- หน้าแรก
- ข้าไม่อยากตกหลุมรักท่านอาจารย์เลยจริงๆ!
- (ฟรี) บทที่ 305 สาวน้อยผู้อ่อนโยน
(ฟรี) บทที่ 305 สาวน้อยผู้อ่อนโยน
(ฟรี) บทที่ 305 สาวน้อยผู้อ่อนโยน
หลี่หรานมองนางอย่างไม่พอใจ “ท่านไม่ยอมนอนเพียงจะออกมาทำให้ข้าตกใจกลัวหรือไง?”
ฉู่หลิงฉวนถามว่า “ไม่ใช่ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่เองก็ยังไม่นอนเช่นกันหรอกหรือ?”
“ข้าไปจัดการธุระมา!”
“การนอนกับองค์หญิงทั้งสองนับเป็นธุระด้วย?”
“……”
หลี่หรานขมวดคิ้ว “ท่านรู้ได้ยังไง? ท่านคงไม่ได้แอบตามข้าไปใช่ไหม?”
การแสดงออกของฉู่หลิงฉวนดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อยขณะที่นางพ่นลม “คะ...ใครตามเจ้ากัน? ข้าเพียงออกมาเดินเล่นตอนกลางคืน”
“เดินเล่น?” หลี่หรานหัวเราะอย่างเย็นชา “ท่านออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนและแม้แต่บังเอิญเข้าไปในตำหนักขององค์หญิง? คิดว่าข้าโง่หรือไง?”
ใบหน้าของฉู่หลิงฉวนเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่นานนางพูดเสียงเบาว่า “ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะตาย...”
“อา?” หลี่หรานตกตะลึง “ท่านหมายความว่ายังไง?”
ฉู่หลิงฉวนพูดอย่างหมดหนทาง “ครั้งที่แล้วที่เจ้านอนบนเตียงเดียวกับองค์หญิงทั้งสอง เซิงเย่เตรียมนำคนมาจับตัวเจ้า แต่ข้าหยุดเขาไว้”
“คราวนี้เจ้ามาบอกลาพวกนาง และหากเจ้าทำอะไรไร้สาระขึ้นมา มันจะทำให้เซิงเย่โกรธมาก ข้าแค่กังวล...” นางพูดไม่จบประโยค
หลี่หรานรู้สึกมึนงง
เช่นนั้นที่ฉู่หลิงฉวนติดตามเขามาไม่ใช่เพราะเจตนาที่ชั่วร้าย แต่เป็นเพราะนางกังวลว่าเซิงเย่จะโจมตีเขา?
“ท่านเป็นห่วงข้า?”
ใบหน้าของฉู่หลิงฉวนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขณะที่นางพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “คะ...ใครเป็นห่วงเจ้ากัน? แค่วันนี้ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้า ถึงพรุ่งนี้ข้าก็ไม่สนใจเจ้าแล้ว!”
“……”
หลี่หรานยิ้มอย่างสดใสและมองนางอย่างจริงจัง “ขอบคุณ ผู้นำนิกายฉู่”
เมื่อมองไปที่ดวงตาลึกล้ำของเขา นางก็รู้สึกกระสับกระส่ายโดยไม่มีเหตุผล นางหันศีรษะหนีและพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า ข้าแค่ทำตามสัญญา… เจ้ามองข้าแบบนั้นทำไม?”
หลี่หรานยิ้มและพูดว่า “เมื่อผู้นำนิกายฉู่ไม่ได้หาเรื่องคนอื่น ท่านค่อนข้างอ่อนโยนจริงๆ”
“อะ...อ่อนโยน?!” ฉู่หลิงฉวนตกตะลึง
ทรงพลัง เอาแต่ใจ บ้าคลั่ง ไร้เหตุผล… นี่คือความประทับใจของทุกคนที่มีต่อนาง
อ่อนโยน?
มีคนใช้คำนี้เพื่ออธิบายนางจริงๆ?
มันต้องเป็นเรื่องโกหก!
หลี่หรานพูดอย่างจริงจังว่า “แม้ว่าผู้นำนิกายฉู่มักจะรังแกข้า แต่ท่านก็ไม่เคยโหดเหี้ยม ท่านบอกว่าท่านเกลียดข้า แต่ความจริงแล้วท่านเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า… ภายนอกท่านดูเย็นชามาก แต่ภายในท่านเป็นสาวน้อยที่อ่อนโยน”
“สะ...สาวน้อยที่อ่อนโยน?” ดวงตาของฉู่หลิงฉวนสั่นไหวขณะที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ของนางอ้าออกเล็กน้อย ใบหน้าสวยของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว
หัวใจของนางดูเหมือนจะเต้นแรงเมื่ออารมณ์ที่อธิบายไม่ได้แพร่กระจายออกมา
ราวกับว่านางแช่อยู่ในน้ำอุ่น มันอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจ
เมื่อนางกลับมามีสติ นางก็เห็นหลี่หรานยืนอยู่ตรงหน้าและมองนางอย่างอยากรู้อยากเห็น
“จะ...เจ้าเข้ามาใกล้ทำไม...” ฉู่หลิงฉวนกำเสื้อผ้าของนางแน่นด้วยสีหน้าประหม่า
หลี่หรานยิ้ม “ข้าไม่ได้คาดหวังว่าผู้นำนิกายฉู่จะหน้าแดงเป็นด้วย ท่านเขินเหรอ?”
“!!!” ฉู่หลิงฉวนผลักเขาออกไป “ไร้สาระ ดะ ดวงอาทิตย์... ดวงจันทร์มันส่องลงมาเฉยๆ!”
“……” หลี่หรานส่ายหัวอย่างขบขัน “เอาล่ะ ข้าจะไม่แกล้งท่านแล้ว กลับกันเถอะ”
เขาหันหลังกลับและเดินไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่
ฉู่หลิงฉวนมองไปที่แผ่นหลังของเขาและรวบกำปั้นของนางด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
—
ทั้งสองเดินอย่างไม่รีบร้อน ดวงจันทร์ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาส่องสว่างให้กับเส้นทางตรงหน้า
ทันใดนั้นหลี่หรานก็นึกถึงบางอย่างและพูดว่า “ท่านติดตามข้ามาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าท่านได้ยินทุกอย่างที่ข้าคุยกับองค์หญิงหรอกเหรอ?”
ฉู่หลิงฉวนส่ายหัวและพูดว่า “เจ้าคิดว่าข้าอยากได้ยินหรือไง? เจ้าสามคนถึงกับนอนบนเตียงเดียวกัน เจ้านี่มันไม่รู้จักอายจริงๆ”
นางพูดแบบนั้น แต่มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงสิ่งที่นางได้ยินในห้องนอน หลี่หรานพูดแทนนางต่อหน้าเจ้าหญิงทั้งสองและบอกว่าเขาปฏิบัติต่อนางเหมือนสหาย
‘ดูเหมือนเด็กคนนี้จะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง’
ฉู่หลิงฉวนเหลือบมองเขาและแอบหัวเราะอยู่ในใจ ‘เจ้าเป็นเพียงเทวะแปรผัน แต่เจ้ายังกล้าพูดว่าเป็นสหายของข้า? ช่างไร้ยางอายจริงๆ’
นางกระแอมและพูดว่า “แต่ถือว่าเจ้ายังมีจิตสำนึกและไม่ได้ทำอะไรอุกอาจ”
หลี่หรานกลอกตาใส่นาง “ท่านคิดว่าข้าเป็นสัตว์ร้ายหรือไง?”
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หลิ่วเซี่ยฮุ่ย แต่เขาก็ยังมีขีดจำกัดล่าง
[TL: หลิ่วเซี่ยฮุ่ย(柳下惠) เป็นคนหลู่กั๋ว สมัยยุคชุนชิวจ้านกั๋ว เขาสวมกอดลูกสาวของอ้ายต้ง แต่ก็มิได้ล่วงเกินหรือแสดงกิริยาลวนลาม จึงนำมาใช้ในกรณีผู้ที่มีจิตใจมั่งคงแน่วแน่]
แม้ว่าเจ้าหญิงทั้งสองจะชอบเขามาก แต่มันไม่ถูกเวลาและสถานที่ เมื่อเขาคิดว่าเซิงเย่จะมองมาอย่างไร เขาก็รู้สึกอึดอัด
“แล้วเจ้าไม่ใช่?” ฉู่หลิงฉวนพูดแดกดัน “เจ้าคิดว่าข้าไม่เห็นสิ่งที่เจ้าทำในตอนท้าย?”
“……” ใบหน้าของหลี่หรานเปลี่ยนเป็นสีแดง “ข้าแค่แสดงความเสน่หาอย่างสุภาพ คนไม่เคยมีความรักคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”
ฉู่หลิงฉวนขมวดคิ้ว “เจ้าพูดถึงใคร?”
“จะมีใครอีกนอกจากท่าน?”
“…ถึงเป็นแบบนั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์พูด!”
“ข้าแค่... เฮ้ ท่านตีข้าทำไมเนี่ย?”
“ข้าตีเจ้าแล้วมันทำไม... เจ้าจับเท้าข้าอีกแล้ว! ยะ...อย่าเกาสิ!”
“อ๊ะ ท่านเป็นสุนัขหรือไง!”
“……”
ทั้งสองคนต่อสู้ขณะกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลี่
ในลานบ้าน หลี่หรานถูรอยฟันบนข้อมือของเขาและแยกเขี้ยว “ท่านถึงกับกัดข้าจริงๆ!”
ใบหน้าของฉู่หลิงฉวนแดงเล็กน้อยขณะที่นางพ่นลมอย่างเย็นชา “ใครใช้ให้เจ้ายั่วโมโหข้าตลอดเวลาล่ะ?”
หลี่หรานส่ายหัวและพึมพำ “นับวันนางยิ่งเหมือนสุนัขเข้าไปทุกวัน...”
ฉู่หลิงฉวนกัดฟัน “เจ้าว่าไงนะ?”
หลี่หรานวิ่งเข้าไปในห้องราวกับหลบหนี เขาพูดว่า “ราตรีสวัสดิ์” และปิดประตูเสียงดัง
ฉู่หลิงฉวนทั้งโกรธและขบขัน
ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ส่องประกายในดวงตาของนาง “ราตรีสวัสดิ์ไอ้เด็กสารเลว”
จากนั้นนางก็กลับไปที่ห้องนอนอย่างอารมณ์ดี
—
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากรับประทานอาหารเช้า หลี่หรานและคนอื่นๆก็กล่าวลาหลี่เต้าหยวนกับหลี่อู๋เซียงและเตรียมตัวไปที่เกาะดาบเมฆา
เขาไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าทั้งคู่ดูโล่งใจอีกแล้ว...
คราวนี้มีพวกเขาสามคนเดินทางไปด้วยกัน
ฉู่หลิงฉวน หลี่หราน และเซินหนิง
ต้นกำเนิดของเซินหนิงสามารถอธิบายได้โดยง่าย แต่หลี่หรานเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของนิกายปีศาจที่ทุกคนในดินแดนอันกว้างใหญ่รู้จัก มันไม่สมควรที่จะไปศาลาหมื่นดาบด้วยรูปลักษณ์นี้
เขาต้องให้ฉู่หลิงฉวน “ปลอมตัว” เขาก่อน
หลี่หรานนั่งบนเก้าอี้และมองนางอย่างระแวดระวัง “ท่านคงเป็นมืออาชีพใช่ไหม? อย่าทำให้ข้าดูน่าเกลียดล่ะ”
แม้ว่าจะเป็นเพียงภาพลวงตา แต่เขาก็ยังต้องการที่จะดูดี
ฉู่หลิงฉวนรับปาก “ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำให้มัน ‘ดูดี’ เป็นพิเศษอย่างแน่นอน”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเชื่อท่านอย่างไม่เต็มใจสักครั้ง เอาล่ะ” หลี่หรานหลับตาลงอย่างประหม่า
ในที่สุดฉู่หลิงฉวนก็ดีดนิ้วและพูดว่า “เสร็จแล้ว”
“เร็วขนาดนี้เลย?” หลี่หรานลืมตาขึ้นและเห็นว่านางกำลังกลั้นหัวเราะอยู่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์เลวร้าย
ด้วยการโบกมือ หมอกในอากาศก็ควบแน่นเป็นกระจกเรียบ
มันสะท้อนรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างชัดเจน
หลี่หรานจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างว่างเปล่า ปากของเขาเปิดกว้างและหัวใจแทบจะหยุดเต้น
“ฉู่ หลิง ฉวน!!”
/////