เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 464 สภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกจีหยิน (ฟรี)

ตอนที่ 464 สภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกจีหยิน (ฟรี)

ตอนที่ 464 สภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกจีหยิน (ฟรี)


ตอนที่ 464 สภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกจีหยิน

หลังจากเดินทางไปข้างหน้าอีกสักพัก

หญ้าสีแดงใต้เท้าของเขาก็เริ่มเบาบางลง

ทิวทัศน์ข้างหน้าก็สูญเสียสีสันของพืชพรรณไปด้วยเช่นกัน

ดินสีเหลืองถูกเปิดเผยในสายตาของเขา

บางแห่งเริ่มมีร่องรอยการถูกเหยียบย่ำ

นี่ก็พิสูจน์ได้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากที่อยู่อาศัยของมนุษย์

เดิมที ซูหยางวางแผนที่จะทำการสำรวจในระยะยาว แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะพบร่องรอยการดำรงอยู่ของมนุษย์เร็วขนาดนี้

เมื่อซูหยางออกจากทุ่งหญ้าสีแดง

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าการเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างนี้หยุดลงแล้ว

ในไม่ช้าซูหยางก็รู้เหตุผล

ร่างกายของเขาเป็นเพียงคนธรรมดาในโลกนี้

แม้พลังจากร่างหลักจะสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างนี้ได้ แต่ก็ยังมีขีดกำจัดอยู่

นั่นก็คือ ตอนนี้เขาอาจจะเป็น ‘คนธรรมดาขั้นสูงสุด’ หรือ ‘คนธรรมดาที่แข็งแกร่งที่สุด’

หากเขาต้องการทำลายขีดกำจัดนี้

เขาก็ต้องก้าวข้ามจากคนธรรมดาขึ้นไปอีกขั้น

อย่างนั้นต้องหาวิชาบ่มเพาะยีนของโลกนี้

หากไม่มีวิชาบ่มเพาะยีนที่เขาใช้เรียกแทนระบบพลังของโลกนี้ มันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะปรับปรุงความแข็งแกร่งของร่างกาย

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาต้องหาทางฝึกฝนตามระบบพลังของโลกนี้เพื่อที่จะได้แข็งแกร่งขึ้น

“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเร่งค้นหาพื้นที่รวมตัวของมนุษย์ให้เร็วยิ่งขึ้น”

“แต่ข้าก็จะควรจะได้เจอมันเร็วๆ นี้”

ซูหยางมองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบ และรู้สึกค่อนข้างมั่นใจ

เขาต้องการค้นหาผู้คนในโลกนี้เพื่อรับวิชาบ่มเพาะยีนหรือไม่?

จริงๆ แล้วนี่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป

ในโลกจีหยิน เส้นทางการฝึกฝนหลักคือ ยีน

ตอนนี้เขามีผลึกพลังจากสัตว์อสูรของโลกนี้อยู่ในมือ

สิ่งนี้อาจซ่อนความลับของการฝึกฝนยีนของโลกนี้

เขาจึงแค่ต้องวิเคราะห์มันด้วยตัวเอง

หากเขาสามารถวิเคราะห์มันได้ เขาก็สามารถเริ่มฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ซูหยางก็วางแผนที่จะวิเคราะห์มันด้วยตัวเองก่อน และถ้าเป็นไปได้ เขาก็จะได้เริ่มฝึกฝน

ไม่จำเป็นต้องตั้งความหวังไว้กับคนอื่น

ยิ่งไปกว่านั้น เขาอาจจะไม่ได้รับวิชาบ่มเพาะยีนจากคนเหล่านั้น

จากข้อมูลที่เขารวบรวมมาจนถึงตอนนี้

ผู้ฝึกฝนที่อยู่ในโลกจีหยินโดยพื้นฐานแล้วคือ ผู้ฝึกฝนที่มาจากต้นกำเนิดจักรวาลต่างๆ

สิ่งมีชีวิตพื้นเมืองในโลกจีหยินอาจจะล้วนแต่เป็นสัตว์อสูร

ไม่มีมนุษย์อยู่เลย

ร่างอวตารนับพันล้านของเขากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุซูหยางจึงได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากพวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกฝนที่มาจากต้นกำเนิดจักรวาล คนเหล่านี้จะไม่มอบวิชาบ่มเพาะยีนให้เขาอย่างฟรีๆ อย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกฝนเหล่านี้ที่อ่อนแอที่สุดยังเป็นจ้าวนิรันดร์

จากข้อมูลล่าสุดที่เขาได้รับ โลกจีหยินมีความพิเศษอย่างยิ่ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่เคยหยุดนิ่ง และปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ฝึกฝนเหล่านี้ที่มาจากภายนอกคงได้ก่อตั้งกองกำลังต่างๆ ในโลกใบนี้

หากเขาต้องการได้รับวิชาบ่มเพาะยีน เขาก็ต้องเข้าสู่กองกำลังเหล่านั้นก่อน

ทำงานให้กับกองกำลัง และได้รับวิชาบ่มเพาะยีนเป็นของตอบแทน

หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว ซูหยางก็มีความคิดคร่าวๆ อยู่ในใจ ดังนั้นเขาควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาวิชาบ่มเพาะยีนด้วยตัวเอง

ซูหยางไม่คิดจะเข้าร่วมกองกำลังใดๆ ในโลกนี้

โดยเฉพาะในโลกที่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ความเสี่ยงนั้นสูงมาก

ในการเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งกว่า บางทีเขาอาจถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว

ถ้าเขาสามารถจัดการสิ่งใดได้ด้วยตัวเอง เขาก็จะทำ

เว้นแต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ

จากนั้น ซูหยางจึงต้องเลือกสักกองกำลังที่ดูดีแล้วเข้าร่วม

บางครั้งการมีกองกำลังใหญ่หนุนหลังก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป

ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกจีหยิน การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรนั้นรุนแรงมาก

ในบรรดาข้อมูลที่เขารู้ผ่านร่างอวตารต่างๆ

โลกจีหยินมีสองสิ่งที่เด่นชัดอย่างยิ่ง นั่นคือ สภาพแวดล้อมสุดขั้วบวกกับการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อแย่งชิงทรัพยากร

ปัจจุบัน เขายังไม่ค่อยเข้าใจนัก

สำหรับสภาพแวดล้อมสุดขั้ว? ซูหยางมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ มันก็ไม่ได้แย่เกินไปนัก

สภาพแวดล้อมปกติแบบนี้จะถูกเรียกว่ายากลำบากได้อย่างไร?

ซูหยางยังไม่เข้าใจ

แต่ในขณะนี้ เขาได้เห็นว่าท้องฟ้าอีกด้านหนึ่งของหญ้าสีแดงดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง

เกิดอะไรขึ้น?

ทันใดนั้น สภาพแวดล้อมในทิศทางนั้นก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง และคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่มาถึงจุดที่เขายืนอยู่

ส่วนท้องฟ้าสีแดงเพลิงก็ขยายตัวมาทางเขา

“เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?”

เนื่องจากขาดข้อมูล ซูหยางจึงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีเลย

ท้องฟ้าสีแดงเพลิงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่ซูหยางจะทันได้ทำอะไร พื้นที่ๆ เขาอยู่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยสีแดง

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนไปอย่างมาก

ร้อน!

อุณหภูมิสูง!

ร้อนอย่างรุนแรง!

อุณหภูมิสูงอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมที่ๆ เขาอยู่

โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก

แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบจะไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงในปัจจุบันได้

แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

แต่เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิสูงในสภาพแวดล้อมนั้นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อ แม้แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาก็ยังไม่สามารถต้านทานมันได้เลย

ซูหยางอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น นานแค่ไหนแล้วที่เขาได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูง?

คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้ประสบกับความรู้สึกนี้อีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องนั้น

เขาจำเป็นต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

วิธีเดียวคือ เพิ่มความแข็งแกร่งตามวิธีการฝึกฝนของโลกนี้

วิชาบ่มเพาะยีน!

ซูหยางมองไปที่ผลึกสีขาวในมือ

เขาพยายามใช้พลังของร่างหลักเพื่อวิเคราะห์ความลึกลับของมัน

หลังจากใช้พลังเพื่อเริ่มการวิเคราะห์ เขาก็ได้รับการตอบรับในทันที

สามารถทำได้!

[ ความคืบหน้าในการวิเคราะห์ : 1% (เวลาเสร็จสิ้นโดยประมาณ 1 วัน) ]

เวลาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่พลังของเขา ตอนนี้อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวันก่อนที่เขาจะเข้าใจความลึกลับของผลึกนี้ได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากนั้น เขาก็จะได้รับวิชาบ่มเพาะยีนของโลกนี้

ดังนั้น สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือ คิดหาวิธีเอาชีวิตให้ได้ถึงตอนนั้น

หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ซูหยางก็ลงมือ และวิ่งไปข้างหน้า ตอนนี้เขาไม่สามารถอยู่ในที่เดิมได้อีกต่อไป

หากเขาไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ เขาก็ต้องออกจากบริเวณนี้โดยเร็วที่สุด

ซูหยางวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มที่ ทางเลือกนี้ค่อนข้างมีประโยชน์

แม้ว่าอุณหภูมิจะยังคงเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเพิ่มขึ้นก็ช้าลง

เนื่องจากเขากำลังเคลื่อนตัวออกจากศูนย์กลางที่มีการแผ่อุณหภูมิสูงออกมา

สี่ชั่วโมงต่อมา เมื่อซูหยางรู้สึกว่าเขาแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป

แต่ในที่สุด เขาก็ได้เห็นว่าด้านหน้าไม่ได้ถูกปกคลุมไปด้วยสีแดง

หลังจากที่เขาพยายามอย่างเต็มที่แล้วก้าวออกมาได้ เขาก็สูดอากาศหายใจอย่างรุนแรง เมื่อมาถึงสภาพแวดล้อมปกติ

เขาไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้มานานแล้ว

"เฮ้อ"

ซูหยางนั่งอยู่บนพื้น รู้สึกถึงพลังจากร่างหลักที่ถ่ายโอนมา และฟื้นฟูร่างกายนี้ ทำให้เขาไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป

ร่างกายก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ความรู้สึกแย่ๆ ก็หายไปในเวลาไม่นาน

ในเวลานี้ ในที่สุดเขาก็มีเวลามองดูสภาพแวดล้อมสีแดงเพลิงที่อยู่ข้างหลัง

พื้นที่ๆ เขาเคยอยู่นั้นปกคลุมไปด้วยสีแดงฉาน

บริเวณนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเช่นกัน

เปลวเพลิงสีแดงพลุ่งพล่านขึ้นมาทีละน้อย

ปะทุขึ้นจากความว่างเปล่า

หลังจากที่เปลวเพลิงเหล่านี้ถือกำเนิดขึ้น พวกมันก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอยู่ในรูปลักษณ์สัตว์อสูรที่มีลวดลายเปลวเพลิงบนร่างกาย!

เปลวเพลิงบางส่วนเข้าไปในบริเวณทุ่งหญ้าสีแดง

เมื่อเข้าไปในร่างของแมลงเพลิงที่ซูหยางได้สังหารไป แมลงเพลิงเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

รูปร่างของแต่ละตัวอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และลวดลายเปลวเพลิงบนร่างกายของพวกมันก็ชัดเจน และโปร่งแสงมากขึ้น

ความรู้สึกที่ซูหยางได้รับคือ พวกมันแข็งแกร่งขึ้น!

หากซูหยางเดินผ่านบริเวณทุ่งหญ้าสีแดงนั่นอีกครั้ง เขาอาจจะไม่สามารถออกมาได้!

ซูหยางมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ

“นี่คือ สภาพแวดล้อมสุดขั้วในโลกจีหยินงั้นรึ?”

“ตอนนี้ดูเหมือนไม่เพียงแต่น่ากลัว แต่ยังเกิดขึ้นอย่างกะทันหันอีกด้วย”

จบบทที่ ตอนที่ 464 สภาพแวดล้อมสุดขั้วของโลกจีหยิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว