- หน้าแรก
- นักเวทเพิ่มพลังไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 17 นักวาดม้วนคัมภีร์ผู้สูงส่ง
บทที่ 17 นักวาดม้วนคัมภีร์ผู้สูงส่ง
บทที่ 17 นักวาดม้วนคัมภีร์ผู้สูงส่ง
"ไม่เป็นไร ฉันรับปากน้องมู่เสวี่ยไว้แล้วว่าจะช่วยเธอสักเรื่อง"
"เธอถูกรับเป็นลูกศิษย์โดยอาจารย์ท่านหนึ่งของสถาบันการศึกษาหนานเจียง แถมอาจารย์ท่านนั้นยังเป็นผู้อาวุโสในตระกูลของฉันด้วยนะ"
"นายถูกใจสกิลเล่มไหนล่ะ ฉันจะให้คนไปหยิบมาให้เดี๋ยวนี้เลย"
ซือจวินเหยาปลดปล่อยออร่าพี่สาวคนสวยออกมาอย่างเต็มที่ ความงดงามของเธอแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดและเฉียบขาด
ดูเหมือนกำลังพูดคุยเรื่องทั่วไป แต่ในคำพูดกลับแฝงนัยยะตักเตือน ราวกับกำลังย้ำเตือนถึงช่องว่างระหว่างสถานะและโชคชะตาของทั้ง 2 ฝ่าย
ยิ่งไปกว่านั้นยังชี้ชัดว่า ที่ยอมช่วยก็เป็นเพราะหลินมู่เสวี่ย และจะช่วยเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
"ก่อนหน้านี้ฉันซื้อม้วนคัมภีร์สกิลเล่มหนึ่งไปจากร้านของคุณ"
"เลยอยากรู้ว่า นักวาดม้วนคัมภีร์ที่สร้างตำราสกิลเล่มนั้นขึ้นมาคือใครกัน"
เจียงหยวนไม่ได้ถูกออร่าอันแข็งแกร่งของซือจวินเหยากดข่มเอาไว้ สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ ไม่เย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตนจนเกินไป
"นายถามเรื่องนี้ไปทำไม"
ดวงตางดงามของซือจวินเหยาเผยให้เห็นแววตาแห่งการจับผิดและระแวดระวัง
นักวาดม้วนคัมภีร์จัดเป็นอาชีพระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง คนทั่วไปไม่มีทางรู้จักอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในสถานที่อย่างเมืองซานไห่แห่งนี้
หากไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง ก็คงคิดว่าเป็นแค่อาชีพสายดำรงชีพประเภทนักวาดภาพธรรมดาทั่วไป
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสกิลลูกไฟที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวาดม้วนคัมภีร์เล่มนั้น ถึงถูกตั้งราคาไว้สูงถึง 80,000 เหรียญทอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน กลับไม่มีใครยอมซื้อเลยแม้แต่คนเดียว
ในตอนนี้นี่เอง ซือจวินเหยาถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า สกิลลูกไฟที่ถูกประเมินว่าเป็นของล้มเหลวเล่มนั้น ดูเหมือนจะถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าซื้อไป
และสกิลลูกไฟเล่มนั้น ก็เป็นผลงานที่ซือจวินเหยาสร้างขึ้นมาจริงๆ
แถมยังเป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตของเธออีกด้วย
ดังนั้นต่อให้มันจะเป็นแค่ของล้มเหลว แต่มันก็มีความหมายพิเศษสำหรับซือจวินเหยา
"ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะขอให้อีกฝ่ายช่วยปรับปรุงม้วนคัมภีร์สกิลให้สักเล่มน่ะ"
เจียงหยวนบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา
ในเมื่อตั้งใจจะยืมใช้หนี้บุญคุณของหลินมู่เสวี่ย เจียงหยวนย่อมไม่ต้องการแค่ตำราสกิลฟรีๆ สักเล่มง่ายๆ แบบนั้นแน่
"โอ้"
ดวงตาดอกท้อของซือจวินเหยาหรี่ลงเล็กน้อย เธอจ้องมองเจียงหยวน ภายในดวงตาประกายความรู้สึกเหลือเชื่อวาบผ่าน
"หืม"
สีหน้าของเจียงหยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย สัญชาตญาณบอกเขาว่า ตัวเองราวกับกำลังถูกพี่สาวคนสวยตรงหน้ามองทะลุปรุโปร่ง
ดูเหมือนว่า ซือจวินเหยาน่าจะใช้สกิลประเภทตรวจสอบบางอย่างกับเขา
"นายเรียนรู้สกิลลูกไฟของฉันไปแล้วจริงๆ หรือเนี่ย"
ซือจวินเหยามองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด
แม้ว่าเธอจะเป็นนักวาดม้วนคัมภีร์ ซึ่งไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญในการสร้างม้วนคัมภีร์สกิลประเภทต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ประเมินระดับสูงอีกด้วย ย่อมต้องเคยเรียนรู้สกิลประเภทตรวจสอบมาอย่างแน่นอน
และเมื่อใช้สกิลตรวจสอบ เธอย่อมสามารถมองทะลุหน้าต่างสเตตัสของเจียงหยวนได้อย่างชัดเจน
ภายในช่องสกิลของเขา ปรากฏสกิล 'ลูกไฟ' ลอยเด่นอยู่อย่างโดดเดี่ยว
"สกิลลูกไฟของคุณงั้นหรือ"
เจียงหยวนจ้องมองเธอ โดยไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจอะไรมากมายนัก
เพราะสกิลลูกไฟเล่มนั้นเป็นฝีมือของซือจวินเหยาผู้รับผิดชอบหอสมุดสวรรค์ ทุกอย่างจึงสมเหตุสมผลแล้ว
การที่ซือจวินเหยายังอายุไม่มาก แต่กลับสามารถดำรงตำแหน่งผู้รับผิดชอบหอสมุดสวรรค์สาขาเมืองซานไห่ได้ ก็เป็นเพราะอาชีพนักวาดม้วนคัมภีร์ของเธอนั่นเอง
สกิลลูกไฟที่เธอสร้างขึ้น ได้รับการประเมินและเขียนคำวิจารณ์โดยผู้ประเมินระดับ 5 ด้วยตัวเอง แถมยังตั้งราคาไว้ถึง 80,000 เหรียญทอง เรื่องทั้งหมดนี้ย่อมสามารถอธิบายได้
"ใช่แล้ว ฉันนี่แหละคือนักวาดม้วนคัมภีร์ที่นายกำลังตามหา"
ซือจวินเหยากล่าวเสริม
"ถ้าอย่างนั้นสกิลลูกไฟที่ฉันเรียนรู้ไป ก็เป็นของคุณจริงๆ"
เจียงหยวนพยักหน้าเบาๆ
"นายนี่มัน..."
