทบต่อลัวหมิงอย่างใหญ่หลวง แม้ผ่านไปนาน แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งไม่ได้สติ

“คุณเฉินครับ ผมเป็นหัวหน้าประจำเขตสงคราม ขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหม?”

ระหว่างเดินกลับ ทหารยศผู้กองอีกคนก็เดินมาขวางทางเขาไว้

“คุณอยากพูดคุยเกี่ยวกับอะไรล่ะ?”

ผู้กองคนนั้นพูดอย่างจริงจัง

“เรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ระดับชาติ ทุกคนควรร่วมมือกันฟันฝ่า ตอนนี้อารยธรรมมนุษย์มีแนวโน้มว่าจะสูญสลายไปได้ทุกเมื่อ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะโฟกัสกับสถานการณ์โดยรวม และยอมปล่อยให้เด็กสองคนของคุณไปที่เขตสงครามกับพวกเรา”

“ถ้าคุณโน้มน้าวพวกเขาได้ก็เชิญเลย”

เฉินเทียนเซิงเดินผ่านหน้าเขากลับไปนังรถบรรทุกคันใหญ่ แล้วเอนตัวลงนอนอาบแดดต่อ

หลังจากนั้นผู้กองก็เริ่มโน้มน้าวลัวหลงกับลัวเฟิงด้วยสารพัดเหตุผล แต่ทั้งสองกลับไม่สนใจจะฟังคำพูดไร้สาระของเขาเลยแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวสิ เรามาที่นี่ด้วยความจริงใจนะ”

ในขณะที่ผู้กองคนนั้นกำลังจะเติมเชื้อไฟ ลัวหมิงก็เดินเข้าไปตบไหล่อีกฝ่าย

“ให้ผมลองดู”

เขารีบเดินไปนั่งลงข้างเฉินเทียนเซิง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น

“ฉันยอมรับว่าสิ่งที่คุณพูดมีเหตุผล ในเมื่อคุณรู้อะไรมากมายขนาดนี้ แปลว่าต้องมีทางออกอื่นใช่ไหม?”

“ผมยืนยันคำเดิม ผมยินดีช่วยพวกคุณแก้ปัญหาได้ แต่ผมไม่ขอปฏิบัติตามคำสั่ง คุณไม่ต้องพยายามโน้มน้าวว่าผมควรทำยังไงหรอก คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนยอมใคร”

“ฮ่าๆๆ ฉันรู้ว่าพี่เฉินเป็นคนมีพรสวรรค์ แถมยังเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้”

ลัวหมิงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเจรจาซะใหม่ เริ่มใช้วิธีประจบสอพลอ

“ฉันคิดว่าทุกอย่างที่คุณพูดมาถูกต้อง แต่เล่าให้ผมฟังไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำไมคุณไม่ลองเข้าไปที่เขตสงครามพร้อมกับฉันดูล่ะ? จะได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้หัวหน้าของฉันฟัง?”

เฉินเทียนเซิงเปลี่ยนมานั่งไขว่ห้าง ถามกลับว่า

“ถ้าผมไป ชีวิตคนอีกหลายพันในเขตกักกันนี้คงไม่สำคัญว่าจะอยู่หรือตายสินะ?”

“นี่ หมายความว่ายังไง?”

เฉินเทียนเซิงพูดอย่างคนมีชัยเหนือกว่า “สำหรับผม ก่อนวันสิ้นโลกผมเคยทำอาชีพโปรแกรมเมอร์ ผมสามารถพิมพ์รายงานเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเองได้ คุณแค่ไปหาคอมพิวเตอร์มาให้ผมสักเครื่อง แล้วผมจะส่งมอบรายงานที่ว่าให้คุณเอง จากนั้นไม่ว่าหัวหน้าคุณจะเชื่อหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผมอีก”

“ขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างหนัก”

ลัวหมิงเอื้อมมือไปตบไหล่เฉินเทียนเซิง จากนั้นก็เรียกผู้กองอีกคนให้เข้ามาหา

“คุณช่วยผมจัดการเรื่องนี้หน่อย เบิกคอมพิวเตอร์มาที่นี่หนึ่งเครื่อง สเปคสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”

ผู้กองมองหน้าลัวหมิงด้วยความสับสน ลัวหมิงเป็นถึงใคร เขาคือฮีโร่ที่ยอมเผาปั๊มน้ำมันของตัวเองเพื่อกำจัดซอมบี้จำนวน 3,000 ตัวในคราวเดียว

แต่จู่ ๆ เขากลับยอมทำตามคำขอของผู้ชายจอมหยิ่งคนนี้ง่าย ๆ ซะอย่างนั้น ศีลธรรมโลกกลับตาลปัตรไปแล้วหรือยังไง!

