เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ

บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ

บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ


บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ

"คุ้มกัน!"

พอเห็นเจียงเจาฉือกำลังจะปล่อยอัลติ ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่ก็พุ่งเข้าปะทะ ดึงดูดความสนใจจากสี่ราชันสัตว์อสูร เพื่อเปิดทางให้เธอร่ายรำเพลงกระบี่ได้อย่างปลอดภัย

"เช้ง~"

เสียงกระบี่กรีดร้องดังกังวานก้องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี ปราณกระบี่แผ่ซ่านครอบคลุมอาณาเขตรัศมีสิบกิโลเมตร

เจียงเจาฉือจรดปลายกระบี่ลงบนพื้นเบาๆ ปราณกระบี่เจ็ดสายก็พุ่งทะลวงออกจากปลายกระบี่ อานุภาพอันน่าเกรงขามก่อให้เกิดพายุหมุนพัดกระหน่ำ เส้นผมและชายเสื้อของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม

"วิ้ง~"

ปราณกระบี่ทั้งเจ็ดสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สอดประสานเข้ากับพลังแห่งฟ้าดินอย่างน่าประหลาด ผู้ที่อยู่รอบข้างต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหายใจแทบไม่ออก

"ครืนนน~"

ทันใดนั้น กระบี่แสงโปร่งแสงขนาดยักษ์เจ็ดเล่มก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หมุนวนรอบตัวเจียงเจาฉือที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างช้าๆ ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่ขนาดมหึมา

ปราณกระบี่ตัดสลับไปมาจนมิติสั่นสะเทือน ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาเยือน

จังหวะนั้นเอง เสียงอันเย็นเยียบของเจียงเจาฉือก็ดังแว่วออกมาจากใจกลางค่ายกลกระบี่

"ดาราเหยาจงชี้อุดรเบิกทวารสวรรค์ ดาราอวี้เหิงร่วงประจิมทะลวงทัพนับพัน"

"หมาป่าตะกละคำรามกลืนกินห้วงดารา ค่ายกลเก้าตำหนักกักขังวิญญาณแห่งจักรวาล"

"ค่ายกลเก้าตำหนักเทียนเสวียน จงเปิด!"

สิ้นคำราม พลังแห่งฟ้าดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลุ่มดาวเหนือทั้งเจ็ดดวงทอประกายเจิดจ้า เชื่อมโยงกับกระบี่ทั้งเจ็ดเล่มในค่ายกล

วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางแห่งดวงดาว เงากระบี่นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดุจห่าฝนดาวตก

"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!..."

ภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี ใจกลางค่ายกลกระบี่

เงากระบี่อันคมกริบจำนวนมหาศาลดิ่งพสุธาลงมา พุ่งเป้าหมายไปที่กระต่ายคิงคอง พยัคฆ์เหินฟ้า ราชันหมีอัสนี และหมาในเขี้ยวคมอย่างแม่นยำ

"ฆ่านังหนูนั่นซะ!!!"

สี่ราชันสัตว์อสูรร้อนรนดั่งไฟเผา แค่เห็นเงากระบี่ที่ตกลงมาก็รู้แล้วว่าพลังทำลายล้างของค่ายกลกระบี่นี้อยู่ในระดับหลิง ขั้นปราณวิญญาณระดับ 3 พวกมันไม่มีทางรับมือได้นานแน่

พวกมันตัดสินใจแลกชีวิต พุ่งเข้าใส่เจียงเจาฉืออย่างไม่คิดชีวิต

ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่เห็นดังนั้น ก็ยอมสู้ตายเพื่อสกัดกั้นเอาไว้

"อวี้เหิงทะลวงทัพ!"

เจียงเจาฉือร่ายรำเพลงกระบี่พร้อมกับทะยานร่างขึ้นไปในอากาศ มือขวาชูกระบี่ชิงซวงขึ้นเหนือหัว ก่อนจะแทงลงมาอย่างรุนแรง

"แตกพ่าย!"

สิ้นเสียงตวาด กระบี่วิญญาณชิงซวงก็ปลดปล่อยเงากระบี่ยาวกว่า 300 เมตรออกมา

"ครืน! ครืน!..."

เงากระบี่พุ่งผ่านไปทางไหน มิติก็แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ พุ่งทะลวงเข้าใส่สี่ราชันสัตว์อสูรเบื้องล่างด้วยอานุภาพที่ไม่มีใครต้านทานได้

"อ๊ากก!"

พวกมันสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต แผดเสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว เร่งเผาผลาญลมปราณเพื่อสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา

ตูมมม! เกราะป้องกันของสี่ราชันสัตว์อสูรแตกละเอียด เงากระบี่ยักษ์พุ่งเสียบทะลุร่างพวกมันปักลงกับพื้นดิน

แรงกระแทกจากเงากระบี่กับพื้นดิน ทำให้เกิดหลุมกว้างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าพันเมตร

สี่ราชันสัตว์อสูรถูกตรึงร่างติดอยู่ก้นหลุม นอนหายใจรวยรินรอความตาย

"ไป!"

เจียงเจาฉือตวัดกระบี่ ภาพมายาของดาราปี่และฝู่ก็ปรากฏขึ้นใจกลางค่ายกล

ก่อนที่ภาพมายาของดวงดาวทั้งสองจะกลายสภาพเป็นกระบี่อันคมกริบสองเล่ม ภายใต้การชี้แนะของเธอ พุ่งเข้าเสียบทะลุร่างของพยัคฆ์เหินฟ้าและหมาในเขี้ยวคมที่บาดเจ็บสาหัสที่สุด!

"!!!"

เมื่อเห็นเงากระบี่ที่แทบจะกลายเป็นของจริงพุ่งเข้ามา หัวใจของสองราชันสัตว์อสูรก็แทบจะหยุดเต้น

"ฉึก! ฉึก!"

เสียงของมีคมทะลวงเนื้อดังขึ้นพร้อมกันเบาๆ หัวของพยัคฆ์เหินฟ้าและหมาในเขี้ยวคมถูกเงากระบี่เสียบทะลุ ตายคาที่ ใบหน้าของพวกมันยังคงค้างเติ่งด้วยความหวาดผวาก่อนตาย

"วิ้ง..."

เจียงเจาฉือกำลังจะสั่งการให้ค่ายกลกระบี่สังหารราชันสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เหลือ แต่พลังวิญญาณในร่างดันหมดเกลี้ยงซะก่อน ไม่สามารถประคองค่ายกลให้ทำงานต่อได้

เงากระบี่ยักษ์ทั้งเจ็ดเล่มจึงสลายหายไปกับสายลม ปราณกระบี่ที่เคยปกคลุมทั่วฟ้าก็อันตรธานหายไปเช่นกัน

"หนีเร็ว~"

พอเห็นค่ายกลกระบี่หายไป ทางรอดที่เคยถูกปิดตายก็เปิดออกอีกครั้ง กระต่ายคิงคองกับราชันหมีอัสนีก็มีความหวังที่จะมีชีวิตรอดขึ้นมาอีกหน

"ฟุ่บๆ..."

ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คนหนึ่งขวางราชันสัตว์อสูรไว้คนละตัว

ก่อนหน้านี้ พวกเขาอาจจะสู้ด้วยความยากลำบากอยู่บ้าง

แต่ตอนนี้เหรอ... หึๆ

ซัดกันไปได้ไม่กี่นาที ร่างกายของสองราชันสัตว์อสูรก็สะบักสะบอมไม่มีชิ้นดี มีแต่แผลซ้อนแผลเต็มไปหมด

ประกายแสงเย็นเยียบวาบขึ้นสองสาย กระต่ายคิงคองกับราชันหมีอัสนีก็สิ้นชื่อไปตามระเบียบ

"แค่ก..."

เจียงเจาฉือคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก

"ฉันยังอ่อนหัดเกินไป สินะ... ถึงรักษาสภาพค่ายกลกระบี่ระดับเสวียนเอาไว้ไม่ได้..."

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะชะงักไป สีหน้าแสดงความประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

เธอนึกถึงตอนที่หยวนฉุนเฟิงใช้ลู่อันไปทำความสะอาดบ้านเมื่อวานที่หมู่บ้านจู๋ซีขึ้นมาได้

"เขารู้ได้ยังไงว่าฉันจะต้องบาดเจ็บ แล้วก็ต้องพักฟื้นไปสักพักใหญ่?"

วินาทีนั้น เจียงเจาฉือถึงกับทึ่งในความสามารถของหยวนฉุนเฟิง

บนโลกนี้มีคนที่รู้อนาคตได้ล่วงหน้าจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย

ตาแก่นั่นแค่มองหน้าเธอแวบเดียว ก็รู้เลยว่าเธอจะต้องบาดเจ็บ

วิชาแบบนี้มัน... เกินจินตนาการไปมากจริงๆ

หลังจากนั้น เธอก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา

เธอไม่อยากจะคิดเลยว่า คนระดับนี้ถ้าคิดจะทำเรื่องเลวร้าย หรือโดนใครหลอกใช้ขึ้นมา มันจะสร้างความหายนะได้มหาศาลขนาดไหน?

"เสี่ยวฉือ หลานไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"

เหลิ่งชิงชิวร่อนลงมายืนข้างๆ หยิบโอสถรักษาบาดแผลระดับหลิงออกมาถามด้วยความเป็นห่วง

เจียงเจาฉือรับยามากลืนลงคอ แล้วส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอกน้า พักฟื้นสักพักเดี๋ยวก็หายแล้ว"

"อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นไรเหรอฮะ?"

เหลิ่งชิงชิวแหวใส่ ถึงขั้นต้องพักฟื้นเนี่ยนะเรียกว่าไม่เป็นไร?

สำหรับผู้ใช้วิญญาณยุทธ์ ถ้าถึงขั้นต้องพักฟื้นเมื่อไหร่ แสดงว่าต้องบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์จนพวกโอสถกับหมอรักษาทำอะไรไม่ได้แล้ว

"เรื่องจิ๊บจ๊อยน่า..."

เจียงเจาฉือทำเป็นเก่ง อาการแค่นี้เธอยังพอทนไหว

"ฮึ่ม~"

เหลิ่งชิงชิวทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ส่งพลังวิญญาณบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้าไปในร่างของเจียงเจาฉือ

พอตรวจสอบอาการของหลานสาวเสร็จ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปด "ทะเลวิญญาณมีรอยร้าวแล้วเห็นไหมล่ะ ทีนี้ก็งามหน้าเลย ช่วงนี้ทั้งห้ามฝึกวิชา ทั้งห้ามออกไปสู้รบตบมือกับใคร พอใจรึยังหืม?"

"คุณน้าขา เลิกบ่นหนูเถอะน่า ตอนนี้หนูไม่มีอาจารย์คอยให้ท้ายแล้วนะ..." เจียงเจาฉือเขย่าแขนเหลิ่งชิงชิวพลางทำหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์

ใช่แล้ว เหลิ่งชิงชิวไม่ใช่แค่หัวหน้าฝ่ายพลาธิการของกองทัพหงหลวนหรอกนะ แต่ยังเป็นน้าสาวแท้ๆ ของเจียงเจาฉืออีกด้วย

"ฮึ่ม~"

ประกายแห่งความเศร้าหมองพาดผ่านดวงตาของเหลิ่งชิงชิวแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะพาเจียงเจาฉือเหาะกลับไปยังแนวกำแพงเมือง

...

หมู่บ้านจู๋ซี

ลู่อันนอนกำมือถือพลิกไปพลิกมาข่มตาหลับไม่ลง เขาอยากจะส่งข้อความหาเจียงเจาฉือใจจะขาด

เอ่อ... หมายถึงแค่อยากส่งข้อความเฉยๆ นะ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยสักหน่อย

"ไม่รู้ว่าจัดการพวกราชันสัตว์อสูรได้รึยัง กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองสูญเสียอะไรไปบ้างรึเปล่า..."

ลู่อันนอนพึมพำอยู่บนเตียง พิมพ์ข้อความแล้วก็ลบ ลบแล้วก็พิมพ์ใหม่อยู่นั่นแหละ

อาการเหมือนคนกำลังจะสารภาพรักไม่มีผิด...

"จริงสิ ยังไม่ได้เช็กข้อความประจำวันเลยนี่นา เผื่อจะเจอคำตอบในนั้น..."

ลู่อันเก็บมือถือ แล้วเรียกดูข้อความจากระบบขึ้นมา

[ข่าวสารประจำวัน·เรื่องซุบซิบชาวบ้าน: กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองดักซุ่มโจมตีฝูงสัตว์อสูรที่ถอยทัพมาตรงตอนเหนือของแม่น้ำเสวียนสุ่ย ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ สังหารสัตว์อสูรที่อ่อนล้าไปกว่า 1,800,000 ตัว มีสัตว์อสูรหนีรอดไปได้เพียงหยิบมือ

พอข่าวนี้แพร่ออกไป พญาอินทรี ซากุระ และโสมใต้ ก็เปิดโหมดสาดน้ำลายด่าทอหัวเซี่ยว่าหน้าไม่อาย เรียกร้องให้หัวเซี่ยออกมาชี้แจง และต้องชดเชยค่าเสียหาย พร้อมทั้งแบ่งซากของราชันสัตว์อสูรให้พวกตนด้วย

ไม่อย่างนั้นจะพิจารณายุติความเป็นพันธมิตรกับหัวเซี่ย และจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ที่เป็นประโยชน์อีกต่อไป...]

พออ่านข่าวสารประจำวันจบ ลู่อันก็กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตัดสินใจกดส่งข้อความหาเจียงเจาฉือในที่สุด

ระบบนี่บางทีก็พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยแฮะ สุดท้ายเขาก็ต้องลงมือเองอยู่ดี

[เรื่องสัตว์อสูรไปถึงไหนแล้ว?]

มือถือเงียบไปครึ่งนาที ก่อนจะมีข้อความตอบกลับมาสั้นๆ ซึ่งผิดคาดไปหน่อย

[ได้รับบาดเจ็บซะแล้ว...]

ลู่อัน: ???

จบบทที่ บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว