เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 กลั่นกายาสำเร็จผล หลอมรวมเป็นหนึ่ง

บทที่ 54 กลั่นกายาสำเร็จผล หลอมรวมเป็นหนึ่ง

บทที่ 54 กลั่นกายาสำเร็จผล หลอมรวมเป็นหนึ่ง


บทที่ 54 กลั่นกายาสำเร็จผล หลอมรวมเป็นหนึ่ง

ถอยหลังสามก้าว

อยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่า

การต่อสู้ของนักยุทธ์ มันมีความปลอดภัยที่ไหนกัน?

ต่อให้จะเป็นเพียงคนมุงดูก็ตาม มันก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะถูกลูกหลงจนประสบเคราะห์กรรมได้

เมื่อนึกถึงการลงมือที่โหดเหี้ยมเด็ดขาดและวิชาดาบที่รวดเร็วถึงขีดสุดของบุรุษวัยกลางคนผู้นี้ในภาพเหตุการณ์ของคันฉ่องสื่อจิต เฉินเส้าจวินไม่คิดว่าตัวเขาในตอนนี้จะหลบพ้น

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า กุ่ยโซ่วฉีผู้นั้นเป็นถึงตัวตนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในบรรดาแปดตระกูลใหญ่สายพรรคมาร พละกำลังย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

หากทั้งสองคนปะทะกัน ไม่ต้องพูดถึงว่าความเคลื่อนไหวจะใหญ่โตเพียงใด

ขอเพียงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย สำหรับเขามันก็คือภัยพิบัติที่หล่นทับหัวโดยไม่รู้ตัวแล้ว

"การหนีคือสุดยอดกระบวนท่า"

เฉินเส้าจวินละสายตาออกมาอย่างแนบเนียน แล้วเดินหน้าต่อไป

ยังดีที่บนท้องถนนผู้คนพลุกพล่าน ภายใต้วิชาอำพรางวิญญาณ เลือดลมทั่วร่างของเขาจึงดูสงบราบเรียบ ไม่โดดเด่นนัก ย่อมไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา เฉินเส้าจวินจึงเดินออกจากรัศมีของคนทั้งสองได้อย่างรวดเร็ว

"ลำดับต่อไป ยังคงต้องหาสถานที่อันเหมาะสมเพื่อฝึกยุทธ์ก่อน"

เฉินเส้าจวินเดินจากต้นถนนไปจนถึงท้ายถนน ความคึกคักนานาชนิดในงานชุมนุมล้ำค่า ทั้งการเปลี่ยนหน้ากาก การปั่นลูกข่างไม้ไผ่ การทรงตัวบนไม้ค้ำ การเลียนเสียง การเอาคอรับหอกเงิน ละครหุ่นเชิด... การแสดงศิลปะและปาหี่ข้างถนนทุกรูปแบบล้วนปรากฏแก่สายตา ทำให้เขาเปิดหูเปิดตาได้จริงๆ

ทว่าเขายังคงจำได้เสมอว่า การออกมาครั้งนี้ เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมในการฝึกวรยุทธ์

อย่างไรเสียวิชาเสียงคำรามพยัคฆ์ฟ้าคำรนย่อมแตกต่างจากวรยุทธ์ทั่วไป ความเคลื่อนไหวของมันยิ่งใหญ่โตนัก

ดังนั้นสถานที่ฝึกยุทธ์ของเขา จำเป็นต้องไร้ผู้คนสัญจรและค่อนข้างกว้างขวาง

ยังดีที่ถนนซานสุ่ยแห่งนี้ เดิมทีก็ตั้งอยู่ชายขอบเมืองเซิ่งจิง ติดกับริมแม่น้ำ สถานที่เช่นนี้จึงหาได้ไม่ยาก

ไม่นานเฉินเส้าจวินก็มาปรากฏตัวอยู่ในป่าไผ่แห่งหนึ่ง

ไม่ไกลจากป่าไผ่ คือแม่น้ำซานสุ่ยที่กว้างใหญ่

แม้ในยามค่ำคืน ป่าไผ่ที่เงียบสงัดจะดูเหมือนอสูรกายยักษ์หมอบซุ่มอยู่ ดูน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย

ทว่าเฉินเส้าจวินยังคงใช้วิชาเนตรวิญญาณอยู่ตลอดเวลา นอกจากที่มุมทิศตะวันตกของป่าไผ่จะมีปราณพิฆาตแฝงอยู่จางๆ แล้ว สถานที่อื่นๆ ล้วนปกติดี

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเส้าจวินจึงก้าวเท้าเข้าไป

นอกจากที่นี่ ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็หาที่อื่นที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ

ยืนอยู่ท่ามกลางป่าไผ่

สายลมพัดเอื่อย เย็นสบายยิ่ง

เฉินเส้าจวินจัดท่าร่างให้มั่นคง ทำตามเคล็ดวิชาฝึกฝนของเสียงคำรามพยัคฆ์ฟ้าคำรน ควบคุมเลือดลมในร่างกายให้พุ่งพล่าน แรงภายในก็เริ่มขับเคลื่อนตามไปทีละชั้น

"แฮ่..."

เสียงแผ่วเบาสายหนึ่ง พลันดังออกมาจากภายในร่างกายของเขา

"เสียงเบาถึงเพียงนี้เชียวรึ?"

เฉินเส้าจวินประหลาดใจเล็กน้อย

ทว่าเขาเข้าใจดีว่า เคล็ดวิชาฝึกฝนของตนไม่ได้ผิดพลาด

สิ่งที่เรียกว่าเสียงคำรามพยัคฆ์ฟ้าคำรนนี้ ไม่ใช่เสียงคำรามยามที่พยัคฆ์หรือเสือดาวแผดร้อง ทว่าคือเสียงที่ดังออกมาจากการสั่นสะเทือนของอวัยวะภายในของพวกมัน เป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากช่องท้องต่างหาก

สิ่งที่เรียกว่า 'เสียงฟ้าคำรน' ก็ไม่ใช่เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังสนั่นในวันฝนตก ทว่าคือเสียงฟ้าร้องที่ดังแว่วมาเลือนรางก่อนฝนจะตก เหมือนมีเหมือนไม่มี นั่นคือเสียงทึบที่ดังออกมาในยามที่พลังกำลังก่อตัวขึ้นนั่นเอง

พยุคฆ์ เสือดาว และสิงโต ล้วนมีความสามารถนี้ติดตัวมาแต่กำเนิด

สิ่งที่เฉินเส้าจวินกำลังทำอยู่ในตอนนี้ คือการจำลองจังหวะการเคลื่อนไหวของแรงภายในร่างกายของพยุคฆ์และเสือดาว เพื่อเปล่งเสียงนี้ออกมาจากภายในร่างกายของตนเอง

จากนั้นอาศัยเสียงนี้ เพื่อสร้างการสั่นพ้องไปทั่วทั้งร่างกาย เพื่อทำหน้าที่เคี่ยวกรำเลือดเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายใน

"แฮ่..."

เฉินเส้าจวินใช้วิชาครั้งแล้วครั้งเล่า

ในตอนแรกเพราะยังไม่เชี่ยวชาญ เสียงจึงยังดูแผ่วเบานัก

ทว่าสมรรถภาพทางกายของเขานั้นแข็งแกร่งยิ่ง เพียงแค่เลือดลมสั่นสะเทือน ก็สามารถส่งเสียงซ่าๆ ออกมาได้แล้ว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจงใจควบคุม เพื่อชักนำเลือดลมและแรงภายในให้เกิดการสั่นสะเทือน

เสียงจึงค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับ

ครืน ครืน ครืน...

ราวกับเสียงฟ้าร้องทึบๆ ที่ชักนำให้เลือดเนื้อทั่วร่าง ห้าอวัยวะตันหกอวัยวะกลวง กระดูกและเส้นลมปราณ เกิดการสั่นพ้องไปพร้อมๆ กัน

นี่คือกระบวนการที่พิเศษมาก

แรงภายในร่างกายเคลื่อนไหวไปตามแรงสั่นสะเทือนของการสั่นพ้องของเสียง แทรกซึมเข้าไปในทุกซอกทุกมุมของร่างกาย เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจ...

เลือดลมของเขากำลังสิ้นเปลืองไปอย่างรวดเร็ว

การฝึกวิชาเสียงคำรามพยัคฆ์ฟ้าคำรน เทียบเท่ากับตัวเขาในทุกวินาทีล้วนกำลังทำการเคี่ยวกรำร่างกายของตนเองอยู่ เลือดลมที่สิ้นเปลืองไปย่อมรวดเร็วกว่าปกติมหาศาล

เพียงครู่เดียว ท้องของเขาก็ส่งเสียงโครกครากออกมา

นี่คือเสียงจากกลไกของร่างกายที่คอยเตือนเขาว่าเลือดลมสิ้นเปลืองไปมากเกินไป จำเป็นต้องมีการบำรุงร่างกายเพิ่ม

"ยังดี ที่ข้ามียาโอสถเลือดลม"

เฉินเส้าจวินเตรียมการเรื่องนี้ไว้พร้อมแล้ว

เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบขวดกระเบื้องออกมา เปิดจุกขวดแล้วรีบเทโอสถสีแดงฉานออกมาหนึ่งเม็ด

โอสถเม็ดนี้ ก็คือโอสถเลือดลมที่ได้รับเป็นรางวัลจากการประเมินสมบัตินั่นเอง

กลืนลงไปในคำเดียว

ในขณะที่กระเพาะอาหารกำลังบดเคี่ยว พลังเลือดลมที่เข้มข้นพลันสั่นสะเทือนแผ่ซ่านออกไป ไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้ความหิวโหยและความเหนื่อยล้ามลายสิ้น เลือดลมกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

วูบ! วูบ! วูบ!

เฉินเส้าจวินรีบกลับไปฝึกฝนต่อทันที

เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

ราวกับเสียงฟ้าร้องทึบๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยๆ และเหมือนกับอสูรกายที่น่าสะพรึงกลัวกำลังแผดคำรามอย่างไร้สุ้มเสียง

ภายในป่า ประสาทสัมผัสของเหล่าแมลงนั้นเฉียบคมที่สุด

ภายใต้เสียงทึบๆ เหล่านี้ พวกมันไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมาอีกเลย

รังกระต่ายที่อยู่ใกล้เฉินเส้าจวินที่สุด ต่างพากันหมอบสั่นงันงกอยู่ในโพรง อสรพิษและหนูที่อยู่ไกลออกไป ยิ่งเหมือนเจอศัตรูตามธรรมชาติ ต่างพากันมุดหนีไปให้ไกลที่สุดอย่างระมัดระวัง

ริมแม่น้ำ ปลาที่แหวกว่ายอยู่ต่างพากันกระโดดขึ้นเหนือน้ำ ราวกับกำลังโห่ร้องยินดีกับการมาเยือนของพายุฝน

ทว่ายามที่กระโดดขึ้นมา ความแห้งแล้งในอากาศ กลับทำให้พวกมันพากันมึนงง

ฝนล่ะ?

ท่ามกลางป่าไผ่

วรยุทธ์ของเฉินเส้าจวิน เดิมทีก็ฝึกฝนจนถึงขอบเขตกลั่นกายาขั้นที่เก้ามองภายในอยู่แล้ว ผ่านการฝึกฝน ความจริงพละกำลังนับว่าแข็งแกร่งมาก ขอเพียงครอบครองเคล็ดวิชาฝึกลมปราณภายใน ย่อมสามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณได้ทุกเมื่อ

ทว่าในเวลานี้ เขาฝึกวิชาเสียงคำรามพยัคฆ์ฟ้าคำรน แรงภายในเกิดการสั่นพ้องอย่างต่อเนื่อง เคี่ยวกรำทุกซอกทุกมุมของร่างกาย จนค่อยๆ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความสมบูรณ์แบบสายหนึ่ง

กลมเกลียวไร้ที่ติ หลอมรวมเป็นหนึ่งทั้งภายในและภายนอก

ยามที่แรงภายในไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ราวกับไร้อุปสรรคขวางกั้นอีกต่อไป

ใจนึกถึงที่ใด แรงย่อมไปถึงที่นั่น

เขาสามารถสัมผัสได้ถึงเลือดที่กำลังไหลเวียน ไขกระดูกที่กำลังสั่นสะเทือน อวัยวะภายในที่กำลังหายใจ ยามที่เลือดเนื้อและผิวหนังเปิดปิดตามจังหวะ ยังคอยขับสิ่งสกปรกทีละเล็กทีละน้อยออกจากร่างกายด้วย

"ความรู้สึกเช่นนี้

ช่างมหัศจรรย์นัก!

ราวกับว่าในวินาทีนี้ ข้าได้ฝึกวรยุทธ์จนทะลุปรุโปร่งแล้ว ยามที่พลังไหลเวียนย่อมไร้อุปสรรคขวางกั้นแม้เพียงนิด

หรือว่านี่คือสิ่งที่ตำนานเรียกว่า กลั่นกายาสำเร็จผล? หลอมรวมเป็นหนึ่ง?"

เฉินเส้าจวินคาดเดาในใจ พลันบังเกิดความมุทะลุสายหนึ่งขึ้นมา

เขาอยากจะเห็นว่า พละกำลังของตนในตอนนี้ แท้จริงแล้วแข็งแกร่งเพียงใด

ชั่วพริบตา เฉินเส้าจวินลืมตาขึ้น

ก้าวเท้าเหยียบลงไปหนึ่งก้าว

ตูมมม!

ผืนดินผืนใหญ่พลันยุบตัวลง

ราวกับเกิดแผ่นดินไหว

ต้นไผ่รอบกายสั่นไหวอย่างรุนแรงตามแรงเหยียบนี้ ส่งเสียงสั่นสะเทือนดังรัว ใบไผ่นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมา

ชกหมัดออกไปหนึ่งครั้ง

แรงภายในที่น่าสะพรึงกลัว ประดุจควบแน่นเป็นกระบองเลาหนึ่ง พรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น

ตูม!

เปรี้ยง!

ต้นไผ่ที่อยู่ห่างออกไปถึงหนึ่งจั้ง พลันยุบตัวและระเบิดออกตามแรงหมัดของเขา ก่อนจะค่อยๆ ล้มครืนลงมา

"อานุภาพของหมัดนี้"

เฉินเส้าจวินได้สติกลับมา พลันตกตะลึงเช่นกัน

แรงหมัดพุ่งออกจากร่างได้สามชุ่น(3นิ้ว) สามารถบดขยี้อิฐหินดินทราย ย่อมนับว่ากลั่นกายาสำเร็จผล สามารถเริ่มฝึกเคล็ดวิชาลมปราณภายในเพื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณได้แล้ว

ทว่าหมัดนี้ของเขา แรงภายในพุ่งออกจากร่างได้ถึงหนึ่งจั้ง(3.3เมตร) อีกทั้งอานุภาพยังเหนือล้ำ สั่นสะเทือนจนต้นไผ่หักสะบั้น ไม่รู้ว่าเหนือกว่าการกลั่นกายาสำเร็จผลทั่วไปกี่เท่ากันแน่?

จบบทที่ บทที่ 54 กลั่นกายาสำเร็จผล หลอมรวมเป็นหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว