- หน้าแรก
- ระดับตัวแม่เรื่องความสวยและรวยเวอร์ คุณนึกไม่ถึงหรอกว่าฉันมีเงินเท่าไหร่
- บทที่ 1: ระบบพลังเงินตรา
บทที่ 1: ระบบพลังเงินตรา
บทที่ 1: ระบบพลังเงินตรา
บทที่ 1: ระบบพลังเงินตรา
จะเกิดอะไรขึ้นหากโลกนี้มีคนรวยอย่างเธอเพิ่มขึ้นมาอีกสักคน?
โลกจะหยุดหมุนหรือระเบิดเป็นจุลไปเลยไหม หากมีมหาเศรษฐีถือกำเนิดขึ้นมาอีกคน?
นี่คือคำถามที่อวิ๋นช่านเฝ้าถามตัวเองมาตลอดยี่สิบเจ็ดปี
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอแหงนหน้ามองฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศาแล้วเอ่ยถามคำถามบาดลึกถึงจิตวิญญาณนี้ น่าเสียดายที่พระเจ้าไม่เคยตอบกลับมาเลยจวบจนกระทั่งเธอทำงานหนักจนตัวตาย
ในขณะที่กำลังไว้อาลัยให้กับชีวิตอันแสนรันทดและน่าเวทนาของตัวเอง เธอก็ทะลุมิติมา
แว่วเสียงสลัวๆ บอกให้เธอเตรียมตัวให้พร้อม เพราะกำลังจะบินทะยานขึ้นฟ้าแล้ว
ทะยานขึ้นฟ้า?
ชีวิตเธอน่ะเหรอ?
โชคร้ายที่ก่อนจะได้ถามไถ่รายละเอียด เธอก็หมดสติไปเสียก่อน
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองอยู่บนเครื่องบิน
ให้ตายเถอะ นี่หรือคือการ "บินทะยานขึ้นฟ้า"?!
มุมปากของอวิ๋นช่านกระตุกกึก จากนั้นเธอก็รวบรวมสติที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเอ่ยเรียกในใจ "ระบบ?"
【โฮสต์ ฉันอยู่นี่】
"ฉันทะลุมิติมาอยู่ที่ไหน? แล้วนายเป็นระบบอะไรเนี่ย?" อวิ๋นช่านถามในใจ
【สวัสดีโฮสต์ ฉันคือระบบพลังเงินตรา】
【วิญญาณของคุณได้ผูกมัดกับระบบนี้และทะลุมิติมายังโลกคู่ขนาน】
【ระบบนี้มีสามหน้าต่างการใช้งานหลัก ได้แก่ พลังเงินตรา สุ่มรางวัล และร้านค้าแลกเปลี่ยน】
【พลังเงินตราคือการใช้จ่ายเงิน คุณสามารถรับคะแนนได้จากการใช้พลังเงินตราของคุณ คะแนนเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในหน้าต่างสุ่มรางวัลและร้านค้าแลกเปลี่ยนได้ การสุ่มรางวัลจะเปิดโอกาสให้คุณได้ลุ้นรางวัลใหญ่ด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจมอบเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดให้คุณได้ ในขณะที่ร้านค้าแลกเปลี่ยนอนุญาตให้คุณนำคะแนนมาแลกเป็นอะไรก็ได้ทุกสรรพสิ่ง】
สิ้นเสียงอธิบาย หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอวิ๋นช่าน
มันดูคล้ายกับหน้าจอแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ด้านบนสุดมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนว่า "พลังเงินตรา" และด้านล่างเป็นแถบสามแถบซึ่งเป็นตัวแทนของสามหน้าต่างการใช้งานที่ระบบเพิ่งกล่าวถึง
อวิ๋นช่านกดเข้าไปที่หน้าต่าง "พลังเงินตรา"
【ชื่อ: อวิ๋นช่าน
อายุ: 18 ปี
ส่วนสูง: 169 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 53 กิโลกรัม
ร่างกาย: 33/100
จิตวิญญาณ: 57/100
ความงาม: 71/100
ข้อมูลส่วนตัว: 1/100%
คะแนน: 0】
พระเจ้าช่วย อวิ๋นช่านคิดในใจ ให้ตายเถอะ
มิน่าล่ะเธอถึงได้อายุสั้นนัก คะแนนร่างกายเต็มร้อยแต่เธอได้แค่ 33 ยังไม่ถึงเกณฑ์สอบผ่านด้วยซ้ำ!
