- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 490 : ทางตันแห่งเทววิถี
บทที่ 490 : ทางตันแห่งเทววิถี
บทที่ 490 : ทางตันแห่งเทววิถี
บทที่ 490 : ทางตันแห่งเทววิถี
เมื่อสิ้นเสียงของเสวียนยวี่
ภายในตำหนักก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีกแม้แต่นิดเดียว
หัวใจของทุกคนราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นไว้
ทางตาย
คำสองคำนี้เปรียบเสมือนค้อนเหล็กไร้รูปที่ทุบทำลายความหวังสุดท้ายของตัวแทนมนุษย์ทุกคนในตำหนักจนย่อยยับ
จะเป็นทางตายไปได้อย่างไร?
นี่คือสิ่งที่สหพันธ์ไกอา ซึ่งเป็นคลังสมองระดับท็อปของมนุษยชาติ ใช้ทรัพยากรและการคำนวณมหาศาลเพื่อทำนายว่าเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียว!
"ท่านผู้อาวุโส... คำพูดนี้... หมายความว่าอย่างไร?!"
ยอดฝีมือผมทองจากสหพันธ์โล่เทพไม่อาจรักษาความสงบได้อีกต่อไป
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หิน แต่ท่าทางยังคงนอบน้อม เสียงสั่นเครือด้วยความสับสนและความกลัวอย่างถึงที่สุด
"นี่... นี่เป็นไปไม่ได้"
" 'สภาดาราพยากรณ์' ของพันธมิตรเรา ใช้มหาจอมยุทธ์ระดับห้าหลายท่านร่วมกันทำนาย"
"ร่องรอยทั้งหมดชี้ชัดว่า การเดินบนเส้นทางศรัทธาแห่งเทววิถีในโลกนี้ คือหนทางเดียวที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด"
"จะเป็น... ทางตายไปได้อย่างไร?"
น้ำเสียงของเขาไม่มีความสงสัยแม้แต่น้อย มีเพียงความไม่เข้าใจและการอ้อนวอนอย่างลึกซึ้ง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตของพวกเขา แต่มันคือการปฏิเสธการดิ้นรนและความหวังของอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดจากรากฐาน!
หลังความเงียบงันครู่สั้นๆ ความตื่นตระหนกก็ระเบิดออกราวกับโรคระบาด
ตัวแทนจากขุมกำลังอื่นเริ่มวุ่นวาย ใบหน้าของทุกคนซีดเผือด ถูกอารมณ์ที่เรียกว่าความสิ้นหวังเกาะกุมจิตใจ
ร่างอันมหึมาของเสวียนยวี่ขยับปรับท่าทางเล็กน้อย
ดวงตาที่ขุ่นมัวของมันกวาดมองทุกคน ในใจกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว
คนนอกเหล่านี้ ในสายตาของมันไม่ต่างจากมดปลวก
แต่เบื้องหลังของมดปลวกเหล่านี้ มีฝูงเสือโคร่งยืนอยู่
อีกหนึ่งปีให้หลัง หลงยวนจะหลอมรวมกับโลกเบื้องหลังของพวกเขาอย่างสมบูรณ์
หากหน่วยสำรวจเหล่านี้ต้องพินาศสิ้นที่นี่ เมื่อการหลอมรวมเสร็จสิ้น
สิ่งที่รอคอยเทพพื้นเมืองของหลงยวนอยู่ คงเป็นการชำระแค้นและโทสะจากอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนี้ เสียงของเสวียนยวี่จึงแฝงไปด้วยความอ้างว้างและหนักแน่นที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี
"การทำนายของพวกเจ้า ไม่ได้ผิด"
"พวกเจ้าได้รับข้อมูลจากโลกใบนี้จริงๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ประกายความหวังก็ผุดขึ้นในดวงตาของทุกคน
"แต่ว่า" เสวียนยวี่เปลี่ยนน้ำเสียง บดขยี้ความหวังนั้นจนแหลกละเอียด
"พวกเจ้าเข้าใจผิด คิดว่าเสียงโอดครวญของโลกที่ใกล้ตาย คือข่าวประเสริฐจากสวรรค์"
"โลกใบนี้ พังทลายแล้ว"
"กฎเกณฑ์ของมัน ขาดความสมบูรณ์มาตั้งแต่รากฐาน"
"มันกำลังช่วยตัวเอง"
"มันส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาตามสัญชาตญาณ เหมือนคนจมน้ำที่พยายามคว้าคว้าฟางเส้นใดก็ได้"
"สัญญาณนี้ ถูกตัวตนที่แข็งแกร่งในโลกของพวกเจ้าดักจับได้ และตีความว่า 'ที่นี่มีวาสนาใหญ่ สามารถขึ้นสู่บัลลังก์เทพได้' "
เสียงของเสวียนยวี่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่บดขยี้ดวงวิญญาณ ดังกังวานช้าๆ ในตำหนัก
"แต่พื้นฐานของโลกใบนี้มีจำกัด บัลลังก์เทพก็มีจำกัด"
"ตำแหน่งหนึ่งคนต่อหนึ่งที่"
"ยอดฝีมือระดับห้าที่โลกที่พังทลายใบนี้จะรองรับได้ ถูกปิดตายไว้ตั้งแต่วินาทีที่โลกเริ่มล่มสลายแล้ว"
"สิ่งที่เรียกว่า 'บัลลังก์เทพ' ก็คือการกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎเกณฑ์โลก เพื่อไปซ่อมแซมบาดแผลที่เป็นนิรันดร์เหล่านั้น"
"หากต้องการได้รับบัลลังก์เทพ พวกเจ้าต้อง... เข้าแทนที่เทพโบราณที่อยู่ในตำแหน่ง"
สายตาขุ่นมัวของมันกวาดมองไปทั่ว ก่อนจะกลายเป็นคำถามที่เย็นชา
"พวกเจ้าคิดว่า ตัวเองมีปัญญาทำอย่างนั้นได้หรือ?"
ยอดฝีมือผมทองรู้สึกหมดสิ้นเรี่ยวแรง ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอย่างหมดสภาพ
ในปากมีเพียงเสียงพึมพำอย่างไร้สติ
"เหยื่อล่อ... พวกเราเป็นแค่เหยื่อล่อ..."
ความสิ้นหวังไหลซึมเข้าสู่หัวใจของทุกคนในที่แห่งนั้น
เข้าแทนที่เทพโบราณ?
นั่นคือขอบเขตสวรรค์และมนุษย์ระดับห้า เป็นตัวตนที่สามารถหยิบยืมพลังแห่งโลกมาใช้ได้!
อย่าว่าแต่พวกเขานักรบหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูมหาจอมยุทธ์เลย ต่อให้ไปเชิญบรรพบุรุษที่เฝ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์บนโลกมา ใครจะกล้าพูดว่าสามารถเอาชนะเทพโบราณของจริงได้แน่นอน?
"แต่... แต่ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งอย่างท่านและหัวหน้าเผ่าฉิงซานไม่ใช่หรือครับ?"
ที่มุมหนึ่ง ตัวแทนจากพันธมิตรวัลฮัลลาเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมความหวังสุดท้าย
"ข้ากับฉิงซาน ไม่ได้เดินบนเส้นทางศรัทธาแห่งเทววิถีที่บริสุทธิ์ แต่พึ่งพาสายเลือดและการฝึกฝนของตนเองเป็นหลัก"
เสวียนยวี่ชำเลืองมองคนผู้นั้น เสียงแฝงไปด้วยความจนใจที่ลึกซึ้ง
"ข้าสามารถก้าวผ่านจุดนั้นไปได้ แต่ข้าไม่กล้า"
"ทันทีที่ข้าฝืนเลื่อนระดับเป็นระดับห้าในโลกใบนี้ สำหรับโลกที่เปราะบางใบนี้แล้ว ข้าคือตัวประหลาด คือภัยคุกคามที่ไม่อาจรองรับได้"
"กฎเกณฑ์ฟ้าดินจะมองว่าข้าคือเนื้อร้าย และประทานทัณฑ์สวรรค์ลงมาอย่างไม่สิ้นสุด จนกว่าข้าจะดับสูญไป"
มันหยุดไปครู่หนึ่ง เสียงยิ่งอ้างว้างมากขึ้น
"ข้าเฝ้ารอมานานแสนนาน รอคอยให้หลงยวนหลอมรวมกับโลกที่สมบูรณ์ใบหนึ่ง"
"เมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น ข้าถึงจะสลัดหลุดจากพันธนาการของโลกใบนี้ เพื่อไปตามหาความหลุดพ้นที่แท้จริง"
ทุกคนเข้าใจแจ้งในทันที
ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่ทำไม่ได้!
