เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 266(อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

Chapter 266(อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

Chapter 266(อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)


กำลังโหลดไฟล์

อย่างไรก็ตาม ซอดไม่ได้พัฒนาจรวดธาตุใหม่อย่าง'ลองกินุส'ที่สามารถแทนหัวรบนิวเคลียร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบใช่หรือไม่?

ไม่มีรังสีและมีพลังมากกว่านิวเคลียร์

จุดศูนย์กลางของระเบิดมีความร้อนสูงถึง 5 พันล้านองศาเซลเซียสและทำลายทุกอย่างทั้งหมดเป็นเวลา 10 นาที

ซอดมองดูสัตว์ประหลาดโผล่ออกมา ความรู้สึกมันเหมือนกับที่ภาพยนตร์เคยฉายให้เขาดู

ซอดได้ดู แปซิฟิคริม มาบ้างแล้ว ภาคแรกพูดได้ว่าเพราะอยากจะทำหนังจริงๆ ส่วน ภาคสอง ทำมาเพื่อเอากำไรล้วนๆ.

นอกจากความจริงที่ส่าสัตว์ประหลาดนั้นมีอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ความจริงแล้วเนื้อเรื่องภาคต่อนั้นไม่มีอะไรใหม่ๆเลย ดังนั้นภาคสองจึงติดตาตรึงใจของซอดมากเกินไป อย่างน้อยๆเขาก็เอาชื่อไคจูออกไม่ได้.

จักรวาลมีขนาดใหญ่และมีอารยธรรมเอเลี่ยนมากมายอย่างไม่ต้องสงสัย และในหมู่พวกมันต้องมีอะไรแบบนี้บ้าง.

คิริตะรุ่นก่อนนั้นถือได้ว่าเป็นอารยธรรมที่มีความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์มากกว่า ในขณะที่สัตว์ประหลาดในแปซิฟิคริมมีอคติต่อเทคโนโลยีชีวภาพ มีเหตุผลหลายประการสำหรับการบุกรุกของเอเลี่ยนไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร ขาดความทะเยอทะยานหรือความทะเยอทะยานธรรมดาเป็นสิ่งที่ดี และเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด

เรื่องแปซิฟิคริมอาจบอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการปลูกฝังสัตว์ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดและบุกรุกโลกโดยใช้สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่เป็นหน่วยจู่โจม

พูดตรงๆ มันแข็งแกร่งกว่าไซบอร์กที่แปลงร่างได้อย่างทรานฟอร์เมอร์ พลังทำลายล้างและภัยคุกคามที่มันก่อมีมากเช่นกัน หากเป็นการบุกรุกที่เป็นดาวล้าหลัง ก็กลัวว่าจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ แถมต้นทุนในการสร้างพวกมันก็ยังต่ำเสียยิ่งกว่าอะไร

มีสองวิธีที่จะหยุดการโจมตีของสัตว์ประหลาด ทำลายสัตว์ประหลาดด้วยพลังมิติหรือยิงโจมตีมันจนกว่าจะตาย ถ้าหากไม่ทำอย่างนี้ แม้แต่ใช้ระเบิดเพื่อหยุดมัน เมื่อมันเดินทางมาถึงแผ่นดินแล้วมันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้อีกในภายหลัง.

อย่างไรก็ตาม ในมหาสมุทร ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เรือดำน้ำที่ส่งไปถูกสัตว์ประหลาดทำลายทันที มันปรากฏตัวพร้อมกับเรือลาดตระเวนอีกสองลำ

อาจเป็นความอัปยศที่จะพูด แต่ตอร์ปิโดที่ติดอยู่กับเรือหรือขีปนาวุธ ไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของสัตว์ประหลาดได้ สำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลก มันเป็นเพียงเปลือกหายนะ การระเบิดที่ผิวของสัตว์ประหลาดไม่มีการทิ้งร่องรอยใดๆไว้ .

"ดูสิว่าปืนพลังงานต้องใช้พลังงานเท่าไร?"

"มีของที่กำลังสร้างสำเร็จแต่ยังไม่ได้ทดสอบ ฉันไม่รู้ว่ามันจะทำลายได้แค่ไหน แต่จำเป็นต้องยอมให้สัตว์ประหลาดขึ้นบกจริงๆ? ดูจากเส้นทางของมัน ดูเหมือนว่ามันจะขึ้นไปที่ฮาวาย หากอนุมาณจากสัตว์ประหลาดอีกตัวมันอาจจะขึ้นบนบริเวณชายฝั่งของประเทศเรา."

"มันเป็นความตั้งใจของหัวหน้า เขาพบว่าเลือดของสัตว์ประหลาดเป็นพิษ หากมันตายในทะเล มันอาจจะก่อให้เกิดมลภาวะในทะเลได้."

ลูกเรือขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำว่า มลภาวะในมหาสมุทร?

"แล้วพวกแอสแลตติสกับวากันด้าหล่ะ ให้พวกเขาจัดอาวุธทำลายสัตว์ประหลาดตัวนี้!"

"แอสแลนติสได้ส่งกองทหารไปแล้ว แต่พวกเขาก็พูดออกมาแล้วว่าพวกเขาไม่มีอาวุธขนาดใหญ่."

"วากันด้าไม่มีอาวุธพลังงานที่แรงพอจะสร้างความเสียหายของมันเช่นกัน."

