- หน้าแรก
- ระบบเติมเงินบัฟโหด โหมดพระเอกไร้ปรานี
- บทที่ 10 - สาส์นลับโจรภูเขา
บทที่ 10 - สาส์นลับโจรภูเขา
บทที่ 10 - สาส์นลับโจรภูเขา
บทที่ 10 - สาส์นลับโจรภูเขา
"ใต้ถ้ำมารนั่นมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริงๆ ด้วย หรือว่าจะเป็นอสูรมารยุคโบราณที่ยังไม่ตายกันแน่" ลู่หลีตั้งข้อสันนิษฐานกับตัวเอง
ส่วนเรื่องที่อสูรมารตนนั้นสั่งให้ลงไปหา ลู่หลีไม่มีทางทำตามเด็ดขาด
จะให้ข้าลงไปงั้นรึ รนหาที่ตายชัดๆ
เมื่อไอหมอกมารเริ่มจางหายไป แรงกดดันอันมหาศาลก็มลายสูญ ลู่หลีได้สติควบคุมร่างกายกลับคืนมาอีกครั้ง
วินาทีที่ขยับตัวได้ ลู่หลีก็หันหลังสับตีนแตกวิ่งหนีสุดชีวิต แรงถีบตัวมหาศาลถึงขั้นทำให้ก้อนดินใต้ฝ่าเท้าแตกกระจาย
ลู่หลีไม่สนแล้วว่าในสันเขาภูตผีจะมีสัตว์อสูรซุ่มซ่อนอยู่อีกหรือไม่ ขืนไม่รีบหนีไปจากถ้ำมารแห่งนี้ เขาคงได้กลายเป็นเครื่องสังเวยเลือดเนื้อจริงๆ แน่
ชิงอวี้หัวเห็นลู่หลีวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต นางกลอกตาไปมาครู่หนึ่งก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ
เมื่อเทียบกับฝีเท้าอันสะเปะสะปะของลู่หลีแล้ว วิชาตัวเบาของชิงอวี้หัวนั้นดูงดงามราวกับความฝัน ทุกย่างก้าวพริ้วไหวดุจผีเสื้อเริงระบำ ทั้งรวดเร็วและสง่างามในคราเดียวกัน
ชิงอวี้หัวที่ออกตัวทีหลังกลับไล่ตามลู่หลีทันได้อย่างง่ายดาย
"เจ้ารู้วิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ยังไง" ชิงอวี้หัวเอ่ยปากถาม
ทั้งที่ลู่หลีเพิ่งจะรู้เรื่องถ้ำมารมาจากลุงฮั่วแท้ๆ แต่พอต้องเผชิญหน้ากับท่อนแขนไอหมอกมารที่ยื่นออกมา เขากลับหาวิธีรับมือได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
"กงการอะไรของเจ้า" ลู่หลีสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์
แม้ชิงอวี้หัวจะเป็นทั้งยอดฝีมือและหญิงงามสะคราญโฉม แต่ลู่หลีก็ไม่คิดจะทำดีด้วยเลยสักนิด
ถ้าไม่ใช่เพราะนางปากบอนตะโกนเรียกเขาจนความแตก เขาก็คงชิ่งหนีไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมาซวยถูกอสูรมารใต้ถ้ำหมายหัวแบบนี้หรอก
ชิงอวี้หัวกะพริบตาปริบๆ นางไม่นึกเลยว่าขนาดลู่หลีได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางแล้ว เขาก็ยังคงเย็นชาใส่ไม่เปลี่ยน
นางหารู้ไม่ว่าในโลกก่อนลู่หลีเคยเห็นสาวสวยศัลยกรรมมานับไม่ถ้วนจนมีภูมิคุ้มกันความงามระดับหนึ่งแล้ว
"น่าสนใจดีนี่"
ชิงอวี้หัวอยากจะสืบดูเบื้องลึกเบื้องหลังของลู่หลี ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว แต่มันรวมถึงการทำภารกิจของนางด้วย
หลังจากวิ่งหน้าตั้งมาหลายสิบนาที ลู่หลีก็หลุดพ้นจากเขตสันเขาภูตผีและกลับมาเหยียบถนนสายหลักอีกครั้ง
"เจ้าจะตามข้ามาทำไมนักหนา" ลู่หลีเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าชิงอวี้หัวยังตามติดเป็นเงาตามตัว
ถ้าเขาไม่มีแผ่นหินแปลภาษา ป่านนี้เขาคงกลายเป็นเศษเนื้อให้ถ้ำมารเขมือบไปแล้ว จะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไง
ชิงอวี้หัวที่หยิบผ้ามาคลุมหน้าเรียบร้อยแล้วแสร้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน "ก็เราต้องไปทางเดียวกันนี่นา"
"งั้นเจ้าก็เดินไปก่อนเลย"
ชิงอวี้หัวไม่โกรธ กลับหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี
ด้วยความที่นางเกิดมามีรูปโฉมงดงามล่มเมือง ชิงอวี้หัวจึงไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนปฏิบัติด้วยท่าทีหมางเมินเช่นนี้มาก่อน
ขนาดตอนที่นางใช้ผ้าคลุมหน้าปิดบังความงามเอาไว้ ก็ยังมีบุรุษมากมายคลั่งไคล้หลงใหลในตัวนาง
การที่ลู่หลีตวาดด่าทอด้วยความรำคาญ กลับทำให้ชิงอวี้หัวรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นอย่างประหลาด
ลู่หลีเดินตามหลังชิงอวี้หัวพลางระแวดระวังว่าสาวกลัทธิมารผู้นี้อาจจะลอบกัดเขาเมื่อไหร่ก็ได้ ขณะเดียวกันก็แอบเปิดดูของรางวัลที่ปล้นมาได้
วัตถุดิบกว่ายี่สิบชิ้น เงินสามหมื่นห้าพันเหรียญเงิน และดวงวิญญาณอีกสองดวง เรียกได้ว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่ามหาศาล
ความปรีดาจากผลกำไรทำให้ความโกรธในใจของลู่หลีลดฮวบลงไปเยอะ
"วิญญาณโจร มันมีสรรพคุณอะไรบ้างวะเนี่ย ตรวจสอบระดับต้น"
【 วิญญาณโจร 】
ประเภท: ของวิเศษระดับ F
รายละเอียด: ดวงวิญญาณที่ตกผลึกหลังจากโจรเสียชีวิต หากใช้โดยตรงจะได้รับค่าสถานะและทักษะบางส่วนของโจรผู้นั้นชั่วคราว
สามารถนำไปใช้ปรุงยาหรือสร้างไอเทมวิเศษสายโจรได้
"วิญญาณโจรหลังจากเสียชีวิตงั้นรึ แสดงว่าไอ้อู่ต้านั่นไม่ใช่ทหารรับจ้าง แต่เป็นโจรภูเขาปลอมตัวมาสินะ" ลู่หลีเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว
และสาส์นลับโจรภูเขาที่เขาเพิ่งปล้นมาได้ก็ช่วยไขข้อข้องใจให้ลู่หลีจนกระจ่าง
สาส์นลับโจรภูเขา เอกสารลับที่ใช้ส่งข่าวสารในหมู่โจรภูเขา จำเป็นต้องใช้รหัสลับเฉพาะในการถอดความ
"ไม่รู้ว่าแผ่นหินแปลภาษาจะใช้ได้ผลมั้ย"
ลู่หลีลองทดสอบดู และแผ่นหินแปลภาษาก็แผลงฤทธิ์ความเทพออกมา มันสามารถแปลความหมายในสาส์นลับโจรภูเขาออกมาได้จริงๆ
บนแผ่นหินโบราณปรากฏตัวอักษรวิ่งขึ้นมาทีละบรรทัด สรุปใจความสั้นๆ ได้ว่า
คืนนี้บุกจู่โจม ฆ่าล้างบางอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
"ที่แท้ไอ้สองพี่น้องนั่นก็เป็นไส้ศึกให้พวกโจรภูเขานี่เอง การที่พวกมันแอบเข้าไปในสันเขาภูตผีก็เพื่อไปส่งข่าวให้พรรคพวกสินะ"
ลู่หลีกุมขมับรู้สึกปวดหัวตึบ ทำไมชีวิตเขาถึงได้ซวยซับซวยซ้อนขนาดนี้นะ
"หรือข้าควรจะชิ่งหนีไปก่อนดีกว่า"
ขณะที่ลู่หลีกำลังชั่งใจว่าจะอยู่หรือไป เขากับชิงอวี้หัวก็ถูกทหารรับจ้างที่เฝ้ายามขวางทางเอาไว้เสียก่อน
ทหารรับจ้างคนนั้นจ้องหน้าชิงอวี้หัวพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด "เมื่อกี้ข้าเห็นอู่ต้ากับอู่เอ้อเดินตามคุณหนูเข้าไป แล้วทำไมคุณหนูถึงกลับมาคนเดียวล่ะ"
ลู่หลีไม่คิดว่าชิงอวี้หัวจะถูกซักไซ้เรื่องนี้ แต่เขาก็มั่นใจว่านางคงมีข้ออ้างเตรียมไว้แต่งเรื่องหลอกทหารยามแน่ๆ เขาคงไม่โดนลากไปซวยด้วยหรอก
แต่ใครจะไปคิดว่าชิงอวี้หัวจะไม่เล่นตามบทเลยสักนิด
"พวกมันสองคนคิดจะลวนลามข้า โชคดีที่คุณชายท่านนี้ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงลงมือจัดการพวกมันไปแล้วล่ะ"
คำบอกเล่าหน้าตาเฉยของชิงอวี้หัวทำเอาบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
ลู่หลีสบถด่าในใจ นังนี่มันจงใจลากข้าไปซวยชัดๆ
ลู่หลีแอบนึกเสียใจที่เมื่อกี้ในสันเขาภูตผี เขาไม่ยอมงัดไพ่ตายออกมาเชือดนังมารร้ายคนนี้ทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ลู่หลีก็ต้องจำใจก้าวออกไปอธิบาย
"ไอ้สองคนนั้นมันเป็นไส้ศึกของโจรภูเขา ข้าไม่มีทางเลือกอื่นก็เลยต้องลงมือ"
พูดจบ ลู่หลีก็เตรียมจะหยิบสาส์นลับโจรภูเขาออกมาเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์
แต่ทหารรับจ้างรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์คนหนึ่งกลับเงื้อขวานยักษ์ฟันฉับลงมาที่ลู่หลีโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายเลยแม้แต่น้อย
เคร้ง
ลู่หลียืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เพียงแค่ตวัดหอกอัสนีคำรามปัดป้องเบาๆ ก็กระแทกทหารรับจ้างร่างอ้วนคนนั้นจนกระเด็นถอยไปไกลกว่าสิบเมตร
กะอีแค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ ไม่มีทางคุกคามลู่หลีได้หรอก
"เกือบลืมไปเลยว่าโลกใบนี้ตัดสินความถูกต้องกันด้วยกำลัง ไม่ใช่เหตุผล"
ไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ก็ไร้ซึ่งความยุติธรรม
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น ลู่หลีกระชับหอกอัสนีคำรามแน่น จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชน
"ติ๊ง ภารกิจสร้างบารมีในกลุ่มทหารรับจ้างถูกเพิ่มลงในหน้าต่างภารกิจแล้ว"
【 ภารกิจ: สร้างบารมีในกลุ่มทหารรับจ้าง 】
เงื่อนไข: ทำให้กลุ่มทหารรับจ้างยอมรับในความแข็งแกร่งของคุณ ไม่จำกัดวิธีการ
รางวัล: แคปซูลอัปเลเวล 1 เม็ด แต้มทักษะ 200 แต้ม บัตรสุ่มรางวัล 5 ใบ
ทหารรับจ้างร่างอ้วนที่ถือขวานยักษ์เมื่อรู้ตัวว่าสู้ลู่หลีไม่ได้ ก็รีบแหกปากตะโกนเรียกพวกทันที "พี่น้องทั้งหลาย มารุมสับไอ้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ให้เป็นเนื้อบดเร็วเข้า"
เหล่าทหารรับจ้างที่อยู่แถวนั้นพอได้ยินเสียงตะโกน ก็ไม่สนใจจะถามไถ่ต้นสายปลายเหตุ ชักอาวุธพุ่งเข้าใส่ลู่หลีอย่างบ้าคลั่ง
ลู่หลีสูดลมหายใจเข้าลึก เปิดใช้ทักษะเลือดคลั่ง พละกำลังพุ่งทะยานทะลุหลักพันแต้ม เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปหลายขุม
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
แม้กระบวนท่าของลู่หลีจะดูสะเปะสะปะ แต่ด้วยพลังโจมตีที่มหาศาลบวกกับความเร็วที่เหนือชั้น เพียงแค่เขาตวัดหอกฟาดมั่วๆ ก็สามารถซัดพวกทหารรับจ้างจนกระเด็นไปได้สบายๆ
แม้แต่ทหารรับจ้างที่ฝีมือดีๆ ก็ยังถูกแรงปะทะจนต้องถอยกรูด ง่ามมือสั่นสะท้านไปหมด
เพียงแค่สามถึงห้าวินาที ทหารรับจ้างหกเจ็ดคนที่รุมเข้ามาก็ถูกลู่หลีฟาดจนหนังเปิดกระดูกหัก ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นระเนระนาด
"ใครกล้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่"
สิ้นเสียงตะโกน แส้ยาวเส้นหนึ่งก็พุ่งแหวกลมมาด้วยความเร็วสูง เสียงแส้แหวกอากาศดังกึกก้อง อานุภาพของมันรุนแรงมากพอที่จะฟาดหินชนวนหนักร้อยชั่งให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา
โชคดีที่ทักษะเลือดคลั่งช่วยเพิ่มความเร็วให้ลู่หลีอีกร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาจึงเอี้ยวตัวหลบแส้มรณะเส้นนั้นมาได้อย่างฉิวเฉียด
ลู่หลีจ้องมองทหารรับจ้างหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ถือแส้สีเงินอยู่ในมือ พลางนึกถึงข้อมูลที่ลุงฮั่วเคยเล่าให้ฟัง
"นี่คงจะเป็นหนึ่งในหัวหน้าหน่วยทหารรับจ้าง ปรมาจารย์ยุทธ์เจิ้งสวงสินะ"
ในกลุ่มทหารรับจ้างแห่งนี้มียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์อยู่สามคน อู่ต้ากับอู่เอ้อร่วมมือกันนับเป็นหนึ่ง หัวหน้ากลุ่มม่ออวี่นับเป็นหนึ่ง และคนสุดท้ายก็คือเจิ้งสวง ชายหนุ่มตรงหน้านี้นี่เอง
การปรากฏตัวของเจิ้งสวงดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง ทั้งผู้โดยสารและทหารรับจ้างที่กำลังนั่งผิงไฟอยู่ต่างพากันชะเง้อคอมองมาที่จุดเกิดเหตุ
แม้จะตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมาย ลู่หลีก็แอบประหม่าอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงยืนตัวตรงอย่างองอาจ
มาถึงขั้นนี้แล้ว แพ้กำลังได้แต่แพ้ใจไม่ได้เด็ดขาด
"นายน้อยเจิ้ง ท่านมาได้จังหวะพอดี ไอ้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้มันฆ่าอู่ต้ากับอู่เอ้อ ท่านต้องล้างแค้นให้พี่น้องของเรานะขอรับ" ทหารรับจ้างร่างอ้วนรีบฟ้องเจ้านายทันที
"ไอ้สองคนนั้นมันเป็นไส้ศึกของโจรภูเขา คืนนี้พวกมันเตรียมจะเปิดประตูรับโจรเข้ามาฆ่าล้างคาราวาน นี่คือสาส์นลับของพวกมัน"
ลู่หลีพูดพลางโยนสาส์นลับโจรภูเขาไปให้เจิ้งสวงดูเป็นหลักฐาน
แต่เจิ้งสวงไม่คิดจะรับสาส์นลับนั้นไว้ เขาปล่อยให้มันตกลงพื้นแล้วแสยะยิ้มเยาะเย้ยลู่หลี "ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะมีเหตุผลอะไร บังอาจฆ่าพี่น้องในกลุ่มทหารรับจ้างของข้า เจ้าก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
เจิ้งสวงไม่ได้เป็นคนไร้เหตุผล แต่เขามองว่าคนอย่างลู่หลีไม่มีค่าพอที่จะให้เขาต้องมานั่งฟังเหตุผลด้วยต่างหาก
ต่อให้เป็นพระอิฐพระปูนก็ยังมีความโกรธ นับประสาอะไรกับลู่หลีที่เคยบุกตะลุยฝ่าดงตีนในจวนตระกูลหลินมาแล้ว
ลู่หลีปักหอกอัสนีคำรามลงกับพื้น ก่อนจะสะบัดมือเรียกดาบฆ่ามังกรออกมาถือไว้แทน
"ดูสิว่าเจ้าจะมีปัญญามาเอาชีวิตข้าไปได้หรือไม่"
[จบแล้ว]