เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 พิกัดแดนเซียน

ตอนที่ 17 พิกัดแดนเซียน

ตอนที่ 17 พิกัดแดนเซียน


ตอนที่ 17 พิกัดแดนเซียน

อากาศภายในโถงใหญ่หนืดข้นประดุจเลือดที่จับตัวเป็นก้อน

สายตาทุกคู่ไม่ว่าจะเต็มไปด้วยความโลภ ริษยา หรือหวาดหวั่น ล้วนถูกตอกตรึงไว้ที่ร่างของชายหนุ่มผู้มีปราณมารเดือดพล่านทั่วร่างอย่างไม่วางตา

หมิงจื่อ

นับจากวันนี้เป็นต้นไป นามนี้ถูกกำหนดมาให้ดังกึกก้องสะท้านไปทั่วสามพันภพอย่างมิต้องสงสัย

เขาไม่เพียงแต่ช่วงชิงเนตรทวิม่านตาที่หาได้ยากยิ่งในรอบหมื่นกัปไปครอบครอง ทว่ายังกลายเป็นเป้าหมายสังหารอันดับหนึ่งของผู้คนนับไม่ถ้วนอีกด้วย

ทว่าเจ้าตัวกลับหาได้แยแสไม่ ซ้ำยังดูจะเพลิดเพลินกับความรู้สึกที่ถูกคนทั้งโลกตั้งตนเป็นศัตรู รอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากของเขายิ่งมายิ่งแสยะกว้างขึ้น

เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ

ตึก

เสียงแผ่วเบาเพียงหยดน้ำกระทบผิวน้ำ ทว่ากลับดังกังวานประดุจระฆังย่ำค่ำและกลองย่ำรุ่ง มันสะกดข่มจิตสังหารและความโลภที่กำลังเดือดพล่านภายในโถงให้มอดดับลงในชั่วอึดใจ

จิตวิญญาณของทุกคนถูกพลังไร้สภาพดึงกระชากกลับมาอย่างรุนแรง บังคับให้ต้องหันกลับไปจับจ้องยังแท่นประมูลเบื้องหน้าอีกครั้ง

จวบจนบัดนี้ พวกเขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า เมื่อครู่นี้ตนเองเกือบจะเสียกิริยาต่อหน้าจ้าวหอประมูลผู้ลึกลับสุดหยั่งคาดท่านนี้เสียแล้ว

หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมชื้นแผ่นหลังของเหล่ายอดอัจฉริยะหลายต่อหลายคน

"ชิ้นต่อไป"

น้ำเสียงเรียบเฉยของจางม่อดังขึ้น

เสี่ยวหย่าผู้เป็นสาวใช้ก้าวขึ้นมาบนแท่นอีกครั้ง ทว่าหนนี้ สีหน้าของนางกลับดูเคร่งเครียดและหนักอึ้งยิ่งกว่าตอนที่ประคองเนตรทวิม่านตาเสียอีก

ระหว่างมือทั้งสองของนาง ไม่มีถาดหยกสลักลาย ไม่มีกล่องคริสตัลล้ำค่า มีเพียงกลุ่มก้อนปราณโกลาหลลอยวนอยู่

ภายในม่านปราณโกลาหลนั้น มีกระดูกชิ้นหนึ่งลอยล่องอยู่

มันเป็นเพียงกระดูกหน้าอกชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ทว่ามันกลับโปร่งแสงแวววาว ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นจากหยกเซียนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกหล้า แม้จะมีขนาดเพียงฝ่ามือ ทว่าบนพื้นผิวกลับอัดแน่นไปด้วยลวดลายสีทองที่สลับซับซ้อนและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแยกไม่ออก

ลวดลายเหล่านั้นมิใช่สิ่งที่ถูกสลักขึ้นในภายหลัง แต่เป็นอักขระมหาเต๋าที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับฟ้าดิน!

