- หน้าแรก
- ผู้เล่นพวกนี้ประหลาดกว่าสิ่งลี้ลับซะอีก
- บทที่ 15 เหตุการณ์กะทันหัน
บทที่ 15 เหตุการณ์กะทันหัน
บทที่ 15 เหตุการณ์กะทันหัน
วันรุ่งขึ้น
เจ็ดโมงครึ่งตอนเช้า
เมื่อคืนซูอวี๋เหนียงคึกคักอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน อยากจะโต้รุ่งเล่นเกม ทนอั้นอยู่ตั้งนานก็ไม่หลับ เช้านี้พอตื่นมาก็งัวเงีย ล้างหน้าล้างตาแบบลวก ๆ แล้วก็เปิดช่องสตรีมอีกครั้ง:
"พี่น้องทั้งหลาย เดี๋ยวเจ๊ต้องไปทำงานเป็นช่างตีเหล็กผสมปูน ไปปรนนิบัติผู้ดูแลเฒ่าแล้วนะ ตอนกลางวันไม่สตรีมนะ"
เธอดูเหมือนจะตื่นเต้นและติดใจเล็กน้อย พร้อมกับบ่นออกมาประโยคหนึ่ง:
"เกมนี้มันหลุดโลกจริง ๆ ไม่ยอมให้ฉันเล่นโต้รุ่ง 8 โมงถึงจะเปิดเซิร์ฟเวอร์ใช่ไหมเนี่ย?"
"เข้าแปดเลิกหนึ่งทุ่ม นี่กะจะให้เราได้ฟีลเหมือนไปทำงานก่อสร้างใช่ไหม? พยายามทำให้สมจริงทุกกระเบียดนิ้วจริง ๆ แม้แต่เล่นเกมโต้รุ่งยังไม่ได้เลย"
"ผู้สร้างเกมคนนั้นโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ คอยดูเถอะฉันจะเอาผมแกละคู่รัดคอให้ตายเลย!"
เธอก็อยากจะสตรีมตอนเล่นเกมเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอม
ภายในเกมมีระบบถ่ายทอดสดในตัว โดยใช้ชื่อว่า [กำลังเข้าคิวรอเข้าสู่ระบบ] แต่รองรับคนได้แค่ 900 คนเท่านั้น
ในเมื่อเขาไม่มีฟังก์ชันสตรีมสด แล้วเธอจะไม่มีวิธีเลี่ยงไปสตรีมสดได้เลยเหรอ?
มีวิธีสิ
ก็ใส่แว่นตาติดกล้องเข้าไปในหมวกเล่นเกมสิ แล้วก็ถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองเห็นผ่านแว่นตา ไปสตรีมสดในช่องของตัวเอง
แต่วิธีนี้มันโจ่งแจ้งเกินไป ถ้าไม่ได้รับอนุญาต เอาเวอร์ชันทดสอบภายในไปเผยแพร่ อาจจะโดนหมายศาลได้ แน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่มากกว่าคือโดนเตะออกจากเกม
นางไม่กล้าหรอก
เน้นทำตัวเป็นพลเมืองดีเคารพกฎหมาย
แต่ยังไม่ทันที่นางจะล็อกอิน ก็เห็นชาวเน็ตแฟนคลับบอกว่า: "แย่แล้ว จิ่วไช่หรงโดนทัวร์ลง โดนขุดประวัติแฉยับเลย"
ข่าวก็คือ:
เมื่อก่อนจิ่วไช่หรงเคยเป็นพวกสุนัขเลียแข้งเลียขาที่ไร้สมอง ตามตื๊อผู้หญิงตอนเรียนมหาลัยมาสองปีเต็ม แต่ลับหลังผู้หญิงคนนั้นกลับเป็นรถเมล์สาธารณะ จิ่วไช่หรงโดนทำร้ายจิตใจอย่างหนัก ถึงได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักรบรักบริสุทธิ์อย่างในปัจจุบัน
แถมยิ่งเวลาผ่านไป ข่าวลือก็ยิ่งบานปลาย ทั้งเป็นพวกหน้าโง่สายเปย์ระดับท็อป ช่วยซื้อยา พาไปทำแท้งที่โรงพยาบาล ช่วยเปิดห้อง เล่าเป็นตุเป็นตะเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ
พวกแอนตี้แฟนในช่องสตรีมยังจงใจลากประเด็นมาที่เธอด้วย โดยถามเธอว่า: "เป็นเธอใช่ไหมที่แอบเหยียบย่ำเขา กดเขาให้จมดิน แล้วก็แย่งตำแหน่งผู้ดูแลมา?"
