เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 475 ฆ่าเฉินหยุนเต๋า? ยุคทองกำลังจะมาถึง!

(ฟรี) บทที่ 475 ฆ่าเฉินหยุนเต๋า? ยุคทองกำลังจะมาถึง!

(ฟรี) บทที่ 475 ฆ่าเฉินหยุนเต๋า? ยุคทองกำลังจะมาถึง!


เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของฉู่หลิงฉวน อวี้ชิงหลันก็พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

เพื่อปกป้องหลี่หราน?

เขายังต้องการคนปกป้องอีกหรือ?

ในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายปีศาจ เขามีอาจารย์ระดับจักรพรรดิถึงสามคน ซึ่งพวกนางล้วนเป็นตัวตนระดับสูงสุด เบื้องหลังนี้ถือเป็นเรื่องเกินจริงไปมากแล้ว

และหลังจากที่เฉินหยุนเต๋าได้รับบาดเจ็บสาหัส ใครในดินแดนอันกว้างใหญ่จะกล้ายั่วยุเขา?

เพียงแค่เขาไม่รังแกคนอื่นนั่นก็ดีถมไปแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงคนรุ่นเดียวกัน แม้แต่ผู้นำนิกายระดับต้นๆยังต้องหลีกทางเมื่อเห็นเขา!

แต่อวี้ชิงหลันไม่ได้พูดคำเหล่านี้

ฉู่หลิงฉวนเป็นคนหัวแข็ง เป็นการยากที่จะเปลี่ยนสิ่งที่นางเชื่อ

และครั้งนี้ในที่สุดนางก็ได้วางแผนเป้าหมายชีวิตอันใหม่

‘เป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้นางปกป้องหรานเอ๋อร์อย่างลับๆ… ดีกว่าปล่อยให้นางมานั่งคิดถึงวิธีการไปพบเขาทุกๆวัน’ อวี้ชิงหลันทำการคำนวณเล็กน้อยในใจอย่างเงียบๆ

ตอนนี้นางมั่นใจได้อย่างสมบูรณ์แล้วว่าฉู่หลิงฉวนและหลี่หรานไม่ใช่ศิษย์กับอาจารย์ธรรมดาๆ ดังนั้นอวี้ชิงหลันจึงมองว่าอีกฝ่ายเป็น “คู่แข่ง” โดยไม่รู้ตัว

“อืม…”

ฉู่หลิงฉวนลูบคางของนางและพึมพำเสียงต่ำ “ครั้งนี้เฉินหยุนเต๋าบาดเจ็บสาหัส เขาต้องไม่พอใจหลี่หรานแน่ๆ ถ้าเขาแก้แค้นอย่างลับๆล่ะ?”

“ทำไมเราไม่ชิงลงมือก่อนและฆ่าเขาโดยตรง?”

นางโบกมือขวาเบาๆราวกับจำลองการปาดคอ

“……”

อวี้ชิงหลันนวดหว่างคิ้วของนางอย่างหดมหนทาง

แน่นอนว่าผู้บ่มเพาะศิลปะการต่อสู้มีแขนขาที่พัฒนามาอย่างดีและจิตใจที่เรียบง่าย...

แต่คนๆนี้ไม่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาเกินไปหน่อยเหรอ?

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เฉินหยุนเต๋ายุ่งเกินกว่าจะดูแลตัวเอง เขาจะมีเวลาโจมตีหลี่หรานได้อย่างไร?” อวี้ชิงหลันกล่าว

พันธนาการมังกรกำลังคลายออกและยุคทองกำลังจะมาถึง

กลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบคือนิกายหลักทั้งหลายและราชวงศ์เซิง

แต่ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ พระราชวังเต๋าสูงสุดกลับประสบอุบัติเหตุครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินหยุนเต๋าเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะบอกว่าเขาพิการไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนที่สุดสำหรับเขาคือการฟื้นฟูความแข็งแกร่งเพื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับการแก้แค้นหลี่หราน

ตราบใดที่เขาไม่ใช่คนโง่ เขาจะไม่ทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ หลังจากเห็นความแข็งแกร่งของเหลิงอู่เหยียน เขาอาจรู้สึกปวกเปียกทันทีเมื่อได้ยินชื่อของหลี่หราน...

“ข้าเข้าใจว่าเจ้าหมายถึงอะไร”

ฉู่หลิงฉวนกล่าวว่า “แม้โอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเฉินหยุนเต๋าเกิดบ้าคลั่งและจัดการกับหลี่หรานล่ะ?”

“การฆ่าเขาล่วงหน้าจะไม่ปลอดภัยกว่าเหรอ?”

เฉินหยุนเต๋ามีบุคลิกมืดมนและเจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าเขาต้องการทำร้ายหลี่หรานจริงๆ มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

อวี้ชิงหลันส่ายหัว “เจ้าไม่คิดตามสิ่งที่ข้าพูดเลยหรือไง? วันนั้นเหลิงอู่เหยียนมีความสามารถในการฆ่าเขาอย่างชัดเจน แต่นางก็ยังปล่อยเขาไป เจ้ารู้ไหมว่าทำไม?”

ฉู่หลิงฉวนผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตระหนักได้ “เจ้าหมายความว่า... มันเกี่ยวข้องกับดินแดนสังสารวัฏ?”

“ถูกต้อง”

อวี้ชิงหลันพยักหน้าและพูดเบาๆ “ไม่ใช่ว่านางไม่ต้องการ มันแค่ยังไม่ถึงเวลา”

เหลิงอู่เหยียนคือใคร?

การดำรงอยู่สูงสุดในดินแดนอันกว้างใหญ่ แม่มดผู้อาฆาต สตรีบ้าคลั่งที่สะสางทุกความบาดหมาง… แต่เป็นเวลาหลายปีแล้วนางก็ยังไม่ฆ่าเฉินหยุนเต๋า

แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ครั้งล่าสุด แต่นางก็เพียงทำลายรากฐานแห่งเต๋าแล้วปล่อยเขาไป

เป็นไปได้ไหมว่าเหลิงอู่เหยียนกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมา?

แน่นอนว่าไม่

แม้จะมีเฉินหยุนเต๋าสิบคนนางก็คงไม่เปลี่ยนสีหน้า

เหตุผลที่นางไม่ฆ่าเขามานานขนาดนี้เป็นเพราะนางต้องการตรวจสอบถึงการดำรงอยู่เบื้องหลังของเฉินหยุนเต๋า...

มันบังเอิญมากที่อวี้ชิงหลันกำลังคิดแบบเดียวกัน

ฉู่หลิงฉวนเกาหัว “ความคิดของพวกเจ้าช่างซับซ้อนจริงๆ แค่ฆ่าๆไปให้จบมันไม่เพียงพอหรือไง?”

อวี้ชิงหลันพูดด้วยความโกรธและขบขันว่า “ความคิดของนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ซับซ้อน? เห็นได้ชัดว่าเจ้าคิดง่ายเกินไป เข้าใจไหม?”

ตัดหญ้าโดยไม่ถอนราก เมื่อสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดมามันก็เติบโตขึ้นอีกครั้ง

เฉินหยุนเต๋าไม่นับเป็นอะไร แต่เบื้องหลังเขาคือสิ่งที่ควรระวัง

“ช่างเถอะ”

ฉู่หลิงฉวนโบกมือ “ถ้าเจ้าบอกว่าไม่ควรฆ่าข้าก็จะไม่ทำ เพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าหลี่หรานจะสบายดี”

อวี้ชิงหลันเหลือบมองนาง “ข้าไม่ได้คาดหวังว่าผู้นำนิกายฉู่จะห่วงใยคนอื่นเช่นกัน?”

“อา?”

ฉู่หลิงฉวนหน้าแดงเล็กน้อยและพูดว่า “นั่นคือศิษย์ของข้า เป็นเรื่องปกติที่ข้าจะเป็นห่วงเขาไม่ใช่หรือไง?”

“มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเจ้า…” อวี้ชิงหลันมองนางขึ้นและลง

ใบหน้าสวยของฉู่หลิงฉวนเปลี่ยนเป็นสีแดง

นางกระแอมแล้วพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ ข้าคร้านจะคุยกับเจ้าแล้ว ข้าจะออกไปก่อน”

อวี้ชิงหลันพูดอย่างเกียจคร้าน “ข้าขอไม่ส่งล่ะ แล้วก็อย่ามาที่นี่หากไม่มีเรื่องอะไร นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่ได้ว่างงานเหมือนเจ้า”

“……”

ฉู่หลิงฉวนกำลังจะบินจากไป แต่จู่ๆนางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้และหันกลับไปพูดว่า “ยังไงก็ตาม ถ้าเจ้ามีแผนใหม่ เจ้าต้องบอกข้าทันที”

“ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าแอบไปหาหลี่หรานอย่างลับๆ ข้าจะ… ข้าจะฆ่าเจ้า!”

หลังจากพูดจบนางก็ทะลวงผ่านความว่างเปล่าและจากไป ทิ้งอวี้ชิงหลันที่มีสีหน้างุนงงไว้

“กล้าดียังไงมาขู่ข้า!”

“ฆ่านักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้? อะไรทำให้เจ้ามั่นใจเช่นนั้น?”

“ห้ามนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้แอบไปหาหรานเอ๋อร์อย่างลับๆ… ถ้านักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ต้องการ เจ้าจะทำอะไรได้?”

อวี้ชิงหลันพึมพำอย่างขุ่นเคือง

ดินแดนตะวันตก

ในป่าทึบ มีหนองน้ำขนาดใหญ่ปกคลุมเป็นระยะทางหลายร้อยลี้

โคลนสีน้ำตาลเข้มบนพื้นกลิ้งไปมา ไม่มีวัชพืชแม้แต่ต้นเดียว มีเพียงความเงียบงันในระยะทางนับร้อยลี้ เสียงนกและแมลงของฤดูร้อนหยุดลง ณ ตรงนี้

ไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

สถานที่นี้อยู่ห่างไกลจากทวีปกลาง มันตั้งอยู่สุดทางตะวันตกของดินแดนอันกว้างใหญ่ เป็นที่รกร้างและยากที่จะบินข้ามมา

ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดา แม้แต่ผู้ฝึกตนก็ไม่อาจก้าวเข้ามาที่นี่ได้ง่ายๆ

มันเป็นสถานที่แห่งความตายอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ หนองน้ำเกิดฟองอย่างรุนแรงขึ้นราวกับน้ำเดือด

จากนั้นโคลนก็แยกออก และร่างสองร่างค่อยๆลุกขึ้นมา

มันเป็นชายวัยกลางคนและชายชรา

ทั้งคู่สวมชุดคลุมสีเทาซึ่งดูเหมือนจะกลมกลืนไปกับหนองน้ำ

ชายวัยกลางคนสูงและตรง ใบหน้าขาวและไร้หนวดเครา เขาไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแต่สีหน้าและดวงตาดูสง่าผ่าเผย

เคราและผมของชายชราเป็นสีขาวโพลน แต่ไม่มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขา ดวงตาของเต็มไปด้วยแสงแปลกๆ เขายืนอยู่ข้างหลังชายคนนั้นด้วยความเคารพ

ชายวัยกลางคนมองขึ้นไปทางทิศเหนือด้วยสีหน้างุนงง

“ลั่วเหมิง เจ้ารู้สึกไหม?”

ชายชราที่ชื่อลั่วเหมิงพยักหน้าและพูดอย่างเคร่งขรึม “ข้ารู้สึกได้ถึงปราณมังกรที่แข็งแกร่งมาก”

มุมปากของชายผู้นั้นโค้งขึ้นเล็กน้อย “ปราณมังกรลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า… ดูเหมือนว่าพันธนาการมังกรจะคลายออกอย่างต่อเนื่อง ข้าไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้”

เขาอ้าแขนออกพลางหลับตาลงและหายใจเข้าอย่างตะกละตะกราม

แม้ว่าจะอยู่ในหนองน้ำที่เน่าเสีย แต่เขาก็เป็นเหมือนจักรพรรดิที่มองโลกหล้าจากเบื้องบน!

/////

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 475 ฆ่าเฉินหยุนเต๋า? ยุคทองกำลังจะมาถึง!

คัดลอกลิงก์แล้ว