เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ระบบบังคับให้รับศิษย์

บทที่ 20 ระบบบังคับให้รับศิษย์

บทที่ 20 ระบบบังคับให้รับศิษย์


บทที่ 20

ระบบบังคับให้รับศิษย์

บนถนนที่ทรุดโทรมและรกร้าง ซอมบี้พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยกรงเล็บอย่างหิวกระหาย

รถบรรทุกสินค้าที่เดิมทีต้องส่งสินค้าไปยังทางตะวันออก ตอนนี้ต้องมาวิ่งชนซอมบี้ในวันสิ้นโลก

“หึ ฮ่าๆๆ รถคันนี้เจ๋งชะมัด!”

ลัวหมิงพึมพำคนเดียวขณะขับรถ แม้ว่าปีนี้เขาจะอายุสี่สิบแล้ว แต่ก็สามารถผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาได้ รวมถึงได้ทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

เฉินเทียนเซิงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า

“รีบไปต่อกันเถอะ เราต้องหาที่ปลอดภัยข้างหน้าแล้วหยุดพัก”

ลัวหมิงตอบกลับอย่างตื่นเต้น

“ไม่มีปัญหา คุณอยากให้หยุดพักตรงไหนก็บอกได้เลย”

ขณะเดียวกัน

“ทำไมพวกคุณถึงช่วยฉันล่ะ?” หยางเซวี่ยถามขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง

“รถคันนี้เป็นของคุณ ที่บอกว่าจะยกให้มันเป็นแค่สัญญาปากเปล่า คุณต้องให้สัญญากับผมอย่างเป็นทางการ”

สิ่งที่เฉินเทียนเซิงขอก็ไม่ต่างจากเรื่องไร้สาระ นี่คือวันสิ้นโลก สัญญาอย่างเป็นทางการเป็นแค่สิ่งไร้ประโยชน์

แต่คำตอบนี้กลับสร้างความมั่นใจให้กับหยางเซวี่ยเป็น อย่างมาก นอกจากจะผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมาได้ ยังได้รับการคุ้มครองอีก

“สัญญาที่ว่า คุณจะให้ฉันทำอะไรเหรอ?”

เฉินเทียนเซิงตอบกลับว่า

“คือว่า ถ้าคุณจะมากับผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแบบนั้น เอาจริงผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ แต่ถ้าไม่สบายใจ อีกไม่กี่วันทีมกู้ภัยของรัฐจะเริ่มออกไปให้ความช่วยเหลือแล้ว ถ้าเจอทีมกู้ภัยเมื่อไหร่ เราจะส่งตัวคุณให้เขาพาไปที่ปลอดภัยทันที”

“ก็ดี”

หยางเซี่ยตอบอย่างไม่ลังเล เนื่องจากเธอไม่มั่นใจว่าเจตนาที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้คืออะไร

ถึงอย่างนั้น ลัวหมิงและหลาน ๆ ของเขาก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้เหมือนเดิม

การไปที่คลังสินค้าคือความคิดของเฉินเทียนเซิงทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงอีก 4 คนติดอยู่ที่นั่น แต่เขากลับช่วยเธอเพียงคนเดียว โดยไม่สนว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ จะเป็นหรือตาย ซึ่งไม่สมเหตุสมผลเลย

ขณะที่ตั้งสมาธิขับรถอยู่นั้น ลัวหมิงคาดเดาว่าเฉินเทียนเซิงต้องรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อนแน่ ๆ ถึงได้ไปที่คลังสินค้าเพื่อช่วยเธอโดยเฉพาะ

ไม่นานเฉินเทียนเซิงก็พูดขึ้นมาว่า

“จอดรถ”

“โอเค”

ด้วยน้ำหนักของรถบรรทุก จึงเบรกเลยจากจุดที่ต้องการหยุดไปเล็กน้อย

เฉินเทียนเซิงเปิดประตูแล้วลงจากรถ ก่อนใช้ขวานดับเพลิงชี้ไปที่จุดพักรถริมถนนเจียงซาน

“คุณลัวหมิง รีบเข้าไปที่นั่นกันเถอะ”

ลัวหมิงลงจากรถแล้วถามด้วยสีหน้างุนงงว่า

“จะไปไหน?”

เฉินเทียนเซิงใช้ขวานดับเพลิงชี้ไปข้างหน้าอีกครั้ง

“ร้านเสื้อผ้านั่นไง คุณจะไม่ให้เธอใส่เสื้อผ้าหน่อยเหรอ หรือว่าชอบที่เธอเปลือยกาย?”

“อา เข้าใจแล้วน่า”

ลัวหมิงช่วยพยุงหยางเซวี่ยลงจากรถ ก่อนคอยคุ้มกันเธอระหว่างวิ่งเข้าไปในร้านเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

“คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ๆ นะ เอาล่ะ!”

