- หน้าแรก
- คู่มือเลี้ยงผีฉบับสตรีมเมอร์
- บทที่ 1 - วันนี้ดวงตกสุดๆ ช่างเป็นฤกษ์ดีในการให้ความรู้เรื่องผีจริงๆ!
บทที่ 1 - วันนี้ดวงตกสุดๆ ช่างเป็นฤกษ์ดีในการให้ความรู้เรื่องผีจริงๆ!
บทที่ 1 - วันนี้ดวงตกสุดๆ ช่างเป็นฤกษ์ดีในการให้ความรู้เรื่องผีจริงๆ!
บทที่ 1 - วันนี้ดวงตกสุดๆ ช่างเป็นฤกษ์ดีในการให้ความรู้เรื่องผีจริงๆ!
"@หลินมู่เกอ ทำคลิปไปโรงพยาบาลจิตเวชร้างเมืองใต้สักตอนสิ ฉันจะกดไลก์กดแชร์และติดตามคลิปเก่าๆ ของนายทั้งหมดเลย!"
"อย่าให้สตรีมเมอร์ไปตายเลย ข้างในนั้นมีสิ่งลี้ลับจริงๆ นะ"
"สรุปว่าตำนานสยองขวัญของเมืองใต้นี่เรื่องจริงหรือเรื่องหลอก?"
"จริงสิ ไม่อย่างนั้นจะอธิบายคลิปนี้ว่ายังไงล่ะ?"
"@เจ้าแห่งความหลอน ถ่ายคลิปนี้เสร็จก็ช็อกจนต้องนอนโรงพยาบาล เพิ่งจะพอพูดได้ก็ไม่กี่วันนี้เอง"
"ก็เพราะมีสิ่งลี้ลับนี่แหละ โรงพยาบาลจิตเวชถึงได้ถูกทิ้งร้าง"
"ตอนเด็กๆ ฉันฟังเรื่องสยองขวัญของเมืองใต้จนไม่กล้าปิดไฟนอนเลย"
เมืองใต้ เวลาสองทุ่มกว่า
มองดูผู้คนที่กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดใต้คอมเมนต์ที่แท็กเขาในคลิปวิดีโอหนึ่ง
หลินมู่เกอเม้มปากเล็กน้อย
กว่ายี่สิบปีก่อนเขาข้ามมิติจากโลกที่มีระบบสิ่งลี้ลับสมบูรณ์แบบ มายังโลกที่สิ่งลี้ลับเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว
ก่อนข้ามมิติเขาเรียนจบสาขาการจัดการทรัพยากรสิ่งลี้ลับ
สอบผ่านภาษาผีระดับหก ทำงานด้านการสรรหาคัดเลือกและฝึกอบรมบุคลากรสิ่งลี้ลับ มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับทุกรูปแบบอัดแน่นเต็มหัว
แต่บนโลกใบนี้สิ่งลี้ลับเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่กี่ปี ผู้คนแทบทั้งหมดไม่เชื่อว่าสิ่งลี้ลับมีอยู่จริง
สำหรับภาพและวิดีโอข้อมูลต่างๆ คนส่วนใหญ่ก็มองว่าเป็นแค่เรื่องเล่าสยองขวัญลึกลับในเมือง
นี่ทำให้คนส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะย้อนแย้งที่ทั้งกลัวและไม่ค่อยอยากจะเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ
หลินมู่เกอก็ตระหนักดีว่างานให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาตินี้เป็นภารกิจที่หนักหนาและยาวไกล
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเป็นครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดัง พยายามมาครึ่งปีกว่าจนมีผู้ติดตามหลักหมื่นแล้ว
น่าเสียดายที่แฟนคลับหลักหมื่นกลุ่มนี้ดูคลิปของเขาเป็นแค่คอมพิวเตอร์กราฟิกและรายการตลกขบขันเท่านั้น
ปกติเวลาเห็นสิ่งลี้ลับโผล่มาในคลิปไหนบนเว็บไซต์ ทุกคนก็จะแท็กเขาเพื่อหยอกล้อ
อย่างเช่นวิดีโอบันทึกหน้าจอการไลฟ์สดคลิปนี้
"โรงพยาบาลจิตเวชร้างเมืองใต้..."
หลังจากอ่านคอมเมนต์จบ
หลินมู่เกอถึงได้เลื่อนกลับไปด้านบนอย่างเงียบๆ แล้วกดเปิดคลิปวิดีโอนี้
ผู้ถ่ายทำคลิปนี้คือ @เจ้าแห่งความหลอน ซึ่งเป็นครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน
วิดีโอความยาวเพียงสองนาทีนี้มียอดวิวทะลุหกล้านครั้ง และติดเทรนด์ฮิตบนแพลตฟอร์มมาสามวันแล้ว
ข้อถกเถียงที่ว่าวิดีโอนี้ตัดต่อหรือเปล่า ตำนานสิ่งลี้ลับเมืองใต้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็กำลังถูกพูดถึงอย่างหนักหน่วงในทุกแพลตฟอร์มใหญ่
"ระวังฉากสยอง! ระวังฉากสยอง! ระวังฉากสยอง!"
"คนขวัญอ่อนห้ามดู! คนขวัญอ่อนห้ามดู! คนขวัญอ่อนห้ามดู!"
พอกดเปิดคลิป
ข้อความเตือนฉากสยองหลากสีสันที่ส่งเข้ามาอย่างหนาแน่นก็บดบังจนมิดหน้าจอในพริบตา
"สยองขวัญขนาดนั้นเชียว..."
หลังจากปิดข้อความวิ่งบนหน้าจอ หลินมู่เกอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"สวัสดีทุกคน ตอนนี้เวลาสี่ทุ่มครึ่ง ผมอยู่ที่..."
"ปึ่ก!"
เจ้าแห่งความหลอนยังแนะนำตัวไม่ทันจบ
หลินมู่เกอก็กดปุ่มสเปซบาร์หยุดวิดีโอไว้ดังปึ่กแล้วกดย้อนกลับไปสองสามเฟรม
ตรงด้านหลังเจ้าแห่งความหลอนคนนี้ ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีมีเงาร่างสีขาวซีดสุดสยองพุ่งผ่านความมืดไปอย่างรวดเร็ว
"เยี่ยมมาก"
เขาแคปหน้าจอไว้ ก่อนจะดูต่อไปด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
"ทุกคนคงเคยได้ยินตำนานลี้ลับของเมืองใต้กันมาบ้าง ที่ลือกันว่ามีทั้งผีร้ายและซอมบี้ เล่าลือกันมาหลายปี วันนี้ผมจะเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า"
เจ้าแห่งความหลอนที่ถือกล้องพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มซีดเผือด เอื้อมมือไปดึงประตูโรงพยาบาลจิตเวชร้างตรงหน้าให้เปิดออก
ประตูบานใหญ่เต็มไปด้วยคราบสนิมเขรอะ
ภายใต้แสงไฟสลัวพร้อมกับเสียงเสียดสีแหลมเล็กบาดแก้วหูตอนที่ประตูถูกดึงเปิด
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้สึกหลอนและน่ากลัวสุดๆ
"พี่น้องทุกคน ตอนนี้ผมเข้ามา..."
"ปัง!"
เขาเพิ่งก้าวเข้ามายังไม่ทันพูดจบ ประตูด้านหลังก็ถูกปิดดังปัง
"ตัวอะไรน่ะ?!"
ภายใต้ลำแสงเล็กๆ จากไฟฉายมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านไป
ฝุ่นละอองในอากาศปลิวว่อน
เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าผากเจ้าแห่งความหลอนในพริบตา ลมหายใจของเขาก็เริ่มหอบถี่ขึ้น
"แปะ"
ทว่าในตอนที่เขากำลังถือไฟฉายและกล้องด้วยมือที่สั่นเทาอย่างทำอะไรไม่ถูกนั้น
บนบ่าของเขาก็มีมือสีขาวซีดอมเขียวข้างหนึ่งวางพาดลงมาอย่างเงียบเชียบ
"ตึกตัก! ตึกตัก!"
เจ้าแห่งความหลอนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ทันที
ในวิดีโอที่ไม่ได้ใส่เอฟเฟกต์เสียงใดๆ เพิ่มเติม สามารถได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างชัดเจน
หลังจากยืนนิ่งไปสองวินาที
เขาก็ค่อยๆ หันหน้ากลับไปอย่างสั่นเทา
ตรงความมืดมิดด้านหลังของเขา ภายใต้แสงสลัวรางๆ จากไฟฉาย
ศพที่เน่าเปื่อยไปทั้งตัวจนเห็นฟันโผล่พ้นริมฝีปาก ราวกับถูกแช่น้ำมานานหลายเดือนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
ที่บอกว่าเป็นศพก็เพราะว่าช่วงอกของมันถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่จนแสงไฟฉายส่องทะลุผ่านไปได้
พอเห็นเจ้าแห่งความหลอนหันกลับมา ศพนั้นก็ทำท่าจะเอียงคอเล็กน้อย
แต่พอออกแรงคอของมันกลับหักพับลงมาอย่างทนรับน้ำหนักไม่ไหว
หัวทั้งหัวกลิ้งขลุกๆ ไปกับพื้นแล้วหยุดลงตรงปลายเท้าของเจ้าแห่งความหลอน
วินาทีต่อมาตรงลำคอของศพตัวนี้กลับมีลักษณะเหมือนน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ
หัวเน่าๆ หัวใหม่กำลังค่อยๆ ปูดโปนออกมาทีละนิด
"อ๊าก เชี่ยเอ๊ย!"
เจ้าแห่งความหลอนที่เพิ่งได้สติท่ามกลางความหวาดกลัวขีดสุดแหกปากร้องลั่น ก่อนจะสุ่มเลือกทิศทางแล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
"ตุบ!"
แต่วิ่งออกไปได้แค่สองก้าวเจ้าแห่งความหลอนก็สะดุดล้มลงกับพื้น
กล้องที่สั่นไหวจับภาพกลุ่มท่อนแขนสีขาวขุ่นที่ยื่นออกมาจากพื้นกระดานได้อย่างเลือนราง
พวกมันโบกสะบัดไปมาในอากาศราวกับสาหร่ายที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำทะเล แขนแต่ละข้างปีนป่ายขึ้นมาบนตัวเจ้าแห่งความหลอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
ภาพที่มืดสลัวและสั่นไหว เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง และกล้องที่แกว่งไปมา ทำให้ผู้ชมทุกคนฮอร์โมนอะดรีนาลีนพุ่งกระฉูด
"แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!"
ไม่รู้ว่าวิดีโอถูกตัดต่อหรืออย่างไร
ภาพตัดมาอีกทีเจ้าแห่งความหลอนก็หาห้องหลบซ่อนตัวได้แล้ว
"น่า... น่ากลัวเกินไปแล้ว... ตำนานสิ่งลี้ลับเมืองใต้ เป็นเรื่องจริง..."
เขาพิงกำแพงส่ายหน้าไปมาก่อนจะปาดเหงื่อเย็นเยียบพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"พี่น้องทุกคน เมื่อกี้ผม... ผม..."
ยังไม่ทันได้พักหายใจ เจ้าแห่งความหลอนก็สังเกตเห็นกระจกเงาบานใหญ่เท่าตัวคนตรงหน้าเสียก่อน
ในกระจกเขากำลังพิงกำแพงอยู่
แต่พอมองดูดีๆ
ด้านหลังเขากลับมีเด็กหญิงผมยาวสวมชุดขาวก้มหน้าจนมองไม่เห็นใบหน้ายืนอยู่อีกคน
"..."
เจ้าแห่งความหลอนแทบลืมหายใจ เขาหันขวับกลับไปมองด้วยความแข็งทื่อ
"ฟู่..."
เมื่อพบว่าแผ่นหลังแนบชิดติดกับกำแพงเย็นเฉียบและแข็งกระด้างเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองในกระจกอีกครั้ง
เด็กหญิงในกระจกก็ขยับเข้ามาใกล้จนห่างจากหลังของเขาเพียงก้าวเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"กึก กึก กึก!"
เขายันกำแพงแล้วเพิ่งจะขยับเท้าไปได้แค่นิดเดียว
เด็กหญิงก็หายตัวไปจากกระจกราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก
"โธ่เอ๊ย..."
เขาขยี้ตาเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าเด็กหญิงหายไปแล้วจริงๆ จากนั้นเจ้าแห่งความหลอนก็เป่าปากโล่งอก
แต่วินาทีต่อมาสีหน้าของเขาก็แข็งค้าง
เงาสะท้อนของเขาในกระจกกำลังจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวราวกับกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
และที่ด้านหลังของเงาสะท้อนนั้น
เด็กหญิงที่มองไม่เห็นใบหน้าคนนั้นกำลังอ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือดพุ่งพรวดออกมาจากด้านหลังของเขาในชั่วพริบตา
เขี้ยวแหลมคมเรียงรายส่องประกายเย็นเยียบชวนให้ใจสั่น มันพุ่งเป้ากัดลงที่คอของเขาอย่างแรง
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากในกระจก
เจ้าแห่งความหลอนรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เขาร้องเสียงหลงด้วยสัญชาตญาณก่อนจะหมุนตัวกลับไปปลดล็อกแล้วดึงประตูเปิดออกอย่างบ้าคลั่ง
วินาทีที่เปิดประตู กล้องก็สั่นไหวไปทั้งตัว
ด้านนอกประตู ศพตัวนั้นกำลังยืนแนบชิดติดประตูรอเขาอยู่อย่างว่าง่าย
บนหัวที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ยังไม่มีตาและจมูก
แต่กลับมีปาก
มีปากที่ฉีกกว้างไปถึงหลังหูทั้งสองข้างจนเปิดหัวออกได้ทั้งใบ
จากนั้นภาพก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
แล้ววิดีโอก็ตัดจบลงเพียงเท่านี้
"น่าสนใจดีแฮะ..."
เขายกเลิกโหมดเล่นอัตโนมัติแล้วเปิดข้อความวิ่งเพื่อดูอีกรอบ
หลินมู่เกอคว้ากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาทันที
"วันนี้เดือนมืดลมแรง แถมหว่างคิ้วฉันยังหมองคล้ำ ช่างเป็นฤกษ์ดีในการให้ความรู้เรื่องผีจริงๆ!"
เขาหยิบเลือดสูตรพิเศษขวดหนึ่งออกมาจากตู้เย็น
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ หลินมู่เกอก็มั่นใจว่าในโรงพยาบาลจิตเวชร้างแห่งนี้มีสิ่งลี้ลับอยู่จริงๆ
พอดีเลย พกของดีไปเยี่ยมเยียนแล้วชวนคุยสัพเพเหระสักหน่อยดีกว่า
[จบแล้ว]