เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 240 พี่ชายที่ดีของเหลิงอู่เหยียน

(ฟรี) บทที่ 240 พี่ชายที่ดีของเหลิงอู่เหยียน

(ฟรี) บทที่ 240 พี่ชายที่ดีของเหลิงอู่เหยียน


เหลิงอู่เหยียนดูงงงวย “เจ้าถูกเปิดโปง?”

หลี่หรานก้มหัวลงและพูดว่า “อาจารย์ชิงหลันรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา”

“อา?” เหลิงอู่เหยียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้าง “เจ้าว่าไงนะ? เดี๋ยวก่อน! อะ...อวี้ชิงหลันรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา?”

หลี่หรานถอนหายใจ “ถ้าไม่มีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็คง... ใช่”

สิ่งที่ทั้งสองคนเพิ่งพูดนั้นชัดเจนมาก

อวี้ชิงหลันเดาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหลิงอู่เหยียนออก นางแนะนำเขาว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใครและบอกว่านางเข้าใจ

รูม่านตาของเหลิงอู่เหยียนสั่นเล็กน้อยขณะที่แก้มขาวผ่องของนางเปลี่ยนเป็นสีแดง

‘ความสัมพันธ์ของข้ากับหรานเอ๋อร์ถูกล่วงรู้โดยนักพรตเต๋าสารเลวนั่น?’

นับตั้งแต่ที่นางตกลงรับคำสารภาพรักของหลี่หราน นางก็รู้ว่านางไม่สามารถเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้

นางไม่สนใจเกี่ยวกับความคิดเห็นของคนอื่น มีข่าวซุบซินนินทาแล้วยังไง?

เช่นเดียวกับที่หลี่หรานพูด เลวร้ายที่สุดนางก็แค่ฆ่าทุกคนบนโลก

คนกลุ่มเดียวที่นางรู้สีกผิดด้วยอาจเป็นเหล่าศิษย์ของนิกาย

นางรู้สึกละอายเล็กน้อยที่ทำผิดกฎที่ตัวเองเป็นคนตั้งไว้

แต่นางไม่เคยคาดคิดว่าคนแรกที่รู้เรื่องนี้จะเป็นอวี้ชิงหลัน!

‘นักพรตเต๋าสารเลวนั่นจะต้องหัวเราะเยาะข้าแน่ๆถ้านางรู้ว่าข้าหลงรักศิษย์ของตัวเอง!’

‘ข้าเกรงว่าจะไม่มีหน้าไปเจอนางอีกในอนาคต!’

‘หรือข้าควรปิดปากนางเลยดี?’

‘แต่นางก็ไม่ง่ายที่จะจัดการ... เฮ้อ ข้าควรทำยังไงดี?’

เหลิงอู่เหยียนลูบคางที่เรียบเนียนของนางและเริ่มครุ่นคิด

ทันใดนั้นนางนึกถึงบางสิ่งและถามว่า “หรานเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจได้ยังไงว่านางรู้แล้ว?”

หลี่หรานเกาหัว “เมื่อคิดดูแล้วข้าคิดว่ามันเป็นการพลั้งปาก”

เขาไม่ได้เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับด้ายสีแดง

นี่ไม่ใช่เพียงความลับของเขา มันยังเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของอวี้ชิงหลัน

นอกจากนี้ด้วยบุคลิกของเหลิงอู่เหยียน หากนางรู้ว่าเขาผูกมัดจิตวิญญาณกับอวี้ชิงหลัน นางอาจจะไปฆ่าอวี้ชิงหลันทิ้งเลยก็ได้

เหลิงอู่เหยียนพยักหน้าและไม่ถามต่อ

เมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเขา นางก็ปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรหรอก ใครว่าอาจารย์กับศิษย์รักกันไม่ได้? ข้ากับเจ้ารักกัน ใครจะกล้าคัดค้าน?”

“ท่านอาจารย์...” ดวงตาของหลี่หรานเต็มไปด้วยความอ่อนโยนในขณะที่เขามองดูใบหน้าที่แดงก่ำแต่มุ่งมั่นของนาง

“แม้ว่าอวี้ชิงหลันจะเกลียดข้าแต่นางก็ไม่ใช่คนชอบซุบซิบนินทา แม้นางจะรู้นางก็คงไม่บอกใคร” เหลิงอู่เหยียนวิเคราะห์

หลี่หรานพยักหน้าเห็นด้วย

อวี้ชิงหลันสัญญากับเขาว่านางจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครและเขาเชื่อมั่นในตัวของนาง

“ลืมมันไปซะ ข้าไม่สนใจหรอก” เหลิงอู่เหยียนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าสวยของนางฝังอยู่ที่คอของเขาและถูมันเหมือนลูกแมว

ตราบใดที่นางได้อยู่กับหลี่หรานนางก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น

หลี่หรานลูบหัวของนางด้วยความรักและพูดเบาๆว่า “เพื่อที่จะได้พบท่านอาจารย์ ข้าคงทำสิ่งดีๆในชีวิตที่แล้วมามากมายเลยจริงๆ”

เหลิงอู่เหยียนเงยหน้าขึ้นและมองเขาด้วยความรักใคร่ “รู้ได้ยังไงว่าชีวิตที่แล้วเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน?”

“ท่านอาจารย์พูดถูก” หลี่หรานระเบิดเสียงหัวเราะ

ใบหน้าของเหลิงอู่เหยียนเปลี่ยนเป็นสีแดง “ไม่ว่าชีวิตของเราจะเป็นยังไงข้าก็จะอยู่กับเจ้าตลอดไป และถ้าชาติหน้ามีจริงเจ้าก็ต้องมาสารภาพรักกับข้าอีกเข้าใจไหม?”

หลี่หรานยิ้ม “เช่นนั้นทำไมท่านอาจารย์ไม่สารภาพรักกับศิษย์คนนี้บ้างล่ะ?”

“อา?” เหลิงอู่เหยียนตกตะลึง

หลี่หรานแสร้งทำเป็นจริงจังและพูดว่า “ครั้งนี้ข้าเป็นคนริเริ่ม คราวหน้าก็ถึงคราวของท่านอาจารย์แล้วใช่ไหม?”

เหลิงอู่เหยียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เจ้าไม่เคยหยุดที่จะรังแกข้าเลยจริงๆ”

“ท่านอาจารย์ไม่เต็มใจเหรอ?”

ฮึ่ม!

เหลิงอู่เหยียนจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ

เมื่อเห็นท่าทางขุ่นเคืองของเขา นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

นึกถึงทุกสิ่งที่ทั้งสองประสบมา หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยน้ำผึ้งที่เข้มข้น นางขยับเข้าไปใกล้หูของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พี่หราน เหยียนเอ๋อร์ชอบพี่ที่สุดเลย~”

หลังจากพูดอย่างนั้นใบหน้าสวยของนางก็แดงก่ำทันที นางก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาเขา

“……” หลี่หรานนั่งอยู่ที่นั่นด้วยความมึนงง หัวใจของเขาแทบจะกระโจนออกมา

ท่านอาจารย์ของเขา...

นางน่ารักมาก!

เขากลืนน้ำลายและพูดอย่างยากลำบาก “ท่านอาจารย์ ท่านช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม?”

“ไม่!”

“ขอแค่ครั้งเดียว”

“...ข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้จริงๆ”

เหลิงอู่เหยียนระงับความเขินอายและเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของนางแดงก่ำและพูดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับยุง “พี่หราน เหยียนเอ๋อร์... อ๊ะ!”

ร่างกายของนางแข็งทื่อในทันที ดวงตาของนางกระเพื่อมไหวและไม่สามารถแม้แต่จะใช้แรงใดๆได้

ขณะที่ทั้งสองกำลังจูบกัน เสียงของผู้ดูแลก็ดังมาจากนอกประตู “รายงานท่านผู้นำนิกาย ผู้อาวุโสฉางขอเข้าพบเจ้าค่ะ”

เหลิงอู่เหยียนหลุดพ้นอย่างอ่อนแรง ใบหน้าสวยของนางแดงระเรื่อ แต่น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสง่างาม “เข้าใจแล้ว ให้เขารอก่อน”

“เจ้าค่ะ” ผู้ดูแลถอยกลับ

เหลิงอู่เหยียนถอนหายใจและยืนขึ้นอย่างไม่เต็มใจ

หลี่หรานถามด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์ ทำไมวันนี้ท่านยุ่งนัก?”

ผู้อาวุโสซุนเพิ่งจากไป แล้วผู้อาวุโสฉางก็มา...

เหลิงอู่เหยียนส่ายหัวและกล่าวว่า “งานชุมนุมสวรรค์อมตะกำลังจะเริ่มขึ้น ผู้อาวุโสจากทุกยอดเขาต้องการมีส่วนร่วม”

หลี่หรานเข้าใจทันที

งานชุมนุมสวรรค์อมตะเป็นหนทางหลักสำหรับมนุษย์ธรรมดาที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางอมตะ

ในช่วงเวลานี้ของปี สมาชิกในตระกูลจำนวนมากจะเข้าร่วมงานและไปที่แท่นแสวงดาราเพื่อทดสอบพรสวรรค์ของพวกเขา

เนื่องจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของหลี่หราน นิกายอื่นๆจึงตกอยู่ในความระส่ำระส่าย พวกเขาต้องการต้นกล้าที่มีพรสวรรค์มากขึ้นและกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับการงานชุมนุมสวรรค์อมตะครั้งนี้

สายเลือดของคนรุ่นใหม่เป็นแรงผลักดันให้นิกายอยู่รอด

สำหรับวิหารโหยวหลัว ชื่อเสียงของพวกเขากำลังโด่งดังถึงขีดสุด มันเป็นโอกาสดีในการสรรหาผู้มีพรสวรรค์

ผู้อาวุโสจากยอดเขาต่างๆจึงต้องการให้ศิษย์ของพวกเขาเป็นผู้นำทีม เพราะหากพวกเขาเจอต้นกล้าที่ดี คนเหล่านั้นจะถูกพาไปที่ยอดเขาของพวกเขาก่อนเช่นกัน

หลี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ ทำไมท่านไม่ให้ข้าเป็นคนจัดการล่ะ?”

“โอ้?” เหลิงอู่เหยียนประหลาดใจ “ทำไมเจ้าถึงสนใจเรื่องแบบนี้?”

จากนั้นนางก็นึกถึงบางอย่างและพูดขึ้นว่า “เจ้าต้องการใช้โอกาสนี้ไปพบกับคู่หมั้นตัวน้อยของเจ้าใช่ไหม?”

หลี่หรานยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดว่า “ท่านอาจารย์เข้าใจผิดแล้ว เป็นเพียงศิษย์สัญญากับคนอื่นไว้”

จากนั้นเขาก็บอกนางเกี่ยวกับเซินหนิง

เหลิงอู่เหยียนพยักหน้า “ข้าเข้าใจ เช่นนั้นก็แค่ให้พวกเขามุ่งความสนใจไปที่นาง ทำไมเจ้าต้องไปด้วยตัวเองด้วย?”

นางไม่ต้องการแยกกับหลี่หราน

หลี่หรานอธิบายว่า “ตั้งแต่เซินฉินติดตามศิษย์คนนี้มาที่วิหารโหยวหลัวมันเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ศิษย์ต้องการใช้โอกาสนี้พานางกลับบ้าน”

“เซินฉิน?” เหลิงอู่เหยียนนึกถึงสาวใช้ตัวน้อยและพยักหน้า “สตรีนางนั้น... เอาล่ะ ข้าให้เจ้าไปก็ได้”

“ท่านอาจารย์ดีที่สุด!” หลี่หรานยิ้มและดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดของเขา

เหลิงอู่เหยียนอุทาน “เดี๋ยวก่อน! ผู้อาวุโสฉางยังรออยู่ข้างนอก!”

“งั้นก็ให้เขารอไปสิ!”

“ศิษย์อกตัญญู...”

/////

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 240 พี่ชายที่ดีของเหลิงอู่เหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว