- หน้าแรก
- ตัวร้ายสายหื่นที่มีระบบ ข้าไม่ได้รุก แต่นางเอกบุกมาเอง
- บทที่ 8 - มุ่งหน้าสู่เมืองเซียนหลิน
บทที่ 8 - มุ่งหน้าสู่เมืองเซียนหลิน
บทที่ 8 - มุ่งสู่เมืองเซียนหลิน
บทที่ 8 - มุ่งสู่เมืองเซียนหลิน
"ท่านบรรพชน ข้าขอไปร่ำลาท่านอาจารย์และน้องชายก่อนเจ้าค่ะ" หลังจากสวมถุงเท้าและรองเท้าเรียบร้อยแล้ว กู้ชิงเหราก็กล่าวเบาๆ
"ได้"
เยี่ยชิงอวิ๋นพยักหน้า ร่างกายค่อยๆ เลือนหายเข้าไปในห้วงมิติ
เมื่อรู้ว่าท่านบรรพชนคอยตามนางอยู่เงียบๆ กู้ชิงเหราก็กลายเป็นลำแสงพุ่งไปยังยอดเขาเทพธิดา
เพียงไม่นาน บนยอดเขาเทพธิดาก็ปรากฏเงาร่างของเซียนสาวในชุดกระโปรงสีเขียว
กู้ชิงเหรามาถึงที่เรือนพัก พบกู้หยวนที่กำลังหลับตาขัดสมาธิฝึกฝนอยู่
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า กู้หยวนลืมตาขึ้น เห็นว่าเป็นพี่สาวกู้ชิงเหราที่มาหา
"พี่สาว"
เมื่อเห็นกู้ชิงเหรา เขาก็ส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ
"หยวนเอ๋อร์ พี่สาวจะออกไปท่องเที่ยวโลกภายนอก ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ"
"หากมีปัญหาอะไร จงกระตุ้นหยกสื่อสารชิ้นนี้ นี่คือหยกสื่อสารของท่านอาจารย์ข้า นางจะช่วยจัดการทุกอย่างให้เจ้าเอง"
กู้ชิงเหรากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อาจารย์ของนางคือผู้อาวุโสใหญ่แห่งภูเขาวั่งเฉิน มีฐานะสูงส่งยิ่งในสำนัก
เมื่อได้ยินว่าพี่สาวจะออกไปท่องเที่ยว ในใจของกู้หยวนก็รู้สึกห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย
เดิมทีเขาอยากให้พี่สาวอยู่เป็นเพื่อนเขาต่ออีกหน่อย
ตัวเขาที่ยังเก็บงำอารมณ์ไม่เป็น แสดงความเศร้าออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน จนกู้ชิงเหรารู้สึกปวดใจเล็กน้อย
ทว่านางก็ไม่ได้เปลี่ยนใจ กู้หยวนเป็นผู้ฝึกตนแล้ว เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว ย่อมดูแลตัวเองได้
อีกอย่าง นางก็ไม่อาจปล่อยให้เขาพึ่งพานางไปตลอดได้
กู้หยวนที่รู้ว่าการตัดสินใจของพี่สาวนั้นเด็ดขาดแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ "พี่สาว วางใจเถอะ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี"
เมื่อพูดจบ เขาก็ทุบอกตนเองและฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว เพื่อแสดงให้เห็นว่านางไม่ต้องเป็นห่วงเขาอีกแล้ว
"อืม" กู้ชิงเหราเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
จากนั้นนางพูดกำชับกู้หยวนอีกไม่กี่ประโยค ก่อนจะหมุนตัวจากไป
หลังจากที่มองไม่เห็นแผ่นหลังของนางแล้ว กู้หยวนจึงละสายตากลับมา และหลับตาฝึกฝนต่อไป
เขาต้องขยันฝึกฝน เพื่อที่ในอนาคตจะได้ตอบแทนพี่สาวและภูเขาวั่งเฉินอย่างดีที่สุด
กู้หยวนคิดในใจเงียบๆ
ลึกเข้าไปในภูเขาวั่งเฉินมียอดเขาแห่งหนึ่งชื่อว่ายอดเขาเซียนหลิง เป็นที่พำนักของผู้อาวุโสใหญ่แห่งวั่งเฉิน
ภายในตำหนักเซียนหลิง
"ชิงเหรา อาจารย์ทราบแล้ว ในเมื่อท่านบรรพชนไปคุ้มครองเจ้าด้วยตนเอง เช่นนั้นอาจารย์ก็ไม่จำเป็นต้องจัดหาคนอื่นไปคุ้มครองเจ้าอีก"
สตรีโฉมงามในชุดนักพรตสีขาวสะอาดตานั่งอยู่บนแท่นเทศนา นางพยักหน้าให้กู้ชิงเหราด้วยรอยยิ้มจางๆ
"จริงด้วย ท่านบรรพชนไม่ได้รังแกเจ้าตลอดเวลาใช่ไหม?" คล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ สตรีในชุดนักพรตถามขึ้น
"...ท่านบรรพชนเพียงให้ชิงเหราไปฝึกฝนด้วยทุกคืนคืนละรอบเจ้าค่ะ" กู้ชิงเหรากล่าวด้วยความเขินอาย
"เฮ้อ..." สตรีชุดนักพรตเผยสีหน้าจนใจ
แม้บรรพชนตัดธุลีจะมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง แต่กลับไม่มีท่าทางของคนในสำนักวั่งเฉินเลยแม้แต่น้อย หรืออาจกล่าวได้ว่าเขาเหมือนคนจากพรรคมารมากกว่า
ไม่เพียงแต่รับเทพธิดาชิงอินรุ่นก่อนรุ่นโน้นเข้าห้องไปเท่านั้น แม้แต่ลูกศิษย์ของเขาซึ่งก็คือเทพธิดาจื่อเยียนรุ่นก่อนเขาก็ยังฝึกฝนด้วย ยามนี้แม้แต่ชิงเหราเขาก็ไม่เว้น
อาจกล่าวได้ว่าเทพธิดาสามรุ่นถูกเขารวบหัวรวบหางไว้ในมือหมด
แม้แต่ตัวนางเองในบางครั้งก็ยังถูกเรียกตัวไปฝึกฝนกับท่านบรรพชน
ขนาดนางที่เป็นผู้อาวุโสใหญ่ยังเป็นเช่นนี้ แล้วผู้อาวุโสคนอื่นจะเหลือรอดหรือ
คนที่ยังรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้เรียกได้ว่ามีเพียงน้อยนิดจริงๆ
"จงระวังตัวให้ดีด้วย อาจารย์เกรงว่าบางครั้งท่านบรรพชนอาจจะควบคุมไม่อยู่จนทำให้เจ้าตั้งครรภ์ขึ้นมา" สตรีชุดนักพรตกำชับด้วยท่าทีจริงจัง
นางยอมรับเรื่องที่ชิงเหราจะฝึกบำเพ็ญคู่กับท่านบรรพชนได้ แต่ยอมรับไม่ได้หากชิงเหราจะถูกท่านบรรพชนทำจนท้องโย้
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ทราบดีเจ้าค่ะ" กู้ชิงเหราพยักหน้าเบาๆ
แม้ก่อนหน้านี้นางจะคอยเตือนท่านบรรพชนอยู่หลายครั้ง แต่ก็กลัวว่าเขาจะลืม ดังนั้นหลังจากเสร็จกิจนางมักจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายอยู่เสมอ
"อืม..." จิตใจของสตรีชุดนักพรตกลับสู่ความสงบ
ชิงเหรารู้ความก็ดีแล้ว
จากนั้นสตรีชุดนักพรตกำชับกู้ชิงเหราอีกไม่กี่คำ ก็ให้นางจากไป
หลังจากที่นางเดินออกจากตำหนักเซียนหลิง สตรีชุดนักพรตตั้งใจจะหลับตาฝึกฝนต่อ
แต่ในตอนนั้นเอง ที่ข้างหูของนางกลับมีเสียงพูดแว่วมาว่า "เซียนโหรว ถึงเวลาแล้วมาที่ห้องบรรทมของข้าด้วย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่างระหงของสตรีชุดนักพรตก็ชะงักไป นางก้มศีรษะลง "เซียนโหรวน้อมรับคำสั่งท่านบรรพชนเจ้าค่ะ"
นางรู้ว่าคำพูดเมื่อครู่ต้องถูกท่านบรรพชนได้ยินแน่นอน ดังนั้นท่านบรรพชนจึงต้องการจะลงโทษนางแล้ว
ในห้วงมิติภายนอก เยี่ยชิงอวิ๋นปรายตามองนางแวบหนึ่งด้วยความไม่สบอารมณ์
หนิงเซียนโหรวผู้นี้จริงๆ เลย บรรพชนตัดธุลีอย่างเขาจะไปทำเทพธิดาแห่งวั่งเฉินท้องได้อย่างไร
อย่างมากเขาก็แค่จินตนาการภาพนางตอนท้องโย้ดูเท่านั้นเอง
อืม... รอข้ากลับมาเมื่อไหร่ จะต้องทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของข้าให้ได้
เยี่ยชิงอวิ๋นคิดในใจอย่างหมายมั่น
...
ทวีปเสินโจว แบ่งออกเป็นห้าดินแดน ได้แก่ ดินแดนบูรพา, ดินแดนประจิม, ดินแดนอุดร, ดินแดนทักษิณ และดินแดนกลาง
แต่ละดินแดนนั้นกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก กว้างพอจะให้นักบุญทั่วไปใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังบินไม่พ้นหนึ่งดินแดน
และในดินแดนบูรพามีเมืองแห่งหนึ่งชื่อว่าเมืองเซียนหลิน
มันตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในอดีตแม้จะมีคนผ่านไปมามาก แต่ผู้ฝึกตนกลับมีเพียงหยิบมือเดียว
ทว่าในยามนี้ เมืองแห่งนี้อาจกล่าวได้ว่าผู้ฝึกตนเดินกันขวักไขว่จนแทบจะชนกันตาย
เนื่องจากมิติเร้นลับมหาบุญนั้นอยู่ใกล้กับที่นี่มาก จึงทำให้ผู้ฝึกตนมากมายมาชุมนุมกันที่นี่เพื่อพักแรม
ภายในเหลาสุราแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีผู้คนมากมายกำลังถกเถียงกันอย่างคึกคัก:
"ครั้งนี้เพราะมิติเร้นลับมหาบุญปรากฏ ทำให้ขุมกำลังมากมายต่างส่งศิษย์รุ่นเยาว์มาที่นี่กันเพียบเลยนะ" ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดหลังจากดื่มเหล้าในชามจนหมด
"อืม ได้ยินมาว่าครั้งนี้มิติเร้นลับมหาบุญอนุญาตให้เพียงผู้ที่ต่ำกว่าขอบเขตราชาเข้าไปได้เท่านั้น"
"ข้าได้ยินมาว่ามีคนจากขุมกำลังระดับจักรพรรดิมาด้วย เรื่องนี้จริงหรือเท็จ?"
"จริงแน่นอน ระหว่างทางที่ข้ามา ข้าเห็นคนจากราชวงศ์ฉี และหนึ่งในนั้นคือองค์หญิงสามฉีเยว่หลิงคนปัจจุบันด้วย"
"ซี้ด... นั่นมันแม่นางเยว่หลิง อันดับแปดในทำเนียบโฉมงามนี่นา!" มีคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
"แม้ข้าจะได้เห็นเพียงแวบเดียว แต่ก็ได้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบของแม่นางเยว่หลิงด้วยล่ะ"
พูดจบ คนผู้นั้นก็ทำท่าทางภาคภูมิใจ
คนอื่นๆ ต่างก็มองเขาด้วยสายตาที่อิจฉายิ่งนัก
ต้องรู้ก่อนว่าแม่นางเยว่หลิงผู้ติดอันดับแปดในทำเนียบโฉมงามที่จัดลำดับโดยหอความลับสวรรค์นั้น คนที่นี่ส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นตัวจริงเลย
แต่ทุกคนที่เคยเห็นฉีเยว่หลิงต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่านางงดงามล่มเมืองเพียงใด ไร้ที่ติแค่ไหน ทำให้คนที่ยังไม่เคยเห็นต่างก็รู้สึกคันยุบยิบในใจ อยากรู้นักว่านางจะงามเพียงใด
"ไม่ใช่แค่แม่นางเยว่หลิงหรอกนะ ตามข่าววงในของข้า เทพธิดากู้แห่งภูเขาวั่งเฉินก็ออกจากสำนักมาแล้วด้วย!"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนระเบิดข่าวที่น่าตื่นตะลึงนี้ออกมา
