- หน้าแรก
- คู่มือเลี้ยงผีฉบับสตรีมเมอร์
- บทที่ 10 - ผมยังดูดนิ้วได้ด้วยซ้ำ
บทที่ 10 - ผมยังดูดนิ้วได้ด้วยซ้ำ
บทที่ 10 - ผมยังดูดนิ้วได้ด้วยซ้ำ
บทที่ 10 - ผมยังดูดนิ้วได้ด้วยซ้ำ
พอเห็นข้อความในแอปพลิเคชันแชต รูม่านตาของเหลียงต้งหมิงก็หดเกร็ง
หลินมู่เกอที่อยู่ตรงหน้านิ่งสนิทไม่ไหวติง ภายใต้แสงไฟไม่มีเงาของเขาเลยสักนิด
"ไม่ใช่ว่าเด็กฝึกงานที่ฆ่าตัวตายในลิฟต์คนนั้นเคยทำงานที่ชั้นยี่สิบเจ็ดหรอกเหรอ"
"อืม สงสัยชั้นยี่สิบเจ็ดจะถูกปิดตายก็เลยไปได้แค่ชั้นยี่สิบแปดมั้ง"
"แต่ว่าท่านปรมาจารย์กำลังคุยกับใครอยู่ล่ะ"
"ไม่ใช่บอกว่าจะไปดูพี่มู่เกอที่ห้องน้ำเหรอ"
"ทำไมท่านปรมาจารย์ถึงเข้าลิฟต์ไปคนเดียวล่ะ"
"ทำไมภาพถึงสั่นล่ะ"
เหลียงต้งหมิงพยายามทำใจดีสู้เสือเหลือบมองคอมเมนต์ เครื่องหมายคำถามที่เต็มหน้าจอทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
คนที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คน!
เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากของเขาทันที
"พรึ่บพรั่บ..."
แสงไฟในลิฟต์กะพริบไม่หยุด
มีเพียงแสงสีแดงจากตัวเลขดิจิทัลที่กะพริบไล่ระดับขึ้นไปทีละชั้น
ยี่สิบสี่...
ยี่สิบห้า...
ยี่สิบหก...
ยี่สิบเจ็ด!
"ติ๊ง!"
ลิฟต์หยุดลงดังกึก แสงไฟกะพริบถี่รัว
ประตูลิฟต์ที่ดูใหม่เอี่ยมกลับเหมือนของเก่าที่ขาดการซ่อมแซมมานาน มันถูกบังคับให้เปิดออกท่ามกลางเสียงเสียดสีที่บาดแก้วหู
"พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!"
เมื่อความมืดมิดจากชั้นยี่สิบเจ็ดคืบคลานเข้ามา แสงไฟในห้องโดยสารก็กะพริบไม่หยุดราวกับถูกรบกวนอย่างรุนแรง
ท่ามกลางความมืดที่กะพริบวาบ เหลียงต้งหมิงเห็นอย่างชัดเจนว่าในดวงตาของหลินมู่เกอมีแสงสีแดงสุดสยองเปล่งประกายออกมา
"พวกเรา... ไม่ได้จะไปชั้นยี่สิบแปดหรอกเหรอ..."
เหลียงต้งหมิงถือกล้องวิดีโอแล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"นี่ก็คือชั้นยี่สิบแปดไง"
บนหน้าจอแสดงผลในห้องโดยสาร แสงอิเล็กทรอนิกส์สีแดงที่แสดงตัวเลขชั้นกะพริบวาบหนึ่งที
เหลียงต้งหมิงมองดูตัวเลขยี่สิบเจ็ดเปลี่ยนเป็นยี่สิบแปดไปต่อหน้าต่อตา
"..."
"พี่น้องทุกคน ลูกพี่หลินเก่งกาจมาก งั้นผมจะตามลูกพี่หลินไปดูที่ชั้นนี้สักหน่อยแล้วกัน"
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันกล้องกลับมาที่ตัวเองพร้อมกับพูด
"ตาของท่านปรมาจารย์เป็นอะไรไป"
"ท่านปรมาจารย์กำลังขยิบตาให้พวกเราอยู่!"
"เชี่ยเอ๊ย เมื่อกี้ที่ท่านปรมาจารย์พูดคนเดียวหรือว่า..."
"เชี่ย ตอนนี้ท่านปรมาจารย์อยู่ในลิฟต์กับสิ่งลี้ลับตัวนึงเหรอเนี่ย"
"รีบไปบอกพี่มู่เกอเร็วเข้า!"
"ชีวิตคนสำคัญที่สุด!"
"ท่านปรมาจารย์รักษาตัวด้วยนะ!"
...
...
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย..."
ที่ห้องโถง หลินมู่เกอมองดูลิฟต์ที่ไปหยุดอยู่ชั้นยี่สิบเจ็ดแล้วขมวดคิ้ว
เมื่อกี้คุยกับผีเฒ่าในห้องน้ำไปสองสามประโยคเขาถึงเพิ่งรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ชั้นยี่สิบเจ็ดของตึกเมืองใต้แบบลงลึก
คล้ายกับตำนานลี้ลับนั่นแหละ
เด็กฝึกงานคนหนึ่งทนรับการถูกล่วงละเมิดในที่ทำงานจากผู้บริหารและปัญหาครอบครัวที่เข้ามารุมเร้าไม่ไหวก็เลยตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
สิ่งลี้ลับประเภทนี้แม้จะมีความแค้นสะสมอยู่มาก แต่ยังไงซะเมื่อก่อนก็เคยเป็นคนมาก่อน จึงไม่ทำร้ายใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก
"ท่านปรมาจารย์คงไม่ได้บังเอิญไปเจอสิ่งลี้ลับตัวนี้เข้าหรอกนะ..."
"โชคดีขนาดนั้นเชียว..."
หลินมู่เกอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ส่งข้อความไป
นานๆ ทีท่านปรมาจารย์จะมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับสิ่งลี้ลับ นี่เป็นโอกาสดีในการฝึกความกล้าเลยนะ!
เหมือนกับแม่นกอินทรีที่จะผลักลูกของตัวเองตกหน้าผานั่นแหละ
ถ้าอยากจะไม่กลัวสิ่งลี้ลับก็ต้องฝืนใจอยู่ตามลำพังกับสิ่งลี้ลับสักพักก่อน
แน่นอนว่าหลังจากคุยกับผีเฒ่าในห้องน้ำหญิง เขาก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าสิ่งลี้ลับตัวนี้ไม่ทำร้ายคนและไม่เคยทำร้ายคนมาก่อนด้วย
ระหว่างรอลิฟต์ หลินมู่เกอก็หยิบไม้เซลฟี่ออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วเปิดไลฟ์สดอย่างคล่องแคล่ว
"สวัสดีครับทุกคน ตอนนี้ผมอยู่คนเดียว ท่านปรมาจารย์น่าจะกำลังเล่นอยู่กับสิ่งลี้ลับล่ะมั้ง ตอนนี้ผมกำลังจะไปหาเขาครับ"
เขาพูดกับกล้อง
"ท่านปรมาจารย์อยู่ชั้นยี่สิบเจ็ด!"
"สัญญาณไลฟ์สดฝั่งท่านปรมาจารย์แย่มากๆ!"
"ต้องแจ้งตำรวจไหม"
"รู้สึกว่าพี่มู่เกอคนเดียวรับมือไม่ไหวหรอก!"
"ให้พี่มู่เกอแจ้งตำรวจก่อนดีกว่า อย่าขึ้นไปเลย ครั้งนี้อันตรายจริงๆ นะ!"
พอเขาเปิดไลฟ์สดปุ๊บก็มีคนแห่เข้ามาหลายหมื่นคนในพริบตา
"ไม่เป็นไรหรอก ท่านปรมาจารย์น่าจะกำลังเล่นสนุกกับสิ่งลี้ลับอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวผมขึ้นไปดูก่อน"
"ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก สิ่งลี้ลับไม่ทำร้ายใครจริงๆ นะ สภาพจิตใจของท่านปรมาจารย์เนี่ย... อย่างมากก็แค่นอนโรงพยาบาลต่ออีกอาทิตย์นึงเท่านั้นเอง"
เมื่อเห็นทุกคนในช่องคอมเมนต์ร้อนรนกันขนาดนี้ ถึงขั้นเปย์ของขวัญสารพัดเพื่อเตือนเขา หลินมู่เกอก็อธิบายด้วยความจนใจ
"อย่างมากก็แค่นอนโรงพยาบาลต่ออีกอาทิตย์นึง"
"กำลังเล่นสนุกกับสิ่งลี้ลับ"
"นี่มันใช่คำพูดของคนเหรอเนี่ย"
"ไม่รู้ทำไม ถึงจะรู้สึกว่าอันตรายและน่ากลัวมาก แต่พอเห็นพี่มู่เกอแล้วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา"
"พี่มู่เกอของฉันมาแล้วสิ่งลี้ลับข้างบนยังไม่รีบหนีไปอีกเหรอ"
"บ้าจริง ดันรู้สึกคาดหวังขึ้นมาซะแล้วสิ [อีโมจิหมาน้อยปกป้องชีวิต]"
หลินมู่เกอเหลือบมองห้องไลฟ์สดของเจ้าแห่งความหลอนแวบหนึ่ง
แม้ว่าตอนนี้สัญญาณจะครอบคลุมทั่วพื้นที่แล้ว แต่ฝั่งนั้นกลับไม่มีสัญญาณเลยสักนิด
จะเห็นได้ว่าท่านปรมาจารย์ได้ใกล้ชิดกับสิ่งลี้ลับขนาดไหน
หลินมู่เกอรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง
"ติ๊ง!"
เมื่อประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออก
เลือดสีแดงสดสายหนึ่งก็ไหลทะลักออกมาจากช่องว่างของลิฟต์
ภายใต้แสงไฟสีขาวซีดด้านใน มีตัวอักษรคำว่า ไสหัวไป ที่เขียนด้วยเลือดอย่างน่าสยดสยองปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายความแค้นอันเย็นเยียบที่ราวกับจับตัวเป็นก้อนทำให้หลินมู่เกอขมวดคิ้วเล็กน้อย
"!!!"
"หนีเร็วเข้า!"
"เลือดนี่คงไม่ใช่..."
"คงไม่ใช่ของท่านปรมาจารย์หรอกนะ!"
"สิ่งลี้ลับตัวนี้ไม่น่าไปยุ่งด้วยจริงๆ!"
"พี่มู่เกออย่าอวดเก่งไปเลย ปลอดภัยไว้ก่อนนะ!"
"ปกติแบบนี้มันระดับวิญญาณร้ายแล้วนะ!"
แม้จะใกล้เที่ยงคืนแล้ว แต่ในห้องไลฟ์สดก็ยังมีคนเกือบสองแสนคน
เมื่อเห็นสิ่งลี้ลับใช้วิธีนี้เพื่อแสดงตัวตน แทบจะไม่มีใครรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีก
ยกเว้นหลินมู่เกอ
"เพื่อนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอาจจะยังไม่รู้ว่าผมเป็นสตรีมเมอร์สายให้ความรู้ เนื้อหาในวิดีโอก็เป็นการให้ความรู้"
"ครั้งนี้สิ่งลี้ลับอุตส่าห์สร้างโอกาสดีๆ แบบนี้ให้พวกเรา ผมก็ไม่อาจปฏิเสธความหวังดีนี้ได้ ขอมาให้ความรู้กับทุกคนสักหน่อยแล้วกันครับ"
เขากระแอมไอแล้ววางกระเป๋าเป้ลงไปขัดประตูลิฟต์เอาไว้
"ก่อนอื่นเลยเลือดพวกนี้น่ะ ไม่ใช่เลือดไปซะทั้งหมดหรอกนะครับ"
หลินมู่เกอเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างใจเย็น เขาใช้นิ้วมือปาดเลือดบนกำแพงด้วยน้ำหนักและท่าทางเหมือนกำลังเอาเฟรนช์ฟรายส์จิ้มซอสมะเขือเทศ
"ทุกคนมองเห็นและผมก็สัมผัสได้ แต่ความจริงแล้วนี่มันคล้ายๆ กับวิชาพรางตาครับ"
"อย่างเช่นบนนิ้วของผมความจริงแล้วไม่ได้มีเลือดติดอยู่เลย"
"วิธีพิสูจน์ก็ง่ายมาก แค่คุณหลับตา เลือดบนมือก็จะหายไปเองโดยปริยาย"
"ตอนที่หลับตาก็ลองเอานิ้วไปเช็ดดู พอเปิดตาขึ้นมาคุณก็จะพบว่าบนเสื้อผ้าไม่มีคราบเลือดเลยสักนิด"
"ผมยังดูดนิ้วได้ด้วยซ้ำ"
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลินมู่เกอก็เอานิ้วที่เพิ่งเปื้อนเลือดไปแตะที่ริมฝีปากแล้วเลียเบาๆ
ไม่มีรสชาติอะไรเลย
"??? นี่ขนาดนี้แล้วยังจะให้ความรู้อีกเหรอ"
"ไม่อาจปฏิเสธความหวังดี"
"เป็นเลือดแต่ไม่ใช่เลือดทั้งหมด"
"ดูเหมือนเขาจะตั้งใจให้ความรู้จริงๆ แฮะ"
"แต่ฉันเห็นว่าบนมือของสตรีมเมอร์มีเลือดจริงๆ นะ!"
"หลับตาก็ไม่เห็นแล้วไงล่ะ [อีโมจิหมาน้อยปกป้องชีวิต]"
หลินมู่เกอไม่ได้ดูคอมเมนต์ เขาหยิบเลือดสูตรพิเศษขวดนั้นขึ้นมา
"ตรงนี้ผมจะสาธิตวิธีสื่อสารกับสิ่งลี้ลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดให้ทุกคนดูนะครับ"
เขาแกว่งขวดไปมา
"เปลี่ยนคำว่า ไสหัวไป เป็นคำว่า เชิญ สิ แล้วผมจะให้กินเลือดขวดนี้คำนึง"
ท่ามกลางสายตาของคนหลายแสนคนในห้องไลฟ์สด หลินมู่เกอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ไสหัวไป ไสหัวไป ไสหัวไป"
หลังจากเขาพูดจบ คำว่าไสหัวไปบนกำแพงนอกจากจะไม่หายไปแล้ว ยังทวีคูณเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหาก
"ได้เลยครับ ทุกคนจะเห็นได้ว่าสิ่งลี้ลับตัวนี้ค่อนข้างหยิ่งในศักดิ์ศรีทีเดียว"
หลินมู่เกอไม่ได้ตกใจอะไรมาก "สองคำ เชิญผมขึ้นไปแล้วผมจะให้กินสองคำ"
[จบแล้ว]