ซูอวี๋เหนียงฟังแล้วก็โกรธจนหลุดขำออกมาทันที
"นี่มันยุคไหนแล้ว พวกนายยังไม่หลับไม่นอนมาเปิดศึกชิงดีชิงเด่นกันข้ามคืนอีกเหรอ? นึกว่ามีบัลลังก์ให้สืบทอดหรือไง?"
"กดหัวเขาเนี่ยนะ? ถึงฉันอยากจะได้ตำแหน่งผู้ดูแลจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำตัวต่ำตมขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าตัวจริงเขาเป็นใคร แฟนสวมเขาให้หรือเปล่า?"
นางหยุดไปครู่หนึ่ง "น่าจะมีคนใกล้ตัวหมั่นไส้เขาล่ะมั้ง พอเห็นเขาดัง ก็เลยแอบเล่นงานลับหลัง"
"เกมฮิต ๆ ทุกเกมมักจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่จู่ ๆ ก็ดังเป็นพลุแตก ได้รับผลประโยชน์จากเกม ถ้าจิ่วไช่หรงรักษาตำแหน่งผู้ดูแลไว้ได้ โมเมนตัมของเขาน่าจะพุ่งทะยานในคราวเดียวเลยแหละ เพราะเกมนี้มันไม่ธรรมดา"
"อีกอย่าง ฉันรู้สึกว่าฉันเล่นสู้เขาไม่ได้หรอก เขาเก่งมาก เข้าใจเกมนี้ลึกซึ้งด้วย ฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ ถ้าให้ฉันไปตีรันฟันแทงน่ะพอได้ คาดว่าคงชิงตำแหน่งเบอร์สองเบอร์สามมาได้ก็เก่งแล้ว"
"แล้วก็เรื่องของเขาน่ะฉันรู้หมดแหละ ตอนแรกพระเอกเป็นสุนัขเลียแข้งเลียขา แล้วก็โดนสวมเขา คนรอบข้างหัวเราะเยาะ โดนทัวร์ลงทั้งอินเทอร์เน็ต สุดท้ายก็พลิกสถานการณ์กลับมาได้ แล้วก็เปิดฮาเร็ม มีทั้งประธานบริษัทสาวสุดโหด ดาวโรงเรียนผู้ใสซื่อ แอร์โฮสเตสแสนสวย..."
พอพูดไปพูดมา ทุกคนก็พากันขำ
มีชาวเน็ตพิมพ์มาว่า: "ฉันรู้ เธอคือโลลิเศรษฐีนีเด็กเปรตที่ขาดการสั่งสอนในฮาเร็ม"
"ถุย! อย่างน้อยฉันก็ต้องเป็นสาวแกร่งระดับประธานบริษัทสิ!" ซูอวี๋เหนียงหยอกล้อกับพวกเขาอยู่สองสามประโยค แล้วก็ส่งข้อความส่วนตัวไปหาจิ่วไช่หรงต่อหน้าทุกคน:
[นายไม่ต้องไปสนใจพวกนั้นหรอก ต้องหัดปรับตัวให้ชินกับพวกแอนตี้แฟนบางคนนะ เวลาอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ ปรับทัศนคติให้ดี]
การกระทำอันสมบูรณ์แบบนี้ทำเอาชาวเน็ตพากันรัว 666:
"สมกับเป็นเธอ เน้น EQ สูง รังแกคนอ่อนแอเกรงกลัวคนแข็งแกร่ง ตอนเล่นจัดอันดับถ้าเจอคู่แข่งอ่อนชั้นก็ด่าว่าเป็นปลาซิวปลาสร้อย~~ แต่พอเจอคนเก่งก็ยอมถอยทำตัวน่ารักเรียกพี่ชาย พอเจอเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ก็ยังเรียกคะแนนความสงสารจากคนผ่านทางได้อีก"
ซูอวี๋เหนียงขี้เกียจจะสนใจพวกนั้น คิดซะว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วก็ล็อกอินเข้าเกมไปเลย
ภาพตรงหน้ามืดลงแล้วก็สว่างขึ้น เข้าสู่หมู่บ้านนั้นอีกครั้ง
หนิงเจิงเองก็เป็นคนที่มีเวลาพักผ่อนเป็นเวลา มาทำงานตรงเวลา
ภารกิจวันนี้ก็ง่ายและตรงไปตรงมาเช่นกัน
ตอนเช้าก็สร้างหอพักให้เสร็จคร่าว ๆ ตอนบ่ายก็เริ่มจัดเตรียมให้ช่างตีเหล็กเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ สอนพวกเขากลอมอาวุธ
หนิงเจิงคิดไว้หมดแล้ว แบ่งเป็นสามกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งไปขุดแร่
กลุ่มหนึ่งไปถลุงแร่
กลุ่มหนึ่งไปหลอมอาวุธ
มีแค่งานหลอมอาวุธเท่านั้นที่มีอะไรให้พูดถึง
ส่วนเรื่องสอนพวกเขาตีอาวุธวิเศษยังไงนั้น หนิงเจิงเองก็มีความรู้แค่หางอึ่ง
พรสวรรค์ไม่ค่อยมีจริง ๆ
ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนรังแกหนักขนาดนั้นจนต้องหนีลงจากเขาหรอก
ความคิดของหนิงเจิงก็คือ ให้หนังสือ "พื้นฐานการหลอมอาวุธ" พวกเขาไปหนึ่งเล่ม ให้พวกเขาลองศึกษาและค้นคว้าการสร้างอาวุธวิเศษพื้นฐานแบบมาตรฐานกันเอาเอง จากนั้นก็สอนขั้นตอนพื้นฐานในการใช้เล็บของตัวเองตีเป็นเหรียญเงินตราวิเศษ แค่นี้ก็ถือว่าจบเรื่องแล้ว
ก่อนหน้านี้ กุมารเหรียญทองในหมู่บ้านเป็นแค่สัตว์เลี้ยงของพวกคนวิปริตไร้สมองไม่มีความคิด
ตอนนี้มีสมองแล้ว เดิมทีหนิงเจิงกลัวว่าพวกกุมารเหรียญทองเหล่านี้จะเสียดาย ไม่ยอมเอาเล็บของตัวเองไปหลอมอาวุธ
เพราะการถอดเล็บมันเจ็บมาก
ต่อให้ลดระดับความเจ็บปวดลงแล้ว แต่เล็บก็เชื่อมกับหัวใจ ยังไงก็ต้องรู้สึกบ้างแหละ
แต่พวกเขาร่าเริงกันขนาดนั้น คงไม่เอาเรื่องถอดเล็บมาใส่ใจหรอกมั้ง?
เขาลังเลอยู่ในใจ
ก็แค่ถ้าพวกเขาไม่ยอมทำเหรียญเงินตราวิเศษ ก็จะไม่มีเหรียญเงินตราวิเศษออกมา ตนเองก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง
เดี๋ยวรอดูว่าพวกเขาจะว่ายังไงก็แล้วกัน
เมื่อไขกุญแจประตูเดินเข้าไปในหมู่บ้าน หนิงเจิงก็เห็นช่างตีเหล็กเหล่านั้นนอนยอง ๆ อยู่ตามที่ต่าง ๆ แล้วก็ทยอยกันลุกขึ้นมา เริ่มต้นการทำงานวันใหม่สานต่อการสร้างหอพักจากเมื่อวาน
หนิงเจิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรียกช่างตีเหล็กตัวน้อยคนหนึ่งมา แล้วขมวดคิ้ว: "จิ่วไช่หรงล่ะ ทำไมยังไม่ตื่นอีก?"
ช่างตีเหล็กคนนั้นชะงักไป หมอนั่นยังไม่ได้ล็อกอินเข้ามาจริง ๆ แฮะ
จิ่วไช่หรงหมอนั่นกำลังออฟไลน์อยู่ นั่งยอง ๆ แข็งทื่ออยู่ตรงมุมห้อง ทำท่าครุ่นคิดเหมือนรูปปั้นนักคิด ทำให้เขารู้สึกว่าคนดังมักจะมีเรื่องวุ่นวายตามมาเยอะ อธิบายว่า: "น่าจะติดธุระนิดหน่อยครับ เจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมานิดหน่อย"
หนิงเจิงครุ่นคิดอยู่ในใจ ก็ไม่ได้ตำหนิอะไรมากนัก
เพราะเดิมทีก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายอยู่แล้ว เรื่องจะให้มาทำงานครบทุกวันนั้น ย่อมไม่มีการบังคับอยู่แล้ว
เพียงแต่เขากำลังคิดถึงปัญหาใหม่ ในเมื่อผู้ดูแลไม่มาทำงาน ก็ต้องมีผู้ดูแลหมายเลขสองใช่ไหมล่ะ?
ระบบการบริหารจัดการที่สมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็นเสมอ
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ มองดูกรอบค่าโชคชะตาบนหัวของช่างตีเหล็กแต่ละคน ในที่สุดก็เจอช่างตีเหล็กตัวน้อยคนหนึ่งที่ค่าโชคชะตาพุ่งขึ้นไปยี่สิบกว่าหน่วย
"ซูอวี๋เหนียงใช่ไหม? เจ้ามานี่สิ"
หลังจากยืนยันชื่อกับเสี่ยวอ้ายอีกครั้ง หนิงเจิงก็กวักมือเรียก
ซูอวี๋เหนียงถอนหายใจ นายไม่ออนไลน์ ทำให้ฉันที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ดูเหมือนฆาตกรเลยนะ
แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะเป็นการออกแบบเก้าอี้รูปตัว O อันน่าทึ่งของฉันเมื่อคืนนี้ ที่เข้าตาผู้ดูแลเฒ่าได้สำเร็จ
เฮ้อ
พรสวรรค์ของคนเรา มันปิดบังกันไม่ได้จริง ๆ
เธอไม่คิดอะไรมาก รีบเดินเข้าไปหาทันที แววตาเปลี่ยนไปในพริบตา เผยให้เห็นถึงความใสซื่อไร้เดียงสาและโง่เขลาแบบนักศึกษาหญิง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ "ท่านผู้... ท่านผู้ดูแล มีอะไรให้รับใช้หรือเจ้าคะ?"
"ต่อไปถ้าจิ่วไช่หรงไม่อยู่ เจ้าก็เป็นรองผู้ดูแล รับหน้าที่สั่งการไปนะ" หนิงเจิงพูดจบ ก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้โยกข้าง ๆ แล้วเริ่มบำเพ็ญเพียรต่อ
ซูอวี๋เหนียงเห็นผู้ดูแลเฒ่าไม่ยอมรับฟังอะไร ก็เลยรับช่วงต่องานมา
เธอเองก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ในการสั่งการและการบริหารจัดการเป็นอย่างดี สั่งการให้ทุกคนทำงานก่อสร้างตามแบบของเมื่อวานต่อไปอย่างเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว
[จบบท]