- หน้าแรก
- ระบบตื่นก่อนสี่ปี แต่สิ่งลี้ลับยังเป็นแค่ตัวอ่อน
- บทที่ 35 - เมื่อแก๊งป้าจอมพลังมาปะทะกับแมวคลั่ง
บทที่ 35 - เมื่อแก๊งป้าจอมพลังมาปะทะกับแมวคลั่ง
บทที่ 35 - เมื่อแก๊งป้าจอมพลังมาปะทะกับแมวคลั่ง
บทที่ 35 - เมื่อแก๊งป้าจอมพลังมาปะทะกับแมวคลั่ง
ไอ้เด็กหนุ่มผมทองตั้งโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้หลังชั้นวางของ ในบ้านเปิดเพลงจังหวะมันส์ๆ โยกย้ายส่ายสะโพกเต้นท่าเต้นสุดกวนประสาท มือก็เอาเหล็กเสียบที่เผาไฟจนแดงแจ๋ไปจิ้มซากสัตว์ที่โดนถลกหนังบนชั้นวางไม่หยุด
ดูออกเลยว่าสัตว์พวกนี้โดนมันทารุณกรรมมาเป็นเวลานานแล้ว สองตัวในนั้นไม่มีเสียงร้องแล้ว เหลือแค่ตัวที่ถูกตัดอุ้งเท้าแล้วมัดไว้กับเตาย่างเท่านั้นที่ยังคงส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างแผ่วเบา
เสิ่นเกอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปตอนที่ไอ้ผมทองกำลังทรมานสัตว์ได้สิบกว่าวินาที จังหวะที่กำลังจะบุกเข้าไปในบ้าน เขากลับพบว่าแมวตัวที่โดนมัดอยู่บนเตาย่างมีอายสีดำแผ่ออกมาจากร่าง
ใต้เตาย่างไม่ได้จุดไฟไว้ หมายความว่าควันสีดำพวกนี้ไม่ได้เกิดจากการเผาขนแมว พริบตาเดียว ร่างกายของเจ้าตัวเล็กก็แผ่ควันสีดำทึบออกมา
ไอ้ผมทองชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย ยกมือขึ้นมาปัดควันสีดำบนตัวเจ้าตัวเล็ก ปากก็สบถด่าไม่หยุด มือก็ยังคงเอาเหล็กเสียบเผาไฟทิ่มพุงที่กำลังมีควันสีดำลอยกรุ่นอยู่
"ชิ"
รนหาที่ตายแท้ๆ
เสิ่นเกอเพิ่งจะถอนหายใจเสร็จ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว
[คำเตือน!]
[ตรวจพบสิ่งวิปริตระดับ 2 ปรากฏตัว ด้วยระดับการประเมินในปัจจุบันของโฮสต์ไม่มีทางต่อกรกับมันได้ โปรดให้ความสำคัญกับชีวิตของโฮสต์ รีบหนีไปโดยด่วน!]
นานๆ ทีระบบที่จำศีลมานานจะส่งสัญญาณเตือนออกมา แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวเล็กที่ถูกตัดอุ้งเท้าและโดนเหล็กเผาไฟทิ่มจนพรุนไปกว่าสิบรูตัวนี้ ได้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นแล้ว!
เสิ่นเกอยังจำได้ว่าตอนที่เจอกับแมวจรจัดสามตัวนี้ครั้งแรก ระบบแจ้งเตือนว่าเป็น "สิ่งวิปริตระดับ 1" แต่ตอนนั้นพวกแมวจรจัดยังไม่ได้เกิดการกลายพันธุ์เลย!
หนูวิปริตก็เป็นระดับ 1 เหมือนกัน แต่รูปร่างหน้าตาภายนอกของมันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปแล้ว ตอนนั้นเสิ่นเกอก็เคยเดาไว้ว่า ระดับการประเมินที่ระบบระบุ น่าจะเป็นระดับการประเมินในอีกสี่ปีข้างหน้า
ตอนนี้หลังจากที่ระบบแจ้งเตือน ยิ่งเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของเสิ่นเกอ ในอีกสี่ปีข้างหน้าแมวจรจัดตัวนี้จะกลายเป็นสิ่งวิปริตระดับ 2 ดังนั้นในตอนนี้มันถึงได้เริ่มกลายพันธุ์เข้าสู่ระดับ 1 แล้ว!
ตอนนั้นเองก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เจ้าแมวลายตัวน้อยระเบิดออกเหมือนระเบิดควัน เสียง "ฟู่" ดังขึ้นพร้อมกับควันสีดำทึบที่พุ่งทะลักออกมา พริบตาเดียวมันก็ขยายร่างจนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งเมตร
จากนั้น ภายในกลุ่มหมอกสีดำก็มีกรงเล็บแมวสีดำหนาเท่าท่อนแขนของผู้ใหญ่ยื่นออกมา ตะปบเข้าที่หน้าของไอ้ผมทอง เลือดสีแดงสดพุ่งปรี๊ดออกมาจากใบหน้าของเขาทันที
"อ๊ากกก!"
ไอ้ผมทองเอามือกุมหน้าล้มลงไปดิ้นทุรนทุราย พยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่กลุ่มหมอกสีดำนั้นกลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นแมวดำหน้าตาดุร้ายน่ากลัว ดวงตาทั้งสองข้างส่องแสงสีแดงวาบ
ไม่สิ ขนาดตัวใหญ่เบ้อเริ่มแบบนี้ จะเรียกว่า "เสือดำ" ก็คงไม่เกินจริงนัก!
สิ่งวิปริตระดับ 1 แมววิปริต!
"ตัวเบ้อเริ่มเลย!" เสิ่นเกอแอบตกใจ เพราะเจ้าแมววิปริตระดับ 1 ที่เพิ่งจะกลายพันธุ์ตัวนี้ ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหนูวิปริตก่อนหน้านี้ตั้งหลายเท่า!
แมววิปริตร่วงหล่นจากกลางอากาศ พุ่งเข้าตะปบไอ้ผมทองจนล้มลง จากนั้นหัวที่ใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของลูกบาสเกตบอลก็อ้าปากกว้างกว่าครึ่งเมตร งับเข้าที่ตัวของไอ้ผมทองอย่างจัง เสียง "กร้วม" ดังขึ้น มันกัดร่างของเขาขาดไปกว่าครึ่งแล้วเคี้ยวกลืนลงท้อง
เป็นระดับ 1 เหมือนกันแท้ๆ แต่แมวลายตัวน้อยกลับกลายร่างเป็นเสือดำ แถมยังเป็นสัตว์ประหลาดที่มีสายเลือดของหมาซอมบี้ที่สามารถอ้าปากกว้างได้ตามใจชอบอีก แบบนี้น่ากลัวกว่าหนูวิปริตก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ!
ถ้าเสิ่นเกอพกกล่องแอร์ที่ยัดไว้ใต้เตียงออกมาด้วย บางทีเขาอาจจะไม่กลัวเจ้าแมววิปริตระดับ 1 ตัวนี้เลยก็ได้ แต่ตอนนี้เขามีแต่มือเปล่า จึงตัดสินใจควักโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่โทรติด ปลายสายก็ดังเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของเติ้งอวี้ฉีมาทันที "คุณ! อย่า! บอก! นะ! ว่า! คุณ! เจอ! สิ่ง! วิ! ปริต! อีก! แล้ว!"
"สมกับเป็นว่าที่เจ้านายของผมจริงๆ คุณเดาแม่นเป๊ะเลย!" เสิ่นเกอหัวเราะ
ในโทรศัพท์ได้ยินเสียงเติ้งอวี้ฉีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์อย่างชัดเจน จากนั้นก็ถามว่า "ที่อยู่ ระดับของสิ่งวิปริต มีประชาชนมุงดูอยู่ไหม"
เสิ่นเกอรีบอธิบายสถานการณ์อย่างคร่าวๆ ทันที "สิ่งวิปริตระดับ 1 แต่ตัวใหญ่กว่าหนูวิปริตสองเท่า รูปร่างพอๆ กับเสือดำโตเต็มวัย ปากสามารถกลายพันธุ์ได้ มีคนตายแล้ว ไอ้ผมทองที่ทารุณกรรมมันก่อนหน้านี้ โดนงับขาดไปครึ่งท่อนในคำเดียว"
ระหว่างที่พูด เสิ่นเกอก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยและเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากปลายสาย เห็นได้ชัดว่าตอนที่เธอกำลังฟังเขารายงาน เติ้งอวี้ฉีก็เริ่มปฏิบัติการแล้ว
"รออยู่ที่เดิมแล้วถือสายไว้ ถ้าสิ่งวิปริตยังอยู่ในบ้าน พยายามอย่าไปยั่วโมโหให้มันคลุ้มคลั่ง ฉันจะรีบพาคนไปเสริมกำลังให้เร็วที่สุด!" เติ้งอวี้ฉีสั่ง
เสิ่นเกอตอบ "ผู้กองเติ้ง คุณพูดช้าไปหน่อยนะ..."
หลังจากกลายพันธุ์แล้ว แมววิปริตไม่ได้มีพัฒนาการแค่เรื่องพลังโจมตีเท่านั้น แต่ยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่เฉียบคมขึ้นอีกด้วย หลังจากที่มันกินไอ้ผมทองเข้าไป มันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเสิ่นเกอทันที เสียง "เพล้ง" ดังขึ้น มันพุ่งชนหน้าต่างกระจกแตกกระจายแล้วกระโจนลงมาที่สวน โก่งตัวขึ้น จ้องเขม็งมาที่เสิ่นเกออย่างมุ่งร้าย
เสิ่นเกอพบว่าสายตาที่แมววิปริตมองมาที่เขามันดูดุร้ายยิ่งกว่าตอนที่มองไอ้ผมทองซะอีก ก็ไม่รู้ว่ามันจำได้หรือเปล่าว่าเขาคือคนที่เคยไป "ข่มขู่" พวกมันในวิลล่าน่ะ
"ไฮ เจอกันอีกแล้วนะ เอ๊ะ! นั่นลูกพี่พวกแกไม่ใช่เหรอ" เสิ่นเกอยกมือชี้ไปที่ด้านหลังของแมววิปริต พยายามดึงดูดความสนใจของมัน ในขณะเดียวกันก็สับตีนแตกวิ่งหนีเข้าไปในบ้าน
แมววิปริตกระโจนพุ่งเข้าใส่ แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่รอรับมันอยู่คือเก้าอี้ที่วางอยู่หน้าประตู พอเสิ่นเกอวิ่งเข้ามาในบ้าน เขาก็ไม่ได้เอาแต่วิ่งหนีอย่างเดียว แต่กลับคว้าเก้าอี้พับหน้าประตูขึ้นมาฟาดสวนกลับไปเต็มแรง!
"ลอยไปซะ!"
ปัง!
