- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 565 ใช้ทรัพยากรแลกวาสนา เส้นทางสู่ธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์ของหานเฟิง
บทที่ 565 ใช้ทรัพยากรแลกวาสนา เส้นทางสู่ธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์ของหานเฟิง
บทที่ 565 ใช้ทรัพยากรแลกวาสนา เส้นทางสู่ธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์ของหานเฟิง
บทที่ 565 ใช้ทรัพยากรแลกวาสนา เส้นทางสู่ธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์ของหานเฟิง
เขตแกนกลางฐานทัพบึงชิงจ้าง
ภายในห้องเงียบเกราะหนักชั้นล่างสุด
หานเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะบำเพ็ญรวมวิญญาณ แผ่มือขวาออกมา
มุกต้นกำเนิดสี่เม็ดที่แผ่รัศมีแสงกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ลอยนิ่งอยู่เหนือฝ่ามือเขา
พลังชีวิตแห่งไม้ ความบ้าคลั่งแห่งไฟ ความหนาหนักแห่งน้ำ ความแหลมคมแห่งทอง
นอกจากต้นกำเนิดธาตุดินที่ยังไม่ได้เลื่อนระดับอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็อยู่ห่างจากตราประทับระดับมรรคธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์แบบเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
คำเตือนของเทพไป๋หูยังคงกึกก้องอยู่ในหู
เจตจำนงหลงยวนขับไล่กฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ
ต้องรอจนถึงวินาทีที่ทั้งสองโลกหลอมรวมกัน และสวรรค์วุ่นวายที่สุด ถึงจะสามารถลักไก่รวมธาตุทั้งห้าเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ
หานเฟิงหลุบตาลง จ้องมองมุกเทพทั้งสี่เม็ดที่ส่องประกายแสงไหลเวียนอยู่นั่น
การหลอมรวมของสองโลกงั้นเหรอ?
ยังต้องรออีกตั้งครึ่งปีเชียวเหรอ?
จะให้เขาฝากความหวังในการเลื่อนระดับเป็นระดับสี่ไว้กับการปะทะที่วุ่นวายซึ่งสร้างขึ้นโดยพวกเทพนอกโลกงั้นเหรอ?
มันไม่มีวิธีอื่นเลยจริงๆ งั้นเหรอ?
บางที อาจจะไม่แน่เสมอไป
หานเฟิงใจขยับวูบหนึ่ง ร่างเงาก็หายลับไป
วินาทีต่อมา เขาก็ยืนอยู่ข้างสระกระบี่คืนวรยุทธ์
แผ่มือออกมา
มุกสีเหลืองดินเม็ดหนึ่งลอยขึ้นมา
นั่นคือของวิเศษระดับห้าที่ "แลกเปลี่ยน" มาจากเทพเสวียนอู่ — 【แก่นแท้ชีพจรปฐพี】
บนผิวของแก่นแท้ชีพจรปฐพีเต็มไปด้วยรอยร้าวถี่ยิบ
หากจะเทียบกับการเป็นต้นกำเนิดธาตุทั้งห้าที่แท้จริง ไอ้ของชิ้นนี้ยังห่างไกลนัก
หานเฟิงจ้องมองหินแตกก้อนนี้ แล้วหยักมุมปากขึ้น
คำเตือนของไป๋หูมีเหตุผลจริงๆ
เจตจำนงโลกหลงยวนถูกปนเปื้อน จึงขับไล่กฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์
หากฝืนรวมธาตุทั้งห้าเป็นหนึ่งเดียวข้างนอกนั่น ย่อมต้องเรียกทัณฑ์สวรรค์แบบลดระดับมิติมาฟาดใส่แน่นอน
นี่คือหมากตาย
ทว่าไป๋หูคำนวณพลาดไปเรื่องหนึ่ง
ในมือของหานเฟิง กุม "ประตูหลัง" ที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของสวรรค์หลงยวนไว้อันหนึ่ง
【ห้วงสุสานกระบี่】 เป็นอิสระจากโลกหลงยวน
กฎระเบียบของที่นี่ หานเฟิงเป็นคนกำหนดเอง
มือของเจตจำนงโลกจะยาวแค่ไหน ก็เอื้อมมาไม่ถึงที่นี่
ขอเพียงเขาไม่นำเอาต้นกำเนิดธาตุทั้งห้าที่สมบูรณ์ออกไปเดินเล่นข้างนอก ใครจะไปล็อกเป้าหมายพิกัดมาฟาดเขาได้?
การหาช่องโหว่ของระบบ เขาชำนาญเป็นที่สุดอยู่แล้ว
ลุยเลยก็สิ้นเรื่อง
หานเฟิงสะบัดมือวูบหนึ่ง
ภายในพื้นที่เก็บของ วัสดุวิญญาณธาตุดินธรรมดานับสิบๆ ตันที่กวาดต้อนมาได้ก่อนหน้านี้พรั่งพรูออกมา แล้วถูกโยนลงสู่ 【สระกระบี่คืนวรยุทธ์】 อย่างต่อเนื่อง
วังวนสระกระบี่หมุนวน
วัสดุวิญญาณระดับต่ำเหล่านี้ถูกพลังกฎเกณฑ์ลบล้างไปในพริบตา เปลี่ยนกลายเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด
หานเฟิงรวบรวมสมาธิ ลอกเอากลิ่นอายมรรคธาตุดินที่เบาบางยิ่งนักเหล่านั้นออกมา แล้วฝืนเติมเข้าไปใน 【แก่นแท้ชีพจรปฐพี】
รอยร้าวที่เล็กยิ่งนักรอยหนึ่งค่อยๆ ประสานตัวกันกลับมา
ภายนอก ป้อมปราการบึงชิงจ้างยังคงท้องฟ้าไร้เมฆ
ไม่มีทัณฑ์สวรรค์
เจตจำนงโลกที่ถูกปิดหูปิดตาไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย
หาช่องโหว่ได้สำเร็จแล้ว
ทว่าหานเฟิงก็ต้องเผฃิญกับปัญหาที่มองเห็นได้ในทันทีปัญหาหนึ่ง
【แก่นแท้ชีพจรปฐพี】 คือของวิเศษระดับว่าที่ระดับห้า
การจะเลี้ยงมันให้อิ่ม และเติมเต็มรอยร้าวทั้งหมด สิ่งที่ต้องการคือต้นกำเนิดธาตุดินที่เป็นตัวเลขดาราศาสตร์
ภูเขาวัสดุวิญญาณที่เพิ่งจะโยนลงไปเมื่อครู่ แม้แต่จะซอกฟันก็ยังไม่พอเลยด้วยซ้ำ
จะให้เขาไปเป็นคนงานขุดเหมืองขุดเองงั้นเหรอ?
ขุดไปจนถึงวันที่ทั้งสองโลกหลอมรวมกันก็คงยังรวบรวมทรัพยากรสำหรับการเลื่อนระดับไม่พอหรอก
การลุยเดี่ยวคือวิธีที่โง่ที่สุด
เขาต้องการเครื่องมือทำงาน ต้องการเครื่องมือทำงานฟรีๆ ปริมาณมหาศาล
หานเฟิงเก็บแก่นแท้ชีพจรปฐพี แล้วออกจากสุสานกระบี่
เขากดปุ่มเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะทำงาน ต่อสายตรงถึงเหลยเซี่ยว
เสียงรองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้งมาหยุดลงที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว
เหลยเซี่ยวผลักประตูเข้ามา แผ่นหลังตั้งตรง ท่าทางนอบน้อมถึงขีดสุด
"ท่านหานครับ"
กลุ่มทหารรับจ้างดาบคลั่งในตอนนี้สามารถเดินยืดเส้นยืดสายในบึงชิงจ้างได้ ทั้งหมดก็เพราะการสนับสนุนของคนตรงหน้าคนนี้
เขาทราบกฎดี
"ปล่อยข่าวออกไป"
หานเฟิงพิงพนักเก้าอี้สนาม นิ้วมือเคาะลงบนโต้ะตามใจชอบ
"มุ่งเป้าไปที่คนภายนอกทั้งหมดในมิติหลงยวน รวมถึงเผ่าพันธุ์ท้องถิ่นที่รักษาความเป็นกลางเหล่านั้นด้วย"
"ประกาศภารกิจล่ารางวัลขั้นสูงสุด"
"วัสดุวิญญาณธาตุดินระดับสูง พิกัดซากโบราณสถานธาตุดิน นิวเคลียสเทพเจ้าธาตุดินตามธรรมชาติ"
"ขอเพียงเป็นของที่มีพลังงานธาตุดินระดับสูง รวบรวมมาให้ผมให้หมด"
เหลยเซี่ยวฟังแล้วอึ้งไป
ขอบเขตการล่ารางวัลนี้มันกว้างเกินไปแล้ว นี่มันกะจะไถหน้าดินของหลงยวนทั้งใบให้ลึกไปสามฟุตเลยนี่หว่า
"ท่านหานครับ การจะขยับจานที่ใหญ่ขนาดนี้ ค่าตอบแทนจะกำหนดอย่างไรดีครับ?"
พวกทหารรับจ้างที่เห็นแก่เงินและพวกตระกูลใหญ่ที่เจ้าเล่ห์เหล่านั้น มักจะไม่ยอมลงมือหากไม่เห็นผลประโยชน์ที่ชัดเจน
หานเฟิงหงายมือวูบหนึ่ง
ขวดหยกใบหนึ่งถูกโยนออกไป
"ใช้ไอ้นี่จ่ายบัญชี"
เหลยเซี่ยวรับขวดหยกไว้ หลังจากเห็นของข้างในชัดเจนแล้ว ทั้งคนก็แข็งค้างอยู่ที่เดิม
【ยาหยั่งรู้มรรค】
ของสิ่งนี้เขาคุ้นเคยจนไม่รู้จะคุ้นเคยอย่างไรแล้ว ตัวเขาเองก็อาศัยไอ้ของสิ่งนี้แหละที่ฝืนทะลวงคอฃวดของระดับเปิดจุดชีพจรมาได้
โลกภายนอกลือกันจนบ้าไปหมดแล้ว
ยาลูกกลอนนี้สามารถมองข้ามพรสวรรค์ และฝืนยกระดับความหยั่งรู้กฎเกณฑ์และเจตจำนงของนักรบขึ้นมาได้
หากอยู่ในมือตระกูลใหญ่ใดก็ตาม นี่คือทรัพยากรระดับยุทธศาสตร์ที่ถูกล็อกไว้ในชั้นล่างสุดของตู้เซฟเลยทีเดียว
ทว่าท่านผู้นี้ กลับจะเอามันมาเป็นเงินตราสำหรับการล่ารางวัลทั่วไปงั้นเหรอ?
แถมยังจะแจกจ่ายในวงกว้างอีกเหรอ?
เหลยเซี่ยวหนังหัวชาไปหมด
ทว่าเขาเป็นคนรู้ความ จึงสะกดความตกใจทั้งหมดลงไป แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ"
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน คำสั่งล่ารางวัลนี้ก็ผ่านช่องทางใต้ดินต่างๆ และระเบิดไปทั่วทั้งมิติหลงยวนโดยสมบูรณ์
นักรบจากภายนอกพากันบ้าไปหมดแล้ว
สำหรับพวกเขา ยาหยั่งรู้มรรคก็คือบันไดสวรรค์ที่ใช้ข้ามชนชั้น
ภายใต้รางวัลที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนต่างเปลี่ยนร่างเป็นคนเถื่อนที่ไม่กลัวตาย
วันแรก กลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่สองกลุ่มตาแดงก่ำ บุกถล่มฝูงอสูรธาตุดินฝูงหนึ่งจนราบคาบ
พวกเขาลากเอาของรางวัลที่ยังมีเลือดหยดติ๋งๆ มาแลกเอายาหยั่งรู้มรรคไปสองเม็ดต่อหน้าฝูงชนที่หน้าป้อมปราการ
ข่าวสารอาศัยการขยายผลอย่างจงใจ กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
วันที่สอง ทีมสำรวจที่จัดตั้งอย่างเป็นระบบบุกเข้าไปในพื้นที่รกร้าง กวาดล้างแบบปูพรม
วันที่สาม มีคนขุดเจอสายแร่โบราณสายหนึ่ง จนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงของคนนับร้อย
จนถึงวันที่ห้า ถึงขั้นมีนักบวชของบางเผ่าพันธุ์ท้องถิ่น แอบเข็นรถที่บรรจุผลึกธาตุดินมาจนเต็มคันรถ มาขอแลกเปลี่ยนที่หน้าแนวป้องกันป้อมปราการ
ทรัพยากรธาตุดินมหาศาล เปลี่ยนร่างเป็นสายน้ำที่เชี่ยวกรากมารวมตัวกันที่มือหานเฟิง
หานเฟิงเก็บตัวอยู่ในห้วงสุสานกระบี่ด้วยความเข้มข้นสูงเพื่อสกัดเอาธาตุแท้ออกมา
รอยร้าวของแก่นแท้ชีพจรปฐพีลดลงอย่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กลิ่นอายกฎเกณฑ์ยิ่งมายิ่งหนาหนักขึ้นทุกวัน
ทว่าย่อมต้องมีไอ้พวกขวางโลกที่ไม่รู้จักตาย
ในพื้นที่หลงยวนมีเทพป่าท้องถิ่นระดับสี่จำนวนไม่น้อยที่ครอบครองชีพจรวิญญาณอยู่
พวกมันไม่เพียงแต่จะปฏิเสธการแลกเปลี่ยน แต่ยังลงมือบดขยี้หน่วยสอดแนมมนุษย์ที่เข้าไปเจรจาจนแหลกละเอียดตามใจชอบอีกด้วย
สำหรับพวกที่แข็งข้อแบบนี้ วิธีการจัดการของหานเฟิงเรียบง่ายยิ่งนัก
ในเมื่อไม่ยอมให้ งั้นก็ทิ้งชีวิตไว้พร้อมกันเลยก็แล้วกัน
สิบวันต่อมา
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหลงยวน เทือกเขาหินที่แห้งแล้ง
ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
อสูรยักษ์หินที่สูงนับร้อยเมตรตัวหนึ่งทุบหน้าอกอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงคำรามที่สะเทือนก้อนเมฆออกมา
ระดับสี่ช่วงปลาย — อสูรศิลากลบปฐพี
ผู้ควบคุมกฎแรงโน้มถ่วงที่บกพร่องและกฎเข็มปฐพี เจ้าเหนือหัวที่เด็ดขาดของเนินเขาแถบนี้
ในตอนนี้มันโกรธแค้นถึงขีดสุด
มนุษย์ที่ตัวเล็กจ้อยคนหนึ่ง กลับกล้าเดินอาดๆ เข้ามาในสถานที่บำเพ็ญของมัน และระบุชื่อเรียกขอนิวเคลียสเทพเจ้าของมัน
รนหาที่ตาย
อสูรศิลากลบปฐพีคำรามกึกก้อง
หินบนภูเขาในรัศมีหลายลี้แตกสลายจนหมดสิ้น เปลี่ยนร่างเป็นเข็มหินขนาดเท่าถังน้ำนับพันนับหมื่นเล่ม พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
เข็มหินทุกเล่มล้วนพกพาพละกำลังที่น่ากลัวพอจะทลายมหาสมุทรปราณของมหาจอมยุทธ์ให้แหลกละเอียดมาด้วย
ทั้งหมดพุ่งเข้าใส่หานเฟิงที่อยู่กลางอากาศ
หานเฟิงลอยตัวอยู่กลางความว่างเปล่า
ชุดเกราะวิญญาณสีทองหม่นสะท้อนรัศมีที่เย็นเยียบ
เขาไม่ได้แม้แต่จะใช้กระบี่บินประจำตัวออกมา เพียงแค่จ้องมองฝนหินทั่วท้องฟ้านี้อย่างเย็นชา
"เสียเวลา"
หานเฟิงยกมือขวาขึ้น นิ้วทั้งห้ากดลงเบื้องล่างอย่างแรง
ไอพลังขาวดำระเบิดออกมาเสียงดังสนั่น
【อาณาเขตกระบี่รุ่งโรจน์ร่วงโรย】!
สนามพลังกฎเกณฑ์ในรัศมีหลายร้อยเมตรเข้าปกคลุมฟ้าดินส่วนนี้ไว้ในพริบตา
เข็มหินที่บ้าคลั่งเพิ่งจะสัมผัสถูกขอบของอาณาเขต พละกำลังก็กลายเป็นศูนย์ในพริบตา
จากนั้นถูกสูบพลังงานออกไปจนหมดสลายตัวอยู่กลางอากาศ กลายเป็นละอองธุลีทั่วท้องฟ้า
ช่วงชิงพลังชีวิต รุ่งโรจน์ร่วงโรยดับสูญ
ไม้ตายก้นหีบที่อสูรศิลาภาคภูมิใจนักหนา กลับไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนกลับมาให้ได้ยิน
ในที่สุดมันก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว
พลังปีศาจภายในร่างของมันกำลังไหลออกไปด้วยวิธีการที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยแม้แต่น้อย
เกราะหินบนผิวร่างกายที่แข็งยิ่งกว่าโลหะผสมเริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นแถบๆ
รัศมีแสงของนิวเคลียสเทพเจ้าธาตุดินที่ซ่อนอยู่ในทรวงอกลดลงอย่างรวดเร็ว
มันคำรามกึกก้อง ฝืนกระตุ้นกฎแรงโน้มถ่วงเพื่อหวังจะต่อต้านความรู้สึกถูกสูบพลังนี้
ทว่าภายใต้การบดขยี้ที่เด็ดขาดของอาณาจักรกฎเกณฑ์ระดับมรรค ทั้งหมดเป็นเพียงมดปลวกที่คิดจะสั่นคลอนต้นไม้ใหญ่เท่านั้นเอง
หานเฟิงขี้เกียจจะชักช้า
นิ้วทั้งห้าหดกลับเข้าหากันโดยตรง
"เอามานี่"
อาณาเขตกระบี่รุ่งโรจน์ร่วงโรยหดตัวเข้าหาศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว
เปรี๊ยะ!
ร่างกายที่ใหญ่โตนับร้อยเมตรของอสูรศิลาพังทลายลงจากข้างในโดยสมบูรณ์ และถล่มลงมาเสียงดังสนั่น
นิวเคลียสเทพเจ้าธาตุดินเม็ดหนึ่งที่หนาแน่นถึงขีดสุดถูกฉุดออกมาอย่างฝืนใจ ข้ามมิติมาตกอยู่ที่ฝ่ามือหานเฟิง
ที่เดิมหลงเหลือเพียงกองทรายที่เงียบเชียบกองหนึ่งเท่านั้นเอง
เจ้าเหนือหัวระดับสี่ช่วงปลาย ถูกฆ่าตายในพริบตาคาที่
หานเฟิงโยนนิวเคลียสเทพเจ้าในมือเล่นเบาๆ
คุณภาพยอดเยี่ยมมาก เทียบเท่ากับแร่ลำดับวิญญาณธรรมดาหลายแสนตันเลยทีเดียว
เขาหมุนตัวเปลี่ยนเป็นลำแสงสายหนึ่ง หายลับไปที่เส้นขอบฟ้า
ห่างออกไปพันเมตร
สายลับของเผ่าพันธุ์ท้องถิ่นสองสามคนถึงขั้นเข่าอ่อนทรุดลงบนพื้น ถึงขั้นลืมที่จะหลบหนีไปเลยทีเดียว
ข่าวสารกระจายไปทั่ววงนอกของหลงยวนประดุจโรคระบาด
เทพแห่งการสังหารที่เป็นมนุษย์ซึ่งสวมชุดเกราะต่อสู้สีทองหม่นคนหนึ่ง ไม่ยึดครองดินแดน ไม่ต้องการเชลย แย่งชิงเพียงสมบัติล้ำค่าธาตุดินเท่านั้น
กล้าพูดคำว่าไม่แม้แต่ครึ่งคำ ก็จะถูกสูบทั้งคนรวมถึงภูเขาทั้งลูกจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปพร้อมกัน
"เทพกระบี่ภัยพิบัติ"
สามคำนี้กลายเป็นคำต้องห้ามระดับสูงสุดในแวดวงเผ่าพันธุ์ท้องถิ่นไปแล้ว
ไอ้พวกเทพป่าระดับสี่ที่เดิมทีตั้งใจจะสู้ตายเพื่อรักษาสมบัติไว้ต่างพากันใจเสียไปหมดแล้ว
ขนาดสัตว์ประหลาดอย่างอสูรศิลากลบปฐมียังถูกจัดการได้ในท่าเดียว แล้วพวกมันเป็นตัวอะไรกันล่ะ?
มหกรรมการย้ายบ้านที่ดูจะตลกขบขันจึงเริ่มต้นขึ้น
หลายสิบเผ่าที่มีสมบัติล้ำค่าธาตุดินพากันม้วนเสื่อหนีไปในตอนกลางคืน
สิ่งที่เอาไปได้ก็แบกใส่หลัง สิ่งที่เอาไปไม่ได้ก็ฝังดินไว้ตรงนั้น เปิดฉากการหลบหนีเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่
และยังมีหัวหน้าเผ่าที่ฉลาดบางคน
เพื่อรักษาชีวิตไว้ จึงรีบส่งทูตลากเอางานศิลปะเทพธาตุดินในเผ่า เดินทางข้ามคืนมุ่งหน้าไปยังป้อมปราการบึงชิงจ้างเพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ
ขอเพียงเทพกระบี่ท่านนั้นเมตตายกมือให้สูงขึ้น (ปล่อยผ่าน) และอย่าได้มาปรายตามองพวกเขาก็พอ