พวกมันกำลังปะทุจังหวะหายใจ กำลังไหลเวียน ราวกับกำลังพร่ำสวดถึงสัจธรรมอันเป็นแก่นแท้ที่สุดของจักรวาล

กลิ่นอายอันสูงสุดส่ง เป็นเอกะ และล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใด แผ่ซ่านออกมาจากกระดูกชิ้นนั้น

เมื่ออยู่ต่อหน้ากลิ่นอายนี้ สิ่งที่เรียกว่าบารมีของราชัน หรือมาดอันสูงส่งของนักบุญ ล้วนกลับกลายเป็นเรื่องน่าขันและต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าฝุ่นผง

ราวกับว่าผู้ที่ได้ครอบครองกระดูกชิ้นนี้ ถูกสวรรค์ลิขิตมาให้จุติลงมาเพื่อปกครองเก้าชั้นฟ้า ทอดทิ้งสายตามองข้ามผ่านกัปกลัป์ และเป็นผู้คุ้มกฎเพียงหนึ่งเดียวของฟ้าดิน!

"กระดูกสูงสุด!"

ไม่ทราบว่าผู้ใดหลุดปากรำพึงสามคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาราวกับคนละเมอ

ครืน!

ทั่วทั้งโถงใหญ่ เหล่ายอดอัจฉริยะทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่หมิงจื่อที่เพิ่งจะผยองพองขนไปเมื่อครู่ ในวินาทีนี้ ภายในห้วงสมองของพวกเขาล้วนบังเกิดคลื่นพายุคลุ้มคลั่งถาโถมเข้าใส่!

หากเนตรทวิม่านตาคือสัญลักษณ์ของนักบุญโดยกำเนิด ผู้มีคุณสมบัติแห่งมหาจักรพรรดิ

เช่นนั้น กระดูกสูงสุด ก็คือมหาจักรพรรดิวัยเยาว์ที่ฟ้าประทานมา! คือบุตรสุดที่รักของมหาเต๋า คือสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย!

มูลค่าของมัน ล้ำหน้าเนตรทวิม่านตาไปไกลลิบ!

ลมหายใจของทุกคนสะดุดกึก หัวใจคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอย่างแรง ภายในดวงตาหลงเหลือเพียงภาพของกระดูกหน้าอกที่เปล่งประกายเจิดจรัสถึงขีดสุดชิ้นนั้น

"ราคาเริ่มต้น" เสียงของจางม่อดังกังวานราวกับค้อนเหล็กเย็นเยียบที่ทุบทำลายจินตนาการอันเพ้อฝันของทุกคนจนแหลกละเอียด "อาวุธระดับว่าที่จักรพรรดิหนึ่งชิ้น"

เงียบงัน

เงียบสงัดราวกับป่าช้า

โถงใหญ่ที่เพิ่งจะเดือดพล่านพลันเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น

ร้อยละเก้าสิบเก้าของเหล่ายอดอัจฉริยะ ความคลุ้มคลั่งบนใบหน้าเหือดหายไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าขาวซีดประดุจขี้เถ้า

อาวุธว่าที่จักรพรรดิ?

ล้อเล่นกันหรือเปล่า!

ของพรรค์นั้นคือรากฐานขั้นสุดยอดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือราชวงศ์เซียนนิรันดร์ เป็นยอดศาสตราวุธไร้เทียมทานที่เอาไว้ใช้สะกดข่มโชคชะตาของขุมกำลัง!

อย่าว่าแต่พวกเขายังเป็นแค่รุ่นเยาว์เลย ต่อให้ประมุขนิกายหรือจักรพรรดิผู้ครองแคว้นเดินทางมาด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางยอมควักของสิ่งนี้ออกมาแลกเปลี่ยนเด็ดขาด!

ราคาค่างวดระดับนี้ มันไม่ใช่การประมูลแล้ว แต่เป็นการไล่ตะเพิดกันชัดๆ

เป็นการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ของชิ้นนี้ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์เอื้อมถึง

ความสิ้นหวังแพร่กระจายไปทั่วโถงใหญ่ราวกับโรคระบาด

ทว่าในจังหวะนั้นเอง น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความโอหังและจองหองถึงขีดสุด ก็ดังก้องขึ้น

"ข้าขอเสนอ อาวุธว่าที่จักรพรรดิ ขวานศึกเบิกฟ้า!"

เซียวเทียนเช่อค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

เพียงแค่เขาเอ่ยปาก ก็ราวกับกลายเป็นศูนย์กลางของฟ้าดินผืนนี้ แสงสว่างทั้งมวลล้วนสาดส่องมารวมอยู่ที่ร่างของเขา

มิติเก็บของที่เขาพกติดตัวเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง

ฉับพลัน ทาสชราผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น!

ครืน!

