- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายที่รู้ทันพระเอก
- บทที่ 49 - ปัญหามาเยือนแล้ว
บทที่ 49 - ปัญหามาเยือนแล้ว
บทที่ 49 - ปัญหามาเยือนแล้ว
บทที่ 49 - ปัญหามาเยือนแล้ว
บริเวณเชิงเขากองหิน
ชายวัยกลางคนหกคนกำลังค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้
"พี่สวี ดูจากรูปที่ผู้หญิงชื่อหยางจวนส่งมาให้พี่ พื้นผิวของหินมันคล้ายกับภูเขาลูกนี้มากเลยนะ"
ชายหัวล้านคนหนึ่งสังเกตดูแล้วพูดขึ้น
คนกลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่ามีพี่สวีเป็นหัวหน้า
เขามีรูปร่างกำยำล่ำสัน พอกำหมัดแน่นทั้งสองข้าง ชั่วพริบตากำปั้นของเขาก็กลายเป็นเหมือนก้อนหินที่แข็งแกร่งทนทาน แม้กระทั่งสียังเปลี่ยนไป
"อืม เหมือนมากจริงๆ เข้าไปดูกันเถอะ"
"พี่สวี บนพื้นมีรอยเท้าด้วย"
คนที่เดินนำหน้าเป็นชายผมทรงหัวเม่นที่มีความเร็วเป็นเลิศ เขานั่งยองๆ ลงบนพื้นเพื่อสังเกตดูพงหญ้า
ในพงหญ้ามีรอยเท้าเล็กๆ สองรอย
ชายฉกรรจ์ที่เปลือยท่อนบนซึ่งเดินตามมาด้านหลังหัวเราะร่วน แล้วเดินมานั่งยองๆ สังเกตดูด้วยท่าทางจริงจังเช่นกัน
"เฮอะ ดูจากรอยเท้าเล็กๆ น่ารักแบบนี้ น่าจะเป็นผู้หญิงสองคนนะ"
พอได้ยินแบบนั้น
ทุกคนในทีมก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
"ฮ่าๆๆ ดีเลย ดีจริงๆ ดูท่าทางคงจะเป็นสองแม่ลูกคู่นั้นแหละ" สวีเฉียงหัวเราะลั่น "เจ้าผอม"
"ครับลูกพี่" ชายผมทรงหัวเม่นพุ่งตัวมาปรากฏอยู่ตรงหน้าสวีเฉียงในพริบตา
"แกเคลื่อนที่เร็ว รีบขึ้นไปดูบนเขานั่นซิว่ามีร่องรอยการขุดเจาะหรือเปล่า"
"ได้เลยครับ"
เจ้าผอมคนนี้มีความเร็วสูงมากจริงๆ
ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์
หลิ่วซือเหยาที่แอบอยู่หลังกองหินบนยอดเขาเห็นฉากนี้เข้า ม่านตาของเธอก็หดแคบลง
ความเร็วอะไรจะปานนั้น!
ในใจของเธอรู้สึกตื่นตระหนกมาก
แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาการต่อสู้กับสัตว์ร้ายจะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่พอต้องมาเผชิญหน้ากับคน เธอก็ยังรู้สึกกดดันทางจิตใจอย่างหนักอยู่ดี
จู่ๆ ภาพของจ้าวตงก็ผุดขึ้นมาในหัวเธออย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อความตายมาเยือน เธอพบว่ามีเพียงจ้าวตงเท่านั้นที่สามารถมอบความอุ่นใจให้เธอได้
จากนั้น เธอก็ถ่ายรูปสถานการณ์ฝั่งนั้นจากระยะไกล แล้วส่งไปให้จ้าวตง
ฝั่งของจ้าวตงเองก็กำลังเป็นห่วงอยู่พอดี
แม้หลิ่วซือเหยาจะเก่งขึ้นมาก แต่สภาพจิตใจของเธอยังไม่แกร่งพอ
หลังจากดูรูปที่หลิ่วซือเหยาส่งมา เขาก็เตือนไปว่า: [คนที่มีความเร็วสูงกำลังเข้าไปหา ตอนนี้อย่าเพิ่งวู่วามลงมือ ทักษะการขว้างปาของคุณคงโดนเป้าหมายยาก]
หลิ่วซือเหยา: [งั้นฉันเข้าปะทะตรงๆ เลยดีไหม?]
จ้าวตง: [คุณทำแบบนี้สิ...]
จ้าวตงรีบส่งแผนการของเขาไปให้
เมื่อได้อ่าน หลิ่วซือเหยาก็ตาลุกวาว
วิธีนี้เยี่ยมไปเลย
...
...
เจ้าผอมเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม
แต่เขาเป็นคนฉลาด อาศัยการประจบสอพลอจนได้รับความไว้วางใจจากสวีเฉียงอย่างรวดเร็ว มีผลประโยชน์อะไร สวีเฉียงมักจะนึกถึงเขาเป็นคนแรกเสมอ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่พอใจ
เขายังหนุ่มและมีความทะเยอทะยาน เขาอยากจะเป็นลูกพี่ของคนกลุ่มนี้
"พลัง ต้องมีพลังที่แข็งแกร่งสินะ"
เจ้าผอมพึมพำในใจ ไม่นานเขาก็ขึ้นมาถึงบนเขา
"รอให้ฉันมีพลังก่อนเถอะ หึๆ สวีเฉียงก็แค่ขยะ"
เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่ปล้นเสบียงจากคนกลุ่มหนึ่ง ผู้หญิงในกลุ่มนั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา
เขาอ้อนวอนสวีเฉียงอย่างหนัก ขอให้ปล่อยเธอไป เพราะผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เขาแอบชอบ
ในโลกแห่งการเข่นฆ่านี้ เขาหวังว่าจะได้อยู่กับผู้หญิงที่เขารัก
แต่สวีเฉียงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่
สุดท้ายเขาก็ได้แต่มองดูผู้หญิงคนนั้นถูก...
วินาทีนั้น ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และสาบานว่าจะหาโอกาสเอาคืนสวีเฉียงให้สาสม
"เอ๊ะ นั่นมันอะไรน่ะ?"
เมื่อมาถึงยอดเขา ของบางอย่างที่อยู่หลังก้อนหินก็ดึงดูดความสนใจของเขา
มันสว่างมาก ส่องแสงกะพริบวิบวับ นี่มัน...
"เชี่ย ทำไมมันเหมือนหินพลังงานจังวะ"
ยิ่งเจ้าผอมมองก็ยิ่งตกใจ มันเหมือนหินพลังงานมากจริงๆ เขาตัดสินใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
แล้วเขาก็พบว่า...
หินพลังงานสิบก้อน มันคือหินพลังงานสิบก้อนจริงๆ ด้วย
"ฮ่าๆๆ ฉันรวยแล้วโว้ย"
เจ้าผอมหัวเราะลั่น แต่ไม่นานเขาก็ขมวดคิ้ว
เขาเจอหินพลังงานตั้งสิบก้อน แต่ก็ใช่ว่าทั้งหมดนี่จะเป็นของเขา
ด้วยนิสัยของสวีเฉียง อย่างมากก็แบ่งให้เขาแค่สองก้อน แถมยังต้องเป็นตอนที่มันอารมณ์ดีด้วยนะ
"ถ้าทั้งหมดนี่เป็นของฉันก็ดีสิ"
เจ้าผอมหรี่ตาลง แล้วยื่นมือออกไปหยิบ
แต่ตอนนั้นเอง หอกเหล็กเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านข้างของก้อนหินอย่างกะทันหัน
"ฉึก!"
หน้าอกของเจ้าผอมถูกแทงทะลุคาที่ เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"อ๊าก..."
คนที่ลงมือก็คือหลิ่วซือเหยานั่นเอง
เธอใช้ทักษะล่องหนแอบอยู่ข้างๆ ตั้งนานแล้ว พอสบโอกาสตอนที่เจ้าผอมกำลังเก็บหินพลังงาน เธอก็จัดการเขาในทันที
"ฉับ!"
หลิ่วซือเหยาพุ่งเข้าไปฟันด้วยมีดเลาะกระดูกอีกครั้ง
จนกระทั่งตาย เจ้าผอมก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองตายได้ยังไง
"ฟู่!" หยางจวนเดินออกมาจากด้านข้างอย่างระมัดระวัง "จัดการได้แล้ว!"
"ใช่ค่ะ โชคดีนะที่จ้าวตงช่วยคิดแผนนี้ให้"
หลิ่วซือเหยารู้สึกหวาดเสียวอยู่ลึกๆ
เมื่อกี้จ้าวตงส่งข้อความมาบอกวิธีนี้กับเธอ
โดยให้ใช้หินพลังงานล่อเจ้าผอม รอจนกว่าเขาจะทนไม่ไหวและก้มลงไปเก็บ แล้วค่อยฉวยโอกาสจู่โจมทีเผลอ
"ตอนนี้เหลืออีกแค่ห้าคนแล้ว หนูจะไปดักข้างหน้านะคะ"
หลิ่วซือเหยาใช้ทักษะล่องหนอีกครั้ง แล้วถือหอกเหล็กเดินออกไป
ทักษะล่องหนของเธอ ถ้าไม่ใช่คนที่มีประสาทสัมผัสการได้ยินดีเลิศ ก็ไม่มีทางจับสัมผัสได้เลย
แถมของทุกอย่างที่เธอสัมผัส ก็จะล่องหนตามไปด้วย
ดังนั้นหอกยาวที่เธอถืออยู่ จึงอยู่ในสถานะล่องหนเช่นกัน
ทางฝั่งของจ้าวตง พอเห็นข้อความที่หลิ่วซือเหยาส่งมาว่าจัดการคนที่มีความเร็วสูงที่สุดไปได้แล้ว เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ด้วยทักษะล่องหนของหลิ่วซือเหยา ขอแค่ความเร็วของเธอตามทัน ก็คงไม่มีใครรับมือเธอได้หรอก
คิดถึงตรงนี้ จ้าวตงก็แอบอิจฉาทักษะนี้ขึ้นมาเหมือนกัน
[ประกาศ: ห่าวหย่งจากหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 168 ค้นพบรังผีดิบ]
[ประกาศ: หลี่เจ๋อฮ่าวจากหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 769 ค้นพบรังผีดิบ]
[เปิดการท้าประลองระหว่างหมู่บ้าน ภายใน 24 ชั่วโมง หมู่บ้านใดที่สมาชิกทั้งหมดสังหารผีดิบรวมกันได้มากที่สุด จะเป็นผู้ชนะ]
[หากท้าประลองล้มเหลว สมาชิกทุกคนในหมู่บ้านจะถูกหักค่าสถานะคนละ 100 แต้ม...]
[ช่องแชทของหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 168 และหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 769 เริ่มทำการเชื่อมต่อกัน]
...
ป้ายคำสั่งท้าประลองปรากฏขึ้นอีกแล้ว
จ้าวตงสายตาแข็งกร้าว รีบเปิดช่องแชทขึ้นมาทันที
[เชี่ย ห่าวหย่ง นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย?]
[จะให้พวกเราทุกคนไปฆ่าผีดิบ ประเด็นคือผีดิบมันอยู่ที่ไหนล่ะ?]
ตอนนั้นเอง คนที่ชื่อห่าวหย่งก็พิมพ์ขึ้นมา
ห่าวหย่ง: [เมื่อกี้ฉันกำลังไล่ล่าสัตว์ร้ายนกเพลิงอยู่ ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ฉันตกลงไปในหุบเขา แล้วพื้นดินบริเวณนั้นก็ยุบตัวลง ปรากฏเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยหมอกสีดำ จากนั้นฉันก็เห็นข้อความแจ้งเตือนว่าฉันค้นพบรังผีดิบน่ะ]
[เชี่ยเอ๊ย ดวงซวยจริงๆ แล้วตอนนี้จะเอาไงดี การท้าประลองเริ่มขึ้นแล้วด้วย]
ห่าวหย่ง: [โฮๆ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน]
[ไร้สาระ รีบส่งพิกัดมาเร็วเข้า]
ห่าวหย่ง: [ได้เลย]
หลังจากส่งพิกัดไป หลายคนก็เริ่มเดินทางมุ่งหน้าไปยังรังผีดิบ
ช่วยไม่ได้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการท้าประลองระหว่างหมู่บ้าน
ถ้าแพ้ ทุกคนก็จะโดนหักค่าสถานะ แถมยังเสียรางวัลไปอีกมากมาย
พวกเขาไม่อยากให้สิ่งที่ต่อสู้ดิ้นรนมาอย่างยากลำบากต้องถูกคนอื่นแย่งชิงไปหรอกนะ
ในขณะเดียวกัน คนจากหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 769 ก็เข้ามาในช่องแชทแล้ว
[ซีบัล ดูจากชื่อคนในหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 168 แล้ว น่าจะเป็นคนประเทศเซี่ยแฮะ]
[ซีบัล ฉันไม่ชอบคนประเทศเซี่ย ฉันชอบประเทศอินทรี ทหารของพวกเขาปกป้องประเทศเรา ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อพวกเขา]
[ใช่ ฉันก็ไม่ชอบ พวกนั้นชอบแย่งวัฒนธรรมของเรา แถมยังบอกว่ากิมจิเป็นของพวกมันอีก น่าโมโหจริงๆ กิมจิเป็นวัฒนธรรมของพวกเราซีมิดา]
[จบแล้ว]