เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 หน่วยแพทย์ที่ 49

บทที่ 7 หน่วยแพทย์ที่ 49

บทที่ 7 หน่วยแพทย์ที่ 49


เติ้งอิงไม่ได้พาเฉินเฟยไปที่หน่วยแพทย์โดยตรง แต่กลับพาเขาขึ้นไปบนกำแพงเมือง แล้วชี้มือไปยังป่าทึบเบื้องหน้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาหม่น

"เลยออกไปตรงนั้นคือเทือกเขาไป่เยว่!"

"เมื่อห้าปีก่อน พื้นที่ทางตะวันตกของทวีปเริ่มถูกสายหมอกกลืนกิน มนุษย์มากมายต้องสังเวยชีวิตให้กับมัน ไม่ตายก็ต้องอพยพหนีตายกันจ้าละหวั่น..."

"หมอกพวกนั้นเอาแต่แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งมันได้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชาที่เสี่ยงตายเข้าไปสำรวจ ก็ยังต้องซมซานกลับมาในสภาพบาดเจ็บสาหัส"

"โชคยังดีที่พอมาถึงจุดหนึ่ง หมอกนั่นก็หยุดการแผ่ขยาย ทว่ามันกลับให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่แสนจะพิลึกพิลั่นและน่าสะพรึงกลัวขึ้นมามากมาย ซึ่งพวกมันนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นสัตว์อสูรอยู่บ่อยครั้ง"

"มนุษยชาติได้จัดตั้งเขตสงครามขึ้นมาสิบสองแห่งตามแนวชายขอบของม่านหมอก และเทือกเขาไป่เยว่นี้ก็คือเขตสงครามที่ 8"

"เพราะฉะนั้น เสี่ยวเฟย อย่าได้สงสัยใคร่รู้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกนั้นมากจนเกินไปนัก"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เธอยังไม่แข็งแกร่งพอ ห้ามก้าวเท้าเข้าไปข้างในนั้นเด็ดขาด แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่ได้"

ต่อให้เติ้งอิงไม่เตือน เฉินเฟยก็เข้าใจเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว

เผลอๆ เติ้งอิงอาจจะรู้ซึ้งถึงอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในม่านหมอกนั้นน้อยกว่าเฉินเฟยเสียด้วยซ้ำ

"นี่คือหน่วยแพทย์ เดี๋ยวฉันจะให้พวกเขาช่วยจัดการเรื่องเอกสารให้เธอเอง"

"ขอย้ำอีกครั้งนะ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของชีวิตเธอเอง!"

หลังจากกำชับอีกสองสามประโยค เติ้งอิงก็เดินออกจากหน่วยแพทย์ไป

"เธอคือเฉินเฟยงั้นเหรอ?" หญิงสาวหน้าตาสะสวย ผู้มีบุคลิกเย็นชาและสง่างาม นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเฉินเฟย

แว่นตากรอบดำบนใบหน้ายิ่งเสริมให้เธอดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น

เฉินเฟยเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาแล้วในชาติก่อน เธอชื่อ เฉิงจิ้งจิ้ง เป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงการแพทย์ และเป็นถึงผู้ฝึกอสูรระดับปรมาจารย์ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบปี

"รายงานครับท่าน ผมเฉินเฟยครับ!"

กลิ่นอาย ท่วงท่า และวิธีตอบรับของเฉินเฟยดูไม่เหมือนคนเพิ่งเข้ากองทัพใหม่ๆ เลยสักนิด ซึ่งนั่นทำให้เขาได้รับสายตาชื่นชมจากเฉิงจิ้งจิ้ง

ทีแรกเธอนึกว่าเขาจะเป็นแค่พวกคุณหนูคุณชายที่ถูกพ่อแม่บีบบังคับให้มายัดเยียดเข้ากองทัพเสียอีก แต่ดูจากท่าทางแล้ว ทัศนคติของเขาก็พอใช้ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อล่ะนะ

หลังจากที่เฉินเฟยฟื้นตัวในชาติก่อน เขาก็ได้เข้าร่วมกองทัพเช่นกัน จึงมีความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของทหารเป็นอย่างดี

"บอกมาสิ สัตว์อสูรของเธอมีความสามารถอะไรบ้าง? ฉันจะได้จัดที่ทางให้ถูก"

ในเมื่อเติ้งอิงฝากฝังมาแล้ว เฉิงจิ้งจิ้งก็ไม่จำเป็นต้องซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความ

"สัตว์อสูรของผมสามารถดูดซับพิษได้หลากหลายชนิดครับ"

"โอ้?" เฉิงจิ้งจิ้งหูผึ่งขึ้นมาทันที

ในหน่วยแพทย์มีสัตว์อสูรสายรักษาธาตุไม้และธาตุแสงอยู่มากมาย บาดแผลฉกรรจ์หรืออวัยวะฉีกขาดก็พอจะจัดการได้ไม่ยากนัก

แต่ที่นี่คือเทือกเขาไป่เยว่ ดินแดนสวรรค์ของบรรดาสัตว์อสูรมีพิษนานาชนิด การที่สัตว์อสูรหรือทหารโดนพิษเล่นงานจึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป

และพิษบางชนิดก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยพลังธาตุไม้และธาตุแสง ซึ่งสร้างความหนักใจให้พวกเขาไม่น้อย

ในเมืองไป่เยว่มีหน่วยแพทย์อยู่ห้าสิบหน่วย หน่วยละยี่สิบคน แต่กลับมีแพทย์สนามธาตุพิษอยู่เพียงแค่สี่สิบแปดคนเท่านั้น ซึ่งนั่นก็พอจะบ่งบอกได้แล้วว่าพวกเขาเป็นที่ต้องการตัวมากแค่ไหน

ก็แน่ล่ะ ปกติแล้วธาตุพิษมักจะถูกนำไปใช้เพื่อการเข่นฆ่ามากกว่าการช่วยชีวิตนี่นา

การมาถึงของเฉินเฟยในครั้งนี้ ถือว่ามาช่วยอุดช่องโหว่ที่ขาดหายไปได้พอดิบพอดี

"เอาล่ะ ไปรายงานตัวที่หน่วยแพทย์ที่ 49 ได้!" เฉิงจิ้งจิ้งโบกมือเป็นสัญญาณให้เฉินเฟยออกไปได้

เฉินเฟยทำวันทยหัตถ์แล้วเดินจากไปเพื่อตามหาหน่วยของตน "รายงานตัวครับ รัฐมนตรีเฉิงมอบหมายให้ผมมาร่วมงานกับหน่วยแพทย์ที่ 49 ครับ!"

ผิดคาดจากที่คิดไว้ หัวหน้าหน่วยแพทย์ที่ 49 ไม่ใช่คนสวยคนงามที่ไหน แต่กลับเป็นชายหนุ่มหัวโล้นที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานอยู่อย่างขะมักเขม้น

"ความสามารถ!" ทันทีที่เฉินเฟยมาถึง โจวเหยียนก็เอ่ยถามถึงความสามารถของสัตว์อสูรทันที ราวกับถอดแบบมาจากเฉิงจิ้งจิ้งไม่มีผิด

ที่นี่ ความสามารถคือสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

เฉินเฟยตอบอย่างกระชับ "แพทย์สนามธาตุพิษ เฉินเฟยครับ!"

ปัง! โจวเหยียนตบปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น

"เวรเอ๊ย ฉันกำลังจะไปขอคนจากรัฐมนตรีเฉิงอยู่พอดี นายก็โผล่มาซะงั้น บังเอิญชะมัด"

"เฉินเฟยใช่ไหม? ยินดีต้อนรับสู่หน่วยแพทย์ที่ 49 นะโว้ย!"

ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและคำพูดคำจาที่หยาบคายนั้น ทำเอาเขาดูราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่นี้เลยทีเดียว!

โจวเหยียนผุดลุกขึ้นยืน เฉินเฟยที่มีส่วนสูงถึง 180 เซนติเมตร กลับสูงแค่ระดับไหล่ของโจวเหยียนเท่านั้น

จากนั้นเขาก็เอื้อมมืออันใหญ่โตตบลงบนบ่าของเฉินเฟยดังป้าบ

เฉินเฟยรู้สึกถึงแรงกดทับอันมหาศาลที่กระแทกเข้าใส่ไหล่ ราวกับว่ากระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆ

"หัวหน้าครับ แน่ใจนะครับว่าคุณไม่เคยอยู่หน่วยรบมาก่อน?"

โจวเหยียนลูบหัวโล้นๆ ของตัวเองแล้วถามด้วยความประหลาดใจ "นายรู้ได้ไงวะ? ฉันเคยอยู่หน่วยรบมาก่อนจริงๆ นั่นแหละ"

"ฉันเชี่ยวชาญสัตว์อสูรสายป้องกันและสายพละกำลัง แต่บังเอิญว่าสัตว์อสูรตัวที่สามของฉันดันเป็นสายรักษา ฉันก็เลยถูกย้ายมาอยู่ที่นี่"

"นอกจากจะทำหน้าที่รักษาแล้ว ฉันก็ยังรับหน้าที่คุ้มกันหน่วยแพทย์ไปด้วยในตัว"

"เพราะงั้นนายไม่ต้องห่วงไปหรอกเว้ย ต่อจากนี้ไปฉันจะเป็นคนคุ้มครองพวกนายเอง!"

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยแพทย์หรือหน่วยลาดตระเวน ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยได้นั้น จะต้องเป็นผู้ฝึกอสูรระดับสูงขึ้นไปเท่านั้น

"ถ้าอย่างนั้นก็ฝากตัวด้วยนะครับหัวหน้า!" เฉินเฟยถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาสบายใจกับนิสัยโผงผางตรงไปตรงมาของโจวเหยียนมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งปั้นหน้าเข้าหากันให้เหนื่อยเปล่า

"มาๆ เดี๋ยวฉันจะพานายไปแนะนำให้รู้จักกับสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วย!"

ทั้งสองคนเดินมาถึงห้องพยาบาลประจำหน่วยที่ 49 อย่างรวดเร็ว

หน่วยแพทย์แต่ละหน่วยจะมีห้องพยาบาลเป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละห้องจะตั้งอยู่ห่างกันถึงห้ากิโลเมตร

"หัวหน้าครับ ผมกำลังจะไปหาคุณอยู่พอดีเลย มีทหารโดนมดเหมันต์ปรโลกต่อย เพิ่งถูกส่งตัวเข้ามาครับ"

ทันทีที่โจวเหยียนก้าวเท้าเข้าไปในห้องพยาบาล เขาก็ถูกแพทย์ชายคนหนึ่งเรียกตัวไว้

เฉินเฟยมองตามไป หลินฉีเป็นชายหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม เกล้าผมมวย ดูทะมัดทะแมงคล่องแคล่วไม่เบา

"มดเหมันต์ปรโลกงั้นเหรอ?" สีหน้าของโจวเหยียนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

หลินฉีพยักหน้าอย่างหนักใจ "มดเหมันต์ปรโลกเป็นแค่สัตว์อสูรระดับ B พลังรบก็ไม่ได้สูงอะไรนัก แต่พิษเหมันต์ของมันนั้นร้ายกาจมาก"

"คนที่โดนพิษเข้าไปจะรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆ เย็นเฉียบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกแช่แข็งตายทั้งเป็น"

"ตามหลักแล้ว ถ้าได้แพทย์สนามธาตุไฟมาช่วยรักษาก็คงจะดี แต่หน่วยเราไม่มีนี่สิ"

"พลังธาตุไม้กับธาตุแสงก็ไม่ได้ช่วยต้านพิษเหมันต์สักเท่าไหร่ เราคงต้องส่งตัวเขาไปที่ห้องพยาบาลอื่นแล้วล่ะ"

"นี่ฉันถามพวกนายจริงๆ เถอะ สรุปว่าจะช่วยเขาได้ไหม? ตอบมาตามตรงเลยนะ กะอีแค่พิษพื้นๆ แค่นี้พวกนายยังรักษาไม่ได้อีกเหรอ?" สวีกุย หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่ 21 ซึ่งเป็นถึงผู้ฝึกอสูรระดับสูง นั่งอยู่ข้างๆ ผู้ป่วยด้วยท่าทีกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด

โดนดูถูกเข้าให้อีกแล้ว!

แต่ถึงกระนั้น หลินฉีก็ชินชากับคำพูดพวกนี้ไปเสียแล้ว ก็หน่วยของพวกเขาดันขาดแคลนไปเสียทุกอย่างเองนี่นา

โจวเหยียนดันหลังเฉินเฟยออกไปข้างหน้า "ขอแนะนำให้รู้จักหน่อยนะ นี่คือแพทย์สนามธาตุพิษคนใหม่ของเรา ชื่อเฉินเฟย ตอนนี้เขาสังกัดอยู่หน่วยที่ 49 ของพวกเราแล้ว"

"เฉินเฟย นายลองเข้าไปดูอาการหน่อยสิ!"

ก่อนหน้านี้หลินฉีก็เห็นเฉินเฟยแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเขาจะเป็นแพทย์สนามธาตุพิษที่พวกเขารอคอยมาเนิ่นนาน

เพียงแต่ว่าคนๆ นี้ดูหน้าเด็กเกินไปหน่อย เพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัยมาหรือเปล่าเนี่ย?

ขณะที่มองดูเฉินเฟยเดินเข้าไปหาผู้ป่วย หลินฉีก็กระซิบถามโจวเหยียนเบาๆ "หัวหน้าครับ เขาจะไหวแน่เหรอ?"

ในตอนนั้น ความผันผวนของพลังวิญญาณบนร่างของเฉินเฟยบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาเป็นเพียงผู้ฝึกอสูรระดับต้น ขั้นที่ 2 เท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่หลินฉีจะรู้สึกกังขา

โจวเหยียนแบมือทั้งสองข้างออก "พูดตามตรง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ!"

"เขาจะไหวหรือไม่ไหวมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะตัดสินได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเฉินเฟยมีฝีมือพอหรือเปล่าต่างหาก!"

หลินฉีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยังคงเอ่ยเตือน "หัวหน้าครับ ผมว่าให้คนไปเตรียมรถไว้ก่อนดีกว่า ถ้าเกิดเขาทำไม่ได้ เราจะได้รีบส่งตัวผู้ป่วยไปที่อื่นได้ทันที"

"ถ้าขืนปล่อยให้เขามาตายที่นี่ล่ะก็ เรื่องใหญ่แน่!"

"รถผมจอดอยู่ไม่ไกลจากนี่เอง เดี๋ยวผมไปขับมาแสตนด์บายไว้ให้"

ไม่ใช่แค่หลินฉีเท่านั้น แม้แต่โจวเหยียนเองก็ยังรู้สึกว่าความหวังริบหรี่เหลือเกิน

ก็แน่ล่ะ สำหรับผู้ฝึกอสูรระดับต้น ขั้นที่ 2 สัตว์อสูรของเขาจะเก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว?

โจวเหยียนหยิบกุญแจรถออกมา "เฉินเฟย เป็นไงบ้าง? นายรักษาเขาได้ไหม? ถ้าไม่ไหว เราจะได้เปลี่ยนไปใช้บริการหน่วยแพทย์อื่น!"

"เรียบร้อยแล้วครับ" เฉินเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่กำลังตรวจสอบสถานะของเสี่ยวกู่ไปด้วย

"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม? โอเค งั้นเดี๋ยวฉันไปเอารถมาให้!" โจวเหยียนพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป

แต่แล้วเขาก็ชะงักฝีเท้ากะทันหัน "เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ?"

ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า?

เฉินเฟยบอกว่าเขารักษาหายแล้วงั้นเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 7 หน่วยแพทย์ที่ 49

คัดลอกลิงก์แล้ว