เมื่อได้รับการยืนยันจากเจียงหยวน สีหน้าของซือจวินเหยาก็ซับซ้อนยากจะอธิบาย
มีทั้งความตกตะลึง ความจนใจ และยังมีความโล่งใจผสมกับความแอบดีใจอยู่ลึกๆ
รวมถึงความรู้สึกเสียดายและสูญเสีย ราวกับได้สูญเสียของล้ำค่าบางอย่างไป
ซือจวินเหยาไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีคนซื้อม้วนคัมภีร์สกิลลูกไฟของเธอไป แล้วนำไปเรียนรู้จริงๆ แทนที่จะนำไปเก็บสะสมเอาไว้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลงานชิ้นแรกในชีวิตของเธอ ได้กลายเป็นเพียงสกิลบทหนึ่งบนหน้าต่างสเตตัสของเด็กหนุ่มไปแล้ว เธอก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
"เอาเถอะ นายทำให้ฉันประหลาดใจมากจริงๆ"
"แต่ฉันสงสัยมาก ถ้านายเรียนรู้สกิลลูกไฟแบบนั้นของฉันไป แล้วนายทำยังไงถึงสามารถอัปเป็นเลเวล 10 ได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน"
ซือจวินเหยาโยนความสงสัยในใจออกมา
เมื่อใช้สกิลตรวจสอบ ต่อหน้าช่องว่างของเลเวลที่ห่างชั้นกันอย่างมหาศาล หน้าต่างสเตตัสของเจียงหยวนก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าเธออย่างหมดเปลือก มองเห็นได้อย่างชัดเจน
โชคดีที่การมีอยู่ของระบบไม่สามารถถูกค้นพบได้ด้วยสกิลตรวจสอบ ต่อให้เป็นสกิลตรวจสอบระดับเทพก็ไม่สามารถทำได้
ไม่อย่างนั้น เจียงหยวนคงไม่มีความลับอะไรหลงเหลืออยู่ต่อหน้าซือจวินเหยาอย่างแน่นอน
"เรื่องนี้ ขอไม่ตอบได้ไหม"
เจียงหยวนถามกลับ
ความเร็วในการอัปเลเวลของเขา มันค่อนข้างรวดเร็วมากจริงๆ
แม้ว่าหลินมู่เสวี่ยจะอัปไปจนถึงเลเวล 10 กว่าแล้ว แต่เธอก็มีอาชีพระดับมหากาพย์ แถมยังมีตระกูลอันแข็งแกร่งคอยให้ความช่วยเหลือ
ส่วนเจียงหยวน ไม่มีเบื้องหลังอะไรเลย เป็นเพียงนักเวทธรรมดาๆ ซ้ำยังเรียนรู้สกิลลูกไฟขยะไปอีกต่างหาก
การที่สามารถอัปเป็นเลเวล 10 ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ย่อมเผยให้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างจริงๆ
หรือว่าสกิลลูกไฟที่มีตัวเลขดาเมจน้อยนิดจนน่าสงสารเล่มนั้น จะสามารถใช้สังหารมอนสเตอร์ได้จริงๆ
ดังนั้น ซือจวินเหยาถึงได้รู้สึกสงสัยใคร่รู้ถึงเพียงนี้
แต่สิ่งที่ซือจวินเหยาไม่รู้ก็คือ หากเจียงหยวนไม่ได้ขลุกอยู่ในดันเจี้ยนมือใหม่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจนเลเวลถูกจำกัดเอาไว้ เกรงว่าการอัปเป็นเลเวล 20 ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย
"ก็ตามใจนาย"
ซือจวินเหยาไม่ได้คิดจะซักไซ้ไล่เลียงจนถึงที่สุด
"ว่ามาเถอะ จะให้ฉันปรับปรุงม้วนคัมภีร์สกิลอะไร"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจียงหยวนคิดไปเองหรือไม่ น้ำเสียงของซือจวินเหยาในครั้งนี้แม้จะยังคงเรียบเฉย แต่ก็ไม่ได้เย็นชาจนทำให้รู้สึกห่างเหินเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว
"สกิลวายุพริ้วไหวน่ะ"
"ฉันอยากจะลดระยะเวลาคูลดาวน์แล้วก็การใช้พลังมานาของสกิลลง ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม"
เจียงหยวนหยิบม้วนคัมภีร์สกิลสีเขียวครามออกมา
"นายไปซื้อม้วนคัมภีร์สกิลเล่มนี้มาจากไหนเนี่ย นี่มันแย่ยิ่งกว่าขยะเสียอีก"
ซือจวินเหยารับมาดู ก่อนจะรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาทันที
"ถ้านายอยากจะเรียนรู้สกิลเล่มที่ 2 ในหอสมุดสวรรค์ของฉันก็มีสกิลขั้น 1 ระดับชั้นยอดให้เลือกตั้งมากมาย แข็งแกร่งกว่าสกิลวายุพริ้วไหวเล่มนี้เป็นร้อยเท่า"
"หรือกระทั่งของสะสมล้ำค่าที่ไม่ได้นำออกมาขาย ฉันก็สามารถเปิดให้นายเลือกดูได้ รับรองว่าต้องมีสักเล่มที่เหมาะกับนาย"
"ยังไงเสีย ฉันก็รับปากน้องมู่เสวี่ยเอาไว้แล้ว"
ซือจวินเหยาจ้องมองเจียงหยวนที่อยู่ตรงหน้า
เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปงามที่ดูฉลาดหลักแหลม แต่ทำไมถึงชอบทำพฤติกรรมโง่ๆ ที่ทำให้คนอื่นเดาทางไม่ถูกอยู่เรื่อยเลยนะ
นี่คือหนี้บุญคุณของซือจวินเหยาเชียวนะ แต่เขากลับนำมาใช้เพื่อให้เธอปรับปรุงสกิลขยะเล่มหนึ่ง
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คนที่เสียหน้าจะไม่ใช่เจียงหยวน แต่เป็นผู้รับผิดชอบหอสมุดสวรรค์อย่างเธอต่างหาก
"ไม่เป็นไร ฉันแค่ต้องการให้ปรับปรุงสกิลวายุพริ้วไหวเล่มนี้ก็พอ"
เจียงหยวนส่ายหน้า
"นายนี่โง่จริงๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่"
ซือจวินเหยาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพูดไม่ออก มือของเธอจับม้วนคัมภีร์สีเขียวครามเอาไว้แน่น ในวินาทีนี้ เธอถึงขั้นมีความคิดที่จะฉีกม้วนคัมภีร์เล่มนี้ทิ้งด้วยมือเปล่าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร"
เจียงหยวนยื่นมือออกไปหมายจะหยิบมันกลับคืนมา
"เดี๋ยวก่อน นายต้องการจะปรับปรุงสกิลเล่มนี้จริงๆ งั้นหรือ"
"นายรู้ไหมว่าในตลาดน่ะ การจะเชิญนักวาดม้วนคัมภีร์ลงมือสักครั้ง อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นที่ 1,000,000 เหรียญทอง"
"1,000,000 เหรียญทอง มากพอที่จะซื้อสกิลวายุพริ้วไหวให้นายได้เป็นพันเล่มเลยนะ"
ซือจวินเหยากล่าวเสียงต่ำ
"แพงขนาดนั้นเลยหรือ"
เจียงหยวนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
แม้จะรู้มาว่านักวาดม้วนคัมภีร์เป็นอาชีพที่สูงส่ง
และมีสถานะที่สูงลิบลิ่ว แต่ก็ไม่นึกเลยว่าค่าตัวจะแพงมหาศาลขนาดนี้
สมแล้วที่ทั้งสูงส่งและล้ำค่า
"แน่นอนสิ"
"แถมที่พูดมานั่นยังหมายถึงนักวาดม้วนคัมภีร์ทั่วๆ ไปนะ ถ้าฉันเป็นคนลงมือเอง ต่อให้ออเดอร์ละ 10,000,000 ฉันก็ยังต้องเลือกทำเลย"
"คนที่มาอ้อนวอนขอให้ฉันสร้างม้วนคัมภีร์สกิลให้ มีเยอะกว่าคนที่มาตามจีบฉันเสียอีก ต่อให้ต่อแถวจากเมืองซานไห่ไปจนถึงเมืองหนานเจียงก็ยังไม่พอเลย"
สีหน้าของซือจวินเหยาแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งเล็กน้อย
ในความเป็นจริงแล้ว รัศมีที่เธอคิดว่าสูงส่งและทรงเกียรติที่สุดของตัวเอง ก็คืออาชีพนักวาดม้วนคัมภีร์นี่แหละ
ไม่ใช่สถานะคุณหนูใหญ่ตระกูลซือ หรือผู้รับผิดชอบหอสมุดสวรรค์ และยิ่งไม่ใช่ตำแหน่งหญิงงามล่มเมืองที่มีชื่อติดอยู่ในทำเนียบเทพธิดาแห่งรัฐหนานเจียงอะไรนั่นด้วย