- หน้าแรก
- ปลุกพลังล้มเหลว งั้นผมขอมาปลูกมอนสเตอร์ที่หมู่บ้านเริ่มต้น
- บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 101 - ได้รับบาดเจ็บ
"คุ้มกัน!"
พอเห็นเจียงเจาฉือกำลังจะปล่อยอัลติ ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่ก็พุ่งเข้าปะทะ ดึงดูดความสนใจจากสี่ราชันสัตว์อสูร เพื่อเปิดทางให้เธอร่ายรำเพลงกระบี่ได้อย่างปลอดภัย
"เช้ง~"
เสียงกระบี่กรีดร้องดังกังวานก้องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี ปราณกระบี่แผ่ซ่านครอบคลุมอาณาเขตรัศมีสิบกิโลเมตร
เจียงเจาฉือจรดปลายกระบี่ลงบนพื้นเบาๆ ปราณกระบี่เจ็ดสายก็พุ่งทะลวงออกจากปลายกระบี่ อานุภาพอันน่าเกรงขามก่อให้เกิดพายุหมุนพัดกระหน่ำ เส้นผมและชายเสื้อของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม
"วิ้ง~"
ปราณกระบี่ทั้งเจ็ดสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สอดประสานเข้ากับพลังแห่งฟ้าดินอย่างน่าประหลาด ผู้ที่อยู่รอบข้างต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหายใจแทบไม่ออก
"ครืนนน~"
ทันใดนั้น กระบี่แสงโปร่งแสงขนาดยักษ์เจ็ดเล่มก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หมุนวนรอบตัวเจียงเจาฉือที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างช้าๆ ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่ขนาดมหึมา
ปราณกระบี่ตัดสลับไปมาจนมิติสั่นสะเทือน ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาเยือน
จังหวะนั้นเอง เสียงอันเย็นเยียบของเจียงเจาฉือก็ดังแว่วออกมาจากใจกลางค่ายกลกระบี่
"ดาราเหยาจงชี้อุดรเบิกทวารสวรรค์ ดาราอวี้เหิงร่วงประจิมทะลวงทัพนับพัน"
"หมาป่าตะกละคำรามกลืนกินห้วงดารา ค่ายกลเก้าตำหนักกักขังวิญญาณแห่งจักรวาล"
"ค่ายกลเก้าตำหนักเทียนเสวียน จงเปิด!"
สิ้นคำราม พลังแห่งฟ้าดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลุ่มดาวเหนือทั้งเจ็ดดวงทอประกายเจิดจ้า เชื่อมโยงกับกระบี่ทั้งเจ็ดเล่มในค่ายกล
วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางแห่งดวงดาว เงากระบี่นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดุจห่าฝนดาวตก
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!..."
ภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี ใจกลางค่ายกลกระบี่
เงากระบี่อันคมกริบจำนวนมหาศาลดิ่งพสุธาลงมา พุ่งเป้าหมายไปที่กระต่ายคิงคอง พยัคฆ์เหินฟ้า ราชันหมีอัสนี และหมาในเขี้ยวคมอย่างแม่นยำ
"ฆ่านังหนูนั่นซะ!!!"
สี่ราชันสัตว์อสูรร้อนรนดั่งไฟเผา แค่เห็นเงากระบี่ที่ตกลงมาก็รู้แล้วว่าพลังทำลายล้างของค่ายกลกระบี่นี้อยู่ในระดับหลิง ขั้นปราณวิญญาณระดับ 3 พวกมันไม่มีทางรับมือได้นานแน่
พวกมันตัดสินใจแลกชีวิต พุ่งเข้าใส่เจียงเจาฉืออย่างไม่คิดชีวิต
ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่เห็นดังนั้น ก็ยอมสู้ตายเพื่อสกัดกั้นเอาไว้
"อวี้เหิงทะลวงทัพ!"
เจียงเจาฉือร่ายรำเพลงกระบี่พร้อมกับทะยานร่างขึ้นไปในอากาศ มือขวาชูกระบี่ชิงซวงขึ้นเหนือหัว ก่อนจะแทงลงมาอย่างรุนแรง
"แตกพ่าย!"
สิ้นเสียงตวาด กระบี่วิญญาณชิงซวงก็ปลดปล่อยเงากระบี่ยาวกว่า 300 เมตรออกมา
"ครืน! ครืน!..."
เงากระบี่พุ่งผ่านไปทางไหน มิติก็แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ พุ่งทะลวงเข้าใส่สี่ราชันสัตว์อสูรเบื้องล่างด้วยอานุภาพที่ไม่มีใครต้านทานได้
"อ๊ากก!"
พวกมันสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต แผดเสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว เร่งเผาผลาญลมปราณเพื่อสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา
ตูมมม! เกราะป้องกันของสี่ราชันสัตว์อสูรแตกละเอียด เงากระบี่ยักษ์พุ่งเสียบทะลุร่างพวกมันปักลงกับพื้นดิน
แรงกระแทกจากเงากระบี่กับพื้นดิน ทำให้เกิดหลุมกว้างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าพันเมตร
สี่ราชันสัตว์อสูรถูกตรึงร่างติดอยู่ก้นหลุม นอนหายใจรวยรินรอความตาย
"ไป!"
เจียงเจาฉือตวัดกระบี่ ภาพมายาของดาราปี่และฝู่ก็ปรากฏขึ้นใจกลางค่ายกล
ก่อนที่ภาพมายาของดวงดาวทั้งสองจะกลายสภาพเป็นกระบี่อันคมกริบสองเล่ม ภายใต้การชี้แนะของเธอ พุ่งเข้าเสียบทะลุร่างของพยัคฆ์เหินฟ้าและหมาในเขี้ยวคมที่บาดเจ็บสาหัสที่สุด!
"!!!"
เมื่อเห็นเงากระบี่ที่แทบจะกลายเป็นของจริงพุ่งเข้ามา หัวใจของสองราชันสัตว์อสูรก็แทบจะหยุดเต้น
"ฉึก! ฉึก!"
เสียงของมีคมทะลวงเนื้อดังขึ้นพร้อมกันเบาๆ หัวของพยัคฆ์เหินฟ้าและหมาในเขี้ยวคมถูกเงากระบี่เสียบทะลุ ตายคาที่ ใบหน้าของพวกมันยังคงค้างเติ่งด้วยความหวาดผวาก่อนตาย
"วิ้ง..."
เจียงเจาฉือกำลังจะสั่งการให้ค่ายกลกระบี่สังหารราชันสัตว์อสูรอีกสองตัวที่เหลือ แต่พลังวิญญาณในร่างดันหมดเกลี้ยงซะก่อน ไม่สามารถประคองค่ายกลให้ทำงานต่อได้
เงากระบี่ยักษ์ทั้งเจ็ดเล่มจึงสลายหายไปกับสายลม ปราณกระบี่ที่เคยปกคลุมทั่วฟ้าก็อันตรธานหายไปเช่นกัน
"หนีเร็ว~"
พอเห็นค่ายกลกระบี่หายไป ทางรอดที่เคยถูกปิดตายก็เปิดออกอีกครั้ง กระต่ายคิงคองกับราชันหมีอัสนีก็มีความหวังที่จะมีชีวิตรอดขึ้นมาอีกหน
"ฟุ่บๆ..."
ผู้ตรวจการชิงหลงและไป๋หู่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คนหนึ่งขวางราชันสัตว์อสูรไว้คนละตัว
ก่อนหน้านี้ พวกเขาอาจจะสู้ด้วยความยากลำบากอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้เหรอ... หึๆ
ซัดกันไปได้ไม่กี่นาที ร่างกายของสองราชันสัตว์อสูรก็สะบักสะบอมไม่มีชิ้นดี มีแต่แผลซ้อนแผลเต็มไปหมด
ประกายแสงเย็นเยียบวาบขึ้นสองสาย กระต่ายคิงคองกับราชันหมีอัสนีก็สิ้นชื่อไปตามระเบียบ
"แค่ก..."
เจียงเจาฉือคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก
"ฉันยังอ่อนหัดเกินไป สินะ... ถึงรักษาสภาพค่ายกลกระบี่ระดับเสวียนเอาไว้ไม่ได้..."
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะชะงักไป สีหน้าแสดงความประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เธอนึกถึงตอนที่หยวนฉุนเฟิงใช้ลู่อันไปทำความสะอาดบ้านเมื่อวานที่หมู่บ้านจู๋ซีขึ้นมาได้
"เขารู้ได้ยังไงว่าฉันจะต้องบาดเจ็บ แล้วก็ต้องพักฟื้นไปสักพักใหญ่?"
วินาทีนั้น เจียงเจาฉือถึงกับทึ่งในความสามารถของหยวนฉุนเฟิง
บนโลกนี้มีคนที่รู้อนาคตได้ล่วงหน้าจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย
ตาแก่นั่นแค่มองหน้าเธอแวบเดียว ก็รู้เลยว่าเธอจะต้องบาดเจ็บ
วิชาแบบนี้มัน... เกินจินตนาการไปมากจริงๆ
หลังจากนั้น เธอก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
เธอไม่อยากจะคิดเลยว่า คนระดับนี้ถ้าคิดจะทำเรื่องเลวร้าย หรือโดนใครหลอกใช้ขึ้นมา มันจะสร้างความหายนะได้มหาศาลขนาดไหน?
"เสี่ยวฉือ หลานไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
เหลิ่งชิงชิวร่อนลงมายืนข้างๆ หยิบโอสถรักษาบาดแผลระดับหลิงออกมาถามด้วยความเป็นห่วง
เจียงเจาฉือรับยามากลืนลงคอ แล้วส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอกน้า พักฟื้นสักพักเดี๋ยวก็หายแล้ว"
"อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นไรเหรอฮะ?"
เหลิ่งชิงชิวแหวใส่ ถึงขั้นต้องพักฟื้นเนี่ยนะเรียกว่าไม่เป็นไร?
สำหรับผู้ใช้วิญญาณยุทธ์ ถ้าถึงขั้นต้องพักฟื้นเมื่อไหร่ แสดงว่าต้องบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์จนพวกโอสถกับหมอรักษาทำอะไรไม่ได้แล้ว
"เรื่องจิ๊บจ๊อยน่า..."
เจียงเจาฉือทำเป็นเก่ง อาการแค่นี้เธอยังพอทนไหว
"ฮึ่ม~"
เหลิ่งชิงชิวทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ส่งพลังวิญญาณบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้าไปในร่างของเจียงเจาฉือ
พอตรวจสอบอาการของหลานสาวเสร็จ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปด "ทะเลวิญญาณมีรอยร้าวแล้วเห็นไหมล่ะ ทีนี้ก็งามหน้าเลย ช่วงนี้ทั้งห้ามฝึกวิชา ทั้งห้ามออกไปสู้รบตบมือกับใคร พอใจรึยังหืม?"
"คุณน้าขา เลิกบ่นหนูเถอะน่า ตอนนี้หนูไม่มีอาจารย์คอยให้ท้ายแล้วนะ..." เจียงเจาฉือเขย่าแขนเหลิ่งชิงชิวพลางทำหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์
ใช่แล้ว เหลิ่งชิงชิวไม่ใช่แค่หัวหน้าฝ่ายพลาธิการของกองทัพหงหลวนหรอกนะ แต่ยังเป็นน้าสาวแท้ๆ ของเจียงเจาฉืออีกด้วย
"ฮึ่ม~"
ประกายแห่งความเศร้าหมองพาดผ่านดวงตาของเหลิ่งชิงชิวแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะพาเจียงเจาฉือเหาะกลับไปยังแนวกำแพงเมือง
...
หมู่บ้านจู๋ซี
ลู่อันนอนกำมือถือพลิกไปพลิกมาข่มตาหลับไม่ลง เขาอยากจะส่งข้อความหาเจียงเจาฉือใจจะขาด
เอ่อ... หมายถึงแค่อยากส่งข้อความเฉยๆ นะ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยสักหน่อย
"ไม่รู้ว่าจัดการพวกราชันสัตว์อสูรได้รึยัง กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองสูญเสียอะไรไปบ้างรึเปล่า..."
ลู่อันนอนพึมพำอยู่บนเตียง พิมพ์ข้อความแล้วก็ลบ ลบแล้วก็พิมพ์ใหม่อยู่นั่นแหละ
อาการเหมือนคนกำลังจะสารภาพรักไม่มีผิด...
"จริงสิ ยังไม่ได้เช็กข้อความประจำวันเลยนี่นา เผื่อจะเจอคำตอบในนั้น..."
ลู่อันเก็บมือถือ แล้วเรียกดูข้อความจากระบบขึ้นมา
[ข่าวสารประจำวัน·เรื่องซุบซิบชาวบ้าน: กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองดักซุ่มโจมตีฝูงสัตว์อสูรที่ถอยทัพมาตรงตอนเหนือของแม่น้ำเสวียนสุ่ย ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ สังหารสัตว์อสูรที่อ่อนล้าไปกว่า 1,800,000 ตัว มีสัตว์อสูรหนีรอดไปได้เพียงหยิบมือ
พอข่าวนี้แพร่ออกไป พญาอินทรี ซากุระ และโสมใต้ ก็เปิดโหมดสาดน้ำลายด่าทอหัวเซี่ยว่าหน้าไม่อาย เรียกร้องให้หัวเซี่ยออกมาชี้แจง และต้องชดเชยค่าเสียหาย พร้อมทั้งแบ่งซากของราชันสัตว์อสูรให้พวกตนด้วย
ไม่อย่างนั้นจะพิจารณายุติความเป็นพันธมิตรกับหัวเซี่ย และจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ที่เป็นประโยชน์อีกต่อไป...]
พออ่านข่าวสารประจำวันจบ ลู่อันก็กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตัดสินใจกดส่งข้อความหาเจียงเจาฉือในที่สุด
ระบบนี่บางทีก็พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยแฮะ สุดท้ายเขาก็ต้องลงมือเองอยู่ดี
[เรื่องสัตว์อสูรไปถึงไหนแล้ว?]
มือถือเงียบไปครึ่งนาที ก่อนจะมีข้อความตอบกลับมาสั้นๆ ซึ่งผิดคาดไปหน่อย
[ได้รับบาดเจ็บซะแล้ว...]
ลู่อัน: ???