- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 440 - สวามิภักดิ์ถ้วนหน้า แดนปรโลกเดือดดาล
บทที่ 440 - สวามิภักดิ์ถ้วนหน้า แดนปรโลกเดือดดาล
บทที่ 440 - สวามิภักดิ์ถ้วนหน้า แดนปรโลกเดือดดาล
บทที่ 440 - สวามิภักดิ์ถ้วนหน้า แดนปรโลกเดือดดาล
เรื่องที่แดนปรโลกสมคบคิดกับเผ่ามารนอกดาราจักรนั้นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
และถึงแม้จะไม่มีเรื่องนี้ สิ่งที่แดนปรโลกทำมาตลอดหลายปีก็สมควรถูกกวาดล้างให้สิ้นซากไปตั้งหลายรอบแล้ว
ดังนั้นการที่ฉินเซียวสั่งฆ่าล้างกองทัพแดนปรโลกในครั้งนี้จึงไม่มีความรู้สึกผิดบาปใดๆ ทั้งสิ้น
เหล่ายอดฝีมือใต้สังกัดของฉินเซียวไม่ได้ลงมืออย่างเต็มกำลังนัก
นอกจากจะสังหารยอดฝีมือของแดนปรโลกไปบางส่วนแล้ว ส่วนใหญ่พวกเขามักจะใช้คาถาอาคมประเภทหยุดนิ่งเสียมากกว่า
เพื่อตรึงร่างของศัตรูให้อยู่กับที่
ส่วนฉินเซียวก็เลิกใช้มีดบินสังหารเซียน
แล้วหันมาใช้ของวิเศษที่สามารถสังหารศัตรูเป็นวงกว้างได้อย่างกระจกหยินหยางแทน
เพียงแค่สาดแสงกระจกออกไป ศัตรูก็ล้มตายเป็นเบือ
แม้แต่กุ่ยเม่ยซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นไท่อี่จินเซียนคนสุดท้ายของแดนปรโลก ก็ยังถูกกระจกหยินหยางของฉินเซียวสังหารได้อย่างง่ายดาย
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเสวียนเซียนช่วงปลายได้หนึ่งคน]
[ได้รับแต้มโชคชะตา: 200,000 แต้ม]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินเซียนช่วงกลางได้หนึ่งคน]
[ได้รับแต้มโชคชะตา: 800,000 แต้ม]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้บำเพ็ญเพียรขั้นไท่อี่จินเซียนขั้นสมบูรณ์ได้หนึ่งคน]
[ได้รับแต้มโชคชะตา: 2 ล้านแต้ม]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเซียนสวรรค์ได้ 300 คน]
[ยอดสะสมแต้มโชคชะตา: 300,000 แต้ม]
เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของฉินเซียวอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
อารมณ์ของเขาก็ยิ่งตื่นเต้นพลุ่งพล่านมากขึ้นเรื่อยๆ
ความเร็วในการกอบโกยแต้มโชคชะตานี้มันช่างสะใจซะไม่มี
ต่อให้ทหารแดนปรโลกทั้งสองแสนนายนี้จะไม่ใช่ฝีมือเขาฆ่าทั้งหมด แต่แต้มโชคชะตาของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
เกรงว่าคงจะใกล้เคียงกับเป้าหมาย 50 ล้านแต้มที่เขาคาดหวังเอาไว้แล้วกระมัง
ท้ายที่สุดแล้ว ก่อนจะมาถึงเมืองตงหลิง แต้มโชคชะตาในมือของฉินเซียวก็มีมากถึงสามสิบล้านกว่าแต้มแล้ว
บนกำแพงเมืองตงหลิง เมื่อมองดูผู้บำเพ็ญเพียรแห่งราชวงศ์เซียนต้าฉินที่บุกตะลุยอย่างห้าวหาญไร้เทียมทาน
โดยเฉพาะภาพของฉินเซียวที่เปิดฉากสังหารหมู่ยอดฝีมือแดนปรโลกอยู่เพียงฝ่ายเดียว ซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวและคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ร่างกายของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรแห่งแดนปรโลก คนพวกนี้ยังสามารถเปิดฉากสังหารหมู่ได้อย่างไร้ความปรานีถึงเพียงนี้
หากเป้าหมายของพวกเขากลายเป็นเมืองตงหลิงขึ้นมา พวกเขาควรจะรับมือยังไงดีล่ะ
ตอนแรกนึกว่าวิกฤตจากแดนปรโลกคลี่คลายแล้ว พวกตนก็จะปลอดภัยเสียที
อย่างมากก็แค่จ่ายค่าตอบแทนและขอบคุณยอดฝีมือที่โผล่มาช่วยกู้วิกฤตเหล่านี้ให้ดีหน่อยก็พอ
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เรื่องราวจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดเสียแล้ว
ด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิตของคนกลุ่มนี้ พวกเขาไม่มีทางยื่นมือเข้ามาช่วยเพียงเพราะความหวังดีอย่างแน่นอน
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ผู้บำเพ็ญเพียรแห่งแดนปรโลกนับสองแสนนายก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้เลยสักคนเดียว
แม้แต่คนที่คิดจะหนีเอาตัวรอดก็ยังทำไม่สำเร็จ
ด้านล่างเมืองตงหลิง ซากศพกองเป็นภูเขาเลากา เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ
บนท้องฟ้ามีเมฆสีเลือดลอยปกคลุมหนาทึบ
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา
ราวกับกำลังหลั่งน้ำตาไว้อาลัยให้กับผู้บำเพ็ญเพียรแห่งแดนปรโลก
ฉินเซียวยืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางอากาศ
บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ผู้บำเพ็ญเพียรแดนปรโลกสองแสนคน รวมกับยอดฝีมือระดับท็อปอย่างเลี่ยคงและพวกพ้อง
ศึกครั้งนี้ทำให้ฉินเซียวโกยแต้มโชคชะตาไปได้กว่าสิบล้านแต้ม
ในเวลานี้ แต้มโชคชะตาของเขาทะยานทะลุสี่สิบแปดล้านแต้มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ห่างจากจุดวิกฤตห้าสิบล้านแต้มไปไม่ถึงสองล้านแต้มเท่านั้น
"ข้าน้อยซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวแห่งตำหนักสวรรค์ ขอบพระคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตเอาไว้!"
"ขอเชิญคุณชายเข้าไปในเมืองตงหลิง เพื่อให้พวกเราได้แสดงความขอบคุณอย่างเต็มที่เถิด"
"หลังจากนี้ ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้ตำหนักสวรรค์ทราบ เพื่อขอให้ทางตำหนักมอบรางวัลตอบแทนความดีความชอบให้แก่ทุกท่านอย่างแน่นอน"
ซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวประสานมือคารวะฉินเซียวพลางเอ่ยขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้ฉินเซียวชิงลงมืออย่างกะทันหัน ฮ่าวเหมี่ยวจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
โดยการยกยอปอปั้นฉินเซียวให้ลอยสูงๆ เข้าไว้
พร้อมทั้งกำหนดให้เรื่องในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเมืองตงหลิงของฉินเซียว
เผื่อว่าเขาจะไม่กล้าลงมือกับเมืองตงหลิง
เมื่อเห็นดังนั้น ซ่างเสินหลีหั่วและยอดฝีมือคนอื่นๆ ของตำหนักสวรรค์และอาณาจักรเซียนฉางชิงก็ดึงสติกลับมาได้
พวกเขาพากันค้อมกายคารวะฉินเซียวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างพร้อมเพรียง
"พวกข้าน้อยขอขอบพระคุณคุณชายที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ!"
ทว่าเมื่อเผชิญกับคำยกยอปอปั้นของคนเหล่านี้ ฉินเซียวกลับไม่รู้สึกละอายใจเลยแม้แต่น้อย
เขาก้มมองซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวแล้วแสยะยิ้มเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "ใครบอกว่าเจิ้นมาเพื่อช่วยตำหนักสวรรค์ของพวกเจ้ากัน"
"เสียใจด้วยนะ เป้าหมายของเจิ้นก็คือเมืองตงหลิงเหมือนกัน!"
"และเจิ้นก็ไม่ได้ต้องการแค่เมืองตงหลิงเท่านั้น แต่เจิ้นต้องการให้ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนในเมืองตงหลิงสวามิภักดิ์ต่อเจิ้นด้วย!"
"สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์เซียนต้าฉิน!"
"หากใครไม่เห็นด้วย ก็อย่าหาว่าเจิ้นโหดเหี้ยมไร้ปรานีก็แล้วกัน!"
ครืน!
สิ้นคำพูดของฉินเซียว กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่างของหยางเจี่ยนที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!
บนกำแพงเมืองตงหลิง ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนถูกแรงกดดันจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
พวกเขาเคยเห็นความน่าสะพรึงกลัวของหยางเจี่ยนมาแล้ว
แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับแรงกดดันของหยางเจี่ยนด้วยตัวเอง พวกเขาถึงได้ตระหนักซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวนั้นอย่างแท้จริง
มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวและซ่างเสินหลีหั่วก็คุกเข่าล้มลงไปกองกับพื้นเช่นกัน
ฮ่าวเหมี่ยวกัดฟันกรอดพยายามฝืนทนเอาไว้ เขาเงยหน้ามองฉินเซียว "คุณชาย ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่"
"เมื่อครู่นี้ท่านเพิ่งจะสังหารกองทัพแดนปรโลกไปสองแสนนาย หากยึดเมืองตงหลิงไปอีก..."
"ก็เท่ากับเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับขุมกำลังระดับซูเปอร์ถึงสองฝ่ายพร้อมกันเลยนะ"
"ต่อให้เมืองตงหลิงจะตกไปอยู่ในมือท่าน ท่านก็ไม่มีทางรักษามันเอาไว้ได้หรอก..."
ฉัวะ!
ซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวยังพูดไม่ทันจบ ฉินเซียวก็พลันสะบัดมือ
มีดบินสังหารเซียนพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้ตัดหัวของซ่างเสินฮ่าวเหมี่ยวเพียงคนเดียวเท่านั้น
แต่ยังลากซ่างเสินหลีหั่วไปลงนรกพร้อมกันด้วย
ทั้งสองคนไม่มีทางคาดคิดเลยว่าฉินเซียวจะลงมือสังหารพวกเขาอย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้
แต่สำหรับฉินเซียวแล้ว พวกเขาก็เป็นแค่แต้มโชคชะตาเดินได้เท่านั้นเอง
ยอดฝีมือขั้นไท่อี่จินเซียนสองคน รวมกันก็มีค่าถึงสองล้านแต้มโชคชะตาแล้ว
และฉินเซียวก็รู้ดีว่า หากไม่ใช้ความโหดเหี้ยมเด็ดขาดในการสังหารคนทั้งสอง ผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองก็คงไม่ยอมจำนนโดยง่ายอย่างแน่นอน
และก็เป็นไปตามที่ฉินเซียวคาดการณ์เอาไว้จริงๆ
หลังจากสังหารซ่างเสินทั้งสองไปแล้ว แต้มโชคชะตาของฉินเซียวก็พุ่งทะลุ 50 ล้านแต้มในที่สุด
ขณะเดียวกัน เขาก็ก้มมองลงไปยังเมืองตงหลิง
พร้อมกับประกาศกร้าวต่อหน้าผู้บำเพ็ญเพียรนับหมื่นที่กำลังตกตะลึงว่า "วันนี้ เจิ้นคือผู้ที่ช่วยชีวิตพวกเจ้าเอาไว้ พวกเจ้าควรจะซาบซึ้งในบุญคุณของเจิ้นและราชวงศ์เซียนต้าฉิน และเจิ้นก็หวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจด้วยว่า"
"ตอนนี้ตำหนักสวรรค์เองก็ยังเอาตัวไม่รอด ไม่มีกำลังพอจะมาปกป้องพวกเจ้าได้อีกแล้ว"
"หากไม่สวามิภักดิ์ต่อต้าฉิน ต่อให้วันนี้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ วันหน้าพวกเจ้าก็ต้องตายด้วยน้ำมือคนอื่นอยู่ดี!"
"ตอนนี้... จงตัดสินใจเลือกทางเดินของพวกเจ้าซะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเซียว เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเมืองตงหลิงก็ตกอยู่ในความเงียบงันทันที
แต่ฉินเซียวก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
เมื่อได้รู้ถึงแผนการของแดนปรโลก และได้ผ่านความเป็นความตายในวันนี้มาแล้ว
ยิ่งเมื่อได้ประจักษ์ถึงพลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานของเขาด้วยแล้วล่ะก็
ฉินเซียวเชื่อมั่นว่า พวกเขาจะต้องตัดสินใจเลือกได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา บนกำแพงเมืองตงหลิงที่เคยเงียบสงัดก็พลันเกิดเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง
"พวกกระหม่อมยินดีสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์เซียนต้าฉิน ยินดีสวามิภักดิ์ต่อฝ่าบาท!"
"พวกกระหม่อมยินดีสวามิภักดิ์!"
"พวกกระหม่อมยินดีสวามิภักดิ์!"
...
ณ ใจกลางของแดนปรโลก
เมืองเฟิงตูซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองตงหลิงไปหลายแสนลี้
ที่นี่คือเมืองหลวงของแดนปรโลก
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในใจของสิ่งมีชีวิตในแดนปรโลกนับร้อยล้านชีวิต
และยังเป็นสถานที่ชุมนุมของเหล่าผู้บริหารระดับสูงแห่งแดนปรโลกด้วย
ในเวลานี้ ภายในโถงตำหนักอันยิ่งใหญ่ตระการตาของเมืองเฟิงตู
ผู้บริหารระดับสูงของแดนปรโลกหลายสิบคนกำลังมารวมตัวกัน
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งแดนปรโลกที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์กษัตริย์ในโถงตำหนัก มีจิตสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วร่าง ใบหน้าของเขาเย็นชาจนน่ากลัว
"ผู้กล้าแห่งแดนปรโลกสองแสนนายที่ไปบุกตีเมืองตงหลิงถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น!"
"ยอดฝีมือแดนปรโลกอย่างเลี่ยคง กุ่ยเม่ย และคนอื่นๆ ก็ถูกฆ่าตาย!"
"นี่คือความอัปยศอดสูอย่างที่สุดที่แดนปรโลกของเราไม่เคยพบเจอมาก่อน"
"รีบจัดส่งยอดฝีมือไปที่เมืองตงหลิงเดี๋ยวนี้"
"ฝังเมืองตงหลิงให้จมดิน และจับคนที่ฆ่ายอดฝีมือแดนปรโลกของเรามาสับกระดูกเป็นหมื่นๆ ชิ้นซะ!"
[จบแล้ว]