นักวิจัยจากสำนักงานเอ็กซ์คาลิเบอร์ที่นั่งอยู่ข้างนิคพูดพร้อมกับพรมนิ้วบนคีย์บอร์ดอย่างต่อเนื่อง

"วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ไม่เกิดความสูญเสียคือฆ่าสัตว์ประหลาดที่กำลังขึ้นบก ไม่อย่างนั้นความสูญเสียอาจจะประเมิณการไม่ได้!"

"ไม่มีกระสุนขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างความเสียหายกับสัตว์ประหลาดได้ มันไม่ง่ายเลยที่อาวุธพลังงานขนาดเล็กจะฆ่าสัตว์ประหลาดขณะที่มันขึ้นบก."

พร้อมกับการแสดงที่หงุดหงิด คราวนี้ ดร.แบบเนอร์ ที่ยังคงถือแปรงสีฟันได้ทุบลงบนโต๊ะเหล็ก.

"แต่ทำไมคุณเรียกผมให้ไปจัดการกับมอนเตอร์ตัวนี้หล่ะ ปล่อยให้ผมอยู่ในแล็ปไม่ได้หรอ?"

"ก่อนที่คุณจะพูด ฉันก็เป็นนักวิจัย ไม่ใช่คนโง่"ดร.แบนเนอร์หักนิ้ว.

"เกราะของคุณสตาร์กนั้นดีกว่าที่จะมาหาฉันไม่ใช่หรอ?"

แม้ว่าฮัคล์ตอนนี้จะเชื่อฟังมาก แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต้นแรงมาก เขาก็จะไม่ออกมาหากไม่อนุญาติ แต่บรูซรู้เสมอว่าเขาเป็นนักวิจัย นอกจากช่วงเวลาสำคัญ ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่เต็มใจที่จะต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นสนามรบไหนๆ.

ด้วยการแสดงออกที่จริงจังอย่างยิ่ง เมื่อมองไปที่สัตว์ประหลาดที่กำลังจะสร้างหายนะผ่านดาวเทียม ผอ.นิคก็ขี้ไปยังเมืองที่อยู่ตรงหน้าของเขา

"สตาร์กขอให้ผู้คนที่อยู่แถวชายฝั่งอพยพและเคลียร์พื้นที่ที่สามารถใช้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดได้."

"ดร.แบนเนอร์ เราต้องมอบความปลอดภัยให้กับโลกแล้ว."

"น่าเสียดายที่ต้องพูดอย่างนี้ แต่ฉันต้องทิ้งอะไรบางอย่าง."

สีไฟที่หน้าจอเปลี่ยนไป.

"มีสัตว์ประหลาดสองตัวก่อนหน้านีน้ เส้นทางของตัวหัวเคียวดูเหมือนจะเป็นชายฝั่งของอเมริกา และสัตว์ประหลาดที่หัวเหมือนขวาน...เดิมทีจุดหมายของมันอยู่ที่ญี่ปุ่น."

"2?"

ทันใดนั้นนิคก็ตกใจ และรู้สึกว่าแค่มีตัวเดียวก็แย่แล้วและเขาก็ทำไรกับมันไม่ได้ ตอนนี้มีถึงสอง?

จำเป็นต้องใช้'ลองกินุส'จริงๆหรือ?

เรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ยังไม่มีอาวุธที่จะจัดการกับเป้าหมายขนาดใหญ่ได้.

อาจกล่าวได้ว่าการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดได้ท้ายทายอาวุธมนุษย์ทั้งหมด นอกจากนิวเคลียร์และจรวดธาตุใหม่แล้ว มนุษย์ก็พบว่าตนเองแทยจตะไม่มีอำนาจใดๆในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เหล่านี้เลย.

"ฮิลล์ ติดต่อสตาร์ก เขาควรจะเริ่มจัดการได้แล้ว!"

นิคเพียงหวังว่าสตาร์ก หนึ่งในอัจฉริยะที่มนุษย์รู้จัก จะมีวิธีแก้ปัญหาเช่น...เอ่อ เกราะป้องกันสัตว์ประหลาด?

โทนี่ยังหวังว่าจะหาชุดเกราะต่อต้านสัตว์ประหลาดที่เขาอาจจะผลิตไว้ในคลังเกราะเหล็กของเขา

แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนถึงสถานการณ์เหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าไม่อาจทำอะไรได้

"นิคนี่มันดีแต่ผลักภาระให้คนอื่นจริงๆ."

โทนี่บ่น โชคดีที่การอพยพของประชนชนไม่ต้องให้เขาเป็นคนจัดการ หลังจากเสียงหวอระดับมังกรดังขึ้น พลเมืองก็วิ่งเร็วราวกับมดแตกรัง.

ก่อนที่เขาจะพูดจบ ทันใดนั้นทะเลที่สงบก็เกิดคลื่นยักษ์ เงาสีดำขนาดใหญ่กระโดดขึ้นมาบนอากาศและเงาที่บดบังดวงอาทิตย์ก็ปกคลุมชายหาดทั้งหมด กลิ่นทะเลที่เข้มขนแพ่รกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว.

"เหม็นจริงๆ แกไม่ได้อาบน้ำเลยไง๊?"

โทนี่บ่น จากนั้นชุดเกราะซิมไบโอตก็ปกคลุมร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเกราะต่อต้านฮัลค์ที่สูงห้าเมตร.

นี่คือขีดจำกัดของเกราะแล้ว.

"จาร์วิส อย่าลืมเตือนฉันเรื่องโลหะเหลวนะ."

โทนี่พูดอย่างสงบ.

จากนั้นเขาก็ยืนประจันหน้ากับสัตว์ประหลาดอย่างไม่ลังเล.

จบบทที่ Chapter 266(อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

คัดลอกลิงก์แล้ว