เฉินเทียนเซิงถือขวานดับเพลิงขึ้นมา ก่อนตะโกนล่อ   ซอมบี้ไปทางอื่น

เมื่อลัวหมิงและหยางเซวี่ยเข้ามาในร้านเสื้อผ้า หลังจากเช็กให้แน่ใจแล้วว่าข้างในปลอดภัย ก็เริ่มหาเสื้อผ้าเปลี่ยนทันที

“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวเราคอยคุ้มกันให้”

ลัวหมิงเดินไปนั่งยอง ๆ ที่หน้าประตูพร้อมถือพลั่วไว้ คอยนั่งสังเกตสถานการณ์ผ่านช่องกระจกที่แตก

ที่นี่คือร้านขายเสื้อผ้าริมถนนธรรมดา เธอจึงหาอะไรที่พอหาได้มาใส่ก่อน

ตอนนี้หยางเซวี่ยมีเพียงเสื้อกั๊กตัวเดียว ซึ่งปกปิดร่างกายไม่ได้ทั้งหมด เธอจึงรีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมทันที เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ก็วิ่งไปหารองเท้าผ้าใบมาสวม หลังจากนั้นเธอเผอิญเหลือบไปเห็นกรรไกรตกอยู่บนพื้น

เธอเลยนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา

อย่าทำตัวเหมือนผู้หญิง!

เมื่อนึกถึงประโยคนี้อีกครั้ง เธอหยิบกรรไกรขึ้นมาแล้วตัดเส้นผมที่ยาวสลวยอย่างไม่ลังเล

ลาก่อนนะตัวฉันเมื่อก่อน หลังจากนี้จะไม่อ่อนแออีกแล้ว!

...

เฉินเทียนเซิงใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถจัดการซอมบี้ทุกตัวในละแวกนี้จนหมด

หลังจากนั้น ขณะที่เขากำลังขุดหาเอาผลึกกลายพันธุ์

ลัวหมิงก็เดินเข้ามาเพื่อถามอะไรบางอย่าง

“นี่คุณเฉิน ฉันขอคุยอะไรหน่อยได้ไหม?”

เฉินเทียนเซิงไม่ได้ใส่ใจอะไร จึงตอบอย่างติดตลกกลับไปว่า

“ถ้าจะพูด ไปยืนตดดีกว่า!”

ลัวหมิงถูมือไปมา ก่อนกัดฟันแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว คุณเก่งมากจริง ๆ แถมยังใจดี แล้วก็รอบรู้ด้วย!”

เฉินเทียนเซิงเงยหน้าขึ้นก่อนมองตาลัวหมิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“อย่าพูดประจบประแจงผมเลย พูดมาตรง ๆ”

“หึหึหึ”

ลัวหมิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนตัดสินใจพูดออกมาว่า

“ฉันแค่คิดว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง หรือสักวันหนึ่งฉันตายขึ้นมา แถมหลานทั้งสองคนยังก็เด็กมาก คุณพอจะรับพวกเขาเป็นศิษย์ได้ไหม ถึงฉันไม่อยู่ แต่พวกเขายังได้อยู่กับคุณและได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าคุณรับปากฉันก็ตายตาหลับแล้ว”

“ศิษย์!”

เฉินเทียนเซิงตกตะลึงทันที

ไม่ใช่คำขอของลัวหมิงที่ทำให้ตกใจ แต่เป็นสิ่งใหม่ที่ปรากฏขึ้นในระบบ

เมื่อได้ยินประโยคของเขา ระบบจึงมีการแจ้งเตือนขึ้นมา พร้อมกับหน้าสถานะใหม่

“หน้าสถานะลูกศิษย์เปิดแล้ว!”

ล้อเล่นน่า!

เฉินเทียนเซิงรู้สึกงุนงง เนื่องจากไม่เคยเห็นหน้าสถานะลูกศิษย์มาก่อน และระบบก็เด้งหน้านี้ขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินคำว่าศิษย์

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมระบบถึงมีหน้าสถานะที่ยังไม่ปลดล็อกอีกมากมาย

แค่คำคำเดียวก็เด้งขึ้นมาเฉยเลย!

ระบบ นี่นายซ่อนฟังก์ชันนี้มาตลอดเลยเหรอ?

เฉินเทียนเซิงบ่นในใจ

เมื่อเห็นว่าเฉินเทียนเซิงเงียบไป ลัวหมิงจึงพูดอย่างประหม่าว่า “คุณเฉิน?”

“อืม รอเดี๋ยวนะ ขอเวลาผมตัดสินใจก่อน!”

หน้าสถานะลูกศิษย์เพิ่งเปิดขึ้นมา และเขายังไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย จึงด่วนตัดสินใจไม่ได้

เขาจึงอ่านคำอธิบายในหน้าสถานะอย่างละเอียด

คำอธิบายจากระบบมีอยู่ว่า

หลังจากเปิดหน้านี้ แล้วผู้ใช้มีการรับคนเข้ามาเป็นศิษย์ ผู้ใช้จะมีสถานะเป็นอาจารย์ และอาจารย์จะได้รับคะแนนครึ่งหนึ่งจากซอมบี้ที่ศิษย์ฆ่า

“กว่าจะรู้เรื่องนี้!”

เฉินเทียนเซิงรู้สึกหงุดหงิดกับระบบจริง ๆ ปรากฏว่าระบบได้คิดแทนเขาทุกอย่างแล้ว จึงทำให้เขาแลกแพ็กของขวัญจนรับยาปรับเปลี่ยนลำดับยีนมาสองขวด อย่างน้อยศิษย์ในอนาคตของเขาก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว

โชคดีที่ระบบยังมีจิตสำนึก ถ้าศิษย์ฆ่าซอมบี้ได้ อาจารย์ก็ได้คะแนนด้วย อย่างน้อยก็ไม่สูญเปล่า

ก่อนหน้านี้ เขากังวลมากที่จะให้ยาปรับเปลี่ยนลำดับยีนแก่สองพี่น้องตระกูลลัว และตัดสินใจจะเก็บไว้ใช้เอง แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลและไม่คิดแบบนั้นแล้ว

หลังจากไตร่ตรองทุกอย่าง เฉินเทียนเซิงก็วางท่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทันที

“ศิษย์เหรอ จะรับหรือไม่รับดี!”

ลัวหมิงตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ทันที่เขาจะได้พูดเสริม เฉินเทียนเซิงก็ชิงพูดก่อนว่า

“ผมคิดเรื่องนี้อยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”

ขณะเดียวกันหยางเซวี่ยเดินออกมาจากร้านพอดี แล้วเดินเข้ามาพูดว่า

“เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ”

ทั้งสองตกใจจนตาค้าง เมื่อเห็นลุคล่าสุดของเธอ จากที่ไว้ผมยาวพลิ้วไสว ตอนนี้เหลือเพียงผมสั้นที่ยุ่งเหยิง แถมผมหน้าม้ายังดูกระเซอะกระเซิงบดบังวิสัยทัศน์ไปหมด

แต่เฉินเทียนเซิงกลับรู้สึกว่าแบบนี้น่ามองกว่ามาก เพราะลุคของเธอในตอนนี้ใกล้เคียงกับเทพีแห่งสงครามในชาติก่อนไม่มีผิด

“มีอะไรแปลกรึเปล่า?”

หยางเซวี่ยถามพร้อมกับแสดงแววตาแน่วแน่

“ไม่มี ผมสั้นเหมาะกับคุณมาก”

เฉินเทียนเซิงตอบกลับแล้วสั่งทุกคนว่า

“งั้นเดินทางต่อกันเถอะ ใกล้มืดแล้ว ต้องรีบหน่อย!”

ทุกคนกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ก่อนสตาร์ทรถแล้วไปตามทางที่เฉินเทียนเซิงบอก หลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงเขตพัฒนาก่อนค่ำพอดี

ตอนนี้สภาพแวดล้อมภายในสวนและชุมชน ต่างจากตอนที่เฉินเทียนเซิงจากมาอย่างลิบลับ

เมื่อเข้ามาถึง เขาก็ลงจากรถไปจัดการซอมบี้ในละแวกนี้ เนื่องจากเวลาเหลือน้อย ทำให้ฆ่าซอมบี้ไม่ได้ทั้งหมด จึงเหลือซอมบี้เดินเพ่นพ่านอยู่ข้างนอกและตามบริเวณใกล้เคียงอยู่อีกจำนวนหนึ่ง

“ไม่ทันแฮะ จะทำยังไงต่อดี?”

เฉินเทียนเซิงหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่ง

ถ้าฝืนขับรถไปต่อข้างหน้าตอนนี้ก็มีแต่ผลาญเสบียงไปวัน ๆ สู้รอให้ทีมกู้ภัยมาเจอเราในวันพรุ่งนี้ แล้วตามกลับไปที่กองกำลังคงดีกว่า

ในสถานการณ์แบบนี้ หรือจะสละเสบียงบางส่วนกับคนอื่นทิ้งไว้ที่นี่ดี

จริงด้วย...

เมื่อคิดแผนดี ๆ ออก เขาก็หันไปมองลัวหมิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ

จบบทที่ บทที่ 20 ระบบบังคับให้รับศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว