- หน้าแรก
- โดนเชิญไปรายการเดตทั้งที ขอแบนแฟนเก่าก่อนเลยละกัน
- บทที่ 19 ตามฉันมา รับรองว่าได้กินหรูอยู่สบาย
บทที่ 19 ตามฉันมา รับรองว่าได้กินหรูอยู่สบาย
บทที่ 19 ตามฉันมา รับรองว่าได้กินหรูอยู่สบาย
บทที่ 19 ตามฉันมา รับรองว่าได้กินหรูอยู่สบาย
ทักษะการร้องเพลงของจูเสี่ยวซีนั้นถือว่าดีมาก ครั้งนี้เธอแทบจะร้องออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
ทว่าลู่หางผู้รักความสมบูรณ์แบบ ก็ยังคงคอยแก้ปัญหาเรื่องการออกเสียงให้จูเสี่ยวซีอยู่สองสามจุด และสาธิตให้เธอดูด้วยตัวเอง
จูเสี่ยวซีก็ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองอย่างถ่อมตัวและนำไปแก้ไข
หลังจากได้เห็นความเป็นมืออาชีพของลู่หาง จูเสี่ยวซีก็รู้สึกชื่นชมเขาขึ้นมาเล็กน้อย
ทั้งสองคนบันทึกเสียงเพลง 'จำต้องรัก' ใหม่อีกสองรอบจนเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด!
หลังจากคัดลอกเพลงที่บันทึกเสียงทั้งหมดลงในแฟลชไดรฟ์แล้ว ทุกคนก็เดินออกจากสตูดิโออัดเสียง
เมื่อดูเวลา ก็พบว่าถึงเวลาอาหารแล้ว จูเสี่ยวซีจึงเสนอขึ้นว่า "พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม?"
ลู่หางพยักหน้าและหันไปมองหลิวฮ่าว ผู้กำกับประจำตัว "ผู้กำกับหลิว มื้อเที่ยงนี้พวกเราจะกินอะไรกันครับ?"
หลิวฮ่าวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อพวกคุณสองคนไม่ได้อยู่บนเกาะ มื้อเที่ยงก็ต้องจัดการกันเอาเองแล้วล่ะ"
บัดซบ ว่าแล้วเชียว
ลู่หางถลึงตาใส่หลิวฮ่าวอย่างขุ่นเคือง รายการเฮงซวยนี่มันไม่มีขอบเขตความหน้าด้านเลยจริงๆ!
เมื่อได้ยินดังนั้น นัยน์ตาสวยของจูเสี่ยวซีก็เบิกกว้างขึ้นทันที เธอรีบหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา
"จบกัน จบสิ้นกันคราวนี้ ก่อนหน้านี้ฉันซื้อขนมมาเยอะเกินไป พวกเราเหลือเงินแค่ยี่สิบหยวนเอง"
จูเสี่ยวซีดึงแบงก์ยี่สิบหยวนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ด้วยใบหน้าขมขื่น "ลู่หาง พวกเรากินแค่บะหมี่สักชาม หรือไม่ก็ขนมนิดๆ หน่อยๆ ดีไหม?"
ลู่หางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อมองดูเงินยี่สิบหยวนในมือของจูเสี่ยวซี
เขาคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าทีมงานจะไม่มีอาหารเตรียมไว้ให้ ดังนั้นตอนที่อยู่ซูเปอร์มาร์เก็ต เขาถึงได้คอยยุยงให้จูเสี่ยวซีซื้อนู่นซื้อนี่จนผลาญเงินไปแทบจะหมดเกลี้ยง
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อให้ตัวเขาและจูเสี่ยวซีไม่มีเงินกินข้าวเที่ยง ซึ่งจะทำให้ลู่หางมีข้ออ้างในการจัดการกับทีมงาน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่หางก็รีบพูดขึ้นทันที "กินขนมมันจะไปอิ่มอะไร รีบเก็บเงินไปเถอะ นี่ยี่สิบหยวนสุดท้ายของเราแล้วนะ จะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้"
"อ้อๆ" เมื่อได้ยินแบบนั้น จูเสี่ยวซีก็รีบเก็บเงินยี่สิบหยวนนั้นไว้ราวกับเป็นของล้ำค่า
"แล้วมื้อเที่ยงของพวกล่ะ?" จูเสี่ยวซีมองลู่หางด้วยสายตาน่าสงสาร หลังจากร้องเพลงมาตั้งนาน ตอนนี้เธอเริ่มจะหิวขึ้นมานิดๆ แล้ว
【แย่แล้ว ไอ้หมาลู่จะปล่อยให้เสี่ยวซีอดข้าวเหรอเนี่ย?】
【ทีมงานใจดำเกินไปแล้ว ข้าวปลาก็ไม่ยอมเตรียมไว้ให้】
【บ้านฉันอยู่แถวนั้น มาแวะกินข้าวที่บ้านฉันไหมล่ะ?】
【มีพี่น้องคนไหนอยู่แถวนั้นบ้าง? รีบเอาของกินไปส่งให้เทพธิดาหน่อยสิ!】
เมื่อเห็นว่าจูเสี่ยวซีกำลังจะอดโซ ผู้ชมในไลฟ์สดก็พากันรู้สึกสงสารเธอจับใจ