ในไม่ช้าคอมพิวเตอร์ก็ถูกยกขนเข้ามา มันเป็นแล็ปท็อปทางการทหาร เป็นสินค้าใช้เฉพาะในกรมทหารไม่พอ ยังผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงอีกด้วย

แล็ปท็อปนี้มีน้ำหนักมากถึง 10 จิน ลักษณะภายนอกเหมือนเป็นกระเป๋าเดินทาง ชาร์จไฟด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ผลิตจากแกรฟีน* โปรเซสเซอร์**ใช้ชิปแบบ Snapdragon*** เชื่อมสัญญาณดาวเทียมได้ ต่อให้อยู่กลางทะเลทรายก็ยังสามารถเชื่อมต่อระบบได้ปกติ ถือเป็นเทคโนโลยีเสปคสูงสุดและล้ำสมัยที่สุดในโลก

*แกรฟีน = ผลึกคาร์บอนรูปแบบหนึ่ง คุณสมบัตินำไฟฟ้าสูงและมีความโปร่งใสทางแสงสูง

**โปรเซสเซอร์ = หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU

***Snapdragon = หน่วยประมวลผลแบบรวมการทำงานส่วนต่าง ๆ เข้ามาบนบอร์ดแผ่นเดียว เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้นและกินพลังงานน้อยลง

ไม่ใช่แค่นั้น วัสดุยังทนทานต่อการกระแทก ตกไม่แตก กันน้ำ ทนไฟ แถมยังกันกระสุนได้ดี ต่อให้โดนรถบรรทุกเหยียบก็ยังเอามาใช้งานต่อได้ คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นคอมพิวเตอร์ในฝันของนักเขียนโค้ดหลายคนตั้งแต่ก่อนจะเกิดวันสิ้นโลกแล้ว ถึงมีเงินมหาศาลก็ใช่ว่าจะซื้อมาครอบครองได้

“ดีเลย วันพรุ่งนี้คุณค่อยมารับรายงานจากผมอีกทีก็แล้วกัน”

เขาขึ้นไปนั่งอยู่ในรถบรรทุกพร้อมกับแล็ปท็อปเครื่องนั้น แล้วเริ่มต้นพิมพ์รายงานโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีก

ลัวหมิงไม่สามารถรั้งรออยู่ที่นี่ต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ในวันนี้สำคัญมาก ต้องรีบรายงานอย่างเร่งด่วน

หลังจากสรุปเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนแล้ว เมื่อหัวหน้าเขตสงครามได้รับฟังสุนทรพจน์ของอีกฝ่าย ก็ถึงกับตกตะลึงนิ่งไป

ความจริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือก่อนจะเกิดวันสิ้นโลก เฉินเทียนเซิงเคยเป็นอาชญากรรายใหญ่ที่ทางการต้องการตัว

ทีมกู้ภัยรายงานตามจริงว่าตอนที่พวกเขาออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ เฉินเทียนเซิงกลับปฏิเสธไม่ยอมให้ความร่วมมือท่าเดียว เจ้าหน้าที่ประจำเขตกักกันเองก็รายงานว่า       เฉินเทียนเซิงมีบุคลิกขวางโลกแค่ไหน แม้แต่ผู้คนจำนวนมากก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน แถมยังรุมประณามเขาเสีย ๆ หาย ๆ

แล้วทำไมลัวหมิงถึงได้เชื่อมั่นในข้อมูลของคนแบบนี้นักหนา

ถ้าตัดเรื่องที่เฉินเทียนเซิงเป็นคนขวางโลกออกไป ข้อมูลที่ลัวหมิงนำไปรายงานต่อก็สร้างความตื่นตัวให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ไม่น้อย ตอนนี้ขาดแค่รายงานฉบับสมบูรณ์เท่านั้น

ผู้บังคับบัญชาสูงสุดยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา เชื่อมต่อกับสายภายใน

“แจ้งหน่วยแนวหน้าของเขตปลอดภัย ปล่อยคนขวางโลกเฉินเทียนเซิงนั่นไปก่อน แค่ระวังอย่าให้เขาสร้างปัญหาอีกก็พอ โฟกัสไปที่การให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างแรก วันนี้ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก วันพรุ่งนี้เราจะทำงานกันอย่างหนักต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตให้มากขึ้น”

ขอแค่วันนี้ผ่านไปด้วยดี วันต่อไปก็ราบรื่น นี่คือแนวคิดที่หน่วยกู้ภัยและค้นหาผู้รอดชีวิตยึดถือในการปฏิบัติงาน โดยไม่รู้เลยว่าความชะล่าใจอาจนำความสูญเสียมาสู่ทหารทุกหมู่เหล่า

แต่เหตุนั้นจะเกิดขึ้นในภายหลัง

เขตกักกัน

หลังจากเฉินเทียนเซิงเข้าไปอยู่ในรถบรรทุกพร้อมกับแล็ปท็อป เขาก็มอบหมายงานใหม่ให้กับลัวหลง

ส่องหามด แล้วกำจัดทิ้งอย่าให้เหลือ

ลัวหลงผู้น่าสงสาร เป็นถึงมนุษย์คนแรกในโลกที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติ ตอนนี้กลับต้องมานั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นหญ้า ถือกิ่งไม้ไว้ในมือเพื่อเขี่ยหามดกลายพันธุ์

ลัวเฟิงมีความสุขมาก เธอคอยดูแลอาหารสามมื้อ รวมถึงคอยจัดการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของทุกคน

หน้าที่ดำเนินไปอย่างนี้จนถึงตอนเย็น พอท้องฟ้าเริ่มมืด แขกไม่ได้รับเชิญที่คาดไม่ถึงว่าจะปรากฏตัว ก็มายืนแอบอยู่ข้างรถบรรทุกสินค้า

หม่าเชี่ยนเชี่ยน

จบบทที่ บทที่ 32 ผมจะทำรายงานให้เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว