- หน้าแรก
- โดนเชิญไปรายการเดตทั้งที ขอแบนแฟนเก่าก่อนเลยละกัน
- บทที่ 12: คนอื่นสิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ลู่หางเช้าชามเย็นชามล้างแค้นทันที
บทที่ 12: คนอื่นสิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ลู่หางเช้าชามเย็นชามล้างแค้นทันที
บทที่ 12: คนอื่นสิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ลู่หางเช้าชามเย็นชามล้างแค้นทันที
บทที่ 12: คนอื่นสิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ลู่หางเช้าชามเย็นชามล้างแค้นทันที
สมแล้วที่เป็นไอ้หมาลู่ ยังเป็นไอ้หมาลู่คนเดิมไม่เปลี่ยน!
ผู้ชมในไลฟ์สดถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโมโห คอมเมนต์หลั่งไหลจนเต็มหน้าจอในพริบตา
"ไอ้หมาลู่ ฉันขอเตือนแก อย่ามาทำตัวเนรคุณนะ!"
"ฮือๆๆ ขอร้องล่ะ ขอฟังอีกรอบเถอะ!"
"ก็แค่เพลงๆ เดียว จะตื่นเต้นอะไรนักหนา ไอ้มั่นหน้า มิน่าล่ะเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนถึงไม่ชอบแก!"
"เตะพวกแฟนคลับเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนออกไปที!"
เมื่อเห็นท่าทางทะเล้นของลู่หาง จูเสี่ยวซีก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก "ขอบคุณนะคะ ฉันชอบเพลงนี้มากเลย คุณยังมีเพลงอื่นอีกไหมคะ? ฉันอยากฟังอีกจัง"
ลู่หางหัวเราะเบาๆ ในฐานะผู้ขนส่งเพลงฮิตระดับทองคำ เขาไม่มีความหนักใจอะไรเลยสักนิด "มีแน่นอนครับ แต่ระดับปรมาจารย์น่ะไม่ลงมือพร่ำเพรื่อหรอกนะ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกัน ต้วนเผิงก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตะโกนลั่น "พี่ลู่ พี่สุดยอดไปเลย! เพลงนี้เพราะมาก!"
เหลยเจิ้นหัวก็เดินเข้ามายกนิ้วโป้งให้เช่นกัน "เสี่ยวลู่ ตอนนายร้องเพลงนี่ดูเท่ชะมัดเลย!"
"เพลงแต่งได้ดีมาก ถ้ามีโอกาส แต่งให้ฉันสักเพลงบ้างสิ!"
เย่ฮุ่ยหลิงพูดเสริมพร้อมรอยยิ้ม "ฉันด้วยนะ"
ลู่หางยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "พี่หัว พี่ฮุ่ยหลิง ไว้มีโอกาสเรามาคอลแลปส์กันนะครับ ผมเองก็พอจะแต่งเพลงภาษากวางตุ้งได้นิดหน่อยเหมือนกัน"
"ได้สิๆ"
ทั้งสองคนยิ้มและพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก
ก็แน่ล่ะ ลู่หางไม่ได้มาจากมณฑลกวางตุ้งหรือฮ่องกงซะหน่อย ถึงเขาจะแต่งเพลงเป็น แต่การแต่งเพลงภาษากวางตุ้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทั้งสองคนเลยคิดว่าลู่หางแค่พูดตามมารยาทเท่านั้น
"เสี่ยวลู่ เสี่ยวซี พวกนายยังต้องจับฉลากอีกใบนะ" เหล่าอู๋เอ่ยเตือน
ลู่หางและจูเสี่ยวซีพยักหน้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกล่องจับฉลากพร้อมกัน
เนื่องจากมองไม่เห็น ทั้งสองคนจึงเอื้อมไปหยิบใบจับฉลากที่ก้นกล่องพร้อมกัน ทำให้มือของพวกเขาเผลอจับกันเข้าอย่างจัง
เมื่อสัมผัสได้ถึงมือนุ่มนิ่มที่กุมมือเขาไว้ ร่างกายของลู่หางก็สะดุ้งเฮือกทันที
ทางด้านจูเสี่ยวซีเอง พอสัมผัสได้ถึงมือใหญ่ที่อบอุ่นกอบกุมมือของเธอไว้มิด ใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
【ค่าอารมณ์เชิงบวกของจูเสี่ยวซี +3666】
แม้ด้านบนของกล่องจับฉลากจะถูกปิดไว้ แต่ด้านหน้ากลับโปร่งใสและหันหน้าเข้าหากล้องโดยตรง
แม้ว่ามือของพวกเขาจะผละออกจากกันทันทีที่สัมผัส แต่กล้องก็จับภาพไว้ได้ทัน
【อ๊ายยยย พวกเขาจับมือกัน จับมือกันแล้ว!】
【ไอ้หมาลู่ แกกำลังทำอะไรน่ะ!】
แฟนๆ หน้าจอแทบจะคลั่งเป็นบ้า อยากจะพุ่งทะลุจอเข้าไปกัดลู่หางให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าลู่หางกลับถลึงตาใส่จูเสี่ยวซี แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "นี่ๆ ทำอะไรน่ะ? อย่ามาฉวยโอกาสอ๊ะอ๊ะกันนะ!"
จูเสี่ยวซี: "???"
จูเสี่ยวซีโมโหจนฟาดหลังลู่หางไปหนึ่งที
【ค่าอารมณ์เชิงลบของจูเสี่ยวซี +888】
ไอ้จิ้งจกเฒ่าเอ๊ย อุตส่าห์เริ่มรู้สึกดีด้วยนิดหน่อยแล้วเชียว กลับมาทำตัวน่าถีบเหมือนเดิมอีกแล้ว!
【ตกลงใครฉวยโอกาสใครกันแน่ฮะ?!】
【ไอ้คนฉวยโอกาสแล้วยังมาทำหน้าซื่ออีก!】
【แสงสว่างแห่งธรรมอยู่ไหน ตามฉันมาจัดการไอ้หมาลู่เดี๋ยวนี้!】
【ไอ้คนที่ใส่กางเกงขาสั้นลายดอกนั่นแหละไอ้หมาลู่ ฆ่ามัน!】
จูเสี่ยวซีทำปากยื่นปากยาวพลางดึงกระดาษจับฉลากออกมา แล้วก็พบว่าคำสั่งคือ "แต่งหน้าให้อีกฝ่าย"!
โอ้โฮ!
ถึงคราวที่ชาวนาอย่างเราจะได้ลืมตาอ้าปากแล้ว!
จูเสี่ยวซีมองลู่หางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไอ้อันธพาลน้อย ทำฉันโมโหใช่ไหมล่ะ?
ทีนี้แกเสร็จฉันแน่!
ลู่หางถึงกับอึ้ง เขามองแผ่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ในมือ แล้วก็พบว่ามันเขียนไว้เหมือนกันว่า "แต่งหน้าให้อีกฝ่าย"!
รอยยิ้มของจูเสี่ยวซีหุบลงทันที เดี๋ยวสิ ผู้กำกับ นี่มันใช่เหรอ?
เหล่าอู๋เผยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ และสั่งให้ทีมงานยกกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามาทันที
จูเสี่ยวซีกดตัวลู่หางให้นั่งลงบนเก้าอี้อย่างตื่นเต้น หยิบลิปสติกขึ้นมาทารอบริมฝีปากของเขา แล้วก็ระบายผิวหนังรอบๆ ริมฝีปากให้แดงเถือกไปหมด
"พรืด ฮ่าๆๆๆ! คิกๆๆๆ..."
เมื่อเห็น 'ปากไส้กรอก' กับสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของลู่หาง จูเสี่ยวซีก็หลุดหัวเราะเสียงดังลั่นเป็นห่านทันที
ลู่หางยอมแพ้เสียที่ไหน เขาหยิบปากกาสีดำที่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไรขึ้นมา วงกลมรอบปากของจูเสี่ยวซีให้เหมือนหนวดก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นเขาก็ระบายเบ้าตาทั้งสองข้างของจูเสี่ยวซีให้ดำปี๋ แถมยังวาดคิ้วสองข้างให้หนาเตอะเบ้อเริ่มเทิ่ม
ยังไม่พอ เขายังวาดไฝดำเม็ดเท่าถั่วลันเตาไว้เหนือมุมปากของจูเสี่ยวซีอีกด้วย
"ฮ่าๆๆๆ!"
มองดูจูเสี่ยวซีที่สภาพเหมือนโจรขโมยของ ลู่หางก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
【อ๊ายยย ลู่หางทำเสี่ยวซีออกมาน่าเกลียดขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย?】
【เสี่ยวซีดูเหมือนโจรภูเขาเลย】
【ถ้าโพกผ้าขาวที่หัวนี่ใช่ชาวนาในเกมเศรษฐีเลยนะเนี่ย?】
【ฮ่าๆๆๆ ขำจนหยุดไม่ได้แล้วเนี่ย โอ๊ยยย】
【ฮือๆ ลู่หางกับเสี่ยวซีหัวเราะกันอย่างมีความสุขจัง จู่ๆ ฉันก็คิดว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดีแฮะ】
แขกรับเชิญในรายการต่างก็หัวเราะจนตัวงอ ส่วนเหล่าอู๋ก็หัวเราะจนปากแทบเบี้ยว
จังหวะนั้นเอง ลู่หางก็สังเกตเห็นเหล่าอู๋ที่กำลังหัวเราะเยาะอย่างสะใจ เขาจึงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ร่างของเหล่าอู๋ก็สั่นเทิ้ม เขามองลู่หางด้วยความหวาดผวา "กะ...แกจะทำอะไร?"
"หัวเราะมีความสุขเชียวนะครับ!"
ลู่หางแสยะยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะคว้ากระปุกรองพื้นขนาดเท่าลูกฟุตบอลมาจากช่างแต่งหน้า
กองถ่ายบางกองบางทีก็ต้องแต่งหน้าให้นักแสดงประกอบนับสิบหรือเป็นร้อยคน เครื่องสำอางของพวกเขาเลยถูกสั่งทำพิเศษและมีปริมาณมหาศาล กระปุกนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นของที่กองถ่ายใช้
"ลู่หาง ฉันเป็นผู้กำกับนะ อย่ามาเล่นบ้าๆ!"
"ผู้กำกับก็ผู้กำกับเถอะ ตายซะ!"
ลู่หางล้วงมือเข้าไปในกระปุก ควักรองพื้นเนื้อโคลนก้อนเบ้อเริ่มออกมา แล้วละเลงใส่หน้าเหล่าอู๋เต็มๆ
ก่อนที่เหล่าอู๋จะทันตั้งตัว มือใหญ่ของลู่หางก็กดลงบนหน้าเขา แล้วก็จัดการละเลง ถูๆ นวดๆ จนทั่ว
ในชั่วพริบตา ใบหน้าของเหล่าอู๋ก็ถูกฉาบไปด้วยรองพื้นหนาเตอะราวกับรูปปั้น เหลือเพียงดวงตาเล็กๆ สองข้างที่โผล่ออกมาพร้อมกับสายตาอาฆาตแค้น
【ฮ่าๆๆ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วใช่ไหมที่เหล่าอู๋โดนลู่หางจัดการน่ะ?】
【คนอื่นสิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ลู่หางแก้แค้นเช้าจรดเย็น】
【ผู้กำกับ ทำไมไม่หัวเราะแล้วล่ะ? ไม่มีความสุขเหรอ?】
【รอยยิ้มไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายมาอยู่บนหน้าฉันแทน】
ตอนนั้นเอง โจวข่ายก็กระโดดออกมาขวาง "ลู่หาง นายทำแบบนี้กับผู้กำกับได้ยังไง? รีบขอโทษผู้กำกับเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เหล่าอู๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย โจวข่ายคนนี้ประสาทกลับหรือเปล่า? เขาแค่เล่นสนุกกับลู่หาง มันไปเกี่ยวอะไรกับหมอนี่ด้วย?
ที่เขาต้องการก็คือกระแสรายการแบบนี้นี่แหละ จะมายุ่งหาพระแสงอะไร?
แต่เมื่อมีคนดูอยู่เยอะแยะ เขาจะโกรธก็ไม่ได้ จึงได้แต่ฝืนยิ้มแล้วบอกว่า "ไม่เป็นไรๆ แค่ทุกคนมีความสุขก็พอแล้ว"
ขณะที่พูด เขายังเหลือบมองกล้ามของลู่หาง แกล้งทำเป็นกลัวลู่หางสุดขีด
ลู่หางดูออกตั้งนานแล้วว่าเหล่าอู๋เป็นผู้กำกับที่ไม่มีเส้นแบ่งศีลธรรมเพื่อแลกกับกระแสรายการ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เล่นแรงกับเหล่าอู๋แบบนี้หรอก โจวข่ายคนนี้ยังจะมาเล่นบท 'ชะนีแอ๊บแบ๊ว' ต่อหน้าเหล่าอู๋อีก ช่างโง่เง่าเต่าตุ่นเสียจริง
เมื่อเห็นว่าเหล่าอู๋ไม่มีทีท่าจะตำหนิลู่หางเลย โจวข่ายก็ฉุนกึกขึ้นมาทันที
ลู่หางทำกับแกขนาดนี้ แกยังไม่โกรธอีกเหรอ?
หมอนี่คงเป็นญาติแกใช่ไหมเนี่ย?
ลู่หางเดินกลับมาหาแขกรับเชิญ มองไปที่โจวข่าย แล้วแค่นเสียงหัวเราะ "ข่ายจื่อ จะให้ฉันพูดถึงนายยังไงดีล่ะ?
นายไต่เต้าขึ้นมาเป็นดาราเบอร์ต้นๆ ได้ยังไงกันนะ? ขายตูดงั้นเหรอ?"
ทันทีที่ลู่หางพูดจบ ประโยคนั้นก็ไปแทงใจดำโจวข่ายเข้าอย่างจัง ทำให้เขานึกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายในช่วงแรกๆ ของการเข้าวงการ
โจวข่ายฉุนขาดทันทีและตอกกลับไปว่า "ลู่หาง อย่ามาทำตัวอวดดีไปหน่อยเลย เดี๋ยวผลโหวตออกมาเมื่อไหร่ นายก็จะได้เห็นช่องว่างระหว่างนายกับฉันเอง!
ดาราปลายแถวก็คือดาราปลายแถว ฉันคือจุดสูงสุดที่นายไม่มีวันเอื้อมถึง!"
ลู่หางผายมือออกอย่างไม่ยี่หระแล้วตอบกลับ "นั่นก็จริงน้า ก็ใครล่ะจะเห็นกองขี้อยู่ข้างถนนแล้วอยากจะเอื้อมมือไปจับ?"