- หน้าแรก
- การเป็นเซียนเริ่มต้นจากการขุดเหมือง
- ตอนที่ 178 สถานที่ศูนย์รวมพลังวิญญาณ(ฟรี)
ตอนที่ 178 สถานที่ศูนย์รวมพลังวิญญาณ(ฟรี)
ตอนที่ 178 สถานที่ศูนย์รวมพลังวิญญาณ(ฟรี)
ตอนที่ 178 สถานที่ศูนย์รวมพลังวิญญาณ
ในเมื่อท่านอาจารย์เดินทางไปเยี่ยมเพื่อน สวีอวิ๋นฟานย่อมไม่ซักไซ้ให้มากความ ตอนนี้ถึงจะบอกว่าจ้านเหยียนจะไปหุบเขาเสินปิง แต่เส้นทางการเดินทางก็ยังไม่แน่ชัด แถมยอดฝีมือระดับผลัดเลือดอย่างท่านอาจารย์ จะไปกังวลว่าจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ยังไง
หลังจากออกนอกเมืองเทียนกง สวีอวิ๋นฟานก็เงยหน้ามองยอดเขาที่เขาใช้ฝึกวิชาลมปราณอี้ชี่หยางบริสุทธิ์เมื่อวาน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็แหงนมองดูท้องฟ้า
ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นและปราณม่วงจะปรากฏ
ด้วยทักษะขุดแร่ที่บรรลุขั้นสูง เอฟเฟกต์พิเศษ 'หาสายแร่แยกแร่' ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ายอดเขาที่เขาฝึกเมื่อวานไม่ได้มีพลังวิญญาณมากมายอะไร
ตอนนี้เมื่อจักรพรรดินีปลุกพลังวิญญาณในเส้นชีพจรปฐพีขึ้นมา ย่อมต้องมีพลังวิญญาณจำนวนมากไปรวมตัวกันตามจุดที่กระแสพลังของภูเขามารวมกัน
วิชาลมปราณอี้ชี่หยางบริสุทธิ์ทำได้แค่พึ่งพาปราณม่วงที่ลอยขึ้นมายามเช้าตรู่ เพื่อดูดซับพลังวิญญาณในอากาศ ดังนั้นเขาจึงต้องพิถีพิถันในการเลือกสถานที่
เขาไม่รอช้า กระทืบเท้าลงพื้น เศษดินเศษหินแตกกระจาย ร่างพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูหลุดจากแล่ง
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งถ้วยชา
ภูเขาในมณฑลสู่โจวมักจะคดเคี้ยวสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงชันเสียดฟ้า ห่างจากยอดเขาเทียนกงไปทางทิศตะวันออกสามสิบลี้
นิ้วทั้งห้าของสวีอวิ๋นฟานลูบไล้ไปตามรอยตัดของหินสีเขียว สัมผัสหยาบๆ จากปลายนิ้วทำให้คิ้วของเขากระตุก
นี่คือหินชั้น 'เปี๊ยะพันชั้น' ที่บันทึกไว้ในความทรงจำตอนฝึกทักษะขุดแร่จนบรรลุขั้นสูง หินทรายห้าชั้นที่มีก้อนเหล็กแทรกอยู่ ส่องประกายสีแดงอมน้ำตาลท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า
เขาใช้นิ้วเคาะผนังหินเบาๆ เสียงดังทึบๆ คล้ายตีกลอง แสดงว่าข้างในภูเขาต้องมีโพรงกลวงอยู่แน่ๆ แถมยังเป็นถ้ำหินปูนรูปน้ำเต้าที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะที่กักเก็บพลังวิญญาณจากเส้นชีพจรปฐพีได้ดีที่สุด
ลึกลงไปใต้ดินร้อยจั้ง เส้นชีพจรปฐพีพลิกตัว ย่อมมีพลังวิญญาณจำนวนมากไหลมารวมกันที่นี่ แล้วค่อยๆ กระจายออกไปในอากาศ
ไม่อย่างนั้นจะมีคำว่า ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนวิเศษ ได้ยังไงล่ะ
หน้าผาตัดมังกรที่ตีนเขาทางทิศเหนือของยอดเขาเทียนกงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า พื้นรองเท้าของสวีอวิ๋นฟานบดขยี้เศษแร่เหล็กแดงไปหลายเม็ด
แสงแดดยามเช้าทอดเงาภูเขาลงบนยอดเขาโดดเดี่ยวฝั่งตรงข้าม ภูมิประเทศที่ดูคล้ายกับวัวนอนดื่มน้ำทำให้เขาเผยสีหน้ายินดี
ที่ตรงส่วนหัวของวัวมีหินบะซอลต์สามก้อนตั้งเรียงกันเป็นรูปตัว '品' สอดคล้องกับรูปแบบ 'สามลักษณ์สะกดพลัง' ในวิชาฮวงจุ้ยพอดี
สายลมภูเขาพัดพากลิ่นกำมะถันจางๆ มาด้วย นี่เป็นสัญญาณว่ามีความร้อนใต้ดินระเหยขึ้นมา ซึ่งหมายความว่าที่นี่จะต้องมีพลังวิญญาณมารวมตัวกันจำนวนมากแน่นอน
“ช่างเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กักเก็บลมและพลังไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
เขาปลดถุงน้ำหนังวัวที่เอวออก ดื่มเหล้าสูตรพิเศษของหอปรุงยาแห่งถ้ำเทียนกงเข้าไปอึกใหญ่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารทันที ฤทธิ์ยาที่ผสมผสานกับฤทธิ์เหล้าทำให้รูขุมขนทั่วร่างเปิดกว้าง
วิชาลมปราณอี้ชี่หยางบริสุทธิ์เน้นการใช้พลังเลือดลมดึงดูดพลังหยางจากฟ้าดิน ตอนนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูดซับปราณม่วงยามเช้า
งอเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อย นิ้วมือทั้งสิบจิกเข้าไปในรอยแยกของหินราวกับตะขอเหล็ก บริเวณที่นิ้วกดลงไปนั้นกลับราบเรียบไร้ร่องรอยอย่างน่าประหลาด ทิ้งไว้เพียงรอยนิ้วมือที่ชัดเจนทุกรายละเอียด
มือและเท้าทำงานประสานกัน ปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผาสูงสามสิบจั้งราวกับลิงวอกในพริบตา
——
“ลูกพี่ มีคนขึ้นไปข้างบน”
ในมุมมืดใต้หน้าผา จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมา น้ำเสียงเจือไปด้วยความร้อนรน
“มาผิดทางแล้วล่ะมั้ง ไม่น่าจะมาหาของหรอก”
ในพุ่มไม้ข้างๆ มีเสียงทุ้มต่ำตอบกลับมา
“หน้าผาเหยี่ยวที่อยู่ทางทิศตะวันตกห่างออกไปสามจั้ง! มันกำลังขึ้นไปทางนั้น พวกเราเคยไปสำรวจมาแล้ว บนยอดเขานั่นไม่มีอะไรเลยนอกจากขี้นก สงสัยจะมาดูวิวมากกว่า”
ชายหน้าบากที่หมอบอยู่ในพุ่มไม้ลดเสียงต่ำลง มือจับตะขอเจาะภูเขาแน่นจนสปริงตึง “แขนเสื้อของมันสะท้อนแสง ต้องซ่อนลูกดอกไว้แน่! คนที่มีของเล่นกลไกแบบนี้ น่าจะเป็นศิษย์ของถ้ำเทียนกงที่เพิ่งย้ายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนแหงๆ...
