- หน้าแรก
- ระบบโรงประมูลหมื่นภพ ประมูลอายุขัยจักรพรรดิแย่งชิงกันบ้าคลั่ง
- บทที่33 ช่างไม่เจียมกะลาหัว
บทที่33 ช่างไม่เจียมกะลาหัว
บทที่33 ช่างไม่เจียมกะลาหัว
บทที่33 ช่างไม่เจียมกะลาหัว
เหนือน่านฟ้าทุ่งน้ำแข็งอุดรสุด กาลเวลาคล้ายถูกหน่วงให้ช้าลงอย่างยืดยาวไร้ที่สิ้นสุดในเสี้ยววินาทีนี้
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความสะใจจากการแก้แค้นของเซียวเทียนเช่อ ใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวและโศกเศร้าของเหยาซี ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโลภและประจบสอพลอของประมุขนิกายเทพโลหิต ตลอดจนใบหน้าอันสิ้นหวังและรวดร้าวของคนตระกูลเหยานับไม่ถ้วนเบื้องล่าง...
ทุกสรรพสิ่ง ล้วนถูกหยุดนิ่งเอาไว้ในเสี้ยววินาทีนี้
กรงเล็บยักษ์หน้าตาดุร้ายที่ควบแน่นจากพลังเวท ซึ่งกำลังจะทะลวงวงอกของเหยาซี กลับหยุดชะงักกะทันหันในระยะห่างจากตัวนางไม่ถึงสามชุ่น
เศษเสี้ยววิญญาณว่าที่จักรพรรดิจากห้วงมารหมื่นบรรพกาลซึ่งแผ่ซ่านบารมีจักรพรรดิอันไร้ที่สิ้นสุด นัยน์ตาที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมดำหดเกร็งอย่างรุนแรง ราวกับสัมผัสได้ถึงตัวตนบางอย่างที่ทำให้แม้แต่ตัวเขายังต้องหวาดผวา
พลังงานจากการระเบิดตัวเองที่กำลังจะปะทุขึ้นภายในร่างของเหยาซี ซึ่งมากพอจะทำลายล้างรัศมีหมื่นลี้ให้กลายเป็นความว่างเปล่า ก็ถูกพลังอันไร้รูปร่างทว่าอ่อนโยนสายหนึ่ง กดข่มให้สงบลงอย่างฝืนกฎเกณฑ์
โลกทั้งใบ หยุดนิ่งลงแล้ว
พายุหิมะหยุดพัดพา เมฆโลหิตจับตัวแข็งทื่อ กระทั่งการไหลเวียนของกฎเกณฑ์มหาเต๋า ก็ยังตกอยู่ในความนิ่งงันอย่างสัมบูรณ์ในวินาทีนี้
สิ่งเดียวที่ยังขยับเขยื้อนได้ มีเพียงเงาร่างหนึ่งเท่านั้น
ชายชราสวมชุดคลุมสีเทาเรียบง่าย ผมหงอกขาว ใบหน้าธรรมดา ดูราวกับทาสชราที่ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลปุถุชนทั่วไป กลับปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเหยาซีอย่างเงียบเชียบและไร้ลางบอกเหตุใดๆ
การปรากฏตัวของเขา ไม่ได้ก่อให้เกิดความผันผวนของมิติใดๆ และไม่ได้แผ่กลิ่นอายที่สั่นสะเทือนฟ้าดินออกมา
เขาเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเขาได้ยืนอยู่ ณ ตำแหน่งนั้นมาตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว
ทว่าชายชราที่ดูแสนจะธรรมดาผู้หนึ่งนี้ กลับทำให้เศษเสี้ยววิญญาณว่าที่จักรพรรดิผู้เย่อหยิ่งจองหอง สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวครั้งใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน!
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกัน?!"
น้ำเสียงของเศษเสี้ยววิญญาณว่าที่จักรพรรดิ แฝงไว้ด้วยความตระหนกและสั่นเทาเป็นครั้งแรก
เขาค้นพบด้วยความหวาดผวาว่า กฎเกณฑ์ว่าที่จักรพรรดิที่ตนเองภาคภูมิใจ เมื่ออยู่ต่อหน้าทาสชราชุดเทาผู้นี้ กลับเปราะบางไม่ต่างจากของเล่นเด็ก เขาถูกตอกตรึงไว้ในมิติเวลาที่แข็งค้างนี้อย่างแน่นหนา อย่าว่าแต่ขยับตัวเลย แม้แต่จะขยับความคิดก็ยังทำไม่ได้!
นี่คือการบดขยี้อย่างเบ็ดเสร็จจากระดับชั้นของชีวิต!
ไม่ใช่ราชันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าที่จักรพรรดิ...
แต่เป็นมหาจักรพรรดิที่แท้จริง!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ใช่มหาจักรพรรดิธรรมดาทั่วไปอีกด้วย!
ทาสชราชุดเทาไม่ได้สนใจเขา กระทั่งคร้านที่จะปรายตามองด้วยซ้ำ
นัยน์ตาขุ่นมัวที่ราวกับอัดแน่นไปด้วยการเกิดดับของมิติเวลาอันไร้ที่สิ้นสุดคู่นั้น เพียงแค่มองดูเด็กสาวชุดขาวเบื้องหน้าที่ยังคงรักษากระบวนท่าระเบิดตัวเองเพราะมิติเวลาถูกแช่แข็ง และยังมีแววตาเด็ดเดี่ยวหลงเหลืออยู่อย่างอ่อนโยน
บนใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มเมตตา น้ำเสียงแหบพร่าทว่าอบอุ่น ราวกับกำลังปลอบประโลมลูกหลานที่กำลังตื่นตกใจ
"สหายตัวน้อย ทำให้เจ้าต้องตกใจแล้ว"
เพียงไม่กี่คำ กลับแฝงไว้ด้วยพลังประหลาดที่ทำให้จิตใจสงบลง
เหยาซีรู้สึกเพียงว่ามีกระแสความอบอุ่นไหลทะลักเข้าสู่ส่วนลึกของดวงวิญญาณ หัวใจที่ด้านชาเพราะความสิ้นหวังและความเด็ดเดี่ยว กลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งในพริบตา
นางขยับตัวได้แล้ว
ท่ามกลางมิติเวลาที่สรรพสิ่งถูกแช่แข็งนี้ มีเพียงนางและทาสชราชุดเทาผู้ลึกลับเท่านั้น ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
นางมองดูชายชราที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้าด้วยความมึนงง สลับกับมองดูกรงเล็บดุร้ายที่หยุดนิ่งอยู่ห่างจากหน้าอกเพียงสามชุ่นและไม่อาจขยับเข้ามาได้อีกแม้แต่กระเบียดนิ้ว ภายในสมองขาวโพลนไปหมด
"ท่าน... ท่านคือ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
นางสัมผัสได้ว่าบนร่างของชายชราตรงหน้านี้ ไร้ซึ่งความผันผวนของพลังเวทใดๆ ราวกับเป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง
แต่สัญชาตญาณกลับบอกนางว่า ความน่าสะพรึงกลัวของชายชราผู้นี้ อยู่เหนือกว่าไอ้ตัวที่เรียกตัวเองว่าว่าที่จักรพรรดินั่นไปไกลลิบ!
ทาสชราชุดเทายังคงระบายยิ้ม สายตาของเขามองข้ามเหยาซี ปรายตามองเศษเสี้ยววิญญาณว่าที่จักรพรรดิผู้หยิ่งยโส จากนั้นก็มองดูค่ายกลบูชายัญโลหิตที่บดบังฟ้าดิน และเซียวเทียนเช่อที่ถูกทำให้ตกใจจนสติหลุดไปไกลลิบ
เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยใจเล็กน้อย ราวกับกำลังบ่นเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโตกลุ่มหนึ่ง
"นายท่านรำคาญว่าที่นี่ส่งเสียงหนวกหู จึงสั่งให้ทาสเฒ่ามาทำความสะอาดเสียหน่อย"
นายท่าน?
ทาสเฒ่า?
เมื่อได้ยินสองคำนี้ หัวใจของเหยาซีก็กระตุกวูบอย่างแรง!
นางเข้าใจแจ่มแจ้งในทันที!
ชายชราลึกลับที่น่าสะพรึงกลัวจนเกินจินตนาการผู้นี้ กลับเป็นเพียง... ทาสรับใช้ของจ้าวหอประมูลงั้นหรือ?!
ความคิดนี้ ทำให้ในสมองของนางเกิดคลื่นลูกใหญ่ถาโถมขึ้นอีกครั้ง!
จ้าวหอประมูล... แท้จริงแล้วเขาคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าสเกลไหนกันแน่?!
ในขณะเดียวกัน เศษเสี้ยววิญญาณว่าที่จักรพรรดิจากห้วงมารหมื่นบรรพกาล เมื่อได้ยินคำว่านายท่านและทาสเฒ่า ทั่วทั้งดวงวิญญาณของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ในที่สุดเขาก็รู้แล้ว ว่าตนเองไปตอแยกับตัวตนระดับไหนเข้า!
การที่สามารถทำให้มหาจักรพรรดิที่แท้จริง ยอมเรียกขานตนเองว่า ทาส ด้วยความสมัครใจ...
ฐานะของนายท่านผู้นั้น ย่อมก้าวข้ามขีดจำกัดที่เขาจะจินตนาการไปไกลแล้ว!
หนี!
ต้องหนี!
ความคิดเดียวแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในหัวของเขา!
เขาไม่สนสิ่งอื่นใดอีกต่อไป ทุ่มเทกำลังทั้งหมด เผาผลาญต้นกำเนิดเศษเสี้ยววิญญาณของตนเอง เพื่อพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการกักขังของมิติเวลานี้!
ทว่า ทุกอย่างล้วนสูญเปล่า
ทาสชราชุดเทาเพียงแค่มองดูเขาเงียบๆ ภายในดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้น เผยให้เห็นความเวทนาจางๆ พาดผ่าน
"ริอ่านมาเล่นตลกกับมิติ ต่อหน้าข้าผู้เป็นจักรพรรดิผู้นี้น่ะหรือ?"
"ช่างไม่เจียมกะลาหัว"
เขาส่ายหน้า จากนั้น ก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า
นั่นเป็นเพียงมือธรรมดาข้างหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น และดูเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ
แต่ทว่าในวินาทีที่มือข้างนี้ยกขึ้น ทั่วทั้งสามพันเขตแดน กฎเกณฑ์มหาเต๋าทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์แห่งมิติ ล้วนส่งเสียงกรีดร้องยอมศิโรราบในพริบตานี้!
ณ หอยอดสมบัติต้นกำเนิด เมืองศักดิ์สิทธิ์ว่านเซี่ยง
จางม่อมองดูท่าทางวางมาดเหนือชั้นประดุจสายลมของทาสชราชุดเทาบนหน้าจอแสง พลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"ใช้ได้เลยนี่ มหาจักรพรรดิสุญตาผู้นี้ ทำงานคล่องแคล่วดีแฮะ"
"ทั้งบทพูด ทั้งรังสีอำมหิต เอาไปเลยเต็มสิบไม่หัก!"
"จ่ายไปสามล้านคะแนน ถือว่าคุ้มค่าทุกเม็ด!"
เขาเปลี่ยนท่านั่งอย่างสบายอารมณ์ เตรียมพร้อมที่จะเพลิดเพลินกับงานทำความสะอาดในลำดับถัดไป
สำหรับเขาแล้ว นี่ก็เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่เขายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินจ้างคนมาแสดงเท่านั้นเอง