โลกหลงยวนใบนี้ คือกรงขังขนาดยักษ์ที่มีเพดานกำหนดไว้ชัดเจน!
"แล้วเทพโบราณคืออะไร?"
หานเฟิงที่นิ่งเงียบฟังมาตลอด จับจังหวะช่องว่างของบทสนทนาและถามขึ้นอย่างแม่นยำ
เสวียนยวี่เบนสายตามาทางเขา
ครั้งนี้ ในดวงตาที่ขุ่นมัวคู่นั้น มีความเคร่งขรึมที่ปิดไม่มิดเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
"เทพโบราณ... คือเสาหลัก และก็คือผู้นักโทษ"
"สงครามเทพในอดีตกาล โลกพังทลาย"
"คือจตุรเทพยุคแรกเริ่มที่เสียสละตนเอง ผูกพันธนาการตนเองเข้ากับกฎเกณฑ์โลกอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเสาสี่ต้นที่ค้ำจุนแผ่นดินที่พังทลายนี้ไม่ให้แตกสลายไปโดยสิ้นเชิง"
"พวกเขาได้รับอำนาจในการสั่งการพลังแห่งโลก แต่ก็สูญเสียอิสรภาพที่จะไปจากที่นี่ตลอดกาล"
"การเป็นเทพโบราณ หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของโลก เป็นส่วนขยายของเจตจำนงโลก รับหน้าที่ซ่อมแซมและดูแลบ้านที่เต็มไปด้วยรูพรุนใบนี้"
"นี่ไม่ใช่เกียรติยศ"
เสียงของเสวียนยวี่ทุ้มต่ำดุจหุบเหว
"นี่คือความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง คือการเสียสละตนเองที่ไม่มีวันสิ้นสุด"
คำพูดเหล่านี้ของเสวียนยวี่ ทำลายความรับรู้เกี่ยวกับ "เทพเจ้า" ของทุกคนในที่นั้นโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่เรียกว่าการเป็นเทพ ไม่ได้อยู่เหนือผู้ใด แต่คือการถักทอกรงขังขังตนเอง
หานเฟิงไม่ได้พูดอะไร
เขาก้มหน้าลง แต่แสงในดวงตากลับวูบวาบอย่างบ้าคลั่ง
ข้อมูลทั้งหมดที่เสวียนยวี่เปิดเผยออกมา กำลังปะทะและต่อติดกับเบาะแสทั้งหมดที่เขามีอยู่ในหัว!
เบาะแสที่ 1: ต้องเลื่อนระดับเป็นระดับห้าภายในหนึ่งปี มิฉะนั้นจะถูกลบทำลาย
เบาะแสที่ 2: กฎเกณฑ์โลกหลงยวนพังทลาย การจะขึ้นสู่ระดับห้ามีทางเดียวคือเป็น "เทพโบราณ"
เบาะแสที่ 3: การเป็นเทพโบราณ หมายถึงการผูกมัดตนเองเข้ากับต้นกำเนิดของโลก
เบาะแสที่ 4: การบุกทะลวงระดับห้า ต้องอาศัย "ผลึกเทพวิญญาณ" เพื่อทำให้อาณาจักรจิตมั่นคง
เบาะแสที่ 5: ภายใน "ผลึกเทพวิญญาณ" ทั้งหมด มีพลังของ "ผู้ทอใย" แฝงอยู่!
สายโซ่ตรรกะที่ชัดเจนจนน่าขนลุก เชื่อมโยงหมอกหนาทั้งหมดเข้าด้วยกันในพริบตา!
กฎเรื่อง "ตายภายในหนึ่งปี" นี้ ไม่ใช่กฎของโลกหลงยวนเองตั้งแต่แรก!
แต่นี่คือ "แพตช์" พิษร้ายแรงที่ "ผู้ทอใย" ใช้พลังในการแทรกซึมกฎเกณฑ์โลก บังคับใส่เข้าไป!
จุดประสงค์ของมัน คือการบีบบังคับให้ผู้สำรวจจากภายนอกทุกคนที่เดินบนทางลัดของเทววิถี ต้องดิ้นรนไปทะลวงระดับห้าอย่างบ้าคลั่ง และต้องกลืนกิน "ผลึกเทพวิญญาณ" จำนวนมหาศาล!