ดูจากฝีมือที่คล่องแคล่วขนาดนี้ คงจะรับมือยากน่าดู แถมที่นี่ยังอยู่ใกล้ถ้ำเทียนกงมาก ถ้ามันส่งสัญญาณล่ะก็ พวกมนุษย์นกของถ้ำเทียนกงที่บินอยู่บนฟ้า คงแห่กันมาถึงที่นี่ในพริบตาแน่ๆ”
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ มีเศษหญ้าและกิ่งไม้พันอยู่เต็มตัว กำลังใช้กล้องยาสูบทองแดงกะขนาดลวดลายของชั้นหิน พอได้ยินดังนั้นก็ล้วงเอาแม่เหล็กออกมาจากอกเสื้อ
เศษเหล็กที่ติดอยู่บนแม่เหล็กจู่ๆ ก็ชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศที่สวีอวิ๋นฟานกำลังปีนขึ้นหน้าผาไปพอดี
“จะลนลานไปทำไม?”
เขาใช้กล้องยาสูบเคาะถุงหนังที่วางอยู่ข้างเท้าข้างในบรรจุผงยาสลบที่ผสมเตรียมไว้ “ถ้ามันตั้งใจมาหาพวกเราจริงๆ ก็ควรจะตามรอยกำมะถันขึ้นมาสิ พวกเราอยู่เขาเป่ยหมังมาตั้งหลายปี ไม่ได้อยู่เสียข้าวสุกหรอกนะ”
ที่ความสูงสามสิบจั้ง สวีอวิ๋นฟานจู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทาง
เส้นทางที่ควรจะปีนขึ้นไปตรงๆ กลับเบี่ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ร่างกายพลิ้วไหวราวกับปุยเป่า นิ้วทั้งสิบที่จับผ่านไปนั้น เผลอบดขยี้หญ้าไหมเงินที่ใช้ทำเครื่องหมายสายแร่ไปหลายกอ
เขาไม่ได้บ้าจนจู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางหรอก แต่เป็นเพราะข้างบนมันเป็นมุมหักศอกตั้งร้อยยี่สิบองศาต่างหาก
ลูกพี่หรี่ตามองเงาร่างที่โยกย้ายไปมาท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า จู่ๆ ก็แค่นหัวเราะ “หึ... ไอ้หมอนี่ใช้วิชาหลากหลายดีนี่นา ใช้ทักษะของวิชาขาบินแห่งสำนักชิงเฉิง แต่ดันอยากจะเรียนการก้าวเดินแบบแปดทิศของถ้ำเทียนกง... เจ้าดูไหล่ขวาของมันสิ”
ชายหน้าบากยกกล้องส่องทางไกลแบบตาเดียวขึ้นมา ไม่กล้ามองตรงๆ อาศัยวิธีมองแบบเฉียงๆ ของเขาเป่ยหมัง พวกผู้ฝึกยุทธ์พวกนี้ประสาทสัมผัสไวจะตายไป
ก็เห็นว่ากล้ามเนื้อที่ท่อนแขนขวาของสวีอวิ๋นฟานปูดโปนจนดันแขนเสื้อตึงเปรี๊ยะ
“จริงด้วย!”
เขาตบต้นขาเบาๆ แล้วกระซิบ “วิชาตัวเบาของสำนักชิงเฉิงเน้นการส่งลมปราณลงสู่จุดหย่งเฉวียน แต่ไอ้หมอนี่กลับใช้วิชาความแข็งแกร่งภายนอกฝืนยกร่างกายขึ้นไป สงสัยจะเป็นพวกคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อที่แอบหนีออกจากบ้านมาแน่ๆ”
บนยอดหน้าผามีอีกาภูเขาบินหนีแตกตื่น ลูกพี่หูผึ่ง ได้ยินเสียงสวีอวิ๋นฟานเหยียบหินดินดานที่ผุพังแตกกระจายตอนลงจอด
เขาเก็บแม่เหล็กอย่างใจเย็น เคาะกล้องยาสูบกับหน้าผาจนเกิดประกายไฟสามจุด “รอยนิ้วมือที่ทิ้งไว้ลึกเจ็ดส่วน แต่พลังปราณกลับกระจัดกระจายไม่เกาะกลุ่ม เป็นยอดฝีมือก็จริง แต่ถ้าเป็นคนที่มาหาแหล่งพลังวิญญาณจริงๆ คงไม่มาทางทิศซุนตอนที่นกนางแอ่นกลับรังแบบนี้หรอก เอาเถอะ เจ้านี่คงเป็นลูกหลานของผู้อาวุโสหรือเจ้าหน่วยในถ้ำเทียนกง ว่างจัดก็เลยมาเดินเล่น... วิวข้างบนนั้นมันก็สวยจริงๆ นั่นแหละ”
หลังพุ่มไม้ รถเข็นล้อเดียวสามคันที่มีตะกร้าสมุนไพรวางอำพรางไว้สั่นเบาๆ
ลูกพี่ใช้กล้องยาสูบเขี่ยต้นเทียนหมาที่อยู่ชั้นบนสุดออก เผยให้เห็นพลั่วลั่วหยาง (พลั่วขุดดินแบบพิเศษ) ที่คว่ำอยู่ข้างล่าง
ดินที่ติดอยู่ตรงปลายพลั่วยังไม่ทันแห้งดี แสดงว่าเพิ่งจะขุดมาจากสุสานใต้ดิน
“เมื่อวานที่ผูกเชือกแดงกับผ้าแดงตรงสันเขาสองชั้นนั่น เปลี่ยนใหม่หมดแล้วใช่ไหม? ห้ามให้โดนน้ำค้างเด็ดขาดเลยนะ!” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น
“ทำตามที่ท่านสั่งแล้ว ตอนยามจื่อสามเค่อเข้าไปฝังใหม่ตามตำแหน่งทิศข่านหกจุดแล้ว”
ชายหน้าบากล้วงเอาห่อกระดาษอาบน้ำมันออกมา ข้างในมีตะปูทองสัมฤทธิ์สลักลวดลายอยู่หลายตัว “ติดก็ตรงพวกรังนกกระจอกทางทิศตะวันออกนั่นแหละ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญชะมัด ข้าเลยสาดข้าวฟ่างไปสองกำ ถึงได้เงียบลง”
เขาถอนหายใจ ใบหน้าแฝงด้วยความหวัง “นังเฒ่าในเมืองอวี้จิงนั่นสมควรตายก็จริง แต่ก็ถือว่าทำดีอยู่บ้าง ถึงได้ทำให้พวกเราได้สมบัติมา หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะคุ้มค่านะ!”
——
บนยอดเขากว้างขวาง สวีอวิ๋นฟานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อากาศที่ไหลผ่านปอดทำให้เขารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
ทำเลดีจริงๆ!
ดินบริเวณนี้มีแร่ซินนาบาร์ผสมอยู่ รอยตัดของชั้นหินมองเห็นหินโมราสีเลือดลายเกลียว นี่คือลักษณะของภูมิประเทศ 'มังกรแดงคายมุก' จุดที่เขายืนอยู่ตอนนี้ ก็คือ 'จุดศูนย์กลาง' ที่พลังวิญญาณจะพวยพุ่งขึ้นมานั่นเอง
เมื่อแสงอาทิตย์ทะลุผ่านหมู่เมฆ สวีอวิ๋นฟานก็จัดท่ายืน 'เสาหยางบริสุทธิ์' ซึ่งเป็นท่าตั้งรับของวิชาลมปราณอี้ชี่หยางบริสุทธิ์
ขาทั้งสองข้างหยั่งรากลึกลงไปในรอยแยกของหินราวกับต้นไม้ กระดูกสันหลังเชื่อมต่อกันดุจมังกรยักษ์
วิชานี้เน้นการปล่อยให้จิตใจล่องลอยอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น รอจังหวะที่ปราณม่วงยามเช้าลอยขึ้นมาจากทิศตะวันออก แล้วค่อยจินตนาการว่าสูดดมมันเข้าไปในร่างกาย