อวิ๋นช่านลอบก่นด่าพวกนายทุนหน้าเลือดในใจ ก่อนจะกดเข้าไปดูอีกสองหน้าต่างที่เหลือ
หน้าต่างสุ่มรางวัลเป็นวงล้อที่ถูกแบ่งออกเป็น 12 ส่วนเท่าๆ กัน ไม่มีของรางวัลระบุไว้อย่างชัดเจน มีเพียงตัวอักษรสีทองสี่ตัวที่เขียนว่า "ขอให้โชคดี"
อวิ๋นช่านรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับกำลังมองแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์ราคาถูกอยู่ เธอกะพริบตาไล่ความรู้สึกขนลุกซู่ แล้วกดเข้าไปที่ร้านค้าแลกเปลี่ยน
อาจเป็นเพราะคะแนนของเธอเป็น 0 ทุกอย่างในร้านค้าจึงเป็นสีเทาพร้อมข้อความกำกับว่า "รอการปลดล็อก"
ไม่มีอะไรน่าสนใจให้ดูมากนัก อวิ๋นช่านจึงปิดหน้าต่างลงแล้วเอ่ยกับระบบในใจ "นายบอกว่าฉันสามารถหาคะแนนได้จากการใช้จ่ายเงิน แต่มีปัญหาใหญ่ระดับชาติอยู่อย่างหนึ่งนะ ฉันไม่มีเงิน"
อวิ๋นช่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเจือความหน้าหนาเล็กน้อย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นทักษะที่สั่งสมมาจากชีวิตก่อน
【ระบบนี้อาจขาดแคลนสิ่งอื่นใดก็ได้ แต่จะไม่มีวันขาดแคลนเงิน】
ระบบเอ่ยประโยคนี้ด้วยความโอหังขั้นสุด จากนั้นหน้าต่างข้อความก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเธอ
【1. ระบบจะแจกจ่ายเบี้ยเลี้ยงพลังเงินตราให้แก่โฮสต์ทุกวัน โดยเบี้ยเลี้ยงนี้จะมีมูลค่าอย่างต่ำสองร้อยล้าน และไม่มีเพดานสูงสุด
2. สกุลเงินและรางวัลที่ระบบพลังเงินตราแจกจ่ายล้วนมาจากแหล่งที่มาที่ถูกต้องตามกฎหมายและสมเหตุสมผล สามารถนำไปใช้ได้ในทุกประเทศบนโลกใบนี้ และไม่มีใครสามารถตรวจสอบหรือแกะรอยได้
3. เบี้ยเลี้ยงพลังเงินตราจะถูกโอนเข้าบัตรของโฮสต์ โฮสต์มีสิทธิ์เด็ดขาดในการใช้งาน และระบบจะไม่ก้าวก่ายใดๆ ทั้งสิ้น
4. แถบความคืบหน้าของข้อมูลส่วนตัวจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อโฮสต์ใช้พลังเงินตรา โฮสต์ไม่จำเป็นต้องกังวลในจุดนี้
5. ระบบจะสุ่มมอบหมายภารกิจทางเลือก โฮสต์มีสิทธิ์ที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ หากตอบรับและทำภารกิจสำเร็จ ระบบจะมอบรางวัลให้】
【คำเตือนด้วยความหวังดี: ความมั่งคั่งของระบบนั้นเหนือกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ ดังนั้น โปรดใช้จ่ายเงินอย่างกล้าหาญและไม่ต้องกังวลสิ่งใด】
อวิ๋นช่านตกอยู่ในความเงียบเมื่อมองไปที่บรรทัดสุดท้าย ชีวิตก่อนเธอค่อนข้างยากจนก็จริง แต่นั่นเป็นเพราะเธอใช้เงินจนหมดเกลี้ยงต่างหาก ดังนั้นเธอจึงรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเก่งเรื่องการผลาญเงินอยู่พอตัว
เธอเคยแม้กระทั่งจำลองสถานการณ์ในหัวว่าหากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เธอจะใช้เงินอย่างไร เป็นร้อยๆ รอบแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อระบบแนะนำตัวเสร็จสิ้น ในที่สุดอวิ๋นช่านก็ได้รับความทรงจำของโลกใบนี้
ร่างกายนี้คงถูกระบบสร้างขึ้นโดยจำลองมาจากร่างเดิมของเธอ นอกเหนือจากอายุที่เด็กลงกว่าชีวิตก่อนเกือบสิบปี ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เธอไม่มีญาติพี่น้องหรือครอบครัว ราวกับโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า
บอกตามตรงว่าอวิ๋นช่านแอบตื่นตระหนกอยู่ชั่วครู่เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่เธอก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วในวินาทีต่อมา
ระบบบอกว่าข้อมูลส่วนตัวของเธอจะค่อยๆ คืบหน้าไปตามการใช้จ่ายเงิน นั่นหมายความว่าข้อมูลส่วนตัวและภูมิหลังของเธอได้ถูกสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ยังไม่ถูกปลดล็อกก็เท่านั้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อวิ๋นช่านก็ไม่รู้สึกกดดันอีกต่อไป ก็แค่ใช้เงินไม่ใช่หรือไง? เรื่องแค่นี้มันจะไปยากอะไรสำหรับเธอกันล่ะ?
สิ่งเดียวที่กวนใจเธอคือ ในชีวิตก่อนเธอจัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะตอนอายุ 18 ที่ผิวหน้ายังเต่งตึงเต็มไปด้วยคอลลาเจน แล้วทำไมเธอถึงได้คะแนนความงามจากระบบแค่ 71 คะแนนเองล่ะ?
ราวกับรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของเธอ ระบบจึงเอ่ยอธิบาย
【ความงามคือการประเมินโดยรวมจากทั้งใบหน้า รูปร่าง และบุคลิกภาพของโฮสต์ โฮสต์ไม่ต้องกังวลไป หลังจากที่คุณใช้พลังเงินตราแล้ว ระบบจะมอบแพ็กเกจของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้นให้ ไอเท็มในแพ็กเกจจะช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์และสัดส่วนของคุณให้ไปสู่จุดที่ดีที่สุดได้】
หลังจากใช้พลังเงินตราเหรอ?
อวิ๋นช่านอดไม่ได้ที่จะทึ่ง สมกับที่เป็นระบบพลังเงินตรา ทุกฟังก์ชันล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินทั้งสิ้น
เมื่อเป็นเช่นนั้น อวิ๋นช่านก็ไม่เก็บมาใส่ใจอีก เธอจบการสนทนากับระบบและเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธออยู่บนเครื่องบินแน่ๆ แต่ต่างจากเครื่องบินที่เธอเคยนั่งตรงที่ ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ทั้งกว้างขวางและนุ่มสบาย
โคมไฟหัวเตียงส่องแสงสีเหลืองนวลตา ที่ปลายเตียงมีชั้นหนังสือเรียงรายอยู่ ดูเหมือนห้องนอนของเธอไม่มีผิดเพี้ยน
เธอลุกจากเตียง ด้านข้างมีทางเดินยาวประมาณสามเมตร เมื่อเดินผ่านไป เธอก็มาถึงห้องสวีตที่ดูคล้ายกับห้องนั่งเล่น
โซฟาแบบสามที่นั่งและโต๊ะอาหารตัวยาว บนโต๊ะมีแก้วคริสตัลหรูหราบรรจุน้ำเลมอนฝานตกแต่งด้วยใบมินต์ตั้งอยู่
อวิ๋นช่านชะงักไปสองวินาที ก่อนจะยืดเส้นยืดสายแล้วทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา
หลังจากเธอนั่งลงได้ไม่ถึงนาที ก็มีเสียงเคาะดังขึ้นที่ประตูเคบินซึ่งปิดสนิท
อวิ๋นช่านกดปุ่ม "เปิด" ทันใดนั้น แอร์โฮสเตสก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ
"คุณหนูอวิ๋น ต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ?"
อวิ๋นช่านจิบน้ำเลมอน "อีกนานแค่ไหนกว่าเครื่องจะลงจอด?"
"อีกประมาณสิบห้านาทีเราจะถึงเซี่ยงไฮ้ค่ะ คุณหนูสามารถพักผ่อนต่อได้อีกสักครู่ หรือจะลองรับประทานชุดน้ำชายามบ่ายที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ โดยเชฟขนมหวานชาวอิตาเลียนดูก็ได้นะคะ"
เครื่องบินลำนี้ไม่ใช่เที่ยวบินพาณิชย์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำสำหรับมหาเศรษฐีโดยเฉพาะ
บนเครื่องไม่มีที่นั่งผู้โดยสาร มีเพียงห้องสวีตไม่ถึงสิบห้อง โดยแต่ละห้องจะมีห้องนั่งเล่นและห้องนอนในตัว
นอกจากห้องสวีตแล้ว บนเครื่องยังมีบาร์ เลานจ์ และห้องเล่นไพ่ แถมยังมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่วนตัวให้บริการ ดังนั้นรับรองได้เลยว่าไม่มีทางเบื่อแน่นอน
อาหารบนเครื่องก็รังสรรค์โดยเชฟประจำเครื่อง ซึ่งทุกคนล้วนอยู่ในระดับมิชลินสตาร์
แอร์โฮสเตสก็ให้บริการแบบตัวต่อตัว เรียกได้ว่าจำนวนพนักงานบนเครื่องบินลำนี้ยังมีมากกว่าผู้โดยสารเสียอีก
อวิ๋นช่านอยากลิ้มลองรสชาติชุดน้ำชายามบ่ายฝีมือเชฟขนมหวานชาวอิตาเลียนคนนี้ดูสักครั้ง เธอจึงพยักหน้า "จัดมาให้ฉันชุดหนึ่ง"
"ได้ค่ะคุณหนูอวิ๋น กรุณารอสักครู่นะคะ"
ไม่ถึงห้านาที แอร์โฮสเตสก็เดินกลับมาพร้อมกับถาดในมือ
ลาเต้เนื้อเนียนนุ่มหนึ่งแก้วและเค้กชิ้นเล็กหน้าตาสวยงาม
"คุณหนูอวิ๋นคะ นี่คือพุดดิ้งช็อกโกแลตที่ทำจากช็อกโกแลตเบลเยียม ประกอบไปด้วยแชมเปญเจลลี่และบิสกิตเรียงซ้อนกันห้าชั้นค่ะ"
"ด้านนอกตกแต่งด้วยทองคำเปลวที่ทานได้ แชมเปญคาเวียร์ และดอกไม้ประดิษฐ์ทำมือ ซ่อนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของส้ม พีช และวิสกี้ เชิญทานให้อร่อยนะคะ"
หลังจากอธิบายจบและแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติม แอร์โฮสเตสก็ส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไป
อวิ๋นช่านหยิบส้อมขึ้นมาตักพุดดิ้งช็อกโกแลตเข้าปาก
ช็อกโกแลตเนื้อเนียนเข้มข้นผสานกับพุดดิ้งเด้งดึ๋งละลายในปาก กลิ่นหอมของคาเวียร์และดอกไม้เข้ากันได้อย่างลงตัว รสชาติสดชื่นของส้มและพีชที่จับคู่กับแชมเปญยิ่งทำให้รสสัมผัสล้ำลึกมากยิ่งขึ้น
อวิ๋นช่านหยีตาลงด้วยความสุข
เงินซื้อความสุขได้จริงๆ ด้วยแฮะ
หลังจากทานเค้กจนหมด อวิ๋นช่านก็ใช้ส้อมเขี่ย "เชอร์รี" ที่วางประดับอยู่บนจาน
ถึงจะเรียกว่า "เชอร์รี" แต่มันคือเพชรน้ำหนักสองกะรัตต่างหาก มันถูกนำมาใช้ประดับของหวานจานนี้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมของหวานจานนี้ถึงมีมูลค่าสูงถึงสองแสนเจ็ดหมื่น ติดอันดับหนึ่งในขนมหวานที่แพงที่สุด
แน่นอนว่าของหวานจานนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเช่าเหมาลำ ค่าใช้จ่ายในการเช่าครอบคลุมเพียงบริการบนเที่ยวบินและอาหารฟรีเท่านั้น ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะถูกคิดแยกต่างหากและหักออกจากบัตรวีไอพีอัตโนมัติหลังจากจบเที่ยวบิน
ห้านาทีก่อนเครื่องลงจอด แอร์โฮสเตสก็เข้ามาเก็บภาชนะ
เธอทำความสะอาดเพชรเม็ดนั้นอย่างระมัดระวัง แล้วบรรจุลงในกล่องกำมะหยี่สั่งทำพิเศษวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเสิร์ฟน้ำเลมอนสูตรพิเศษให้อีกแก้ว
"คุณหนูอวิ๋นคะ เครื่องบินกำลังจะลงจอดแล้ว หลังจากลงจอด จะมีพนักงานและรถส่วนตัวคอยให้บริการนะคะ ขอให้มีความสุขในการใช้ชีวิตค่ะ"
"ขอบคุณนะ"
แอร์โฮสเตสเดินจากไป ส่วนอวิ๋นช่านก็เริ่มวางแผนว่าเธอควรจะไปที่ไหนดีหลังจากลงจากเครื่อง
ระบบตั้งค่าให้เธอเป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จและยังไม่ได้รายงานตัว ตอนนี้เธอกำลังเดินทางกลับจากการไปเที่ยวฟลอเรนซ์ และจะต้องไปรายงานตัวเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซินเฉิงในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า
นอกจากบัตรในกระเป๋า เอกสารยืนยันตัวตนบางส่วน และโทรศัพท์มือถือแล้ว เธอก็มีเพียงหนังสือแจ้งการรับเข้าศึกษาเท่านั้น เธอไม่มีแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทางด้วยซ้ำ
เครื่องบินจอดสนิทที่สนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ แอร์โฮสเตสเดินส่งยิ้มเข้ามา สวมถุงมือ แล้วจัดการเก็บข้าวของของอวิ๋นช่านใส่กระเป๋า จากนั้นก็ถือกระเป๋าแอร์เมสมูลค่าสามแสนใบนั้น เดินนำอวิ๋นช่านไปส่งยังรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่บนลานจอดเครื่องบิน
"กระเป๋าค่ะคุณหนูอวิ๋น"
อวิ๋นช่านรับกระเป๋าจากแอร์โฮสเตส แล้ววางกล่องกำมะหยี่สั่งทำพิเศษลงบนมือของอีกฝ่ายแทน
"บริการของคุณดีมากเลย"
แอร์โฮสเตสอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "คุณหนูอวิ๋นคะ นี่มัน..."
"ให้คุณ" อวิ๋นช่านเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าเธอกำลังให้ยางรัดผมแทนที่จะเป็นเพชรมูลค่ากว่าสองแสน
"ขอบคุณมากค่ะคุณหนูอวิ๋น"
พวงแก้มของแอร์โฮสเตสแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ในฐานะแอร์โฮสเตสบนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เงินเดือนของเธอย่อมไม่น้อยอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะเมินเฉยต่อเงินสองแสนได้
นี่มันสองแสนกว่าเชียวนะ ไม่ใช่ยี่สิบบาท!
อวิ๋นช่านไม่ได้พูดอะไรอีก เธอส่งยิ้มให้และปิดประตูรถ
แอร์โฮสเตสมองตามรถยนต์ส่วนตัวที่ขับออกไป ไม่ยอมละสายตาจนกระทั่งเงาของรถหายลับไปจากครรลองสายตา
เพื่อนร่วมงานของเธอสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงรีบก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวเธอ
"โอ้ ลิลเลียน แขกคนนั้นเพิ่งให้สิ่งนี้กับเธอเหรอ? พระเจ้าช่วย นี่มันเพชรสองกะรัตเลยนะ!"
ดวงตาของลิลเลียนเป็นประกาย "คุณหนูอวิ๋นเป็นคนให้ฉันเอง เธอเพอร์เฟกต์เกินไปแล้ว! ทั้งใบหน้าที่งดงาม รูปร่างที่เย้ายวน และบุคลิกที่สง่างาม เธอคือแขกที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย!"
ลิลเลียนประคองกล่องกำมะหยี่ไว้ในมือพลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก แน่นอนว่าไม่มีใครรู้หรอกว่าคำชมเหล่านั้นเป็นเพราะเพชรเม็ดนี้ไปแล้วกี่ส่วน
อวิ๋นช่านไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้กลายเป็นแขกที่บริษัทเช่าเหมาลำอยากให้บริการมากที่สุดไปเสียแล้ว เพราะในขณะนี้ เธอกำลังต่อราคากับระบบอยู่
"เพชรที่ฉันให้ไปเมื่อกี้ นับเป็นคะแนนด้วยไหม?"
【โฮสต์ การซื้อเพชรเม็ดนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเบี้ยเลี้ยงในวันนี้นะ】
"แต่นายปฏิเสธไม่ได้นะว่าเพชรเม็ดนี้มีมูลค่ากว่าสองแสน แถมฉันก็ยกให้คนอื่นไปแล้วด้วย จริงไหม?"
"การใช้เงินไม่ใช่แค่การซื้อของให้ตัวเองสักหน่อย การจับจ่ายทั้งหมด รวมถึงการให้ของขวัญ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เงินเหมือนกัน ฉันว่ากฎระบบของนายมีปัญหาแล้วล่ะ"
"นายมีหัวหน้าไหม? ช่วยรายงานปัญหานี้ให้หัวหน้าของนายฟังที ส่วนรางวัลสำหรับการช่วยแจ้งบั๊กให้ฟรีๆ น่ะ ฉันไม่รับหรอก ขอแค่คะแนนให้ฉันก็พอ"
ระบบเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่ข้อความบรรทัดหนึ่งจะปรากฏขึ้นในที่สุด
【โฮสต์ใช้จ่ายเงิน 250,000 บาท ได้รับคะแนน 0.025 คะแนน】
อวิ๋นช่านมองดูตัวเลข 0.025 อันน้อยนิดบนหน้าต่างข้อมูลของตัวเองแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก
เงินสองแสนห้าหมื่นแปลงเป็นคะแนนได้แค่ 0.025 พูดอีกอย่างก็คือ เธอต้องใช้เงินถึงสิบล้านเพื่อแลกกับ 1 คะแนน!
อวิ๋นช่าน:...ก็ได้ ก็แค่ผลาญเงิน ไม่ใช่ว่าฉันทำไม่เป็นเสียหน่อย!
อวิ๋นช่านกดโทรศัพท์มือถือเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับคนขับรถที่นั่งอยู่เบาะหน้า "ไปโรงแรม"
โรงแรม โรงแรมระดับอัลตราไฟว์สตาร์เพียงแห่งเดียวในเซี่ยงไฮ้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมือง