เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

chapter 95 (อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

chapter 95 (อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

chapter 95 (อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)


เกราะสงตรามรุ่น 2!

เมื่อเทียบกันแล้วมันสามารถบดขยี้เกราะสงครามรุ่น 1.

แรงบัลดาลใจของแขนเหล็กทั้งสี่อยู่ด้านหลังมาจากแขนแหล็กของดร.ออตโตปุสและชุดเกราะแมงมุมเหล็ก.

การเคลือบโลหะคริปตอนทำให้เกราะสงครามรุ่น 2 ทนต่อแรงอัดได้ถึง 100 ตันโดยไม่มีการเสียรูปทรงและยังมีระบบดูดซับแรงกระแทกภายในที่ถูปรับปรุงอีกด้วย.

ปืนใหญ่ฝ่ามือก็รวบรวมกำลังและยิงได้เร็วยิ่งขึ้น.

อาวุธหลักคือแขนหุ่นยนต์สี่ข้าง ซึ่งมีความยืดหยุ่นและควบคุมโดยระบบ AI ในตัว แต่ละข้างรับน้ำหนักได้ถึง 20 ตันและยังเคลือบโลหะคริปตอนอีกด้วย.

หากจีนเห็นคงจะตะโกนว่าเสียของจริงๆ โลหะคริปตอนตอนนี้ได้พิสูจน์คุณค่ามันแล้ว แต่ไม่น่าเอามาเสียเปล่ากับสิ่งที่เรียกว่าอาวุธ.

"แขนกลแต่ละข้างรับน้ำหนักได้ 20 ตัน ซึ่งทำได้ไม่ต่างไปจากแขนมนุษย์และมีความเร็วพอที่จะต่อยออกไป 5 ครั้งต่อ 1 วินาที ความถี่การโจมตีแบบนี้ต่อให้เป็นราชาทะเลลึกก็ไม่อาจต้านทานได้."

ซอดพูด แม้ว่าพลังของหุ่นยนต์จะเกินจริง แต่ก็ไม่มีต่างอะไรไปกับฮีโร่และวายร้ายที่มีแรงเริ่มต้นหลายสิบตัน.

"แขนกลยังติดตั้งกล้องที่สามารถรับข้อมูลได้จากทุกทิศทางและมีการติดตั้งเลเซอร์พลังงานสูง มันสามารถตัดและโจมตีได้."

แขนกลก็ได้เปลี่ยนเป็นรูปกรงเล็บขนาดใหญ่เพื่อแสดงให้เห็นความสามารถในการเป็นอาวุธต่อพลตรีด้วยการยิงเลเซอร์สีแดง จากนั้นก็ทะลุแผ่นเหล็กที่มีความหนา 30 มม. ออกและยังโจมตีห่างออกไป 500 เมตรด้านหน้าอย่างแม่นยำ รูที่ถูกยิงทะลุนั้นได้ละลายจนเห็นได้ชัดเจน.

"เกราะรถถังในตอนนี้ไม่อาจต้านทานเลเซอร์กำลังสูงนี้ได้เลยและปืนใหญ่ฝ่ามือก็มีระยะ 300 เมตรด้วย."

ซอดให้ข้อมูล ท้ายที่สุด การสูญเสียพลังงานนั้นร้ายแรงมากในสภาพแวดล้อมของบรรยากาศ มันดีพอแล้วที่ยิงได้ในระยะ 300 เมตรได้.

พลตรีจ้องไปที่เกราะเหล็กรุ่น 2 ด้วยสายตาที่แหลมคม มันมีค่ามาก สำหรับซอด ภายในคืนนั้น เขาได้ผลิตอาวุธที่สามารถฆ่าสัตว์ประหลาดอย่างราชาทะเลลึกได้.

หน้าที่ของแขนกลหุ่นยนต์ทั้งสี่คือการแทนที่การขาดทักษะการต่อสู้แบบมนุษย์ ท้ายที่สุดแล้ว มือและขานั้นสั้นไป ซึ่งเทียบไม่ได้กับสัตว์ประหลาดที่มีความยืดหยุ่นเหมือนกับราชาทะเลลึก อย่างไรก็ตาม แขนกลทั้งสี่นี้สามารถทำการเคลื่อนไหวที่ยากลำบากต่างๆด้วยความเร็วสูงมาก แม้กระทั่งซอดได้แสดงการใช้แขนกลในการสกัดกั้นกระสุนปืนกลในระยะประชิดได้อย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุด แขนกลทั้งสี่นี้ถูกควบคุมโดย AI ขั้นสูงของเกราะสงครามรุ่น 2 ซึ่งสามารถควบคุมได้หลายรูปแบบภายในอึดใจเดียว.

"มันราคาเท่าไร?"

นายพลอดใจที่จะรอซื้อไม่ไหว.

"2,000,000,000."

ซอดพูดราคา.

"นายต้องบ้าไปแล้ว? เรือบรรทุกเครื่องบินเปล่า(รับน้ำหนักได้ 30,000 ตัน)ยังมีราคา 500 ล้านดอลลาร์ เรือบรรทุกเครื่องบินนี้มีราคา 700 ล้านดอลลาร์และเครื่องบินแต่ละลำมี 500 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมกันแล้วมันก็ยังมีราคาไม่ถึง 2 พันล้านดอลลาร์!"

นายพลอดที่จะพูดไม่ได้.

มันก็แค่เกราะสงคราม มีราคาเทียบเท่าเมื่อเทียบกับมูลค่าเรือบรรทุกเครื่องบินรวมทั้งเครื่องบินทั้งหมด?

"ท่านนายพล ฉันแค่รับผิดชอบในการเสนอราคา ไม่มีการต่อรอง."

ซอดพูดพร้อมกับถอนหายใจ.

"ท้ายที่สุด ผมมีหน้าที่ในการรับผิดชอบในการผลิตอาวุธและการวิจัยในการพัฒนาเท่านั้น หากอยากต่อรองให้ไปคุยกับโอลด์."

ซอดพูดกับเขา.

"แน่นอน ผมขอแนะนำเกราะสงครามอีกเครื่อง."

ซอดพาทุกำคนไปที่เกราะสงครามอันที่สองซึ่งมันดูเหมือนกับชุดเกราะต่อต้านฮัคล์ แต่ทั้งตัวของมันเป็นสีดำ.

"มันเป็นเกราะสงครามที่โครตใหญ่?"

นายพลอดไม่ได้ที่จะผงะ.

"มันมีชื่อว่า จ้าวเกราะเหล็ก ความหนาของมันเป็นสองเท่าของเกราะสงครามรุ่น 1 แต่ไม่มีการเคลือบโลหะคริปตอน มันมีแรง 50 ตันและการป้องกันก็ยอดเยี่ยม ข้อเสียเดียวคือมันบินไม่เร็วเท่ากับเกราะสงครามรุ่น 1-2 เพราะมันหนักเกินไป มือขวามีปืนกลขนาดลำกล้อง 20 มม. กล่องกระสุนอยู่ด้านหลังและแขนซ้ายสามารถยิงมิสไซล์ได้ 3 ครั้ง แกนพลังงานยังเป็นพลังงานแม่เหล็ก ของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่น."

ซอดแสดงคุณสมบัติของเกราะจ้าวเกราะเหล็ก.

"มันเป็นเกราะสงครามที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด มันมีพลังมหาศาลและการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่ข้อเสียของมันคือมันไม่เร็ว."

นายพลมองไปยังจ้าวเกราะเหล็กที่ทรงพลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกต่อเหล็กขนาดใหญ่เหล่านี้เต็มไปด้วยความตกใจ!

เขาดูเหมือนจะเห็นฉากที่มันพลิกรถถัง ไร้พ่ายในสนามรบและไม่มีใครทำอะไรมันได้.

"เท่าไร?"

นายพลถาม.

"1.5 พันล้าน."

ซอดตอบ.

นายพลถอนหายใจ.

"ฉันจะกลับไปคุยกับคนอื่น ซอด ฮีท."

นายพลไม่โทรติดต่อกลับไป ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองหรือการสั่งซื้อ.

"ยินดีต้อนรับตลอดเวลา."

ซอดพูด.

หลังจากที่พลตรีกลับมา ทหารอเมริกันก็รู้ทันทีว่าซอดได้ประดิษฐ์เกราะเหล็กตัวใหม่เพื่อออกขาย แต่มันราคาแพงมาก.

จากนั้นพวกเขาก็ได้ข่าวว่าซอดได้เสนอเกราะเหล็กของเขาไปยังประเทศอื่น.

เมื่อประเทศอื่นตกใจที่เกราะสงครามมีราคาแพง กลุ่มน้ำมันของตะวันออกกลางจึงลงมือ.

พวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตเป็นอย่างมาก นอกจากนี้พวกเขายังมีเงินจ่าย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่า 2 พันล้านจะแพงเกินไป.

ซอดไม่สนใจยอดขายเกราะสงครามตัวใหญ่ ยังไงซะ มันจะราคาพุ่งในอนาคต ยอดขายจะต้องพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน.

ท้ายที่สุดแล้ว ซอดก็ไม่อยากให้ฮีโร่หย่อนยานเกินไป.

"เบ็น เราต้องการพลังของนาย."

หลังจากเจอกับเหตุการณ์ของราชาทะเลลึก แฟนแทสติกโฟร์ทั้งสามก็ไม่มั่นใจเหมือนเมื่อก่อน.

จอห์นนี่(ตอนก่อนหลุดแปลไปเป็น ฟิลิฮัว)คิดว่าเขาไร้พ่ายในโลกนี้ แม้แต่ดาร์กไนท์ซอดก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้หลังจากที่เขาสวมเกราะ แต่เขากลับถูกสัตว์ทะเลตัวนั้นทารุณอย่างสมบูรณ์.

ดังนั้นรี้ดจึงมาหาเบ็นที่กลายเป็นคนธรรมดา.

"รี้ด รู้ไหม ฉันไม่อยากกลับไปอยู่แบบนั้นอีก..."

เบ็นกริมถอนหายใจและพูดว่า เขายังดูข่าวย้อนหลังและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น.

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาร่วมมือกับพวกเขาในการต่อต้านราชาทะเลลึก การบาดเจ็บจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในรูปลักษณ์แย่ๆขนาดนั้น ท้ายที่สุด เขาก็ไม่อาจเปลี่ยนร่างกลับมาเหมือนเดิมได้.

"แต่ เบ็น เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราทุกคนถูกพายุรังสีคอสมิกและได้รับพลัง แม้ว่าดูมจะหายไป แต่เขาก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการได้พลังเหมือนกัน นี่คือพลังที่พระเจ้าประทานมาให้เราเพื่อปกป้องโลก!"

รี้ดไม่ยอมแพ้ เขารู้ว่าคนตรงหน้านั้นถูกชักชวนได้ง่ายแค่ไหน.

"นายคิดว่ารูปลักษณ์ของฉันเป็นของขวัญจากพระเจ้าด้วย?"

ทันใดนั้นเบ็นก็คำรามใส่รี้ด.

จบบทที่ chapter 95 (อ่านฟรีทุกตอนที่ลงท้ายด้วย 5-6)

คัดลอกลิงก์แล้ว