"ซี้ด... เทพธิดากู้ อันดับสองในทำเนียบโฉมงามก็ออกมาด้วยหรือ!" เมื่อพูดถึงเทพธิดากู้ บางคนก็มีแววตาแห่งความลุ่มหลงฉายออกมา
ต้องรู้ก่อนว่าตอนที่กู้ชิงเหราปรากฏตัวสู่โลกภายนอกครั้งแรก ท่าทางที่เย็นชาและโดดเดี่ยวประดุจเซียนสาวที่ไม่กินควันไฟในโลกมนุษย์นั้น ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตกหลุมรัก
เรียกได้ว่าเป็นเทพธิดาในดวงใจของผู้คนนับไม่ถ้วนในดินแดนบูรพา แม้แต่ในอีกสี่ดินแดนก็ยังมีผู้ที่หลงใหลในตัวนางมากมาย
น่าเสียดายที่กู้ชิงเหราไม่ค่อยออกจากสำนัก ทำให้ผู้คนมากมายยากจะเห็นใบหน้าเซียนที่สมบูรณ์แบบนั้นจนกลายเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
ยามนี้เมื่อได้ยินว่านางกำลังจะมาที่นี่ ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"หากได้เชยชมร่วมหอกับนางสักครั้ง ต่อให้ต้องตายตรงนั้นก็คุ้มค่าแล้ว" มีคนรำพึงออกมา
"สภาพอย่างเจ้าน่ะหรือ?" มีคนมองดูคนพูดที่มีพุงพลุ้ย ใบหน้าเต็มไปด้วยไขมัน แล้วยิ้มออกมาด้วยความดูแคลน
สภาพอย่างกับหมูตอนแบบนี้ยังกล้าฝันจะได้เชยชมเทพธิดากู้ แค่คิดก็ชวนให้ขำแล้ว
"อย่าหวังไปเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เทพธิดาแห่งวั่งเฉินทุกรุ่นต้องรักษาพรหมจรรย์ ลำพังแค่เคล็ดวิชาของภูเขาวั่งเฉินก็ทำให้พวกนางแทบจะไร้ความรู้สึกต่อสิ่งใดแล้ว"
"วิถีแห่งรักใคร่ตัณหาเล็ๆ น้อยๆ พวกนางย่อมไม่เห็นอยู่ในสายตาแน่นอน" คนที่พอจะรู้เรื่องภูเขาวั่งเฉินกล่าวขึ้น
"น่าเสียดาย..." บางคนรู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่ได้เสียดายขนาดนั้น
เพราะนั่นหมายความว่าเทพธิดาเป็นของทุกคน ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง
"ข้าจำได้ว่าบรรพชนของภูเขาวั่งเฉินคือนักบุญตัดธุลีใช่ไหม เขาเป็นผู้ชายนะ พวกท่านว่า เขาจะ... หรือไม่?"
บางคนพูดเป็นนัยแต่พูดไม่จบ ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะจินตนาการไปไกล
"เป็นไปไม่ได้หรอก นักบุญตัดธุลีก็ฝึกเคล็ดวิชาของภูเขาวั่งเฉินเหมือนกัน ย่อมต้องเป็นคนที่ไร้กิเลสตัณหาแน่นอน" มีคนส่ายหน้า คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
"เหอะๆ ใครจะไปรู้ล่ะ" คนที่เริ่มเปิดประเด็นพูดด้วยท่าทางไม่ยืนยัน
เขาไม่ได้คิดว่านักบุญตัดธุลีผู้นั้นจะไร้กิเลสแต่อย่างใด มิเช่นนั้นจะอยากฆ่าเขาไปเพื่ออะไรกัน
หากไม่มีผู้เฒ่าทง ป่านนี้เขาคงตายคาที่ไปนานแล้ว
(จบแล้ว)