พละกำลัง 92% ถึงแม้จะแค่ใกล้เคียงกับผู้ชายโตเต็มวัย แต่การโจมตีครั้งนี้ก็อาศัยแรงเหวี่ยงจากเก้าอี้พับ ฟาดแมววิปริตร่วงลงมาจากกลางอากาศในพริบตา จนกระเด็นไปชนหน้าต่างกระจกอีกฝั่งแตกกระจาย
เสิ่นเกอไม่คิดจะสู้ต่อ เห็นได้ชัดว่าแมววิปริตตัวนี้มันคนละระดับกับหนูวิปริตก่อนหน้านี้เลย การโจมตีเมื่อกี้ก็มีความเสี่ยงอยู่มาก ชนะเดิมพันมาได้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว ขืนยังจะเสี่ยงเดิมพันต่อไป คงได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แน่ๆ
เสิ่นเกอหิ้วเก้าอี้พับวิ่งพุ่งขึ้นไปบนชั้นสอง แมววิปริตพอลุกขึ้นมาได้ก็รีบวิ่งไล่ตามมาทันที แต่เสิ่นเกอหนีเข้าไปในห้องห้องหนึ่งได้ก่อน เขาล็อกประตูแน่นหนา แล้วดันชั้นหนังสือข้างๆ มาขวางประตูไว้
แมววิปริตข่วนประตูอยู่ข้างนอก ส่งเสียงคำรามต่ำแบบสัตว์ป่า กรงเล็บที่แหลมคมข่วนประตูไม้แดงจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าประตูบานนี้คงจะต้านทานมันไว้ได้ไม่นานนัก
เสิ่นเกอตัดสินใจเปิดใช้งานคุณลักษณะไร้เสียง พุ่งตรงไปยังระเบียง ปีนหน้าต่างออกไป แล้วกระโดดลงไปที่สวนอีกฝั่ง เพิ่งจะปีนข้ามกำแพงออกมา ก็เห็นเงาดำสายหนึ่งกระโจนลงมาจากชั้นบน
เสิ่นเกอไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก สับตีนแตกพุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ของลู่ซานอินเตอร์เนชั่นแนล พยายามจะไปสมทบกับเติ้งอวี้ฉีที่กำลังจะมาเสริมกำลังให้
วิ่งผ่านทางลาดชัน เสิ่นเกอก็กระโดดข้ามรั้วกั้นทางเข้าออกไปอย่างลื่นไหล แต่ดันไปชนเข้ากับแก๊งป้าจอมพลังที่กำลังเดินวนออกกำลังกายอยู่ตรงลานกว้างหน้าประตูพอดี
"ความเร็วคือไฟปรารถนา การเดินพลังคือความสำเร็จแห่งความฝัน!"
"เดินพลังเลือดเดือด สร้างความยิ่งใหญ่!"
บรรดาคุณป้าคุณลุงแก๊งจอมพลังเดินต่อแถวกันเป็นตะขาบมนุษย์วนเป็นวงกลม ย่ำเท้าอย่างฮึกเหิม ตะโกนสโลแกนเดินวนไปมา
ตอนที่เสิ่นเกอกระโดดข้ามรั้วออกมา ไม่ทันสังเกตเห็นว่าป้าหัวหน้าแก๊งกำลังพาขบวนเปลี่ยนทิศทาง ก็เลยชนเข้าอย่างจัง เกือบจะทำให้อีกฝ่ายล้มลง จึงรีบยื่นมือเข้าไปประคองไว้
ผลคือโดนป้าหัวหน้าแก๊งกับเพื่อนร่วมแก๊งผลักออกอย่างแรง "ไอ้หนุ่มนี่ไม่มีตาหรือไง ไม่เห็นเหรอว่าพวกเรากำลังออกกำลังกายกันอยู่ ทะเล่อทะล่าชนเข้ามาได้ไง!"
เสิ่นเกอรีบบอก "อย่ามัวแต่ออกกำลังกายเลย รีบหนีเร็ว มีสัตว์ประหลาดกินคนกำลังมาทางนี้!"
"สัตว์ประหลาด?"
ป้าหัวหน้าแก๊งแค่นเสียงอย่างดูถูก "กลางวันแสกๆ โลกสว่างสดใสขนาดนี้ จะมีสัตว์ประหลาดมาจากไหน ฉันว่าไอ้หนุ่มนี่หน้าตาเจ้าเล่ห์ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีแน่ๆ!"
เกิดมาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเกอโดนคนด่าเรื่องหน้าตา เขาชะงักไปครู่หนึ่ง บรรดาคุณป้าที่อยู่หัวแถวก็เริ่มด่าทออย่างไม่ยอมลดละ:
"ใช่แล้ว หน้าตาสู้ลูกชายพี่หวังไม่ได้สักนิด ไอ้เด็กนี่ก็จริงๆ เลย กล้าขัดขวางการออกกำลังกายของพวกเรา ไม่รู้จักโครงการฟิตเนสแห่งชาติหรือไง เรากำลังทำตามนโยบายของรัฐนะเว้ย!"
"ขนาดรปภ.ที่นี่ยังไม่กล้าปริปากบ่น แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาพล่ามอยู่ตรงนี้ ไสหัวไปไกลๆ เลย ไม่งั้นเดี๋ยวแม่ลงไปนอนชักดิ้นชักงอบนพื้น แกได้ซวยแน่!"
บนโลกนี้มีคุณป้าอยู่สามประเภทที่น่ากลัวที่สุด หนึ่งคือแก๊งป้าจอมพลัง สองคือแก๊งเต้นแอโรบิก และสามคือแก๊งอุ้มหมาพูเดิ้ล พี่หวังที่เป็นหัวหน้าแก๊งคนนี้เหมาหมดทั้งสามประเภท แถมยังเป็นลูกบ้านของลู่ซานอินเตอร์เนชั่นแนลอีกด้วย
ตอนนี้ลู่ซานอินเตอร์เนชั่นแนลยังอยู่ในช่วงตกแต่งภายใน คนยังเข้าอยู่น้อย พอรวมบัฟหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน พวก รปภ. ก็เลยไม่กล้าปริปากบ่นอะไรมากนัก
"เยี่ยมไปเลย" เสิ่นเกอยิ้ม เขายกมือขึ้นตบไหล่พี่หวัง แล้วชี้ไปทางลาดชันยาวเหยียดที่เป็นทางเข้าออกของลู่ซานอินเตอร์เนชั่นแนล "พี่หวังใช่ไหม เห็นความน่ารักที่กำลังพุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นไหม สนใจจะไปสัมผัสอย่างใกล้ชิดดูสักครั้งไหมล่ะ วางใจเถอะ พี่ตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้ มันกลืนรวดเดียวไม่ลงหรอก!"
มองไปทางลาดชันไกลๆ ก็เห็นแมววิปริตอ้าปากกว้างสีเลือด ร่างกายเน่าเฟะไปกว่าครึ่งราวกับติดเชื้อไวรัสซอมบี้ กำลังพุ่งตรงมาที่ประตูใหญ่ด้วยความเร็วสูงสุด
"กรี๊ดดด-"
พี่หวังกรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงปรี๊ดชนิดที่นักร้องโอเปร่ายังอาย ทำเอาแก้วหูเสิ่นเกอแทบแตก
เสิ่นเกอขยับถอยห่างไปก้าวหนึ่งอย่างรังเกียจ ยกนิ้วก้อยขึ้นมาแคะหู มองดูแก๊งป้าจอมพลังที่วิ่งหนีแตกกระเจิง แล้วร้องแซวว่า "เฮ้ย อย่าเพิ่งหนีสิ มาถ่ายรูปหมู่ลงวีแชตโมเมนต์กันก่อน! เอาความมุ่งมั่นและความฮึกเหิมตอนเดินยึดถนน บังหน้ารถออกมาสิ!"
"เฮ้ยๆๆ เดินวนอีกสักสองรอบก่อนสิ!"
"ก็แค่เสือดำน้อยน่ารักตัวหนึ่งเองน้า!"
รปภ. ในป้อมยามที่เดิมทีกำลังสัปหงกอยู่ถูกเสียงกรีดร้องปลุกให้ตื่น เขาชะโงกหน้าออกไปดูจากป้อมยามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นแก๊งป้าที่กำลังตื่นตระหนกวิ่งหนีกันอลหม่าน ก็หันกลับไปมองตามด้วยความสงสัย แล้วก็เห็นสัตว์ประหลาดที่กำลังอ้าปากกว้างกว่าตัวกระโจนลงมาจากทางลาดชันห่างออกไปแค่สิบกว่าเมตร!
"คุณพระคุณเจ้าช่วย นี่มันผีชีวะฉบับคนแสดงชัดๆ!" รปภ. รีบมุดหัวกลับเข้าไปในป้อมยาม ล็อกหน้าต่างแน่นหนา แล้วหลบอยู่ใต้โต๊ะตัวสั่นงันงก
[จบแล้ว]