- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ความรักน่ะเหรอ ผมไม่สนหรอก
- บทที่ 25 - กล้าลองดีเหรอ
บทที่ 25 - กล้าลองดีเหรอ
บทที่ 25 - กล้าลองดีเหรอ
น้ำเสียงของเหลียงเฟยฟังดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เหนียนหวยซือรู้อยู่แก่ใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็เลือกที่จะไม่โวยวาย "ส่งชุดมาให้ฉันสิ เดี๋ยวฉันเอาไปให้หล่อนเอง"
พูดจบ เหนียนหวยซือก็เอื้อมมือไปรับถุงชุดราตรีจากมือของหลินเหว่ยเทา
หลินเหว่ยเทายกมือขึ้นเตรียมจะส่งถุงให้เหนียนหวยซืออยู่แล้ว แต่จู่ๆ เหลียงเฟยก็คว้าข้อมือเขาเอาไว้
"มีอะไรเหรอ" เหนียนหวยซือหันไปถามเหลียงเฟย บอกตามตรง เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตอนนี้หัวใจถึงได้เต้นแรงโครมครามราวกับลูกกวางน้อยหลงทางแบบนี้
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่แกล้งเป็นแฟนกันที่ย่านการค้า ที่เหลียงเฟยเป็นฝ่ายริเริ่มสัมผัสตัวเธอก่อน
ฝ่ามือของเขาช่างอบอุ่นเหลือเกิน...
เหลียงเฟยจับมือเหนียนหวยซือกดลง แล้วพูดยิ้มๆ ว่า "รุ่นพี่เหนียนเกาครับ ชุดราตรีตัวนี้ราคาตั้งสามหมื่นหยวนเลยนะ ยังไงก็ต้องให้หัวหน้าห้องของเราเอาไปมอบให้ถังซีกับมือสิครับ ถึงจะถูก"
เหนียนหวยซือเม้มริมฝีปากแน่น เหลือบมองหลินเหว่ยเทาที่ยืนทำหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอยอมจำนนในที่สุด
"ถังซีกำลังซ้อมคิวพิธีกรอยู่กับคนอื่นๆ น่ะ"
เหลียงเฟยชี้ไปที่เต็นท์ชั่วคราวที่ตั้งอยู่เรียงรายนอกสนามกีฬา "เต็นท์ไหนล่ะ"
เหนียนหวยซือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันพาไปได้นะ แต่เหลียงเฟย..."
เธอดึงแขนเหลียงเฟยให้ขยับออกไปห่างๆ แล้วกระซิบถาม "ถ้าหัวหน้าห้องของนายเต็มใจทำแบบนี้เอง นายรับปากฉันได้ไหมว่าจะไม่ทำเรื่องให้มันใหญ่โต"
"ผมรับปากคุณ" เหลียงเฟยยิ้มกว้าง "เหนียนเกา คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง เรียนมาตั้งสองปี ผมเคยสร้างปัญหาที่ไหนกันล่ะ"
ใช่สิ เมื่อก่อนน่ะนายไม่เคยสร้างปัญหา แต่พอเริ่มออกลายนายก็โค่นประธานสภานักศึกษาจนร่วงจากเก้าอี้ แถมยังไปตีสนิทกับท่านอธิการบดีได้อีก เหนียนหวยซือบ่นอุบอิบในใจ
เธอเดินนำกลุ่มคนไปยังเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีกรโดยเฉพาะ พอถึงหน้าเต็นท์ เหนียนหวยซือก็หยุดเดินแล้วหันมาบอกเหลียงเฟยว่า "รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันไปตามถังซีออกมาให้"
หลินเหว่ยเทากำหูหิ้วถุงแน่นจนข้อขาวซีด
ผ่านไปครู่เดียว เหนียนหวยซือก็เดินนำถังซีออกมา สาวมิลค์เชคในตำนานทำหน้าตาซื่อบอริสุทธิ์ กะพริบตาโตคู่สวย พอเห็นหน้าหลินเหว่ยเทาก็ทำเสียงดีใจ "อ้าว นายมาแล้วเหรอ"
หลินเหว่ยเทาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินเข้าไปหาแล้วยื่นชุดราตรีให้ถังซีอย่างทะนุถนอม "ถังซี ชุดนี้สั่งตัดตามไซส์ของเธอเป๊ะเลยนะ เลือกแบบที่เธอชอบด้วย"
ถังซีรับถุงไปอย่างอารมณ์ดี รูดซิปเปิดดูแวบหนึ่ง รอยยิ้มก็ผุดขึ้นจนตาหยีเป็นรูปสระอิ "ขอบใจมากนะ เหว่ยเทา"
"ไม่เป็นไรหรอก" หลินเหว่ยเทาสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ อีกสองสามครั้ง รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป "ถังซี เรื่องนี้มันเกินกำลังของฉันไปหน่อย แต่ฉันก็กัดฟันซื้อมาให้ คราวหน้า... ฮ่าๆ... ขอโทษนะ คงไม่มีคราวหน้าแล้วล่ะ"
พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"ผมขอเสนออะไรหน่อยสิ"
จู่ๆ เสียงของเหลียงเฟยก็ดังแทรกขึ้นมา เขามองถังซีด้วยรอยยิ้ม "เอาอย่างนี้ดีไหม รบกวนคุณถังซีช่วยไปเปลี่ยนชุดนี้มาให้หัวหน้าห้องของเราได้เชยชมเป็นขวัญตาสักหน่อย ถือซะว่าเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้เขา เป็นไง"
ถังซีปรายตามองเหลียงเฟยอย่างมีเลศนัย ยิ้มตอบว่า "ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่างานจะเริ่ม ขืนเปลี่ยนตอนนี้ก็ลำบากแย่ รอให้งานเริ่มแล้วพวกนายค่อยไปดูตอนฉันยืนอยู่บนเวทีก็ได้นี่"
เสียงหวานหยดย้อย แต่คำพูดกลับเย็นชาเฉือนขั้วหัวใจ
หลินเหว่ยเทาฟังแล้วก็กะพริบตาปริบๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด สำหรับถังซีแล้ว ต่อให้เป็นคำขอร้องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สะดวกสบายเพียงนิดเดียว เธอก็ไม่มีวันยอมทำให้เด็ดขาด
เขาเตรียมตัวจะเดินจากไปจริงๆ แล้ว
"ไม่ ต้องเปลี่ยนเดี๋ยวนี้" เหลียงเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม "ไปเปลี่ยนตอนนี้เลย"
ถังซียังคงปั้นหน้ายิ้มแย้ม ทำเสียงออดอ้อน "โธ่ เสี่ยวเฟยเฟย นายอย่ามาทำตัวงี่เง่าใส่ฉันสิ"
จังหวะนั้นเอง พิธีกรชายอีกสามคนที่ได้ยินเสียงเอะอะก็เดินออกมาจากเต็นท์ พอเห็นเหลียงเฟยทำตัวกร่าง ก็มีพิธีกรชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูท่าทางจะอารมณ์ร้อนที่สุดเดินออกมารับหน้า
"นี่คุณ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า อยากจะดูถังซีใส่ชุดราตรีก็รอไปดูตอนงานเริ่มสิ ถ้ากลัวจะเห็นไม่ชัด ก็ให้เหนียนเกาหาที่นั่งดีๆ ให้สิ"
เหนียนหวยซือรีบก้าวออกมาระงับเหตุ "หลี่หมิงหยาง พูดจาให้มันดีๆ หน่อย เป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันทั้งนั้น"
"แล้วไอ้หมอนี่มันพูดจาดีนักหรือไง เหนียนเกา เธออย่าเข้าข้างกันสิ เป็นถึงประธานสภานักศึกษาก็ต้องวางตัวเป็นกลางสิ" พิธีกรชายที่ชื่อหลี่หมิงหยางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ความงาม "นี่ จะไปได้หรือยัง"
เหลียงเฟยแสยะยิ้ม หันไปตะโกนสั่งเซียวหมิง "ไปเรียกพวกที่ไม่กลัวตายมาให้หมด"
เซียวหมิงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรตามคนทันที ผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเจ็ดแปดคันก็พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบ ส่วนใหญ่ซ้อนท้ายกันมาคันละสองคนด้วยซ้ำ
เพียงพริบตาเดียว ด้านหลังเหลียงเฟยก็มีกองทัพนักศึกษายืนกันหน้าสลอน
ใครมันกล้าบอกว่าเด็กวิศวะมีแต่พวกเด็กเนิร์ดเก็บตัววะ
ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้เลย!