ผิดคาด ลู่หางกลับหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า "ไม่ต้องห่วง ตามฉันมา รับรองว่าเธอจะได้กินหรูอยู่สบายแน่ เอาโทรศัพท์เธอมาสิ"
แม้จูเสี่ยวซีจะไม่รู้ว่าลู่หางกำลังจะทำอะไร แต่เธอก็ยังคงหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งให้เขา
ลู่หางมองโทรศัพท์ใส่เคสแมวสีชมพูที่จูเสี่ยวซียื่นให้แล้วส่ายหน้า "ไม่ใช่เครื่องนี้ เครื่องที่ทีมงานให้พวกเรามาต่างหาก"
"อ้อๆ" จูเสี่ยวซีเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอรีบหยิบโทรศัพท์ที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ซึ่งทำได้แค่โทรออกและรับสายออกมา
ลู่หางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่ามกลางสายตางุนงงของจูเสี่ยวซีและทีมงาน เขาก็สาวเท้าเดินเข้าไปในร้านรับซื้อโทรศัพท์มือถือมือสอง
ลู่หางวางโทรศัพท์ที่ทีมงานให้เขากับจูเสี่ยวซีลงบนเคาน์เตอร์ "เถ้าแก่ครับ โทรศัพท์สองเครื่องนี้ขายได้เท่าไหร่ครับ?"
จูเสี่ยวซีตกตะลึง หลิวฮ่าวเบิกตาโพลง ส่วนผู้ชมในไลฟ์สดก็แทบจะคลั่ง
【เชี่ยเอ๊ย ต้องเป็นท่านพ่อลู่ของฉันอยู่แล้ว! คิดแผนสุดยอดแบบนี้ออกมาได้ยังไงเนี่ย?】
【ฮ่าๆๆ ทีมงานถึงกับสมองช็อตไปเลยมั้งเนี่ย?】
【เมื่อก่อนตอนดูรายการวาไรตี้แล้วเห็นแขกรับเชิญต้องมานั่งเครียดเรื่องเงิน ฉันล่ะลุ้นตามจนปวดหัว ในที่สุดก็เจอคนฉลาดๆ สักที!】
เถ้าแก่มองดูโทรศัพท์ที่ลู่หางส่งให้ "โอ้ รุ่นใหม่เลยนี่ แถมสภาพยังเหมือนใหม่อีกต่างหาก? เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้เครื่องละสามพัน สองเครื่องก็หกพัน"
ลู่หางตบโต๊ะฉาดทันที "ตกลงครับ! จ่ายเงินมาเลย!"
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวฮ่าวก็กำลังจะก้าวเข้าไปห้าม แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นของเหล่าอู๋ดังมาจากหูฟัง "ไม่ต้องห้าม ปล่อยให้เขาขายไป เดี๋ยวพวกนายค่อยไปตามซื้อคืนทีหลังก็แล้วกัน"
เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้กำกับใหญ่ หลิวฮ่าวก็ถอนหายใจอย่างจนใจ เขามองลู่หางราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด
เขาถ่ายทำรายการมาก็เยอะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นแขกรับเชิญที่แหกสคริปต์ขนาดนี้
เถ้าแก่เองก็เป็นคนตรงไปตรงมา เขาหยิบเงินสดออกมาจากตู้ทันที "น้องชาย โทรศัพท์พวกนี้คงไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่มาที่ไปใช่ไหม?"
ลู่หางชี้ไปที่ตากล้องด้านหลัง "เถ้าแก่ดูพวกเราสิครับ จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะ?"
พูดจบ เขาก็รับเงินมายัดใส่มือจูเสี่ยวซี กล่าวขอบคุณเถ้าแก่ แล้วเดินอาดๆ ออกจากร้านขายโทรศัพท์ไป
จูเสี่ยวซีเดินตามหลังลู่หางพลางนับเงินในมือ ท่าทางราวกับคนหน้าเงิน รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงไม่ได้เลย
"ฮ่าๆ เรามีเงินแล้ว! ลู่หาง นายนี่มันอัจฉริยะชัดๆ!"
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่ารายการวาไรตี้จะเล่นกันแบบนี้ได้ด้วย!
ถ้าอย่างนั้นความยากลำบากที่เธอเคยเผชิญในรายการวาไรตี้ก่อนหน้านี้มันคืออะไรกันล่ะ?
【ค่าอารมณ์เชิงบวกของจูเสี่ยวซี +2999, ค่าอารมณ์เชิงลบ +122】
ลู่หางยิ้มบางๆ หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาหาร้านอาหารที่ค่อนข้างหรูหราในละแวกนั้น แล้วพาจูเสี่ยวซีเดินตรงไป
เมื่อจูเสี่ยวซีเห็นหน้าร้าน เธอก็มีท่าทีลังเล "ลู่หาง ร้านนี้น่าจะแพงมากเลยนะ พวกเราประหยัดกันหน่อยดีไหม?"
ตอนนี้จูเสี่ยวซีตระหนักถึงความสำคัญของเงินแล้ว อุตส่าห์ได้เงินมาตั้งหกพันหยวนทั้งที เธอจึงอยากจะเก็บไว้ใช้จ่ายอย่างประหยัดให้ได้นานๆ
ทว่าลู่หางกลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า "เธอไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม? ตามนิสัยของทีมผู้กำกับแล้ว พอพวกเรากลับไป เงินหกพันหยวนนี่ต้องถูกยึดคืนแน่นอน"
"เพราะงั้นมื้อนี้พวกเราจะผลาญเงินหกพันหยวนให้เรียบ กินไม่หมดก็ห่อกลับไป ยังไงก็ยอมให้ทีมผู้กำกับได้ผลประโยชน์ไปไม่ได้เด็ดขาด"
นัยน์ตาสวยของจูเสี่ยวซีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ที่แท้มันก็มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
สมองของลู่หางทำด้วยอะไรกันนะ? ทำไมเขาถึงได้ฉลาดหลักแหลมขนาดนี้?
【ค่าอารมณ์เชิงบวกของจูเสี่ยวซี +666】
ผู้ชมในไลฟ์สดเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ลู่หางคิดการไกลไปถึงขั้นนี้เลยเหรอ?
【พระเจ้า ด้วยมันสมองของลู่หาง ในอนาคตเสี่ยวซีจะไม่ถูกเขาปั่นหัวเล่นจนตายเลยเหรอ?】
【คนแบบลู่หาง ถ้าหลุดเข้าไปในซีรีส์ ต้องอยู่รอดไปจนถึงตอนจบแน่ๆ】
【ขนาดฉลาดเบอร์นี้ ลู่หางก็ยังเคยโดนเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนปั่นหัวมาแล้ว นี่แสดงให้เห็นเลยว่าเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนร้ายกาจขนาดไหน】
"ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย"
ลู่หางดึงแขนจูเสี่ยวซีเข้าไปในร้านอาหาร และไม่นานนักทั้งสองคนก็สั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะ
จูเสี่ยวซีเป็นพวกสายกินตัวยงอยู่แล้ว หลังจากต้องทนกินแต่อาหารทะเลมาทั้งวันเมื่อวาน วันนี้พอได้เปลี่ยนรสชาติบ้าง เธอจึงมีความสุขมากและเริ่มสวาปามอาหารอย่างเอร็ดอร่อยทันที
แน่นอนว่าลู่หางก็ไม่สนภาพลักษณ์เช่นกัน ถึงขั้นไปแย่งอาหารจากจูเสี่ยวซีเลยทีเดียว
แม้ว่าอาหารจะเต็มโต๊ะจนต่อให้ยัดทะนานกินจนตายก็คงกินไม่หมด แต่ทั้งสองคนก็ยังคงแข่งขันกัน ใครกินอะไร อีกคนก็ต้องคอยแย่ง
ในที่สุด เมื่อลู่หางแย่งเนื้อแกะสับชิ้นสุดท้ายไปได้ มุมปากของจูเสี่ยวซีก็คว่ำลงทันที
ทว่าลู่หางกลับทำราวกับจะอวดเบ่ง เขายัดเนื้อแกะชิ้นนั้นเข้าปากแล้วสวาปามจนหมดเกลี้ยงในไม่กี่คำ
【ค่าอารมณ์เชิงลบของจูเสี่ยวซี +233】
จูเสี่ยวซีบุ้ยปากด้วยความขัดใจ จากนั้นก็หันไปมองเนื้อวัวสไลซ์ในหม้อไฟทองแดงตรงหน้า รอยยิ้มซุกซนก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
ขณะที่ลู่หางกำลังสวาปามอย่างเมามัน จู่ๆ ตะเกียบชูหนึ่งก็คีบเนื้อวัวสไลซ์มาวางแหมะลงในชามของเขา
ลู่หางเงยหน้าขึ้น ก็เห็นจูเสี่ยวซีกำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ "วันนี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว กินเนื้อสักชิ้นสิคะ!"
ลู่หางมองจูเสี่ยวซีด้วยความหวาดระแวง ยัยเด็กนี่จะใจดีคีบอาหารให้เขาเนี่ยนะ?
เขาใช้ตะเกียบค่อยๆ พลิกชิ้นเนื้อดูอย่างระมัดระวัง แล้วดวงตาของลู่หางก็เบิกกว้างยิ่งกว่าตาป๊อปอาย เพราะข้างในเนื้อวัวสไลซ์ชิ้นนั้น ดันมีเม็ดหม่าล่าซ่อนอยู่เป็นสิบๆ เม็ด!