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจนทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว แผ่พุ่งออกมาจากร่างของทาสชราผู้นั้นเพียงชั่วแวบเดียว

นั่นไม่ใช่มหาปราชญ์!

นั่นคือ... แรงกดดันที่เหนือล้ำกว่ามหาปราชญ์!

ราชันศักดิ์สิทธิ์!

ทาสชราผู้นี้ แท้จริงแล้วคือตัวตนระดับราชันศักดิ์สิทธิ์!

ยอดอัจฉริยะทุกคนในโถง ไม่เว้นแม้แต่หยางเฮ่าและหมิงจื่อ ต่างรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ หัวใจแทบจะกระดอนหลุดออกจากกำแพงอก

ใช้ราชันศักดิ์สิทธิ์มาเป็นทาสรับใช้เนี่ยนะ?

ไอ้เซียวเทียนเช่อนี่ มันเป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์มาจากสารทิศใดกันแน่!

ในที่สุดพวกเขาก็กระจ่างแจ้ง ว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้หยิ่งผยองและไม่เห็นหัวผู้ใดมาตั้งแต่ต้น

เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น!

เมื่ออยู่ต่อหน้าราชันศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์หรือธิดาศักดิ์สิทธิ์ จะต่างอะไรกับมดปลวกไร้ค่า?

ใบหน้าของเซียวเทียนเช่อประดับไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า เขาเพลิดเพลินกับสายตาตื่นตะลึงสุดขีดของฝูงชน

เขาจ้องมองกระดูกสูงสุดบนแท่นประมูลด้วยแววตาเร่าร้อน

ของสิ่งนี้ มันสมควรตกเป็นของเขาตั้งแต่แรกแล้ว!

ยามนี้ ก็แค่ของสิ่งเดิมกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงเท่านั้น

ด้วยราคาที่เสนอไป บวกกับภูมิหลังระดับนี้ เพียงพอกดข่มทุกคนในงานจนมิด ไม่มีใครหน้าไหนสามารถแข่งกับเขาได้ และไม่มีใครกล้าแข่งด้วย

กระดูกสูงสุด ตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน

"ข้า..."

ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงที่แผ่วเบา สั่นเครือ แต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับคนหลังชนฝาก็ดังขึ้นจากมุมที่เงียบเหงาที่สุดของโถงใหญ่

"ข้าขอเสนอ..."

ฟรึ่บ!

สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปรวมกันที่จุดเดียวในชั่วอึดใจ

ผู้ที่เอ่ยปาก คือเหยาซี

ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ ร่างกายอันบอบบางสั่นเทิ้มเล็กน้อยภายใต้สายตาดุดันนับไม่ถ้วนที่จ้องมองมา คล้ายจะถูกแรงกดดันบดขยี้ให้แหลกสลายได้ทุกเมื่อ

ทว่าดวงตาของนางกลับสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สว่างเจิดจ้าราวกับกำลังเผาผลาญชีวิตและจิตวิญญาณของตนเอง

รอยยิ้มของเซียวเทียนเช่อแข็งค้าง คิ้วของเขาขมวดมุ่น แววตาฉายแววหงุดหงิดและเหยียดหยาม

มดปลวกที่แม้แต่ระดับนักบุญยังไปไม่ถึง กล้าเอ่ยปากต่อหน้าเขาเชียวหรือ?

นางจะมีปัญญาเอาอะไรมาเสนอ?

ยอดอัจฉริยะทุกคนในงานต่างมองมาด้วยสายตากึ่งเย้ยหยัน รอชมเรื่องตลก

ทว่าการกระทำต่อมาของเหยาซี กลับทำให้รอยยิ้มเยาะของทุกคนแข็งค้างไปตลอดกาล

นางกัดปลายนิ้วจนเลือดออก แล้วหยดเลือดสดๆ ลงบนแหวนทองสัมฤทธิ์หน้าตาซอมซ่อวงหนึ่งที่สวมใส่อยู่

แหวนวงนั้นดูดซับหยดเลือดของนาง ก่อนจะสาดแสงเซียนเจิดจรัสพุ่งทะลวงขึ้นสู่เบื้องบนทันที!

กลิ่นอายอันเก่าแก่ โบราณกาล และก้าวข้ามกฎเกณฑ์แห่งสามพันภพ ระเบิดกวาดออกไปรอบทิศ!

เหยาซีใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ประคองแหวนวงนั้นไว้ น้ำเสียงของนางยังคงสั่นเครือ ทว่าทุกถ้อยคำกลับดังก้องกังวานลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคนอย่างชัดเจน

"ข้าขอเสนอ... ความลับสูงสุดที่ตระกูลเหยาของข้าปกป้องพิทักษ์มานานนับล้านปี..."

นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเค้นเสียงทีละคำ

"นั่นคือ... พิกัดเส้นทางโบราณใต้แสงดาว... ที่ทอดผ่านสู่แดนเซียนเก้าชั้นฟ้า!"

อะไรนะ?!

ตูม——!

คำพูดประโยคนั้นราวกับจักรวาลนับหมื่นแห่งระเบิดออกข้างหูพร้อมกัน!

พิกัดแดนเซียน!

พิกัดที่เชื่อมต่อไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบ่มเพาะ ดินแดนแห่งความเป็นอมตะที่เล่าขานกันในตำนาน!

มูลค่าของมัน... ไม่อาจประเมินได้!

อย่าว่าแต่อาวุธว่าที่จักรพรรดิแค่ชิ้นเดียวเลย ต่อให้เอามาสิบชิ้น หรือร้อยชิ้น ก็ไม่อาจแลกกับวาสนาพลิกชะตาฟ้าดิน ที่สามารถพาทั้งตระกูลโบยบินสู่ความเป็นเซียนได้เช่นนี้!

"บ้าไปแล้ว! นังผู้หญิงคนนี้มันบ้าไปแล้ว!"

"นางกล้าดียังไง! นางกล้าเอาของระดับนี้ออกมาได้ยังไง!"

ทั่วทั้งโถงเดือดปะทุเป็นพลุแตก เหล่ายอดอัจฉริยะทุกคนผุดลุกขึ้นยืน ภายในดวงตาอัดแน่นไปด้วยความคลุ้มคลั่งและโลภโมโทสันที่รุนแรงกว่าตอนเห็นกระดูกสูงสุดนับสิบเท่า!

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวเทียนเช่ออันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

ถูกแทนที่ด้วยความดำมืดและหนาวเหน็บถึงกระดูก

เขาจ้องเขม็งไปที่แหวนทองสัมฤทธิ์ในมือของเหยาซี แววตาไร้ซึ่งความดูแคลนอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นจิตสังหารอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง!

ตัวเขา มาจากแดนเซียนเก้าชั้นฟ้า!

ในสายตาของเขา สิ่งมีชีวิตในสามพันภพพวกนี้ ก็เป็นแค่พวกคนเถื่อนในดินแดนทุรกันดาร เป็นแค่พวกชั้นต่ำ!

คนพวกนี้ มีคุณสมบัติพอจะเหยียบย่างขึ้นไปบนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วยหรือ?

มดปลวกจากเบื้องล่าง ริอ่านจะแตะต้องพิกัดแดนเซียน!

นี่คือการลบหลู่!

อภัยให้ไม่ได้!

บนแท่นประมูล จางม่อทอดสายตามองหน้าจอระบบ มูลค่าประเมินของแหวนทองสัมฤทธิ์วงนั้นเปลี่ยนจากตัวเลขยาวเหยียด กลายเป็นเครื่องหมายคำถามสีเลือดแดงเถือก "???" ในพริบตา แม้แต่หัวใจของเขาก็ยังเผลอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง

หวานเจี๊ยบ! ของโคตรดีตกมาถึงมือจนได้!

เขาปรายตามองเซียวเทียนเช่อ รู้ดีแก่ใจว่าไอ้เด็กหน้าเหม็นนี่มาจากแดนเซียนเก้าชั้นฟ้า เป็นพวกลูกรักสวรรค์ผู้สูงส่งเสียเต็มประดา

แถมงานประมูลครั้งนี้มีกฎเหล็กว่าผู้เข้าร่วมต้องอายุไม่เกินร้อยปี ซึ่งไอ้เซียวเทียนเช่อนี่แหกกฎชัดๆ

ตอนเดินเข้าหอประมูลก็มีการตรวจเช็คอยู่แล้ว ไอ้เจ้านี่คงใช้ลูกไม้ตบตาอะไรสักอย่าง

เช่น... ยัดคนเป็นๆ ซ่อนเอาไว้ในมิติเก็บของ!

จบบทที่ ตอนที่ 17 พิกัดแดนเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว