- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกตนด้วยระบบจำลอง เปลี่ยนอนาคตความตาย ให้เป็นอมตะ
- บทที่ 1: สิ้นชีพเพราะสบู่ สู่ระบบจำลองฝึกตน!
บทที่ 1: สิ้นชีพเพราะสบู่ สู่ระบบจำลองฝึกตน!
บทที่ 1: สิ้นชีพเพราะสบู่ สู่ระบบจำลองฝึกตน!
"ผู้อาวุโสหยาง ข้ามาส่งภารกิจสำนักขอรับ รบกวนท่านช่วยตรวจดูรางวัลสักนิด"
หลู่ชวนมาถึงหอภารกิจพร้อมตะกร้าสมุนไพร เขามองไปยังชายชราผมขาวที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุดด้วยความเคารพ
ผู้อาวุโสหยางปรายตามองสมุนไพรระดับหนึ่งที่กองพูนอยู่ในตะกร้าอย่างลวกๆ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ไม่เลว รวบรวมหญ้าปราณโลหิตมาได้ครบหนึ่งร้อยต้น นี่คือรางวัลของเจ้า วางตะกร้าไว้ตรงนี้แล้วไปได้"
กล่าวจบ ผู้อาวุโสหยางก็โยนหินวิญญาณระดับต่ำที่แทบไม่มีพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่สามก้อนลงบนโต๊ะ
เมื่อเห็นหินวิญญาณ ใบหน้าของหลู่ชวนก็สว่างวาบไปด้วยความยินดี เขาวางตะกร้าลง หยิบหินวิญญาณขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอภารกิจไปโดยไม่เหลียวหลัง
ระหว่างทาง เขากำหินวิญญาณระดับต่ำทั้งสามก้อนในกระเป๋าเสื้อไว้แน่น เร่งฝีเท้ากลับไปยังที่พัก
และในระหว่างทางนั้นเอง...
"ดูนั่นเร็วเข้า ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิวนี่นา!"
ลำแสงสายหนึ่งพาดผ่านท้องฟ้า พุ่งทะยานจากเขตสายนอกตรงเข้าสู่เขตสายในของสำนัก
เมื่อลำแสงสายนี้ปรากฏขึ้น ศิษย์สายนอกหลายคนถึงกับหยุดชะงักอยู่กับที่ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา ยิ่งไปกว่านั้น แววตาของพวกเขายังทอประกายแห่งความหลงใหล ราวกับกำลังแหงนมองเทพธิดาผู้สูงส่ง
หลู่ชวนเงยหน้าขึ้นมอง
ภาพที่เห็นคือหญิงสาวในชุดคลุมยาวสีฟ้า รูปร่างสูงโปร่งอรชร ความงามของนางนั้นหมดจดงดงาม ทว่ากลับมีสีหน้าที่เย็นชาเยือกเย็น แววตาแฝงไปด้วยความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ราวกับเซียนหญิงผู้ตัดขาดจากโลกโลกีย์ นางกำลังเหยียบอยู่บนกระบี่เล่มยาวและโบยบินไปบนท้องฟ้า!
เมื่อมองดูนางขี่กระบี่บินไป หลู่ชวนก็เผยสีหน้าอิจฉาออกมา เขาถึงกับพึมพำกับตัวเอง
"สมกับเป็นโลกแห่งการฝึกตน ขี่กระบี่บินได้จริงๆ ด้วย!"
"ขอเพียงก้าวเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำ ก็จะสามารถขี่กระบี่บินทะยานทะลุฟ้าได้!"
"ข้าจะต้องก้าวไปสู่ขั้นแก่นทองคำและกลายเป็นเซียนผู้สูงส่งในสายตาของปุถุชนให้ได้!"
หลู่ชวนกำหมัดแน่น ลอบสาบานในใจ!
ใช่แล้ว หลู่ชวนไม่ใช่คนของโลกนี้ แต่เป็นคนต่างถิ่น พูดให้ถูกคือเขาทะลุมิติมาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน!
แถมวิธีการทะลุมิติของเขาก็ยังน่าขันสิ้นดี
ในห้องน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่ง หลู่ชวนที่เพิ่งเสร็จธุระกำลังเตรียมตัวอาบน้ำให้ผ่อนคลาย ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ บนพื้นก็มีสบู่ก้อนลื่นๆ โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
หลู่ชวนที่ไม่ทันระวัง เหยียบสบู่ก้อนนั้นจนลื่นล้มหัวฟาดพื้นตาย!!!
ที่น่าตลกยิ่งกว่านั้นก็คือ!
ก่อนตาย ในขณะที่สติกำลังจะดับวูบลง เขาได้ยินสบู่ก้อนนั้นพูดได้
มันบอกว่าช่วงนี้มีนักทะลุมิติหลายคนบ่นว่าวิธีการทะลุมิติมันจำเจเกินไป ไม่โดนรถบรรทุกชนตายก็ใหลตายไปเฉยๆ ดังนั้น บริษัทระบบทะลุมิติ จึงตัดสินใจพัฒนาวิธีการทะลุมิติรูปแบบใหม่ๆ
และครั้งนี้ก็ขอใช้เขาเป็นหนูทดลองก็แล้วกัน
"วิธีการทะลุมิติส้นตีนอะไรวะเนี่ย! โดนรถบรรทุกชนตายยังพอว่า แต่ตายเพราะสบู่เนี่ยนะ? มันใช่วิธีการทะลุมิติตรงไหน?"
"ข้าต้องไปรีวิวให้คะแนนติดลบแน่!"
เมื่อได้ยินคำพูดของสบู่ หลู่ชวนแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมาเต็มปาก
ในฐานะคนที่อ่านนิยายมาเยอะ เขาย่อมตระหนักได้ทันทีว่าโอกาสในการทะลุมิติได้หล่นทับเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ประหลาดใจกับคำพูดของสบู่นัก
แต่ติดตรงที่วิธีการนี่แหละ มันน่าอับอายขายขี้หน้าเกินไปแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น... เขายังไม่ทันได้ฟอร์แมตข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเลยด้วยซ้ำ...
ด้วยเหตุนี้ หลู่ชวนจึงมาเยือนโลกแห่งการฝึกตนใบนี้
เขาได้เกิดใหม่ในครอบครัวปุถุชนธรรมดา เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาแบกความฝันที่จะเป็นผู้ฝึกตน เดินทางมายังสำนักฝึกตนที่โด่งดังที่สุดในละแวกนี้
สำนักเขาเขียว
และด้วยพรสวรรค์ในการฝึกตนที่มีอยู่บ้าง เขาจึงผ่านการทดสอบของสำนักได้อย่างราบรื่น และกลายเป็นศิษย์สายนอกของสำนักเขาเขียว
"จึ๊ๆๆ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าบุรุษแบบไหนกันที่จะพิชิตใจคนอย่างธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิวได้?"
เมื่อมองดูธิดาศักดิ์สิทธิ์ของสำนักขี่กระบี่บินหายลับไปเหนือน่านฟ้าเขตสายนอกในชั่วพริบตา ศิษย์สายนอกที่เดินผ่านไปมาหลายคนก็กล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่าน
"เลิกคิดไปได้เลย อย่างน้อยที่สุดคนผู้นั้นก็ต้องเป็นมังกรในหมู่มนุษย์ ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิวทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ดปี แถมยังมีรากวิญญาณวารีระดับสูงสุด หากพูดถึงพรสวรรค์ในการฝึกตน เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของสำนักเลยเชียวล่ะ!"
"การจะทะลวงเข้าสู่ขั้นวิญญาณก่อกำเนิด หรือแม้แต่ขั้นแปลงวิญญาณในอนาคตย่อมไม่ใช่ปัญหา"
"สตรีเช่นนี้ไม่ใช่คนที่คนธรรมดาจะควบคุมได้หรอก"
"อย่างน้อยที่สุด ในสำนักของเราก็ไม่มีบุรุษคนไหนคู่ควรกับนางเลยสักคน!"
ศิษย์สายนอกหลายคนต่างส่ายหน้าและถอนหายใจ
หลู่ชวนมองดูธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่หายลับไปในท้องฟ้า พร้อมกับฟังการถกเถียงอย่างออกรสของเหล่าศิษย์รอบข้าง เขาเลียริมฝีปาก เผยให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะเอาชนะ
พูดได้เต็มปากเลยว่า รูปลักษณ์ของธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้โดดเด่นเหนือใคร เหนือชั้นกว่าพวกดาราสาวระดับท็อปในชีวิตก่อนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเขาเป็นสิบๆ ช่วงตัว ผิวพรรณของนางเนียนนุ่มดุจหยกไขมันแกะ เครื่องหน้าคมคายมีมิติ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่มักจะมองจากที่สูงเสมอ เย็นชาต่อทุกสรรพสิ่ง ราวกับไม่ยึดติดกับทางโลก ชวนให้เกิดความรู้สึกอยากปราบพยศเสียจริงๆ!
สาวงามผู้เย็นชาเช่นนี้ ยากนักที่จะไม่ตกหลุมรัก
หลู่ชวนเองก็เช่นกัน!
เขาไม่ได้บวชเป็นพระ และไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ย่อมต้องมีความคิดอกุศลกับธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิวเป็นธรรมดา เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า หากได้พิชิตเซียนหญิงผู้สูงส่งและเย่อหยิ่ง มันจะรู้สึกเช่นไรกันนะ?
ช่างน่าเสียดาย ที่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ศิษย์สายนอกคนหนึ่ง ระดับการฝึกตนก็อยู่แค่ขั้นกลั่นลมปราณระดับสี่ ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิว ย่อมไม่มีทางพิชิตนางได้อย่างแน่นอน
ทว่า อย่าลืมสิว่าเขาคือนักทะลุมิติ และอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับนักทะลุมิติก็คือระบบ!
เมื่อมีระบบ การจะแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา ขอเพียงเขามีพลังอำนาจล้นฟ้า เขาจะไม่สามารถชี้นิ้วสั่งการได้ตามใจปรารถนาเชียวหรือ?
หลู่ชวนข่มหัวใจที่กำลังร้อนรุ่มลง และรีบเดินกลับไปยังที่พักของตน
เมื่อปิดประตูลง หลู่ชวนก็หยิบหินวิญญาณระดับต่ำทั้งสามก้อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเอ่ยขึ้น
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
【โฮสต์: หลู่ชวน】
【ระดับการฝึกตน: ขั้นกลั่นลมปราณระดับสี่】
【รากวิญญาณ: รากวิญญาณอัคคีระดับต่ำ】
【จำนวนครั้งการจำลอง: 0】
【ระดับการจำลอง: เลเวล 1】
【ค่าพลังงาน: 97】
เมื่อมองดูหน้าต่างสถานะที่ระบบแสดงขึ้นมา หลู่ชวนก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า
ระบบของเขาเรียกว่า ระบบจำลองการฝึกตน
ตามชื่อเลยก็คือ มันสามารถจำลองการฝึกตนได้ และหลังจากที่การจำลองสิ้นสุดลง เขาก็จะได้รับรางวัลจากการจำลองนั้น
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ หลู่ชวนยังไม่เคยจำลองการฝึกตนเลยสักครั้งเดียว
เหตุผลก็คือ การจำลองการฝึกตนจำเป็นต้องใช้ค่าพลังงาน และวิธีที่จะได้ค่าพลังงานมา ก็คือการป้อนหินวิญญาณเข้าไป!
ตอนนี้ เขาขาดอีกเพียงสามแต้มก็จะครบหนึ่งร้อยแต้มพลังงานแล้ว หลังจากดูดซับหินวิญญาณระดับต่ำทั้งสามก้อนนี้ เขาก็จะมีโอกาสได้จำลองการฝึกตน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลู่ชวนก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาสังเวยหินวิญญาณทั้งสามก้อนให้กับระบบทันที
และเมื่อค่าพลังงานถึง 100 เสียงของระบบก็ดังขึ้น
"ติ๊ง ตรวจพบว่าปัจจุบันท่านมีค่าพลังงาน 100 แต้ม ท่านสามารถทำการจำลองการฝึกตนได้"
"ท่านต้องการเริ่มการจำลองหรือไม่?"
"ตกลง/ยกเลิก?"
"ตกลง!" หลู่ชวนตอบรับโดยไม่เสียเวลาคิด
"ติ๊ง หักค่าพลังงาน 100 แต้ม เริ่มต้นการจำลอง"
"ระบบปัจจุบันเลเวล 1 สามารถสุ่มพรสวรรค์ระดับสีขาวได้"
"โปรดเลือกพรสวรรค์สำหรับการจำลองครั้งนี้!"
① โชคดีมีชัย (สีขาว): โชคชะตาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
② จิตใจสงบ (สีขาว): ดำดิ่งสู่สมาธิในการฝึกตนได้ง่ายขึ้น
③ ช่างจ้อ (สีขาว): นิสัยร่าเริง พูดเก่งขึ้น
เมื่อมองดูพรสวรรค์ระดับสีขาวทั้งสามที่ระบบสุ่มขึ้นมา หลู่ชวนก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
ตัวเลือกที่สามสามารถปัดตกไปได้เลย
ช่างจ้ออย่างนั้นหรือ? มันจะไปมีประโยชน์อะไร!
ส่วนตัวเลือกแรกกับตัวเลือกที่สอง ดูเหมือนจะมีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่
ส่วนจะเลือกอะไรดีนั้น หลู่ชวนครุ่นคิดอยู่นาน และท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือกข้อแรก โชคดีมีชัย!
ข้อสองนั้น แม้จะช่วยให้เข้าถึงสมาธิในการฝึกตนได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกตนขึ้นมาได้บ้าง แต่พรสวรรค์ในการฝึกตนของเขามันไม่ได้สูงส่งอะไรนี่สิ! ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมาก็คงแทบไม่เห็นผล
สู้เลือกข้อแรกไปเลยจะดีกว่า
ดังคำกล่าวที่ว่า พรสวรรค์สามส่วน โชคชะตาเจ็ดส่วน เขาเชื่อมั่นว่าโชคที่เพิ่มขึ้นมานี้จะไม่ทำให้เขาต้องผิดหวัง!
"เลือกสำเร็จ เริ่มต้นการจำลองการฝึกตน"
เมื่อหลู่ชวนทำการเลือกเสร็จสิ้น เขาก็ได้เริ่มต้นการเดินทางจำลองการฝึกตนครั้งแรกอย่างเป็นทางการ!