เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ภูเขาอะไรนะ

บทที่ 3 - ภูเขาอะไรนะ

บทที่ 3 - ภูเขาอะไรนะ


บทที่ 3 - ภูเขาอะไรนะ

เทพบุตรดาวศุกร์กระแอมเบาๆ แล้วก้าวออกมารับหน้าไกล่เกลี่ย "พระโพธิสัตว์โปรดระงับโทสะด้วย ระงับโทสะด้วยเถิด ในมุมมองของข้าเฒ่า เรื่องนี้ยังมีจุดที่น่าสงสัยอยู่ สหายเซียนลูฝานผู้นี้แม้จะกระทำลงไปเพราะความวู่วาม แต่คำพูดคำจากลับมีความเด็ดเดี่ยว ไม่เหมือนคนชั่วร้ายเลวทรามอะไร มิสู้ลองเปลี่ยนบทลงโทษเสียใหม่ ทำลายระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาแล้วลดขั้นให้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ก็ถือเป็นการรักษาความเมตตาของผู้ทรงศีลไว้อย่างสมบูรณ์ การเอะอะก็จะฆ่าฟันกัน ท้ายที่สุดแล้วย่อมทำลายความสงบสุขของสวรรค์นะขอรับ"

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนเป็นการห้ามปราม แต่ความจริงแล้วคือการสุมไฟ มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพุทธจักรฝั่งตะวันตกให้ความสำคัญกับหน้าตามากที่สุด ตอนนี้ถูกเซียนไร้สังกัดชี้หน้าด่าว่าเป็นมารร้าย หากไม่สามารถทำให้เขาวิญญาณแตกซ่านได้ ก็ถือว่าเสียหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว

"ท่านเทพบุตรดาวศุกร์กล่าวผิดแล้ว" พระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนข่มความโกรธเอาไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "จิตใจของคนพาลผู้นี้กลายเป็นมารไปแล้ว หากเพียงแค่ทำลายพลังตบะของเขา ก็ยากจะรับประกันได้ว่าเขาจะไม่หันไปฝึกฝนวิชามารนอกรีต ถึงตอนนั้นจะก่อภัยพิบัติหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ความปลอดภัยของสามภพ จะนำมาล้อเล่นได้อย่างไร"

ท่านมองออกถึงความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่นจากเหล่าทวยเทพสวรรค์ ในใจก็ยิ่งเดือดดาล ท่านรู้ดีว่าสวรรค์เพียงแค่อยากดูเรื่องตลกของพวกเขาเท่านั้น นับตั้งแต่สิ้นสุดการอัญเชิญพระไตรปิฎก พุทธศาสนาก็รุ่งเรืองเฟื่องฟู บารมีพุ่งทะยาน จนทำให้สวรรค์เกิดความไม่พอใจมาตั้งนานแล้ว

"ในเมื่อเหล่าสหายเซียนทุกท่านรู้สึกว่าเขามีเหตุผลที่น่าเห็นใจ ก็คงจะคิดว่าอดีตของเขาขาวสะอาด เป็นผู้ที่มุ่งมั่นในวิถีแห่งเต๋าอย่างแท้จริงสินะ" พระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนกวาดสายตามองไปรอบๆ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ "ก็ได้ วันนี้จะให้ทุกท่านได้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่าคนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นคนดีหรือคนเลวกันแน่"

ท่านตะโกนเสียงดัง "เบิกตัวพญายมราชแห่งยมโลกขึ้นมา"

เสียงนั้นทะลวงผ่านชั้นเมฆาดิ่งตรงสู่ปรโลก ไม่นานนักปราณหยินสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พญายมราชสวมชุดคลุมกษัตริย์ สวมมงกุฎ บนมือประคองสมุดบันทึกเล่มหนา เดินทางมาถึงหน้าแท่นประหารเทพภายใต้การคุ้มกันของยมทูตหัววัวและหน้าม้า

"ผู้น้อยขอถวายบังคมมหาเทพผู้ครองฟ้า และขอคารวะเหล่าเทพเซียนชั้นสูง รวมถึงพระโพธิสัตว์ทุกท่านขอรับ" พญายมราชค้อมตัวลงทำความเคารพ

พระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนกล่าวตรงเข้าประเด็นทันที "พญายมราช รบกวนท่านใช้กระจกวารีส่องกรรม เปิดเผยอดีตของคนผู้นี้ที่ชื่อลูฝานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ให้ทุกคนได้เห็นว่าเพื่อที่จะบรรลุเป็นเซียนปฐพี มือของเขาสะอาดบริสุทธิ์จริงหรือไม่"

ทันทีที่พูดจบ ขุนนางสวรรค์หลายคนก็หุบยิ้มลง พวกเขาต่างรู้ดีว่าปัจจุบันพลังปราณในสามภพนั้นเบาบางลงมาก มนุษย์ธรรมดาที่อยากจะบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนนั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก เซียนไร้สังกัดส่วนใหญ่ล้วนต้องผ่านการเข่นฆ่าอย่างเด็ดขาดมาตลอดทาง บนมือย่อมต้องมีเรื่องสกปรกแปดเปื้อนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย การฆ่าคนชิงสมบัติและการแย่งชิงวาสนาล้วนเป็นเรื่องปกติวิสัย

การเดินหมากของฝั่งตะวันตกในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมอย่างแท้จริง ขอเพียงส่องเห็นรอยด่างพร้อยในอดีตของลูฝานแม้เพียงนิดเดียว พวกเขาก็จะสามารถยึดครองจุดสูงสุดของความชอบธรรมได้ทันที

"ช่างเป็นการตัดรากถอนโคนได้ดีจริงๆ" นาจากระซิบเบาๆ

นัยน์ตาสีทองของซุนหงอคงเปล่งประกายวูบวาบ จับจ้องไปที่ลูฝานอย่างไม่วางตา เขาอยากจะเห็นนักว่าชายหนุ่มผู้เจ๋งเป้งคนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตายสถานเดียว จะแสดงสีหน้าเช่นไรออกมา

พญายมราชไม่กล้าชักช้า ตอบรับคำสั่งหนึ่งคำ จากนั้นก็หยิบกระจกทองสัมฤทธิ์โบราณออกมาจากอกเสื้อ กระจกบานนั้นมีขนาดเพียงฝ่ามือ ทว่าผิวกระจกกลับดูเหมือนแอ่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง นี่ก็คือสุดยอดของวิเศษแห่งยมโลก กระจกวารีส่องกรรมที่สามารถส่องเห็นอดีตชาติของทุกสรรพสิ่งได้

พญายมราชพึมพำร่ายมนตร์ ขับเคลื่อนพลังเวท แล้วโยนกระจกวารีขึ้นไปบนอากาศ กระจกวารีขยายใหญ่ขึ้นทันทีเมื่อปะทะกับสายลม กลายเป็นม่านแสงขนาดยักษ์ที่ปกคลุมแท่นประหารเทพไปถึงครึ่งหนึ่งในชั่วพริบตา บนม่านแสงมีระลอกน้ำไหลเวียน ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏภาพอันเลือนรางขึ้นมา

สายตาของเหล่าทวยเทพและพระพุทธองค์ทั้งหมดล้วนจดจ่ออยู่ที่ม่านแสงแผ่นนั้น

บนใบหน้าของพระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนกลับมาประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความเมตตาดุจผู้ที่กุมชัยชนะไว้ในมืออีกครั้ง

ทว่าลูฝานที่กำลังคุกเข่าอยู่ใจกลางแท่นประหารเทพ กลับลอบท่องอยู่ในใจในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น "ระบบ เริ่มทำการแก้ไขประวัติชีวิตเดี๋ยวนี้"

[เริ่มต้นการแก้ไขประวัติ กรุณาเลือกช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่ต้องการแทรกแซง]

จิตสำนึกของลูฝานดำดิ่งลงสู่ห้วงทะเลแห่งความทรงจำอันกว้างใหญ่ไพศาล

บนม่านแสง ภาพเหตุการณ์ดำเนินไป ภาพของเมืองชายแดนเล็กๆ แห่งหนึ่งค่อยๆ เผยให้เห็น นั่นคือดินแดนรอยต่อระหว่างที่ราบจงหยวนกับแคว้นซีติ้ง ทรายปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า ผืนดินแห้งแล้งทุรกันดาร ภายในลานบ้านชาวนาอันซอมซ่อ ทารกเพศชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมเสียงร้องอุแว้ เขาคนนั้นก็คือลูฝาน

ภาพในกระจกวารีถูกเร่งให้เร็วขึ้น ลูฝานในวัยเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ไม่เหมือนกับเด็กชาวนาธรรมดาทั่วไป เขาไม่เคยไปวิ่งเล่นคลุกฝุ่นคลุกโคลนกับพวกเด็กซนในหมู่บ้านเลย บ่อยครั้งที่เขามักจะนั่งเงียบๆ อยู่บนธรณีประตู ทอดสายตามองไปยังเส้นขอบฟ้าสีหม่นอันแสนไกล ภายในดวงตามีความลึกล้ำที่ไม่สมกับวัยปรากฏอยู่

เขารู้ความจนน่าสงสาร เมื่อพ่อแม่ลงไปทำนาทำไร่ เด็กตัวเล็กๆ อย่างเขาก็จะหัดกวาดบ้านและให้อาหารไก่ เสบียงอาหารอันน้อยนิดที่มีอยู่ในบ้าน เขาก็มักจะยอมให้พ่อแม่กินก่อนเสมอ ส่วนตัวเองก็ซดเพียงแค่น้ำข้าวต้มใสๆ

รอบๆ แท่นประหารเทพ เหล่าขุนนางสวรรค์เริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ

"นี่... ดูไม่ออกเลยนะว่าจะเป็นคนชั่วช้าสามานย์ได้ยังไง"

"ใช่แล้วล่ะ เกิดมาในครอบครัวยากจนแต่กลับรู้จักกตัญญูรู้คุณ นิสัยใจคอหมดจดงดงาม"

"หรือว่าในเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่จริงๆ"

พระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น สีหน้ายังคงราบเรียบ รัศมีพุทธะด้านหลังศีรษะสงบนิ่ง ท่านประนมมือขึ้นแล้วกล่าวขานพระนาม "อมิตาภพุทธะ มนุษย์เกิดมาล้วนมีจิตใจดีงามเป็นทุนเดิม บนโลกนี้ไม่มีผู้ใดเกิดมาก็เป็นคนชั่วช้าสามานย์มาตั้งแต่เกิดหรอก ด้วยเหตุนี้เอง พระพุทธองค์จึงทรงเน้นย้ำเรื่องการอบรมสั่งสอน สภาพแวดล้อมอาจทำให้มนุษย์หันเหไปสู่ความชั่วร้ายได้ พระพุทธองค์จึงทรงปรารถนาที่จะใช้ธรรมะอันดีงามนำพาพวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง"

เมื่อท่านกล่าวจบ แม่ทัพสวรรค์จากหน่วยอัสนีนายหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "คำกล่าวของพระโพธิสัตว์มีเหตุผล แต่ในเมื่อท่านเน้นย้ำเรื่องการอบรมสั่งสอน แล้วเหตุใดจึงไม่สั่งสอนเขาต่อไปล่ะ กลับส่งเขาขึ้นแท่นประหารเทพเพื่อเอาชีวิตเขาเสียอย่างนั้น"

คำถามนี้ช่างตรงไปตรงมา ขุนนางสวรรค์หลายคนต่างส่งสายตาเห็นด้วย

พระโพธิสัตว์จิ้งเนี่ยนหลุบตาต่ำลง "พระพุทธองค์ทรงประทานโอกาสให้เขาแล้ว การกักขังเป็นเวลาสิบปีและให้ฟังเสียงสวดมนต์ทุกวันก็คือการสั่งสอน ทว่าเขากลับมีรากแห่งมารฝังลึก ไม่เพียงแต่จะไม่รับรู้ถึงความเมตตาของพระพุทธองค์ แต่กลับผูกใจเจ็บและกำเริบเสิบสานหนักกว่าเดิม เมื่อการสั่งสอนไม่ได้ผล ก็เหลือเพียงการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันมิให้เขาก่อภัยพิบัติแก่สามภพ นี่คือการปราบมาร และถือเป็นมหาเมตตาเช่นกัน"

คำพูดของท่านอุดปากทุกคนจนเงียบกริบ ทางฝั่งสวรรค์จึงไร้ซึ่งคำพูดไปชั่วขณะ จริงด้วยสิ ให้โอกาสไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นเจ้าเองที่ไม่รู้จักทะนุถนอมมันไว้

สายตาของเหล่าทวยเทพกลับมาจับจ้องที่ม่านแสงแผ่นนั้นอีกครั้ง ในภาพกาลเวลาล่วงเลยไป ลูฝานได้เติบโตเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง บ่าของเขาสามารถแบกจอบเสียมและแบ่งเบาภาระงานหนักในบ้านได้แล้ว

เย็นวันหนึ่ง พ่อแม่ของเขากลับมาจากข้างนอก บนใบหน้ามีความเหนื่อยล้าแฝงอยู่ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นอย่างประหลาดปะปนมาด้วย ทันทีที่เข้าบ้าน พวกเขาก็เปิดโอ่งข้าวสารในบ้านอย่างระมัดระวัง แล้วใช้สองมือโกยเสบียงที่เหลือเพียงก้นโอ่งซึ่งมีอยู่น้อยนิดออกมาส่วนหนึ่ง ก่อนจะห่อด้วยเศษผ้าขี้ริ้ว

ลูฝานในวัยหนุ่มกำลังผ่าฟืนอยู่ เมื่อเห็นภาพนี้ก็หยุดขวานในมือ แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกำลังทำอะไรน่ะ เสบียงในบ้านเราเกรงว่าจะประทังไปไม่ถึงเดือนหน้าแล้วนะขอรับ"

พ่อของลูฝานซึ่งเป็นชายร่างกำยำผิวคล้ำแดดคล้ำฝนถูมือไปมา "ฝานเอ๋อร์เอ๊ย เจ้าไม่รู้อะไร วันนี้พ่อกับแม่ของเจ้าต้องวิ่งหนีหมูป่าจนหลงทางไปแถวๆ ภูเขาประหลาดทางทิศตะวันออกน่ะสิ"

แม่ของลูฝานพูดเสริม "ก็ภูเขาลูกนั้นไง ได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเล่าว่า เมื่อครั้งที่หวังหมั่งชิงบัลลังก์ราชวงศ์ฮั่น สวรรค์พิโรธจึงร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ที่นั่นอาถรรพ์สุดๆ ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้เลย"

"ใช่แล้วล่ะ" พ่อของเขาพูดต่อ "พวกเราไปแอบอยู่หลังโขดหิน มองลงไปที่ตีนเขาแต่ไกล... คุณพระช่วย เจ้าทายสิว่าพวกเราเห็นอะไร"

"ที่ตีนเขามีลิงตัวหนึ่งถูกทับอยู่ ลิงหน้าขนปากแหลมเหมือนเทพสายฟ้า แถมมัน... มันยังพูดภาษามนุษย์ได้ด้วยนะ"

"พวกเราตกใจจนก้าวขาไม่ออก แต่ก็ได้ยินมันร้องหิวอยู่ตลอดเวลา ฟังดูน่าสงสารมาก ตามตัวก็สกปรกมอมแมม ผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก เห็นแล้วรู้สึกสลดใจจริงๆ พวกเราก็เลยปรึกษากันว่าจะแบ่งเสบียงในบ้านไปให้มันสักหน่อย"

ประโยคนี้ของคนเป็นพ่อถูกถ่ายทอดผ่านกระจกวารีส่องกรรม ดังก้องเข้าไปในหูของเหล่าเทพเซียนและพระพุทธองค์ทุกรูปบนแท่นประหารเทพอย่างชัดเจน

ชั่วพริบตานั้น ลานหยกขาวทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

เหล่าขุนนางสวรรค์ที่เพิ่งจะซุบซิบนินทากันเมื่อครู่นี้ บัดนี้ต่างก็หุบปากสนิท แม้แต่ลมหายใจก็ยังแผ่วเบาลง

นิ้วมือของแม่ทัพหลี่ที่กำลังกดทับเจดีย์อยู่ชะงักไปเล็กน้อย

มือของเทพบุตรดาวศุกร์ที่กำลังลูบเคราค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

นาจากอดทวนอัคคีไว้ นัยน์ตาหงส์เบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อย

สายตานับไม่ถ้วนพุ่งตรงมาจากทั่วทุกสารทิศอย่างพร้อมเพรียง และท้ายที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของซุนหงอคงเพียงผู้เดียว

พับผ่าสิ มาดูเรื่องสนุก มาดูการไต่สวนนักโทษ แต่ไหงกลายเป็นว่าได้เสพเรื่องซุบซิบของเจ้าลิงซุนไปเสียได้ล่ะเนี่ย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ภูเขาอะไรนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว