- หน้าแรก
- ผู้เล่นพวกนี้ประหลาดกว่าสิ่งลี้ลับซะอีก
- บทที่ 9 ช่างตีเหล็กไซเบอร์
บทที่ 9 ช่างตีเหล็กไซเบอร์
บทที่ 9 ช่างตีเหล็กไซเบอร์
เมื่อมีความคิดในใจแล้ว ลำดับต่อไปก็คือเรื่องของคนงาน
ที่นี่เพราะมีเหตุการณ์กะทันหันเลยมารุมล้อมกันอยู่ ทุกคนคุยกันตั้งนานแล้ว คนข้างนอกยังไม่ได้ปล่อยให้เข้ามาเลย
หลังจากได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลเฒ่า จิ่วไช่หรงก็เปิดประตูใหญ่ ให้คนที่อยู่ข้างนอกเข้ามา
ครืน!
คนกลุ่มนั้นที่อยู่ข้างนอกพอกรูเข้ามาปุ๊บก็ล้อมคนที่อยู่ในหมู่บ้านเอาไว้ทันที เริ่มสอบถามข้อมูลต่างๆ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้
กระทั่ง ทุกคนยังพากันวิพากษ์วิจารณ์กุมารเหรียญทองที่ฉี่ราดอีกด้วย
“มีกินก็ต้องมีถ่าย วัฏจักรพลังงาน นิวตันกดไลก์เลย! ฉันขอประกาศว่ามีแค่เกมนี้เท่านั้นที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ ยืนหยัดอยู่ฝั่งนิวตัน”
“เรื่องออฟไลน์ช่างมันก่อน เรามาสร้างส้วมหลุมกันเถอะ”
“กระดาษชำระล่ะ มีพี่น้องคนไหนไปเด็ดใบไม้มาบ้าง เตรียมไว้หน่อย มีดีกว่าไม่มีนะ”
“ฉันรับหน้าที่พาคนไปเอง”
“จำไว้นะ อย่าไปเด็ดพวกที่มีขนมีหนามล่ะ ฉันไม่อยากหูตาสว่างหรอกนะ”
“สมจริงดีแท้ นี่พวกเราเหมือนกำลังเล่นรายการเอาชีวิตรอดในป่าวันแรกเลย”
“แม่ร่วง เปิดมาก็อยู่บนเขาซะแล้ว เราคงไม่ต้องทนหิวสามวันเก้ามื้อหรอกนะ รีบหาโปรตีนกันเถอะ”
หลายคนรู้สึกว่านี่ไม่ได้เหมือนกำลังเล่นเกม แต่เหมือนกลุ่มคนกำลังไปตั้งแคมป์ในป่า ต้องแบ่งงานกันทำ
อย่างไรก็ตาม นอกจากคนที่กำลังคุยเรื่องพวกนี้แล้ว ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่อีกคนที่ถูกกลุ่มคนรุมล้อม ดูเหมือนจะเป็นสตรีมเมอร์ชื่อดัง
“พวกนายอย่ามาล้อมฉันสิ ไปทำสิ่งที่ควรทำไป ไม่แจกลายเซ็น! ไม่เหยียบใครทั้งนั้น! เลิกพูดคำว่าเท้าหยกอะไรนั่นได้แล้ว ไม่รู้หรือไงว่าเวลาทดสอบระบบปิดมันมีค่าน่ะ”
โลลิตัวน้อยที่โดนรุมล้อมตะคอกด้วยความโกรธ “ยังจะตามอีก? จะตามมาอีก? พวกนายคงไม่ใช่พวกช่างตีเหล็กปลาซิวปลาสร้อยพวกโอตาคุเก็บตัวที่หาคนคุยไม่ได้หรอกมั่ง?”
“พลังโจมตีรุนแรงมาก”
“นายด่าอีกสิ ฉันขอร้องล่ะ”
“พวกเราเป็นแฟนคลับเธอนะ ให้พวกเราแบกเธอเถอะ”
คนที่โดนรุมล้อมมีชื่อว่าซูอวี๋เหนียง เป็นสตรีมเมอร์ชื่อดัง
รูปร่างหน้าตาเป็นโลลิน่ารักสวมถุงเท้าสีขาว น้ำเสียงหวานใสและน่ารักมาก แต่อารมณ์ร้อนเป็นไฟแถมยังพูดมาก เป็นคนเมืองซูอานขนานแท้
อาศัยฝีปากจัดการคนผ่านทางจนร้องไห้มานักต่อนัก แถมยังชอบค่อนขอด “คุณลุง เป็นปลาซิวปลาสร้อยที่ไร้ประโยชน์จริงๆ เลยนะ~” “น่าสงสารมาก~” จนกลายเป็นมีมไวรัลโด่งดังไปทั่ว ทำเอาคนหมั่นไส้อยากจะสั่งสอนเธอให้เข็ด
แต่บางครั้งเธอก็โดนสตรีมเมอร์คนอื่นซุ่มโจมตีจนร้องไห้ สีหน้าตอนโกรธจัดที่พยายามจะกู้หน้ากลับมานั้นยิ่งดูตลกขบขัน
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคอนเทนต์อะไรน่าสนใจ รายได้ก็ลดลง ทำเอาเธออยากจะกลับไปสืบทอดกิจการที่บ้านแล้ว ตอนที่กำลังหาเกมเล่นก็โดนผู้ชมแนะนำมา เธอก็เลยรีบร้อนเข้ามา
หลังจากเข้ามาแล้ว เธอก็ต้องตกตะลึงไปทั้งคน นี่... นายกำลังจะบอกฉันว่านี่คือเกมจำลองช่างตีเหล็กเหรอ?
ในฐานะสตรีมเมอร์เกม เธอเข้าใจเกมมากกว่าคนทั่วไป ยิ่งรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร สมจริงเกินไปแล้ว หลุดโลกเกินไปแล้ว
หญ้ารกชัน งูแมลงเพียบ แต่ฝูงอีกาบนหัวก็น่ารังเกียจจริงๆ ช่างตีเหล็กบางคนโดนแจ็กพอตเข้าไปแล้ว บ่นอุบกันเป็นแถว
สำหรับสภาพแวดล้อมชนบทสมัยโบราณที่เลวร้ายเช่นนี้ เธอกลับรู้สึกว่ามันสมจริง
ก็แหม ความงดงามแบบโบราณอะไรกัน? ชีวิตความเป็นอยู่ในยุคโบราณที่แสนดีงั้นเหรอ?
นั่นมันใส่ฟิลเตอร์ทั้งนั้นแหละ!
ไม่ต้องพูดถึงยุคโบราณหรอก แค่คนเมืองไปอยู่ชนบทในยุคปัจจุบัน ก็ยังบ่นกันอุบ กลัวจะเหยียบขี้วัว สภาพแวดล้อมสกปรกย่ำแย่
เธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เธอไม่ใช่ลูกคุณหนูผู้บอบบาง ตอนเด็กๆ เธอก็เคยเอาไม้ถูพื้นจุ่มขี้วัวไล่ตีกับพวกเด็กแสบมาแล้ว เธอจะไปกลัวอะไรกับเรื่องแค่นี้?
ตรงกันข้าม ที่เธอดังได้ก็เพราะไม่บอบบาง อารมณ์ร้อน โผงผางตรงไปตรงมา ด่าเก่ง แถมยังกล้าสตรีมไปเกาเท้าผ่านถุงเท้าขาวไปด้วย ในใจลึกๆ ก็แฝงความห้าวหาญแบบผู้ชายวัยกลางคนเอาไว้
เพียงแต่ตอนนี้สังคมเน้นหน้าตา คนที่ทั้งแก่ทั้งขี้เหร่และเอาแต่ใจเวลาด่าคนจะถูกเรียกว่าป้าวัยทอง ส่วนคนหน้าตาน่ารักเสียงหวานที่ด่าเก่งแบบเธอจะถูกเรียกว่าเด็กเปรต
เวลานี้ในสายตาเธอ เกมแนวฮาร์ดคอร์แบบนี้แหละถึงจะสนุก การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายให้กลายเป็นที่พักอันงดงามในฝัน นั่นแหละถึงจะสนุก
นี่น่าจะเป็นจุดขายของเกมนี้ล่ะมั้ง!
อันดับแรกต้องสร้างส้วม หอพัก เพื่อรับประกันการใช้ชีวิตพื้นฐาน จากนั้นก็จัดการกับจุดเกิดมอนสเตอร์อย่างฝูงอีกาและอื่นๆ ต่อมาก็ปลูกผัก ตีเหล็ก เธอรู้สึกว่าตัวเองจับจุดเนื้อเรื่องหลักของเกมได้แล้ว
ขณะที่เธอกำลังคิด พลางเดินดูไปรอบๆ จู่ๆ ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างผู้ดูแลเฒ่ากับจิ่วไช่หรงจากที่ไกลๆ
เธอพลันพบว่า วิสัยทัศน์อันก้าวไกลและล้ำสมัยในฐานะสตรีมเมอร์เกมที่เธอคิดว่าตัวเองมีนั้น มันยังคับแคบเกินไป
จิ่วไช่หรง: “ใช่แล้ว! ท่านผู้ดูแล การสร้างหอพักช่างตีเหล็กแห่งนี้ ตอนนี้ฉันมีแนวคิดใหม่แล้ว! ในหอพักต้องไม่มีเตียงเด็ดขาด เพราะว่าคนชนชาติเรา—ชอบ! ฉี่! รดที่นอน! ตื่นมาทีเปียกไปหมด”
ซูอวี๋เหนียงหนังตาปลาตุก: “...”
ยอดเยี่ยม
นางร้องยอดเยี่ยมในใจเลย!
นางเริ่มบันทึกหน้าจอเงียบๆ
ผู้ดูแลเฒ่า: “พวกเจ้าเป็นเช่นนั้นหรือ ข้าอายุแปดขวบก็ไม่ฉี่รดที่นอนแล้ว”
จิ่วไช่หรง: “เพราะฉะนั้นเราต้องไม่นอนเตียง! เอาแค่ตะแกรงเหล็ก ตะแกรงเหล็กสองด้านประกบเข้าหากัน คนอยู่ตรงกลาง ตะแกรงเหล็กพวกนี้เรียงกันเป็นแถว แขวนลอยกลางอากาศหมุนไปมาพร้อมฉีดน้ำล้าง ปล่อยของเสียลงพื้น ข้างบนฉีดน้ำ ข้างล่างอึ”
“แล้วก็ให้ช่างตีเหล็กที่ลอยอยู่กลางอากาศคาบท่อเอาไว้ ให้อาหารพร้อมกัน นอนหลับเหมือนเจ้าชายนิทราที่ให้น้ำเกลือมาสิบปี ออฟไลน์ไปหลายเดือนก็ไม่ตาย”
“จากนั้นบนหลังคาหอพัก ก็สร้างโรงตีเหล็กอีกชั้น ข้างบนตีเหล็ก แถมยังช่วยอบแห้งให้คนข้างล่างได้ด้วย”
“น้ำร้อนทิ้งจากการชุบเหล็กก็ไม่ต้องทิ้ง ต่อท่อลงมาให้ช่างตีเหล็กข้างล่างใช้อาบน้ำ”
“ทำแบบนี้ก็จะได้หอพักแบบครบวงจร อาบน้ำ อบแห้ง นอนหลับ กินอาหาร ขับถ่าย ห้าอย่างในหนึ่งเดียว ตื่นขึ้นมาก็สะอาดสะอ้าน แถมยังท้องไม่อีกหิวด้วย”
ผู้ดูแลเฒ่า: “แบบนั้นมันจะไม่ทรมานแย่หรือ ที่เจ้านี่มันไม่ใช่หอพักแล้ว มันกรงนกขนาดใหญ่ชัดๆ การเลี้ยงนกก็ใช้โครงสร้างแบบนี้แหละ”
ให้ตายเถอะ นี่มันการออกแบบบ้าบออะไรเนี่ย?
ซูอวี๋เหนียงดูจนแทบจะถลนออกมา
ไม่ใช่ว่าเธอฉลาดไม่พอ แต่ต่อให้เธอใช้เวลาศึกษามากแค่ไหน มโนธรรมในใจเธอก็ไม่มีทางคิดของพรรค์นี้ออกมาได้หรอก!
นี่มันไม่ใช่กรงนก...
มันคือตะแกรงย่างบาร์บีคิวต่างหาก!
แถมยังเป็นแบบตะแกรงประกบสองด้านเหมือนย่างปลาหมึก หมุนพลิกด้านได้ด้วย ขอแนะนำให้ทาซอสเพิ่มอีกนิดนะ
จิ่วไช่หรง: “ไม่เป็นไรหรอก! คนชนชาติเราก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ชอบกรงนกพิราบแบบนี้สุดๆ!”
ผู้ดูแลเฒ่า: “ทำแบบนี้มันก็จะเหม็นด้วยไม่ใช่หรือ ใครจะไปนอนบนบ่อเกรอะได้ ต่อให้มีตะแกรงเหล็กกั้นก็เถอะ”
จิ่วไช่หรง: “ไม่เห็นเป็นไร! ขอแนะนำให้หอพักนี้ทำเป็นตะแกรงเหล็กหลายๆ ชั้น จุคนได้เยอะๆ ชั้นล่างสุดก็ทำเป็นทางลาดไปเลย สร้างท่อระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ ฉีดน้ำล้างเป็นประจำ ทำบ่อเกรอะไว้รองรับไกลๆ แค่นี้ก็สะอาดเอี่ยมแล้ว”
ผู้ดูแลเฒ่า: “บ่อเกรอะนี่มัน...”
จิ่วไช่หรง: “บ่อเกรอะนี่แหละที่จะทำให้เรายิ่งใหญ่ สร้างความรุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง! บ่อเกรอะไม่ว่าจะเอาไปหมักก๊าซชีวภาพเพื่อสร้างระบบหมุนเวียนพลังงานใหม่ หรือจะเอาไปทำปุ๋ยคอกเพื่อสร้างระบบหมุนเวียนนิเวศวิทยาอาหาร ก็ล้วนเป็นเรื่องดีทั้งนั้น”
หนิงเจิง: “...”
ปากนี่แข็งจริงๆ นะ
ความจริงแล้ว หนิงเจิงเคยบอกใบ้ไปว่าสามารถผลัดกันล็อกอินเข้าใช้ร่างกายเดียวกันได้
แบบนี้ก็จะมีคนคอยผลัดกันเข้าห้องน้ำได้ นี่แหละคือความหมายของการตั้งสถานะ [กำลังเข้าคิวรอเข้าสู่ระบบ] ที่เสี่ยวอ้ายเสนอ
แต่พอจิ่วไช่หรงได้ยินข้อเสนอนี้ กลับแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวออกมา!
ราวกับว่าคำพูดของเขาไปกระตุ้นต่อมอะไรเข้า
พร่ำบ่นคำพูดแปลกๆ ที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจ อย่างเช่น “พวกสวมเขา” “นักรบรักบริสุทธิ์” “หมู่บ้านหมวกเขียวเจ๊งแน่” “รถเมล์สาธารณะจะโดนประชาชนต่อต้านอย่างหนัก” “ทัศนคติต้องถูกต้อง คนเข้าห้องน้ำได้แต่จะกลายเป็นห้องน้ำสาธารณะไม่ได้” “สตาร์ดิวแวลลีย์อย่าไปเลียนแบบ” คำพูดแปลกๆ ที่ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
หนิงเจิงไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายต่อต้านขนาดนี้ ยอมทำให้มันวุ่นวายขนาดนี้ ก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ
พวกที่ต่อคิวล็อกอิน ก็ให้รอดูไปก่อนก็แล้วกัน
หากเปลี่ยนเป็นผู้ดูแลคนเก่า คงต้องด่าว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรแน่ๆ
ช่างตีเหล็กตั้งมากมาย ส่วนใหญ่กลับเอาแต่นอนไม่ยอมทำงาน
หอพักมีแค่เตียงก็พอแล้ว จะไปทำตะแกรงเหล็กให้ยุ่งยากทำไม? ประสิทธิภาพการทำงานต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้
แต่หนิงเจิงเป็นคนประนีประนอม
เห็นพวกเขาหน้าตาเบิกบานมีความสุข บรรยากาศแห่งความสุขนั้นก็ส่งผ่านมาถึงเขาด้วย เขารู้สึกว่าความสุขและความชอบของพวกเขานั้นสำคัญที่สุด
ขั้นตอนการก่อสร้างจะยุ่งยากก็ยุ่งยากไปเถอะ อย่างน้อยต่อไปทุกคนก็จะได้อยู่อย่างสบาย มีประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดี
จิ่วไช่หรง: “และอีกอย่าง! ขอเสนอให้สร้างหอพักใหญ่สองแห่ง หอพักชาย หอพักหญิง”
ผู้ดูแลเฒ่า: “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก พวกเจ้าเป็นกุมารเหรียญทอง รูปร่างหน้าตาดูเหมือนจะมีชายหญิง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้แบ่งแยกเพศ”
ตัวสั่นด้วยความโกรธ
ท่านกล้ามาทึกทักเพศของฉันได้อย่างไร?
แน่นอนว่าจิ่วไช่หรงไม่กล้าปล่อยหมัดนี้ออกไปหรอก เพราะอย่างไรก็ต้องเคารพผู้สูงอายุและรักเด็ก ไม่ใช่ว่ากลัวโดนปลดออกจากตำแหน่งผู้ดูแลแล้วโดนพวกสัตว์หน้าขนคนอื่นแย่งไปหรอกนะ
“นายท่าน”
จิ่วไช่หรงให้คำแนะนำอย่างจริงใจ “แม้ร่างกายจะไม่มีเพศ แต่เรามีเพศสภาพทางจิตใจนะ แถมไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอน ไม่จับแยกกัน พวกเราจะเกิดปัญหาได้ง่ายมาก พวกเขาจะต้องโวยวายแน่ๆ”
อีกอย่าง
ตอนนี้เผ่าพันธุ์เริ่มต้นไม่แบ่งแยกเพศ แล้วเผ่าพันธุ์ในอนาคตจะไม่แบ่งเพศด้วยหรือ?
ในสายตาเขา ผู้ดูแลเฒ่าคนนี้หน้าตาเห็นได้ชัดว่าเป็นมนุษย์
ในอนาคต ก็น่าจะเลือกเผ่าพันธุ์มนุษย์ในการเริ่มเกมได้แล้วมั่ง
ถึงแม้ว่าในฐานะช่างตีเหล็กที่เอาแต่แกว่งค้อนอย่างบ้าคลั่ง เผ่าพันธุ์ไหนก็ไม่สำคัญหรอก
ซูอวี๋เหนียงที่แอบสังเกตอยู่ข้างๆ ฟังผู้ดูแลช่างตีเหล็กคนใหม่ที่พร่ำบ่นไม่หยุด:
“ดี ดี ดี! เกมนี้เล่นแบบนี้มั่ง! เป็นฉันที่อ่อนหัดเอง มองจุดขายของเกมผิดไป สังคมยุคโบราณดันมาทำช่างตีเหล็กไซเบอร์อะไรกัน”
[จบบท]