- หน้าแรก
- ระบบตื่นก่อนสี่ปี แต่สิ่งลี้ลับยังเป็นแค่ตัวอ่อน
- บทที่ 26 - คนใต้แบบพวกนายเรียกไอ้นี่ว่าหนูเหรอ?
บทที่ 26 - คนใต้แบบพวกนายเรียกไอ้นี่ว่าหนูเหรอ?
บทที่ 26 - คนใต้แบบพวกนายเรียกไอ้นี่ว่าหนูเหรอ?
บทที่ 26 - คนใต้แบบพวกนายเรียกไอ้นี่ว่าหนูเหรอ?
ไม่ว่าจะบังเอิญหรือไม่ การปรากฏตัวของหนูวิปริตตัวนี้ก็หมายถึงรางวัล "แต้มระบบ" เสิ่นเกอย่อมไม่มีทางปล่อยผ่านไปแน่
ยิ่งไปกว่านั้น หนูวิปริตตัวนี้ในตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณของการเกิด "มิติวิปริต" ซึ่งหมายความว่ามันน่าจะยังไม่ถึงระดับ 2
แต่ถึงอย่างนั้น
อูฐที่ผอมโซยังไงก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ต่อให้เป็นแค่สิ่งวิปริตระดับ 1 ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด
เสิ่นเกอล้วงเอาไส้กรอกที่เพิ่งซื้อมาไว้ใช้แหย่หมาแหย่แมวออกมา แกะเพิ่มอีกสองแท่ง หักเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเดินไปที่มุมหนึ่ง ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกต โยนขึ้นไปบนหลังคากันสาด
ก่อนหน้านี้ตอนที่เสิ่นเกอฟาร์มแต้มในตลาดสด เขาก็เอาไส้กรอกไปให้หมาแมวกินไปเยอะแล้ว ถือว่า "คุ้นเคย" กันดีพอสมควร
ที่เขาจำตำแหน่งของหมาแมวพวกนั้นไว้ได้ ก็เพราะอยากจะใช้ความฉลาดฟาร์มแต้ม "ต่อสู้กับสิ่งวิปริตด้วยสติปัญญา" จากระบบ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้มันจะกลายมาเป็นไพ่ตายของตัวเองซะงั้น
"ได้เวลากินเนื้อแล้ว!" เสิ่นเกอทำเสียงเรียกแมว ปลุกพวกแมวจรจัดที่กำลังหลับอยู่บนหลังคากันสาดให้ตื่นขึ้น จากนั้นก็ฉวยโอกาสตอนที่แมวจรจัดกำลังกินเศษไส้กรอก เดินเข้าไปในร้านขายปลา
เถ้าแก่ร้านขายปลากำลังยืนคุยเรื่องซุบซิบในตลาดสดกับเถ้าแก่ร้านขายเนื้อหมูที่แผงข้างๆ พอเห็นเสิ่นเกอเดินเข้ามา ก็หันกลับมาถามอย่างกระตือรือร้นว่า "สุดหล่อ ซื้อปลาไหมครับ"
"ขอเวลาผมสักเพลงนึง ให้ผมตัดสินใจก่อนว่าวันนี้จะกินปลาดีไหม" เสิ่นเกอตอบกลับไป สายตาก็มองเข้าไปข้างในร้าน
เถ้าแก่ร้านขายปลา: ...หมอนี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย
โรคลังเลงั้นเหรอ
แค่ซื้อปลายังต้องขอเวลาคิดตั้งหนึ่งเพลงเลยเหรอ
ตอนที่เถ้าแก่ร้านทำปลา เขาจะโยนเครื่องในที่ควักออกมาทิ้งไว้ในถังใบหนึ่งที่มุมร้าน ตอนนี้เจ้าหนูวิปริตกำลังเกาะขอบถังสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย
ดูเหมือนมันจะรู้ตัวว่าเสิ่นเกอเข้ามาใกล้ หนูวิปริตหันขวับกลับมา เผยให้เห็นฟันแหลมคม อ้าปากขู่ฟ่อใส่เสิ่นเกอ
ดวงตาของหนูวิปริตแดงก่ำจนถึงขั้นมีเลือดสีแดงซึมออกมา ขนสีเทาบนตัวเปรอะเปื้อนคราบเลือดจนจับตัวเป็นก้อน ดูสกปรกและน่าขยะแขยงเป็นอย่างมาก
"กินปลาช่อนดีไหมล่ะ วันนี้ปลาช่อนกำลังสวยเลย เดี๋ยวผมสไลด์เนื้อปลาช่อนเป็นชิ้นบางๆ ให้ ซื้อเครื่องแกงส้มกลับไปต้มแป๊บเดียวก็กินได้เลยนะ" เถ้าแก่ร้านขายปลาเดินเข้ามาหาเสิ่นเกออย่างกระตือรือร้น
พอเดินมาถึงหน้าร้านขายปลา ก็เห็นก้อนสีดำๆ ขนาดใหญ่เกาะอยู่ข้างถังขยะ เขาก็คว้าสวิงตักปลาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาทันที "เวรเอ๊ย! กล้าเข้ามาคุ้ยของกินถึงในร้านฉัน รนหาที่ตายนัก!"
พูดจบ เถ้าแก่ร้านขายปลาก็พุ่งเข้าไปอย่างเกรี้ยวกราด จงใจกระทืบเท้าเสียงดังตึงตัง หวังจะขู่ให้หนูตกใจหนีไป
ไม่รู้ว่าหนูวิปริตตกใจกลัวท่าทางเกรี้ยวกราดของเถ้าแก่ หรือไม่อยากจะไปต่อกรกับไอ้บื้อนี่ก็ไม่ทราบ มันหันหลังกลับแล้วมุดหนีออกไปทางด้านหลังตู้ปลาทันที
"เอ่อ คืองี้ ในตลาดสดหนูมันเยอะ แถมปลาที่ร้านผมก็เป็นปลาสดๆ เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จะดึงดูดหนูมาก็ไม่แปลกหรอก แต่ร้านผมสะอาดถูกหลักอนามัยนะน้องชาย!" เถ้าแก่ร้านขายปลาตั้งใจจะอธิบาย แต่กลับเห็นเสิ่นเกอคว้าอิฐมอญจากร้านข้างๆ ที่กำลังตกแต่งภายในอยู่ แล้ววิ่งไล่ตามหนูตัวนั้นไป
"โห! สุดหล่อคนนี้เกิดปีแมวหรือไงกัน ถึงได้เกลียดหนูขนาดนี้เนี่ย" เถ้าแก่ร้านขายปลาบ่นอุบ
ด้านหลังร้านขายปลาเป็นตรอกเล็กๆ เดิมทีก็มีแผงขายของอยู่บ้าง แต่เพราะทำเลไม่ค่อยดีก็เลยถูกทิ้งร้างไป
เมื่อทะลุตรอกเล็กๆ ออกไป ก็จะเป็นถนนด้านนอกตลาดสดที่มีผู้คนพลุกพล่าน พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแผง ก็จะมาตั้งแผงขายของกันบนถนนเส้นนี้
เสิ่นเกอคิดว่าหนูวิปริตจะวิ่งหนีออกไปข้างนอก แต่ใครจะไปรู้ว่าพอใกล้จะถึงปากตรอกมันกลับหยุดวิ่ง จู่ๆ ก็หันขวับกลับมาแยกเขี้ยวคำรามต่ำใส่เสิ่นเกอ
"เหอะ อย่าคิดว่าตัวใหญ่แล้วจะเก่งนะ ต่อให้ใหญ่แค่ไหนแกก็เป็นแค่หนู แต่ฉันน่ะมีลูกพี่แมวคอยคุ้มกะลาหัวอยู่นะเว้ย!" เสิ่นเกอพูดจบก็ล้วงไส้กรอกออกมาแกะสองแท่ง แล้วโยนขึ้นไปบนหลังคากันสาดข้างๆ
"ลูกพี่แมว!"
"ช่วยด้วย!"
และก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เสิ่นเกอโยนไส้กรอกขึ้นไปบนหลังคา แมวจรจัดที่กินเศษไส้กรอกอยู่บนหลังคาก็ถูกดึงดูดความสนใจมาทันที
อาจจะเป็นเพราะการข่มกันทางสายเลือด ถึงแม้หนูวิปริตตัวนี้จะตัวใหญ่กว่าแมวจรจัดทั้งสองตัวถึงหนึ่งรอบ แต่พอแมวจรจัดปรากฏตัว มันก็ยังคงถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
"เหมียว-"
แมวจรจัดทั้งสองตัวคาบไส้กรอกไว้ในปาก พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหนูยักษ์ ดวงตาก็เป็นประกายทันที พวกมันโก่งตัวขึ้นและเตรียมพร้อมโจมตี
อย่างไรก็ตาม เสิ่นเกอไม่ได้ตั้งใจจะร่วมมือกับแมวจรจัดเพื่อจัดการกับหนูวิปริตโดยตรง แต่เขาอยากจะฉวยโอกาสนี้ทดสอบความสามารถของคุณลักษณะ และทดสอบ "ข้อสันนิษฐาน" ของตัวเองเกี่ยวกับมิติวิปริตของคุณลักษณะด้วย
จังหวะที่แมวจรจัดทั้งสองตัวกำลังจะกระโจนเข้าใส่ เสิ่นเกอก็กะจังหวะอย่างแม่นยำ ในเสี้ยววินาทีที่หนูวิปริตกำลังระแวดระวังและหยุดนิ่ง เขาใช้คุณลักษณะ "หยุดนิ่ง" เงาใต้เท้าของเขาก็เหมือนกับมีชีวิตขึ้นมาทันที มันสั่นไหวและยืดยาวออกไปอย่างรวดเร็ว หลอมรวมเข้ากับเงาของหนูวิปริต และ "สะกด" มันเอาไว้ได้สำเร็จ
ส่วนแมวจรจัดสองตัวที่กำลังจะโจมตี ก็ดูเหมือนจะสูญเสียเป้าหมายไปในทันที พวกมันร้อง "เหมียว" ออกมาหนึ่งครั้ง เอียงคอมองไปที่ตำแหน่งของหนูวิปริต
ดูเหมือนว่าแมวจรจัดทั้งสองตัวจะมองไม่เห็นหนูวิปริตที่ถูก "หยุดนิ่ง" พันธนาการเอาไว้
"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!"
เมื่อใช้คุณลักษณะ "หยุดนิ่ง" เพื่อกักขังเป้าหมาย เป้าหมายก็จะถูกดึงเข้าไปในมิติวิปริต ทำให้เกิดสถานการณ์ "ล่องหน" ขึ้น
พอเสิ่นเกอยกเลิกคุณลักษณะ "หยุดนิ่ง" แมวจรจัดทั้งสองตัวก็กลับเข้าสู่โหมดเตรียมโจมตีอีกครั้ง พวกมันหมอบตัวลงแล้วค่อยๆ คลานเข้าไปหาหนูวิปริตช้าๆ
หนูวิปริตเห็นท่าไม่ดีก็เตรียมจะหันหลังวิ่งหนีทันที แต่มีหรือที่เสิ่นเกอจะยอมให้มันสมหวัง!
"รับอิฐไปกินซะ!"
อิฐมอญลอยละลิ่วส่งเสียง "ฟึ่บ" พุ่งไปกระแทกเข้ากับเส้นทางหลบหนีของหนูวิปริต ทำให้มันตกใจจนชะงักไป และในช่วงเวลาแค่หนึ่งหรือสองวินาทีนี้เอง แมวจรจัดทั้งสองตัวก็กระโจนลงมาจากหลังคากันสาด เข้าไปดักหน้าดักหลังหนูวิปริตเอาไว้
"เหมียวหง่าว!"
วินาทีต่อมา แมวสองตัวกับหนูหนึ่งตัวก็ตะลุมบอนกันอุตลุด
ถึงแม้จะมีการข่มกันทางสายเลือด แต่เห็นได้ชัดว่าพลังการต่อสู้ของหนูวิปริตนั้นเหนือกว่าแมวจรจัดอยู่บ้าง เสิ่นเกอจึงรีบเข้าไปช่วยทันที เขายกเท้าขึ้นทั้งเตะทั้งกระทืบ และทุกครั้งที่กระทืบก็เหยียบลงไปบนหัวหนูอย่างแม่นยำ
วิชาเท้านี้มีชื่อว่า "ท่าเท้าเหยียบนิ้วไร้เงาแห่งฝอซาน" เหยียบเข้าเป้าทุกดอก!
หนึ่งคนสองแมวรุมทึ้งหนึ่งหนู สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายสุดๆ
แต่ไม่นานเสิ่นเกอก็พบถึงความผิดปกติ บาดแผลบนตัวหนูวิปริตที่เกิดจากรอยกัดของแมวจรจัด กำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หัวของมันที่เกือบจะแบนแต๊ดแต๋จากการถูกเขาเหยียบ ก็กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพเดิม ดูเหมือนว่าหนูวิปริตกำลังกลายพันธุ์ เพราะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ตัวมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกรอบแล้ว!
จู่ๆ หนูวิปริตก็อ้าปากที่เคยกว้างเท่ากำปั้นออกจนกลายเป็นปากกว้างใหญ่ระดับที่สามารถกลืนแมวจรจัดลงไปได้ทั้งตัว ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาแมวจรจัดทั้งสองตัวตกใจแทบสิ้นสติ ร้อง "ฟิ้ว" วิ่งหนีขึ้นไปบนหลังคากันสาดทันที
"เฮ้ย นี่พวกแกทิ้งเพื่อนร่วมทีมเรอะ!" เสิ่นเกอยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหนูวิปริตหุบปากกว้างๆ แล้ววิ่งหนีออกไปทางปากตรอก
เสิ่นเกอหิ้วอิฐมอญวิ่งตามออกไปจากตรอก พลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออก "ทางออกถนนคนเดินตลาดสดถนนเฉิงหง มีหนูตัวใหญ่กว่าแมวโต ความสามารถคือฟื้นฟูบาดแผลอย่างรวดเร็ว ปากอ้าได้กว้างขนาดกลืนแมวได้ทั้งตัว! รีบมาด่วน!"
เติ้งอวี้ฉี: ...
พี่ชายคะ คุณไม่ต้องขยันทำยอดผลงานให้พวกเราขนาดนั้นก็ได้นะ
...
ตรงปากตรอก
คู่รักคู่หนึ่งกำลังเดินเล่นกันอย่างสวีทหวานแหววอยู่ที่ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน จู่ๆ ก็มีเงาดำพุ่งพรวดออกมาจากตรอกเล็กๆ ทำเอาทั้งสองคนตกใจจนกรีดร้องลั่น
แต่พอเห็นชัดๆ ว่าไอ้ตัวที่ใหญ่กว่าแมวนั่นดันเป็นหนู ทั้งคู่ก็ถึงกับอึ้งไปเลย โดยเฉพาะฝ่ายชายที่เป็นคนเหนือ ซึ่งหนูทางเหนือนั้นตัวยังไม่ใหญ่เท่ากำปั้นด้วยซ้ำ พอมาเห็นหนูไซส์บิ๊กเบิ้มขนาดนี้ ก็ถึงกับตกใจจนตาค้าง "นั่นมันตัวอะไรน่ะ อ้นเหรอ หรือลูกหมู"
แฟนสาวกรอกตาใส่อย่างรำคาญใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า "บ้านนอกจริงๆ นั่นมันไม่ใช่หมูย่ะ มันคือหนู หนูไงล่ะ!"
ชายหนุ่มอุทานเสียงหลง "คนใต้แบบพวกเธอเรียกไอ้นี่ว่าหนูเหรอ โห ถ้าหนูพวกเธอจะใหญ่ขนาดนี้ ทอมมาเห็นยังต้องเรียกพ่อเลยมั้ง!"
ชายหนุ่มรู้สึกว่าหนูที่บ้านเกิดตัวเองดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาทันที
[จบแล้ว]