เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ยังอยากจะสู้อีกไหม? (สามตอนรวด)

บทที่ 71 ยังอยากจะสู้อีกไหม? (สามตอนรวด)

บทที่ 71 ยังอยากจะสู้อีกไหม? (สามตอนรวด)


บทที่ 71 ยังอยากจะสู้อีกไหม? (สามตอนรวด)

“พวกเขาสู้กันแล้ว สู้กันแล้ว! เร็วเข้า... รีบเก็บรวบรวมข้อมูลการต่อสู้ตามคำสั่งของท่านผู้บัญชาการใหญ่เร็วเข้า”

“จะว่าไปแล้ว หมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า? ถึงแม้การพยายามสื่อสารกับนักโทษพวกนั้นมันจะไร้ประโยชน์ก็เถอะ แต่การเปิดฉากซัดกันนัวโดยไม่แม้แต่จะลองพยายามพูดคุยกันก่อนเนี่ยนะ?”

“เจ้าคิดว่าคนที่มีความแข็งแกร่งระดับรองหัวหน้าหน่วย แต่กลับเที่ยววิ่งแจ้นไปช่วยพวกชาวบ้านธรรมดา ๆ ล้างห้องน้ำสาธารณะ จะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดีงั้นเหรอ?”

“ล้างห้องน้ำสาธารณะแล้วมันผิดตรงไหน? ขนาดสถานที่รวมพลของสมาคมยมทูตชายยังไปตั้งอยู่ในห้องน้ำสาธารณะเลย...”

“ชู่ว! เจ้าพูดแบบนั้นไม่ได้นะ!!”

“...”

เมื่อการต่อสู้ในรังหนอนเปิดฉากขึ้น สมาชิกหน่วยควบคุมดูแลที่คอยเฝ้าจับตาดูอยู่ก็เริ่มวุ่นวายขึ้นมาทันที

ความเชี่ยวชาญในเทคนิคการต่อสู้ ความหนาแน่นของอณูวิญญาณ หรือแม้แต่อุปนิสัยในการโจมตี...

ทุกคนต่างเบิกตากว้าง ไม่กล้าละสายตาให้คลาดเคลื่อนไปแม้แต่น้อย แม้พวกเขาจะเฝ้าจับตาดูอิชิคาวะมานานหลายปี แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ประจักษ์ถึงฝีไม้ลายมือในการต่อสู้ของเขาด้วยตาตนเอง

“อณูวิญญาณของเขาอยู่ในระดับที่ก้ำกึ่งระหว่างนักสู้อันดับสูงกับรองหัวหน้าหน่วย ความหนาแน่นที่แสดงออกมานั้นยังน้อยกว่าข้อมูลที่เรารวบรวมได้ในครั้งก่อนเสียอีก เขาต้องจงใจสะกดรั้งความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้แน่ ๆ”

“ความเชี่ยวชาญในวิชาฮาคุดะของเขามันช่างร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อ...”

สมาชิกหน่วยลงทัณฑ์ผู้รับผิดชอบในการค้นคว้าวิจัยวิชาฮาคุดะถึงกับอ้าปากค้างขณะจ้องมองเรือนร่างที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่บนหน้าจอ

เดิมที เขาคิดว่าภารกิจนี้คงจะสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย ไอ้หนุ่มที่มาจากเบื้องหลังอันไม่เป็นที่แน่ชัดคนหนึ่ง เมื่อมาอยู่ต่อหน้าพวกเขาสมาชิกหน่วยลงทัณฑ์ผู้เชี่ยวชาญในวิชาฮาคุดะอย่างหาตัวจับยาก ย่อมต้องเผยจุดอ่อนทั้งหมดออกมาให้พวกเขาได้วิเคราะห์วิจัยอย่างง่ายดายแน่นอน

ทว่า...

หลังจากที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เขาก็ตระหนักได้ว่า ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สามารถค้นหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายพบเท่านั้น แต่ไอ้หนุ่มที่มาจากเบื้องหลังอันไม่เป็นที่แน่ชัดคนนี้ยังมีความเชี่ยวชาญในวิชาฮาคุดะที่ลึกล้ำเสียยิ่งกว่าความเข้าใจของตัวเขาเองเสียอีก

ยิ่งดู เขาก็ยิ่งตกตะลึง

ตั้งแต่ต้นจนจบ อีกฝ่ายคอยสับเปลี่ยนไปใช้กระบวนท่าฮาคุดะที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ในสนามรบอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

มือ ศอก แขน ไหล่ เท้า ขา... ทุกสัดส่วนในร่างกายของเขากลายเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด กระบวนท่าบางอย่างเขาก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี บางอย่างเขาก็แค่เคยได้ยินชื่อ และยังมีกระบวนท่าอันลี้ลับอีกมากมายที่เขาไม่เคยแม้แต่จะได้ยินมาก่อน!

ครบเครื่องสุด ๆ

“สัตว์ประหลาดชัด ๆ!!”

วิชาฮาคุดะดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นเพียงแค่เทคนิคการใช้หมัดและเท้า แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันห่างไกลจากความเรียบง่ายอย่างที่ตาเห็นมากนัก ผู้คนมากมาย... รวมไปถึงสมาชิกหน่วยลงทัณฑ์ของพวกเขาด้วย ล้วนแต่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพียงแค่ไม่กี่ด้านเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น การเชี่ยวชาญเฉพาะวิชาหมัด หรือการเชี่ยวชาญเฉพาะวิชาเตะ... ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะเป็นถึงยมทูต แต่พลังงานก็ไม่ได้มีอยู่อย่างไร้ขีดจำกัด

ในระยะเวลาเพียงแค่ห้าปีครึ่ง และบางทีระยะเวลาในการฝึกฝนจริงอาจจะน้อยกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเชี่ยวชาญวิชาฮาคุดะได้อย่างครบเครื่องครอบคลุมถึงเพียงนี้ ต่อให้เขาไม่หลับไม่นอนและเอาแต่ฝึกฝนอย่างเดียวก็เถอะ จริงไหมล่ะ?

“จะว่าไปแล้ว เขาลงมือหนักเกินไปหรือเปล่าน่ะ?”

“พวกเราควรจะเข้าไปเตือนเขาดีไหม?”

“งั้นเจ้าลองเข้าไปดูไหมล่ะ?”

สมาชิกหน่วยลงทัณฑ์ที่เอ่ยปากเสนอความคิด หันไปมองชายหนุ่มผมดำบนหน้าจอ ซึ่งดูเหมือนนักโทษยิ่งกว่าพวกนักโทษตัวจริงเสียอีก แล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาดในทันที

จะบ้าเหรอ...

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ถ้าขืนเข้าไปตอนนี้ มีหวังได้โดนฉีกร่างขาดเป็นชิ้น ๆ ไปพร้อมกับพวกนั้นแน่ ๆ

...

“ฟู่~~”

อิชิคาวะผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ ในตอนนี้ แทบจะไม่มีนักโทษคนไหนยืนหยัดอยู่รอบตัวเขาได้อีกต่อไป ทั่วทั้งบริเวณทางเข้ากลายสภาพเป็นเหมือนขุมนรกที่เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ

ติ๋ง ติ๋ง~~

หยดเลือดไหลรินหยดลงมาจากผ้ากันเปื้อนยางกันน้ำ ก่อนจะไหลไปรวมกับแอ่งเลือดที่เจิ่งนองอยู่บนพื้น

ไอ้หมอนี่มันต้องเป็นนักโทษหน้าใหม่ชัวร์!

นักสู้อันดับ 2 อะบิสลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ขณะทอดสายตามองดูเหล่านักโทษที่นอนหมอบกระแตอยู่แทบเท้าของอิชิคาวะ รู้สึกนึกขอบคุณสวรรค์อย่างสุดซึ้งที่ตัวเองไม่ได้พุ่งทะเล่อทะล่าตามพวกนั้นออกไปเมื่อครู่นี้

หากไม่ใช่เพราะบทสนทนาระหว่างเขากับอิชิคาวะก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกตะหงิด ๆ ว่าเคยเจอไอ้หนูนี่ที่ไหนมาก่อนล่ะก็ ป่านนี้เขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในพวกที่กำลังนอนร้องโอดครวญอยู่บนพื้นไปแล้วก็ได้

นักสู้อันดับ 2 อะบิสค่อย ๆ ล่าถอยอย่างระมัดระวัง พลางกวาดสายตาสำรวจสถานการณ์บริเวณทางเข้า

ทุกคนที่นี่ต่างก็มีห้องหับเป็นของตัวเอง แม้ว่าการต่อสู้เมื่อครู่จะดุเดือดเลือดพล่านเพียงใด แต่นักโทษชราบางคนที่มีกลิ่นอายแห่งความเสื่อมถอยก็ไม่ได้เข้าร่วมวงด้วย พวกเขาเพียงแค่นั่งหรือนอนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับซากศพเดินได้... ไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใดทั้งสิ้น

ตามคำบอกเล่าของนักสู้อันดับ 2 อะบิส นักโทษเหล่านี้ถูกจองจำมานานหลายปีแล้ว พวกเขาก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งการระบายความอัดอั้นตันใจไปนานแล้ว และเลือกที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาของตนเอง

การถูกจองจำอย่างยาวนานได้กัดกร่อนเจตจำนงในการต่อต้านของพวกเขาไปจนหมดสิ้น นักโทษในรังหนอนหลายคนต้องพบจุดจบด้วยสภาพที่เสื่อมถอยร่วงโรยเช่นนี้

ตัวอย่างเช่น ชายชราใบหน้าเหี่ยวย่นและสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งที่อยู่ทางซ้ายมือของเขา ว่ากันว่าเขาเคยเป็นถึงรองหัวหน้าหน่วยเมื่อหลายชั่วอายุคนก่อน แทบจะไม่มีนักโทษที่เสียสติคนไหนบริเวณทางเข้ากล้าไปแหยมกับเขาเลย

ทว่า ตราบใดที่ไม่มีใครไปหาเรื่องเขาก่อน เขาก็เป็นเพียงแค่... ตุ๊กตา... ที่ไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ...

หืม?

นักสู้อันดับ 2 อะบิสชะงักไป เมื่อทอดสายตามองดูชายหนุ่มผมดำที่จู่ ๆ ก็ไปปรากฏตัวอยู่ในห้องของชายชรา หมอนั่นเข้าไปทำอะไรในนั้นน่ะ?

ความสับสนงุนงงของเขาได้รับการคลี่คลายในวินาทีถัดมา

เพราะว่า...

ชายหนุ่มผมดำกระชากร่างของชายชรา ซึ่งก่อนหน้านี้เอาแต่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนเตียงในห้องของ 'ตัวเอง' ขึ้นมา แล้วเหวี่ยงกระเด็นราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว ทุ่มลงบนพื้นหน้าประตูอย่างแรง

ตึง~~

เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว แม้เพียงแค่ได้ยิน นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็รู้ได้ทันทีว่าแรงกระแทกนั้นไม่เบาเลย

เห็นได้ชัดว่าชายชรามึนงงจากแรงกระแทก และต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าที่เขาจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความสับสน

จากนั้น...

“อ๊ากกกกกกก~~~”

ท่ามกลางเสียงคำรามลั่น อณูวิญญาณอันมหาศาลก็ปะทุพวยพุ่งออกมาจากร่างของชายชรา!

แรงกดดันอันมหาศาล แม้จะอยู่ห่างออกไปถึงสิบเมตร ก็ยังซัดร่างของนักสู้อันดับ 2 อะบิสจนปลิวละลิ่ว พวกที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้นก็ถูกซัดกระเด็นไปกองรวมกันอยู่ที่มุมทางเข้าเหมือนกับเขาไม่มีผิด

ไอ้บ้าเอ๊ย!

ให้ตายเถอะ ความสามารถในการปรับตัวของไอ้นักโทษหน้าใหม่นี่มันจะยอดเยี่ยมเกินไปแล้วมั้ง? เพิ่งจะเข้ามาหยก ๆ ก็เสียสติบ้าคลั่งไปซะแล้ว!

อยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเรื่องตาแก่นั่นทำไมฟะ?

เพียงพริบตาเดียว นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็ถูกฝังอยู่ใต้กองนักโทษที่ปลิวมากองรวมกัน ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ผลักร่างของนักโทษที่ทับเขาอยู่ออกแล้วตะเกียกตะกายคลานออกมา

“อ๊ากกกกกกก~~”

ปึก ปึก ปึก ปึก ปึก...

เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวสลับกับเสียงกระแทกทึบ ๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้มอง นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็รู้ได้ในทันที... ไอ้หน้าใหม่นั่นจบเห่แล้ว มันต้องโดนตาแก่ที่กำลังเดือดดาลนั่นฉีกร่างขาดเป็นชิ้น ๆ แน่นอน

หืม?

ทว่า เมื่อเขามองเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็ถึงกับยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

เมื่อเงยหน้าขึ้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ... ชายชรา ผู้ซึ่งแผ่ซ่านอณูวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว กำลังถูกชายหนุ่มผมดำหิ้วขาข้างหนึ่งเอาไว้แล้วทุ่มกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง

ตึง~~

“อ๊ากกกก~~”

นี่ไม่ใช่เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทุ่มกระแทกอย่างแรงต่างหาก

ทว่า ไอ้หนุ่มสุดโหดคนนั้นกลับไม่ได้หยุดมือเลยแม้แต่น้อย เขาไม่สนเลยสักนิดว่าชายชราจะอายุเท่าไหร่ หรือจะเป็นตายร้ายดียังไง เขากลับหิ้วร่างของชายชราขึ้นมาอีกครั้งแล้วทุ่มกระแทกลงไปใหม่...

กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ฉากการทุบตีทำร้ายคนแก่ชราที่หลง ๆ ลืม ๆ อย่างทารุณของไอ้หนุ่มนี่ ทำเอานักสู้อันดับ 2 อะบิส ซึ่งเพิ่งจะตะเกียกตะกายคลานออกมาจากกองนักโทษ ถึงกับยืนอึ้งเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะคว้าตัวนักโทษสองคนมาบังหน้าแล้วฝังตัวเองกลับลงไปในกองนักโทษตามเดิม

ปึก!

อิชิคาวะมองดูชายชราในมือที่ตอนนี้รวยรินหายใจรวยรินอยู่รอมร่อ แล้วก็โยนร่างนั้นทิ้งไปอย่างไม่แยแส ดวงตาสีดำขลับของเขาเริ่มสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายรายต่อไป

ยังไม่พอหรอก!!

ไฟแห่งการต่อสู้ที่ถูกกดทับมานานถึงครึ่งปีปะทุขึ้นมาอย่างเต็มสูบในวินาทีนี้ ทำให้อิชิคาวะตกอยู่ในสภาวะตื่นเต้นสุดขีด

ที่นี่มันสุดยอดไปเลยแฮะ!

เหมาะแก่การฝึกฝนมากกว่าโรงฝึกของตระกูลชิบะซะอีก

เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไป อิชิคาวะก็สัมผัสได้เพียงแค่ว่าพลังวิญญาณในร่างกายของเขามันพลุ่งพล่านตื่นตัวอย่างเหลือเชื่อ สิ่งที่พวกเขาเรียกกันว่า 'เลือดลมสูบฉีด' มันคงจะเป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ!

หลังจากกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครยืนหยัดอยู่ได้อีกแม้แต่คนเดียว ร่างของอิชิคาวะก็วูบไหว และพุ่งทะยานลึกเข้าไปในรังหนอนโดยตรง

ที่นั่น...

ยังมีนักโทษรออยู่อีกเพียบ!

“มันอยู่นั่น!!”

“มันคือหมาบ้าที่หน่วยลับออนมิทสึกิโดส่งมา!”

ก่อนที่อิชิคาวะจะทันได้เข้าไปถึงส่วนลึก ฝูงนักโทษจำนวนมหาศาลก็ถาโถมทะลักออกมาทางเข้าล่วงหน้าราวกับคลื่นมนุษย์

เมื่อมองดูเหล่านักโทษที่กำลังถาโถมเข้ามา อิชิคาวะก็แสยะยิ้มกว้าง ราวกับสัตว์ป่าที่กระหายเลือด เผยให้เห็นเขี้ยวอันเหี้ยมเกรียมที่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่

ปลายเท้าของอิชิคาวะแตะลงบนพื้น และร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากจุดเดิม

ในวินาทีถัดมา อิชิคาวะก็ไปปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักโทษกลุ่มนี้ ความรวดเร็วดุดันของอิชิคาวะทำเอาทุกคนถึงกับผงะ เมื่ออิชิคาวะไปปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางพวกตน พวกเขาก็ชะงักไปชั่วขณะ ทำอะไรไม่ถูก

การต่อสู้อันดุเดือดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทำให้อิชิคาวะเริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้กับเหล่ายมทูตมากขึ้น และความเชี่ยวชาญในการฉกฉวยโอกาสช่วงเสี้ยววินาทีในการต่อสู้ก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เหล่านักโทษตกอยู่ในความสับสนงุนงงอย่างเห็นได้ชัด ร่างของอิชิคาวะก็หมุนควงสว่านอยู่กับที่อย่างรวดเร็ว

ขาทั้งสองข้างของเขาเปรียบเสมือนใบมีดเหล็กกล้าที่แกว่งไกวไปมา

แสงสว่างอันเจิดจ้าและคมกริบพลันพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

...ระบำวงกลม

ร่างของอิชิคาวะหมุนควงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ย่อตัวต่ำลงเรื่อย ๆ พลังงานที่มองเห็นได้นับไม่ถ้วนแผ่ขยายออกไปราวกับเกลียวคลื่น ครอบคลุมพื้นที่รัศมีหลายเมตร!

ปึก ปึก ปึก!

ภายใต้การหมุนควงราวกับลูกข่าง นักโทษทีละคน ๆ ถูกแรงเตะซัดกระเด็นถอยหลังไปราวกับลูกฟุตบอลที่ถูกเตะโด่ง เสียงกรีดร้องของพวกเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ

ละอองเลือดฟุ้งกระจายไปในอากาศ เติมเต็มกลิ่นคาวเลือดชวนสะอิดสะเอียนให้กับบรรยากาศที่เหม็นเน่าอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก!

หลังจากจัดการกวาดล้างนักโทษในรัศมีไม่กี่เมตรรอบตัวจนเกลี้ยง อิชิคาวะก็ใช้มือข้างหนึ่งตบลงบนพื้น ดีดตัวลอยขึ้นไปในอากาศ และตอกส้นเท้าเข้าใส่ชายร่างยักษ์ที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านหลังอย่างจัง

...กังหันลม!

ด้วยการตอกส้นเท้าเพียงครั้งเดียว ร่างท่อนบนของชายร่างยักษ์ที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาก็จมมิดลงไปในผืนดิน ขาทั้งสองข้างของเขากระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป

ฉากตรงหน้านี้ทำเอานักโทษที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยถึงกับยืนแข็งทื่อ สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ชายหนุ่มผมดำในสายตาของพวกเขา ซึ่งสวมใส่ผ้ากันเปื้อนอันน่าขบขันและถูกรายล้อมไปด้วยผู้บาดเจ็บที่นอนโอดครวญ ในสายตาของพวกเขาแล้ว หมอนี่มันคือปีศาจร้ายชัด ๆ!!

พวกเขาไม่เคยเห็นใครหน้าไหนสามารถล้มคนจำนวนมากมายขนาดนี้ได้ในชั่วพริบตาด้วยมือเปล่ามาก่อนเลย

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้านี้ช่างดูน่าเกรงขามอย่างแท้จริง

ทันใดนั้น เสียงตะโกนแหลมสูงก็แหวกอากาศดังขึ้น

“ตายซะเถอะ!!”

เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามา ชายรูปร่างผอมบางปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอิชิคาวะ รอยยิ้มอันน่าสยดสยองและชั่วร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าที่ดูหื่นกามเล็กน้อยของเขา ขณะที่เขาง้างแขนเตรียมจะฟาดฟันเข้าใส่อิชิคาวะ

อิชิคาวะไม่ได้หลบหลีก เขากลับพุ่งเข้าประชิดตัวและปล่อยหมัดสวนกลับไป

เมื่อเห็นเช่นนั้น รอยยิ้มอันน่าสยดสยองของชายร่างผอมบางก็ยิ่งกว้างขึ้น หมัดที่ง้างอยู่ครึ่งทางของเขาพลันแบออก และประกายไฟก็สว่างวาบขึ้น ทำให้ความผันผวนของอณูวิญญาณในบริเวณนั้นปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด

“ฮาโด #33 โซคัตซุย (เพลิงสีฟ้าตกสวรรค์)!”

เปลวเพลิงสีฟ้าที่พลิ้วไหวปะทุขึ้นมา ทำให้ผ้ากันเปื้อนยางบนตัวอิชิคาวะหดตัวลงก่อนที่มันจะทันได้สัมผัสโดนเสียด้วยซ้ำ

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~ ตายซะเถอะ!!”

ชายร่างผอมบางกดฝ่ามือลง และเปลวเพลิงที่ลุกโชนเต็มท้องฟ้าก็พุ่งเข้าถาโถมใส่อิชิคาวะในทันที

อิชิคาวะทำราวกับมองไม่เห็นเปลวเพลิงเหล่านั้น เขาเพียงแค่เปลี่ยนท่วงท่าจากการชกหมัดตรงเป็นการเหวี่ยงหมัดออกไปด้านข้าง เข้าปะทะกับเปลวเพลิงที่มีอุณหภูมิสูงลิ่วด้วยหลังหมัดของเขา

การกระทำที่ดูราวกับการฆ่าตัวตายนี้ทำเอาเหล่านักโทษที่อยู่รอบ ๆ พากันแสยะยิ้มเยาะ

ปึก!

มือของเขาปะทะเข้ากับเปลวเพลิง และในชั่วพริบตา ประกายไฟก็แตกกระจายไปทั่ว โซคัตซุยที่กำลังลุกโชนอย่างบ้าคลั่งถูกดับลงโดยตรงด้วยการเหวี่ยงหมัดเพียงครั้งเดียว

บากุโด #8 เซคิ (แรงผลัก)

“เป็นไปได้ยังไงกัน?!”

ฉากตรงหน้านี้ทำเอาชายร่างผอมโซถึงกับตกตะลึง แต่อิชิคาวะไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว หมัดที่เพิ่งจะปัดเป่าโซคัตซุยจนสลายไปเมื่อครู่ แบออกกลางอากาศแล้วตวัดฟาดลงมาเป็นวงกว้าง

ปัดเป่าคิโด ตวัดแขนฟาด

ท่วงท่าทั้งหมดลื่นไหลไร้รอยต่อ ให้ความรู้สึกถึงความสง่างามที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ เลย

ด้วยเสียงดังเพียะ! ชายร่างผอมโซก็ถูกตบปลิวละลิ่วกระเด็นไปกระแทกพื้น เขากระแทกพื้นจนสั่นสะเทือน และแรงกระแทกอันมหาศาลก็เด้งร่างของเขากลับขึ้นมา แต่ทันทีที่ร่างของเขาเด้งกลับขึ้นมา อิชิคาวะก็ซัดหมัดส่งเขากระแทกลงไปบนพื้นอีกรอบ

อำมหิต

เมื่อมองดูชายร่างผอมโซที่ศีรษะทั้งใบหน้าจมมิดลงไปในผืนดิน คำสองคำนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนโดยไม่ได้นัดหมาย

ทว่า การกระทำก่อนหน้านี้ของชายร่างผอมโซก็ได้ช่วยเตือนสติเหล่านักโทษที่อยู่ในเหตุการณ์

แม้ว่าซันปาคุโตะของพวกเขาจะถูกยึดไปแล้ว แต่ท่ามกลางนักโทษจำนวนมหาศาล ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญในวิชาคิโดอยู่เลย และที่นี่ยังมีแม้กระทั่งอดีตสมาชิกหน่วยคิโดรวมอยู่ด้วย

เหล่านักโทษที่เชี่ยวชาญในวิชาคิโดพากันล่าถอยออกไป และเริ่มร่ายคาถากันเสียงขรม

เพียงชั่วครู่ อณูวิญญาณทั่วทั้งบริเวณก็ปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด นักโทษคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญในวิชาคิโดมากนักก็พากันกรูกันเข้าใส่อิชิคาวะ คนพวกนี้ประสานงานกันได้ดีอย่างน่าประหลาด ซึ่งทำเอาอิชิคาวะถึงกับประหลาดใจเล็กน้อย

แต่เมื่อลองคิดดูให้ดี เขาก็พบว่ามันเป็นเรื่องปกติเอามาก ๆ

แม้ว่าสถานะปัจจุบันของพวกเขาจะเป็นเพียงนักโทษ แต่นักโทษทุกคนที่นี่ล้วนเคยเป็นถึงสมาชิกประจำ หรือแม้กระทั่งนักสู้มีอันดับของ 13 หน่วยพิทักษ์มาก่อนทั้งสิ้น

สำหรับพวกเขาแล้ว การประสานงานกับยมทูตที่อยู่เคียงข้างนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเต็มใจที่จะทำหรือไม่ต่างหาก

“ผู้ปกครองเอ๋ย! หน้ากากแห่งเนื้อหนัง มวลสรรพสิ่ง กระพือปีกโผบิน...”

“จงทำลายตนเอง สุนัขดำแห่งรอนดานินี! อ่านเพียงครั้งเดียว แล้วจงแผดเผาให้สิ้นซาก...”

“ราชรถอัสนี ช่องว่างแห่งกงล้อปั่นฝ้าย สิ่งนี้มีแสงสว่าง...”

“...”

คาถาหลากหลายรูปแบบดังก้องไปทั่วทั้งเรือนจำ ทำเอาอิชิคาวะต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย

ชักจะบานปลายไปกันใหญ่แล้วแฮะ

แม้ว่าเขาจะอยากต่อสู้ต่อไปใจจะขาด แต่เขาก็ต้องคำนึงถึงงานที่ต้องทำในอนาคตด้วย คิโดนั้นแตกต่างจากฮาคุดะ เมื่อปลดปล่อยออกไปแล้ว มันไม่สามารถดึงกลับคืนมาได้ มันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทั้งผู้คนและโครงสร้างโดยรอบ และอาจทำให้นักโทษเสียชีวิตได้อย่างง่ายดาย

ตัวอิชิคาวะเองไม่ได้กังวลเรื่องที่นักโทษจะตายสักเท่าไหร่หรอก แต่โอมาเอดะสั่งเอาไว้เด็ดขาดว่าห้ามฆ่าใคร... แถมเขาจะต้องมาตามเช็ดตามล้างซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นในภายหลังอีกต่างหาก

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความตื่นเต้นในแววตาของอิชิคาวะก็ค่อย ๆ มอดดับลง

การใช้ข้ออ้างที่ว่านักโทษเข้ามารบกวนการทำงานเพื่อ 'ตอบโต้แบบเนียน ๆ' ระบายอารมณ์สักหน่อยก็คงไม่เป็นไร แต่งานจริง ๆ ของเขาจะให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

“เชือกอัสนี!”

ร่างของอิชิคาวะวูบไหว หลบหลีกการโจมตีของเหล่านักโทษแถวหน้า ขณะที่แรงดันวิญญาณของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้น ไม่ได้ถูกปกปิดเอาไว้อีกต่อไป แต่กลับถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด เขายกมือขึ้นแล้วตวัดฟาดออกไปในความว่างเปล่า และเชือกแสงที่ควบแน่นขึ้นจากพลังวิญญาณก็พุ่งออกไปรัดตัวนักโทษที่กำลังร่ายคาถาวิชาคิโดเอาไว้ในชั่วพริบตา

นักโทษผู้นั้นไม่ได้ใส่ใจเมื่อเชือกสัมผัสโดนตัวเขา เพราะเขามองปราดเดียวก็รู้ว่ามันเป็นเพียงแค่บากุโดระดับต่ำสุด ‘บากุโด #4 ไฮนาวะ (เชือกเส้นนี้)’ พลังในการพันธนาการของมันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก และมันก็ไม่อาจใช้เป็นแม้แต่ตัวก่อกวนได้ด้วยซ้ำ มันถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อต้องการมัดตัวนักโทษ หรือดึงตัวพรรคพวกให้รอดพ้นจากการโจมตีอันตรายเท่านั้น

แต่ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะร่ายคาถาต่อ จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็ชาดิกไปทั้งตัว และแข็งทื่ออยู่กับที่

เมื่อมองดูสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่บนเส้นเชือก รูม่านตาของนักโทษที่ถูกพันธนาการก็หดเกร็งลง

นี่มันไม่ใช่ ‘ไฮนาวะ’ นี่หว่า!?

วินาทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว มันก็สายเกินไปเสียแล้ว แสงสว่างแห่งบยะคุไรปะทุขึ้นมาตามเส้นเชือก เขาไม่ได้แม้แต่จะต่อขัดขืน ร่างของเขากระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะสลบเหมือดไป

ยกขาขึ้น เตะก้านคอ...

ไร้รอยต่อ!

อิชิคาวะซึ่งยังคงยืนอยู่กับที่ เตะร่างของนักโทษตรงหน้าจนปลิวละลิ่ว ด้วยเสียงดังฟึ่บ! นักโทษผู้นั้นก็พุ่งเข้ากระแทกกลุ่มนักโทษที่กำลังร่ายคิโดอยู่รอบนอก

เชือกสายฟ้าที่สว่างวาบราวกับอสรพิษที่กำลังแหวกว่าย พุ่งทะยานขึ้นลง พันธนาการผู้คนแล้วคนเล่า นักโทษที่ม่านพลังป้องกันแรงดันวิญญาณสามารถถูกเจาะทะลวงได้ ล้วนถูกไฟฟ้าช็อตจนหมดสติไปทั้งสิ้น และพวกที่ม่านพลังป้องกันแรงดันวิญญาณไม่สามารถถูกเจาะทะลวงได้ ก็ถูกดึงกระชากเข้ามาตรงหน้าอิชิคาวะและถูกซัดจนสลบด้วยหมัดอันทรงพลัง!

มือข้างหนึ่งควบคุมเชือกอัสนี มืออีกข้างกำหมัดซัดกระหน่ำ

ด้วยการใช้วิชาชุนโป ร่างของอิชิคาวะเคลื่อนไหวฝ่าฝูงชนราวกับภูตผีปีศาจ พลิ้วไหวไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน

นักโทษคนใดที่พยายามจะร่ายคิโด ล้วนถูกเขาขัดจังหวะอย่างรุนแรง และพวกที่ยอมล้มเลิกการร่ายคาถาก็ถูกอิชิคาวะสวนกลับด้วยคิโดบทเดียวกัน โดยไม่ก่อให้เกิดพลังงานรั่วไหลออกมาเลยแม้แต่น้อย

ที่ใดก็ตามที่อิชิคาวะเคลื่อนผ่าน ที่นั่นย่อมเกิดความโกลาหลวุ่นวายตามมา

จำนวนนักโทษลดลงอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ชัด เสียงโห่ร้องตะโกนก้องของการต่อสู้ค่อย ๆ แผ่วลง และเสียงร้องโอดครวญก็ดังก้องขึ้นมาแทนที่

อิชิคาวะหยุดการเคลื่อนไหวลง เพิ่งจะตระหนักได้ว่า โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว ไม่มีใครยืนหยัดอยู่ในสนามรบแห่งนี้ได้อีกแล้ว

“ชักจะยุ่งยากซะแล้วสิ”

กลิ่นอายของเขากลับมาสงบเยือกเย็น อิชิคาวะมองดูภาพซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น แล้วมุมปากของเขาก็กระตุกวูบเล็กน้อย

ตอนสู้มันก็สะใจดีอยู่หรอก แต่ตอนตามเก็บกวาดนี่สิ...

แค่คิดก็ปวดหัวตึ้บแล้ว

...

จบแล้วเหรอ?

นักสู้อันดับ 2 อะบิสซึ่งถูกฝังอยู่ใต้กองนักโทษนึกสงสัยอยู่ในใจ

นับตั้งแต่เมื่อประมาณสิบนาทีก่อน เสียงโห่ร้องตะโกนก้องของการต่อสู้ภายนอกก็เงียบงันลง และทั่วทั้งรังหนอนก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แม้ว่าเขาจะอยากออกไปตรวจสอบสถานการณ์ใจจะขาด แต่แค่คิดถึงภาพอันโหดเหี้ยมที่ไอ้หนุ่มผมดำกระหน่ำซัดตาแก่ที่หลง ๆ ลืม ๆ จนยับเยิน เขาก็ตัวสั่นงันงกไปหมดแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่ารังหนอนมีเหตุผลในการดำรงอยู่จริง ๆ

มันเป็นเรื่องปกติเอามาก ๆ ที่คนซึ่งไล่ทุบตีชาวบ้านชาวช่องโดยไม่สนสี่สนแปดว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน จะถูกจับมาขังลืมแบบนี้

เขานอนรออยู่ที่นั่นอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ

ใครกัน?

ไอ้หนุ่มผมดำคนนั้นน่ะเหรอ?

หรือว่าเป็นคนอื่น?

นักสู้อันดับ 2 อะบิสกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปไม่นาน ความผันผวนของพลังงานวิญญาณก็แผ่ซ่านออกมา

จากนั้น...

“อ๊ากกกก~~”

ปึก!

ความผันผวนของพลังงานวิญญาณแผ่ซ่านออกมาอีกครั้ง

แล้วก็...

“อ๊ากกกก~~”

ปึก!

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย? ยังมีคนสู้กันอยู่อีกเหรอ?

เสียงคำรามและเสียงกระแทกที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้นักสู้อันดับ 2 อะบิสเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง ในที่สุด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ผลักดัน เขาจึงค่อย ๆ ผลักร่างของนักโทษที่อยู่ตรงหน้าออกไปเล็กน้อย และแอบชะโงกหน้ามองลอดช่องว่างออกไป

เป็นหมอนั่นจริง ๆ ด้วย!

เมื่อมองออกไป เขาก็เห็นชายหนุ่มผมดำสวมผ้ากันเปื้อนที่ขาดรุ่งริ่ง กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ อดีตรองหัวหน้าหน่วยที่เขาเพิ่งจะทุบตีจนปางตายไปเมื่อครู่นี้ มือข้างหนึ่งกดทับลงบนร่างของอดีตรองหัวหน้าหน่วย ส่วนมืออีกข้างชูขึ้นเหนือศีรษะ

นั่นมัน...

ไคโด?

เมื่อเขาเห็นแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากมือของชายหนุ่มผมดำ นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

ที่ใดก็ตามที่แสงสว่างพาดผ่าน ชายชราที่ได้รับการรักษาก็มีบาดแผลสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในชั่วพริบตา เขาก็ค่อย ๆ ได้สติฟื้นคืนกลับมาจากอาการบาดเจ็บสาหัสและการหมดสติ

นี่มันไคโดงั้นเหรอ?

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นไคโดมาก่อน เขาเคยศึกษามาด้วยซ้ำ แต่เขามั่นใจเลยว่าแม้แต่รองหัวหน้าหน่วยที่ 4 ก็อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในวิชาไคโดที่น่าสะพรึงกลัวถึงระดับนี้

เขาเป็นใครกันแน่?

แรงดันวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่ง วิชาฮาคุดะของเขาก็ร้ายกาจ แถมวิชาไคโดของเขาก็ยังยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้อีก

ชายชราซึ่งตอนนี้ได้สติกลับคืนมาแล้ว มีประกายแห่งความสับสนงุนงงพาดผ่านดวงตา แต่เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มผมดำตรงหน้า ดวงตาอันฝ้าฟางของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งในทันที

“อ๊ากกกกกก~~~”

ปึก!

ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้ลุกขึ้น หมัดขวาของชายหนุ่มผมดำที่ชูอยู่เหนือศีรษะก็ฟาดกระแทกลงมาอย่างรุนแรง

“...”

นักสู้อันดับ 2 อะบิสเงียบกริบ

เมื่อมองดูชายชราที่ศีรษะถูกจับกระแทกจมดินลงไปอีกรอบ นักสู้อันดับ 2 อะบิสก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าไอ้เสียงก่อนหน้านี้มันคืออะไรกันแน่

ปีศาจชัด ๆ!!

ไคโดเริ่มทำงานอีกครั้ง

ผ่านไปครู่หนึ่ง...

“อ๊ากกกก~”

ปึก!

“อ๊ากกกก~”

ปึก!

...

ฉากเหตุการณ์เดิมซ้ำรอยอย่างต่อเนื่อง และความรู้สึกของนักสู้อันดับ 2 อะบิสก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากความหวาดกลัวในตอนแรกเป็นความชาชิน

ภาพเรือนร่างนั้น ที่มือข้างหนึ่งใช้วิชาไคโด ส่วนมืออีกข้างชูขึ้นเหนือศีรษะ...

มันถูกประทับฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว!

“อ้า...”

ชายชราฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สายตาอันบ้าคลั่งของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง และหมัดนั่น... ก็ฟาดลงมาอีกครั้ง

แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไปเล็กน้อย

“เดี๋ยวก่อน...”

ปึก!

เดี๋ยวก่อนงั้นเหรอ?

นักสู้อันดับ 2 อะบิสมองดูชายชราที่ศีรษะจมดินไปอีกรอบด้วยความตกตะลึงไปชั่วขณะ สงสัยว่าหูของเขาแว่วไปเองหรือเปล่า เขาได้ยินชายชราที่หลง ๆ ลืม ๆ มาเป็นร้อย ๆ ปีพูดออกมาจริง ๆ งั้นเหรอ?

มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ ๆ เลย?

นักสู้อันดับ 2 อะบิสชะโงกหน้าออกไปดู และพบว่าชายหนุ่มผมดำก็ดูเหมือนจะชะงักไปชั่วขณะเช่นกัน จากนั้นก็ลงมือรักษาชายชราต่อไป

ผ่านไปไม่นาน ชายชราก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง...

ทว่า คราวนี้เขาไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งอีกต่อไป แต่กลับจ้องเขม็งไปที่อิชิคาวะด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

“ฆ่าฉันให้ตายไปเลยสิวะ!!”

“เอ่อ...”

อิชิคาวะกะพริบตา

“ยังอยากจะสู้อีกไหม?”

“สู้พ่อง...”

ปึก!

“...”

นักสู้อันดับ 2 อะบิสเงียบกริบ

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้ว่าโรคสมองเสื่อมมันสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการโดนกระทืบ...

ผ่านไปครู่หนึ่ง

“ยังอยากจะสู้อีกไหม?”

“ไม่เอาแล้ว”

อิชิคาวะมองดูชายชราที่นอนหมอบอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่ไร้ชีวิตชีวาอย่างสิ้นเชิง แล้วพยักหน้ารับ

“ดี ถ้างั้นก็ลุกขึ้นไปทำความสะอาดห้องของแกซะ ทั้งข้างในและข้างนอกเลยนะ”

ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นอิชิคาวะที่มีมือข้างหนึ่งใช้วิชาไคโดและมืออีกข้างชูขึ้น เขาก็พยักหน้ารับเบา ๆ

“...อืม”

นักสู้อันดับ 2 อะบิสเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ผลักนักโทษที่อยู่รอบ ๆ ออกแล้วลุกขึ้นยืน และทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น นักโทษบางคนที่กำลังนอนโอดครวญอยู่บนพื้นก็เริ่มทยอยกันลุกขึ้นตาม

“ฉันจะไปทำความสะอาดเดี๋ยวนี้แหละ!!”

นักสู้อันดับ 2 อะบิสสบตาอิชิคาวะแล้วรีบตะโกนบอก จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและวิ่งแจ้นไปที่ห้องของตัวเอง เมื่อเขาเลี้ยวตรงหัวมุม เขาก็มองลึกเข้าไปข้างในและพบว่ามันกำลังคึกคักวุ่นวายสุด ๆ... เหล่านักโทษที่ปกติแล้วมักจะโหดเหี้ยมอำมหิต บัดนี้กลับกลายร่างเป็นพนักงานทำความสะอาดผู้ขยันขันแข็ง พากันเก็บกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมทั้งข้างในและข้างนอกอย่างขะมักเขม้น

พวกเขาไม่ได้กลัวตายหรอกนะ...

แต่การทรมานแบบนี้ การถูกกระทืบจนปางตายแล้วก็โดนชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ มันช่างโหดร้ายทารุณสุด ๆ ไปเลย!!

...

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 71 ยังอยากจะสู้อีกไหม? (สามตอนรวด)

คัดลอกลิงก์แล้ว