เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 140 ตัวตนที่แท้จริงของศพโบราณ!

(ฟรี) บทที่ 140 ตัวตนที่แท้จริงของศพโบราณ!

(ฟรี) บทที่ 140 ตัวตนที่แท้จริงของศพโบราณ!


เอวของศพโบราณถูกตัดออกเป็นสองส่วน

มันใช้มือพยุงและพยายามลุกขึ้น

ร่างกายท่อนบนของมันยืนอยู่บนพื้นทำให้ดูเหมือนคนแคระ

หลี่หราน ขมวดคิ้วเล็กน้อย

อวัยวะที่เน่าเสียของศพโบราณถูกนำออกไปแล้ว

มันดูน่าขยะแขยงมาก แต่ไม่มีร่องรอยของความชั่วร้ายและความโสมมเลย

ตรงกันข้าม ดวงตาที่ใสสะอาดของมันเผยให้เห็นกลิ่นอายของพุทธะจางๆ

“ข้าขอโทษที่ทำร้ายเจ้า ภิกษุผู้อาภัพนี้ไม่ควรทำตัวเช่นนี้...” เสียงของศพโบราณแหบแห้งและไม่น่าฟัง

หลี่หรานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากลิ่นอายแห่งความตายที่ค้ำจุนมันกำลังไหลออกอย่างรวดเร็ว มันไม่สามารถอยู่ได้แม้เพียงชั่วก้านธูป

ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนที่จะโจมตี

หลินหลางเยว่ถามด้วยความสงสัย “เช่นนั้นเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว?”

คนตรงหน้าภายนอกดูเหมือนศพแห้งๆ แต่กลับพูดคุยกับพวกเขาด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่ง

ฉากนี้แปลกประหลาดสุดจะพรรณนา

ศพโบราณส่ายหัว “ภิกษุผู้อาภัพนี้ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ข้าอาศัยเพียงวิชาหุ่นเชิดศพและพลังพุทธะจำนวนหนึ่งเพื่อดำรงอยู่ หลังจากเวลาหนึ่งภ้วยชา ข้าจะกลับไปเป็นผงธุลี”

[TL: หนึ่งถ้วยชา 盏茶 คือหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีน เท่ากับเวลา 15 นาที]

หลังจากพูดเช่นนั้น เขาก็มองหลี่หรานอย่างขอบคุณ “ข้าไม่คิดว่าจะเจอท่านผู้บรรลุก่อนสิ้นสลาย! ถ้าไม่ใช่เพราะนายท่านใช้พลังพุทธะบริสุทธิ์ปลุกภิกษุผู้อาภัพคนนี้ ข้าคงหมดสติไปแล้ว”

หลี่หรานส่ายหัว

อีกฝ่ายปฏิบัติต่อเขาเหมือนเทพเจ้า

“ไม่เป็นไร ข้าต้องการฆ่าเจ้าอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้นที่จะปลุกเจ้าให้ตื่นขึ้น”

“……” ศพโบราณหยุดชั่วขณะก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น “นายท่านพูดถูก ภิกษุผู้อาภัพนี้ควรจะตายไปนานแล้ว”

หลี่หรานนึกถึงบางอย่างและถามว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นชาวพุทธ เหตุใดเจ้าจึงรู้วิชาหุ่นเชิดศพ?”

ศพโบราณถอนหายใจและพูดอย่างเสียใจว่า “ในตอนนั้น ภิกษุผู้อาภัพนี้รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย เดิมทีข้าต้องการที่จะจากไปอย่างสงบ แต่ข้ากลับพบตำราโบราณในถ้ำนี้ มันบันทึกเกี่ยวกับเทคนิคหุ่นเชิดศพไว้”

“ปรับแต่งศพให้เป็นหุ่นเชิด ยึดพลังชีวิตของสวรรค์และปฐพี และค้ำจุนชีวิตของตนอย่างแข็งขัน! เดิมทีภิกษุผู้อาภัพนี้ดูหมิ่นเทคนิคการบ่มเพาะปีศาจเต๋าเช่นนี้ แต่เมื่อความตายใกล้เข้ามาทุกวัน ภิกษุผู้อาภัพนี้... ก็ถูกล่อลวง”

หลี่หรานขมวดคิ้ว “เจ้าขัดเกลาตัวเองเพื่อความอยู่รอด?”

ศพโบราณพยักหน้า “ภิกษุผู้อาภัพนี้ขัดเกลาตัวเองเป็นหุ่นเชิดเพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้นมันจึงเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดที่ไม่ใช่มนุษย์หรือภูติผีมากกว่า”

หลี่หรานเข้าใจทันที

ไม่น่าแปลกใจที่ศพโบราณนี้ไม่สลายไปเป็นฝุ่นในช่วงพันปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ร่างกายของเขายังแข็งเหมือนโลหะ การเคลื่อนไหวของเขาก็รวดเร็วและรุนแรง เขาได้ขัดเกลาร่างกายจนเป็นธรรมสมบัติไปแล้ว

“มีทั้งคนที่ตายในฤดูใบไม้ร่วง คนที่ตายในฤดูร้อน คนที่ตายในฤดูใบไม้ผลิ คนที่ตายในสิบปีที่ผ่านมา และคนที่ตายในหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา แม้ว่าบางคนจะตายช้ากว่ากัน แต่พวกมันต่างกันตรงไหน?”

“ความตายเป็นเพียงการหวนคืนรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ภิกษุผู้อาภัพนี้หมกมุ่นอยู่กับหลักการที่แม้แต่เด็กก็เข้าใจ”

เสียงของศพโบราณนั้นอ้างว้าง เสียงของมันเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ

“รอสักครู่ อย่าพึ่งรีบร้อนที่จะจากไป” หลี่หรานอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะ “บอกข้าก่อนว่าอวี้เย่อยู่ที่ไหน?”

“อวี้เย่?” ศพโบราณตกตะลึงก่อนที่จะพูดว่า “นายท่านหมายถึงปรมาจารย์ศิษย์นิกายเต๋าหยิน?”

“ถูกต้อง เจ้ารู้จักเขา?” หลี่หรานถาม

ศพโบราณพยักหน้า “แม้ว่าการบ่มเพาะของภิกษุผู้อาภัพนี้จะสลายไปและถูกลดขนาดลงเป็นหุ่นเชิด แต่ข้าไม่ใช่คนที่สามารถขัดเกลาได้ด้วยเทวะแปรผันเพียงคนเดียว”

“เขาประเมินตัวเองสูงเกินไปและต้องการครอบครองข้า วิญญาณของเขาถูกภิกษุผู้อาภัพนี้บดขยี้ทันทีและหายไปจากโลกนี้แล้ว”

หลี่หรานและหลินหลางเยว่มองหน้ากันและถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ไม่น่าแปลกใจเลยที่กลิ่นอายของอวี้เย่หายไป ปรากฎว่าแม้แต่วิญญาณของเขาก็สูญสลายไปแล้ว

“เดี๋ยวก่อนนะ”

“แค่เทวะแปรผัน? แล้วเจ้าอยู่ในขอบเขตใดตอนที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่?”

ศพโบราณกล่าวว่า “ภิกษุผู้อาภัพนี้เป็นผู้นำวิหารนามว่าหมิงหยวน การบ่มเพาะของภิกษุผู้อาภัพนี้อยู่ที่จุดสูงสุดของขอบเขตเหนือวิบัติ”

“ขอบเขตเหนือวิบัติ?!”

ทั้งสองคนอ้าปากกว้างและห้องลับก็เงียบลงทันที

หลินหลางเยว่หลุดจากความมึนงงของนางและพูดว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ เจ้าตัดภิกษุขอบเขตเหนือวิบัติออกเป็นสองส่วน?”

หลี่หรานกลืนน้ำลาย “อุบัติเหตุ มันอุบัติเหตุ...”

คิดไม่ถึงว่าภิกษุชรารูปนี้จะมีฐานการบ่มเพาะสูงเช่นนี้!

หากไม่ใช่เพราะพุทธะของอีกฝ่ายกระจัดกระจายและอ่อนแอลงในช่วงพันปี ทั้งสองคนคงตกอยู่ในอันตราย

“ไม่น่าแปลกใจที่มันทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ และมันยังทำให้เกิดคลื่นสัตว์อสูรในเทือกเขาสือว่าน ปรากฎว่าอวี้เย่กำลังจะปรับแต่งซากศพโบราณระดับเหนือวิบัติ!”

แรงกดดันขอบเขตเหนือวิบัติของหมิงหยวนและกลิ่นอายแห่งความตายที่เขาสั่งสมมานานกว่าพันปี ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ระหว่างสวรรค์และปฐพีเท่านั้น แต่ยังทำให้สัตว์อสูรหวาดกลัวและวิ่งหนีไปหลายร้อยไมล์อีกด้วย

“ขัดเกลาขอบเขตเหนือวิบัติ...  อวี้เย่คนนี้บ้าไปแล้วจริงๆ” หลินหลางเยว่พึมพำ

หลี่หรานยักไหล่ “พระเยซูต้องการให้คนตาย ใครก็ไม่อาจหลีกหนี อวี้เย่คนนี้ได้รับความเดือดร้อนจากความชั่วร้ายของเขาเอง...”

“อืม... เดี๋ยวนะ ใครคือเยซู?”

แค่ก แค่ก  มันคือชื่อเล่นของจักรพรรดิอมตะโบราณ”

“โอ้”

ในขณะนี้หมิงหยวนกล่าวอย่างขอโทษว่า “ภิกษุผู้อาภัพนี้ทำผิดพลาดมาไม่น้อยในชีวิต แต่ถ้าภิกษุผู้อาภัพนี้ต้องขอโทษใครซักคนจริงๆ ก็คงจะเป็นเจ้าทั้งสองคน”

“นั่นไม่สำคัญหรอก มันเป็นแค่การต่อสู้” หลี่หรานกล่าวอย่างเฉยเมย “ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเจ้าเองที่เสียชีวิต เราไม่ได้รับบาดเจ็บ”

หมิงหยวนส่ายหัว “ภิกษุผู้อาภัพนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้...”

“อา?” หลี่หรานตกตะลึง “แล้วเจอพูดถึงเรื่องอะไร?”

หมิงหยวนพูดอย่างละอายใจ “ในตอนนั้น ภิกษุผู้อาภัพนี้กังวลว่าตัวข้าจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้จักเพียงการฆ่าฟันเท่านั้นและทำให้โลกภายนอกต้องทนทุกข์ทรมาน ดังนั้นข้าจึงตั้งข้อจำกัดในถ้ำแห่งนี้”

“ข้อจำกัด?” ลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในใจของหลี่หราน

หมิงหยวนกล่าวว่า “ตราบใดที่ภิกษุผู้อาภัพนี้ตื่นขึ้นโดยบังเอิญ กลิ่นอายแห่งความตายจะเปิดใช้งานข้อจำกัด และหากภิกษุผู้อาภัพนี้ไม่สามารถปลดข้อจำกัดได้ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป นั่นก็หมายความว่าภิกษุผู้อาภัพนี้ได้เสียสติไปแล้ว และถ้ำนี้ก็จะถูกปิดตายโดยอัตโนมัติ”

หลี่หรานจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า “เจ้าหมายความว่า...”

หมิงหยวนเกาหัวของเขาและพูดอย่างเชื่องช้า “ตอนที่เรากำลังต่อสู้ ประตูถ้ำก็ถูกปิดไปแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าสองคนจะจากไปไม่ได้...”

“……”

หลี่หรานและหลินหลางเยว่สบตากันก่อนที่จะหันหลังกลับและวิ่งขึ้นบันไดวน

พวกเขาวิ่งไปที่ทางเข้าและพบว่าประตูถูกปิดแน่น

“เปิดออกสิโว้ย!”

ร่างกายทั้งหมดของหลี่หรานถูกปกคลุมไปด้วยพลังจากสายเลือด เขาใช้แรงทั้งหมดทุบไปที่ประตู ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นกระเพื่อมและสะท้อนกลับทันที

พลังมหาศาลทำให้ร่างกายของเขาปั่นป่วน

นี่เป็นข้อจำกัดที่สร้างโดยขอบเขตเหนือวิบัติ  มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายมันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว

หลินหลางเยว่พยายามใช้งานทักษะเต๋า แต่เส้นลมปราณของนางยังคงว่างเปล่า และนางไม่สามารถรวบรวมพลังปราณใดๆได้

“มันคงจะไม่ได้ผล สถานที่นี้ปนเปื้อนด้วยความโสมมและมีการใช้เทคนิคต้องห้าม พลังปราณไม่สามารถเรียกใช้ได้เลย...” ใบหน้าของนางค่อนข้างซีด

หลี่หรานกัดฟันของเขา “ไอ้ภิกษุหัวโล้น เจ้ายังหลอกลวงข้าแม้แต่ก่อนที่จะตาย!”

เขากำหมัดแน่นและเดินลงไปด้วยความโกรธ

หลินหลางเยว่ถามว่า “เจ้าจะไปไหน”

หลี่หรานพูดอย่างเกลียดชัง “ไปทุบตีมันก่อนที่มันจะตาย!”

“……”

/////

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 140 ตัวตนที่แท้จริงของศพโบราณ!

คัดลอกลิงก์แล้ว