ผลึกเทพวิญญาณคือ "อาหารสัตว์"
ข้างในผสมพลังของผู้ทอใยไว้
ผู้ที่กินเข้าไปทุกคน คือ "หมู" ที่มันเลี้ยงไว้ในคอก
และ "เทพองค์ใหม่" ที่ทะลวงระดับห้าสำเร็จ ก็คือหมูกลุ่มที่โตที่สุดและมี "สารพิษ" สะสมในตัวมากที่สุด!
เมื่อ "เทพองค์ใหม่" ที่ถูกปนเปื้อนอย่างลึกซึ้งเหล่านี้ เลื่อนระดับเป็น "เทพโบราณ" ตามกฎที่ถูกดัดแปลง และผูกมัดตนเองเข้ากับต้นกำเนิดโลกของหลงยวน...
นั่นหมายความว่าอย่างไร?
นั่นหมายความว่า พวกเขาเป็นฝ่ายฉีด "ไวรัส" ที่รุนแรงที่สุดเข้าสู่หัวใจของโลกใบนี้โดยตรง!
ผู้ทอใยไม่ได้กำลังบุกรุกเลยแม้แต่น้อย
มันกำลังดำเนินกระบวนการ "หลอมรวม" อย่างเงียบเชียบจากภายใน!
มันต้องการแก้ไขโค้ดระดับล่างของโลกใบนี้ เปลี่ยนหลงยวนทั้งแห่งให้กลายเป็นสมบัติของมันเอง!
เมื่อคิดได้ดังนี้ รูม่านตาของหานเฟิงก็หดวูบลงอย่างรุนแรง
หนึ่งปี!
ทำไมต้องกำหนดเวลาเป็นหนึ่งปี?
เพราะหนึ่งปีให้หลัง หลงยวนจะหลอมรวมกับโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์!
เมื่อถึงตอนนั้น เจตจำนงโลกของโลกมนุษย์จะดูดซับกฎเกณฑ์และต้นกำเนิดของหลงยวนเข้าไปทั้งหมด!
หากถึงตอนนั้น หลงยวนถูก "ผู้ทอใย" หลอมรวมไปโดยสมบูรณ์แล้วล่ะ?
โลกมนุษย์จะเป็นฝ่ายกลืนกินลูกระเบิดที่เคลือบน้ำตาลพิษเข้าไปเอง!
พลังและเจตจำนงของผู้ทอใยจะไหลผ่านช่องทางที่ "ถูกต้องตามกฎหมาย" นี้เข้าสู่ต้นกำเนิดของโลกมนุษย์โดยตรง!
หมากกระดานนี้ใหญ่เหลือเกิน!
เจ้าหมอนี่ไม่ได้แค่เล่นแผนลับธรรมดา
แต่มันใช้โลกสองใบเป็นกระดานหมาก ใช้ชีวิตของสรรพสัตว์นับล้านเป็นตัวหมาก เดินหมากรุกระดับจักรวาล!
ผู้สำรวจทุกคนที่เข้าสู่หลงยวน ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร สุดท้ายก็จะกลายเป็น "ม้าโทรจัน" ที่มันใช้ปนเปื้อนโลกมนุษย์
ในตอนนั้นเอง ชื่อหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของหานเฟิง
"เทพสายฟ้าธอร์" แห่งสหพันธ์โล่เทพ
คนที่ความคืบหน้าของ 【เมล็ดพันธุ์กระบี่ยืมทาง】 สูงถึง 11.2% และเขาเคยทองว่าเป็นต้นกุยช่ายระดับ S
เขาตายใน "กระแสวารีดับสูญ"
เสวียนยวี่เคยบอกว่า กระแสวารีดับสูญคือระบบทำความสะอาดตัวเองของโลก
คนที่มีความคืบหน้าถึง 11.2% หมายความว่าเขาได้กลืนกินผลึกเทพวิญญาณเข้าไปมหาศาล พลังของผู้ทอใยในตัวเขาย่อมเข้มข้นถึงขีดสุด
แล้วเขาก็ถูก "ระบบล้างพิษ" ของโลก "กำจัด" ทิ้งไป
นี่จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือ?
ไม่!
หานเฟิงเข้าใจข้อต่อสุดท้ายในพริบตา ความคิดนี้ทำให้เลือดในกายแทบจะแข็งตัว
ผู้ทอใยปนเปื้อนแม้กระทั่งระบบทำความสะอาดตัวเองของโลกไปแล้ว!