พอหลี่หมิงหยางเห็นคนแห่กันมาเยอะขนาดนี้ ก็เริ่มใจฝ่อ แต่ก็ยังทำปากดี "พวกนายจะทำอะไร จะรุมกระทืบฉันหรือไง บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปแล้วหรือไง!"
"ถุย แค่พวกเรามายืนตรงนี้ก็หาว่าไม่มีขื่อมีแปแล้วเหรอวะ"
"มึงเป็นใครวะ เดี๋ยวพ่อกลับไปแฮกคอมพิวเตอร์มึง เอาข้อมูลส่วนตัวมึงไปโพสต์ประจานในเว็บเกย์ซะเลยนี่!"
"เก่งจริงก็เข้ามาสิวะ ดีแต่ปากนี่หว่า"
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ชักจะบานปลาย ถังซีที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยปากขึ้นมา "พอได้แล้ว เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนให้ ดูเสร็จแล้วก็รีบไสหัวไปให้พ้นเลยนะ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเต็นท์
พิธีกรชายทั้งสามคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเต็นท์ ทำตัวราวกับผู้ผดุงความยุติธรรม
ผ่านไปครู่หนึ่ง ถังซีก็เดินสวมชุดราตรีออกมา แม้แต่เหลียงเฟยยังแอบทึ่งในใจ แม่เจ้าโว้ย หุ่นแบบนี้มันสวรรค์ประทานมาให้ชัดๆ
รูปร่างชวนฝันเหลือเกิน
หลินเหว่ยเทาจ้องมองถังซีอยู่นาน ก่อนจะหันมาบอกเหลียงเฟยว่า "พอแล้วล่ะเพื่อน พวกเรากลับกันเถอะ"
"ฉันจะรีบกลับทำไม ฉันเป็นถึงคนในครอบครัวนะเว้ย"
เหลียงเฟยตะโกนบอกให้พรรคพวกที่แห่กันมาช่วยขับรถกลับไปก่อน ตอนนี้เพิ่งจะบ่าย เดี๋ยวพวกนั้นก็ต้องกลับไปเล่นเกมกันต่อ รอให้งานเริ่มแล้วค่อยกลับมาดูก็ยังไม่สาย
พอเหตุการณ์สงบลง เหนียนหวยซือก็ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลึกๆ แล้วเธอเองก็ไม่ค่อยชอบพฤติกรรมแบบนี้ของถังซีสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่าหล่อนจะทำตัวน่าเกลียดได้ถึงขนาดนี้
นั่นมันชุดราตรีราคาตั้งสามหมื่นหยวนเชียวนะ ดูจากสารรูปของหลินเหว่ยเทาแล้ว ก็รู้เลยว่าเขาไม่ใช่เศรษฐีที่จะควักเงินสามหมื่นหยวนออกมาจ่ายได้โดยไม่สะทกสะท้านแน่ๆ
พอเห็นเหลียงเฟยทำท่าจะเดินตามเข้าไปในเต็นท์ หลี่หมิงหยางก็ทนไม่ไหว แท็กทีมกับพิธีกรชายอีกสองคนเข้ามาขวางทางเหลียงเฟยเอาไว้ "พรรคพวกนายก็กลับไปหมดแล้ว จะเอาสักตั้งไหมล่ะ"
"เอาพ่องมึงสิ" เหลียงเฟยด่าสวนกลับไปยิ้มๆ
"มึง!!" หลี่หมิงหยางโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เงื้อหมัดขึ้นสุดแขน
"หลี่หมิงหยาง!"
เหนียนหวยซือตะโกนลั่น "เขาเป็นแฟนฉัน!!"
หลี่หมิงหยางหันไปมองเหนียนหวยซือด้วยความตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าข่าวลือที่ลือกันให้แซ่ดจะเป็นเรื่องจริง เขาลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ยอมลดหมัดลง
"แม่งเอ๊ย" หลี่หมิงหยางสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะพ่นลมหายใจฟึดฟัดพาพิธีกรชายอีกสองคนเดินหนีไปที่เต็นท์อื่น
บรรยากาศภายในเต็นท์อึมครึมลงทันที ฟางฉยงกับหวังเซียวเซียวลอบมองเหลียงเฟยด้วยความสนใจ ใครจะไปคิดว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนี้จะกล้าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ไว้หน้าใครเลยแม้แต่น้อย
ถังซีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอนั่งกรีดอายไลเนอร์อยู่หน้ากระจก แถมยังฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
แต่เหลียงเฟยรู้ดีว่า หล่อนก็แค่แกล้งทำเป็นใจดีสู้เสือไปอย่างนั้นแหละ
เหลียงเฟยลากเก้าอี้มานั่งลง เลิกคิ้วให้เหนียนหวยซือ ก่อนจะหันไปพูดกับถังซีว่า "ถังซี ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"
ถังซีไม่แม้แต่จะปรายตามองเหลียงเฟย เธอยังคงตั้งหน้าตั้งตากรีดอายไลเนอร์ต่อไป "จะให้ฉันคืนชุดไปงั้นเหรอ"
เหลียงเฟยหัวเราะหึๆ "ไม่ต้องหรอก ชุดที่เธอใส่แล้ว เอาไปคืนเขาก็คงไม่รับคืนหรอก"
คำพูดนี้ไม่ใช่แค่แฝงความนัยเหน็บแนม แต่มันคือการด่ากราดแบบไม่ไว้หน้ากันเลยต่างหาก ถังซีหันขวับมามองเหลียงเฟยด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ตกลงนายต้องการอะไรกันแน่"
เหลียงเฟยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันอยากให้เธอเลิกยุ่งกับหลินเหว่ยเทา ลบคิวคิวเขาไปซะ"
"แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ"
"ฉันก็จะกระชากชุดเธอออกไง"
"ถ้าฉันไม่ทำ... เหลียงเฟย!!"
เสียงกรีดร้องของถังซีดังลั่นเต็นท์ เหนียนหวยซือที่โดนเจ้าหน้าที่สภานักศึกษาเรียกตัวไปคุยงานอยู่ข้างนอก พอได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์อยู่เหนือการควบคุมแล้ว เธอรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในเต็นท์ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง
มือทั้งสองข้างของถังซีกำข้อมือเหลียงเฟยไว้แน่น พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์ เสียงหวานๆ ของเธอตอนนี้แหบพร่าไปหมด "ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย เหนียนเกา เธอช่วยจัดการหมอนี่ทีสิ!"
เหลียงเฟยยังคงยิ้มมุมปาก ท่าทางของเขาทำเอาหวังเซียวเซียวและฟางฉยงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับผงะด้วยความหวาดกลัว
"ลบทิ้งซะ แล้วอย่าไปยุ่งกับหลินเหว่ยเทาอีก ไม่งั้นพ่อจะกระชากชุดมึงออกเดี๋ยวนี้แหละ"
"ไม่!"
เหลียงเฟยออกแรงบีบข้อมือถังซีแน่นขึ้น จนเธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "ไอ้สารเลว ต่อให้ฉันลบเพื่อนเขาไป แล้วมันจะทำไมล่ะ หลินเหว่ยเทามันก็แค่หมาตัวผู้ที่คอยเดินตามต้อยๆ หน้าด้านมาตามตื๊อฉันเอง มันเป็นคนเสนอหน้าไปซื้อมาให้ฉันเองเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ!"
เหลียงเฟยจ้องหน้าเธอเขม็ง ไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย "ถ้าเธอไม่เอ่ยปากขอ แล้วเขาจะหน้ามืดไปซื้อมาให้เธอเหรอ"
ถังซีเถียงไม่ออก แต่ก็พยายามดึงสติกลับมา แถมยังแสยะยิ้มเยาะเย้ย "ต่อให้ฉันลบเขาไป เขาก็ยังตามมาเกาะแกะฉันอยู่ดีแหละ"
เหลียงเฟยสวนกลับทันควัน "งั้นฉันก็ขอร้องให้เธอ เลิกสนใจเขาซะ"
"แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ"
"ถอดออกเดี๋ยวนี้!" เหลียงเฟยตวาดลั่น "กูบอกให้มึงถอดออก!!"
"มึงลืมไปแล้วเหรอว่ากูเรียนคณะอะไร กล้ามาขู่กูเหรอ! เดี๋ยวกูกลับไปแฮกคิวคิวมึง เอาแชตที่มึงคุยกับพวกผู้ชายหน้าตัวเมียไปประจานลงเน็ตให้หมดเลย มึงกล้าลองดีกับกูเหรอ มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ถึงได้กล้ามาลองดีกับกู!"
(จบแล้ว)