เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 303 อสูรอมตะ (ฟรี)

ตอนที่ 303 อสูรอมตะ (ฟรี)

ตอนที่ 303 อสูรอมตะ (ฟรี)


ตอนที่ 303 อสูรอมตะ

เมื่อถึงเวลา ซูหยางจึงหันเหความสนใจออกจากโลกเซียนเว่ย

ด้วยการที่ไม่มีสิ่งอื่นที่เขาทำได้ เขาจึงทำได้เพียงเก็บเกี่ยวพลังโกลาหลจากแดนลับโกลาหล แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับการสังหารเทพมาร มีเทพมารไม่มากนักที่ถูกเขาฆ่า

ยกเว้นเทพมารบางตนที่โชคร้าย โดยพื้นฐานแล้วร่างโคลนของเขามักจะเป็นฝ่ายถูกทำลาย

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจอย่างยิ่ง

โชคดีที่การยกระดับโลกต้าเซี่ยใกล้สิ้นสุดลงแล้ว

แต่เมื่อถึงตอนนี้ ซูหยางก็มองไปที่กำแพงมิติของพื้นที่ชั้นในของจักรวาลด้วยความกังวล

กำแพงมิติส่วนนั้นใกล้ถูกทำลายแล้ว คาดว่าทันทีที่การยกระดับเสร็จสมบูรณ์ กำแพงมิติตรงส่วนนั้นก็จะถูกทำลาย

ซูหยางไม่รู้ว่ามันจะต้องพังทลายทุกครั้งที่มีการยกระดับโลก หรือเป็นเพราะเกิดจากความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของโลกต้าเซี่ย

แต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร เขาก็ยังมีความหวาดกลัวเล็กน้อยต่ออสูรอมตะอันแสนลึกลับที่โผล่ออกมาจากพื้นที่ชั้นใน

สิ่งนั้นลึกลับ และทรงพลัง...

ถ้าไม่ใช่เพราะการปราบปรามของจิตสำนึกแห่งจักรวาล เขาอาจจะตายไปแล้วเมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัวเป็นครั้งแรก

เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องฝากความปลอดภัยของตัวเองไว้ในมือของคนอื่น

ในตอนนี้ สิ่งที่เขาทำได้คือ ออกจากโลกต้าเซี่ย และทิ้งร่างโคลนไว้ที่นี่

หากร่างหลักของเขาสามารถจัดการศัตรูได้ ร่างโคลนของเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน หากร่างโคลนของเขาไม่สามารถจัดการได้ แม้ร่างหลักจะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เขาจึงต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้น

หลังจากการผ่านไปครบหนึ่งปีตามการนับเวลาของแดนอมตะ โลกต้าเซี่ยก็ได้ย่อยทรัพยากรทั้งหมดแล้ว

ตอนนี้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เหลือเพียงก้าวเดียวเท่านั้น การยกระดับก็จะเสร็จสิ้น

มาถึงตอนนี้ ซูหยางไม่สนใจเรื่องในโลกเซียนเว่ยอีกต่อไป

เขาให้ความสนใจกับโลกต้าเซี่ยอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ร่างหลักของซูหยางจึงออกห่างจากโลกต้าเซี่ย ทิ้งร่างโคลนไว้คอยคุ้มกันอยู่ที่นี่

แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเพียงการคาดเดาของตัวเอง แต่ซูหยางก็ไม่อยากจะเสี่ยง

เขาเกลียดความรู้สึกที่ต้องวางความปลอดภัยของตัวเองในมือของคนอื่น

ดังนั้นเขาจึงเพิ่มหลักประกันที่ดูเหมือนไม่จำเป็นให้กับตัวเอง

ตอนนี้ แค่ต้องรออย่างสงบ

บางครั้งหนึ่งวันก็ให้ความรู้สึกยาวนาน และบางครั้งก็เหมือนชั่วพริบตาเดียว

เวลาเท่ากัน แต่บางครั้งก็ให้รู้สึกที่แตกต่างกัน

หนึ่งวันอันแสนธรรมดามักผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หากครุ่นคิดอะไรมากมาย มันจะให้รู้สึกช้าลงมาก

แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร เวลานี้ก็จะผ่านไป และสิ่งจะเกิดก็ต้องเกิด

ผ่านไปหนึ่งวัน โลกต้าเซี่ยก็เสร็จสิ้นการยกระดับอย่างสมบูรณ์

ในขณะที่สิ้นสุดการยกระดับครั้งนี้

พลังงานหมาศาลที่จักรวาลมอบให้ได้ห่อหุ้มทั้งโลกต้าเซี่ยโดยตรง

ครอบคลุมพืช ต้นไม้ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกต้าเซี่ย

ในหมู่พวกเขา เผ่ามนุษย์ได้รับประโยชน์มากที่สุด

สิ่งมีชีวิตธรรมดาๆ ได้รับเพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนใหญ่ๆ ทั้งหมดก็ถูกดูดซับโดยเผ่ามนุษย์

เนื่องจากซูหยางเป็นผู้ปกครองโลก มาจากเผ่ามนุษย์

นั้นทำให้เต๋าสวรรค์แห่งโลกต้าเซี่ยก็ยังไม่กล้าแสดงท่าทีเย่อหยิ่งต่อหน้าซูหยาง

เมื่อเป็นแบบนี้ เผ่ามนุษย์จะได้เพลิดเพลินกับผลประโยชน์สูงสุด

ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือยกระดับเป็นพันโลกขั้นสูง พลังงานที่ถูกป้อนกลับจึงมีมากมายมหาศาล

ในโลกปกติ ประชากรมีหน่วยวัดเป็นล้านล้าน

แต่โลกต้าเซี่ยนั้นพิเศษมาก

จำนวนประชากรของโลกต้าเซี่ยมีเพียงหมื่นล้านเท่านั้น

ส่งผลให้ทุกคนได้รับส่วนแบ่งที่เพิ่มมากขึ้น

ผู้คนมากมายได้ทะลวงผ่านเป็นอมตะสวรรค์โดยตรง

แม้จะทะลวงผ่านแล้ว ก็ไม่หยุดนิ่ง ฐานบ่มเพาะของบางคนยังค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น

เดิมทีศิษย์ของนิกายอมตะต้าเซี่ยโดยพื้นฐานแล้วเป็นอมตะสวรรค์ หลังจากได้รับส่งเสริม หลายก็ทะลวงผ่านเป็นอมตะเที่ยงแท้

การทะลวงผ่านอาณาจักร

สำหรับผู้ฝึกฝน นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่

แม้ว่าจะมีทรัพยากรเพียงพอ แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายพันปีในการฝึกฝนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เฉกเช่นเดียวกัน

นี่คือความเร็วของผู้ฝึกฝนโดยทั่วไปหลังจากกลายเป็นอมตะสวรรค์

ผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ ไม่เหมือนกับซูหยางที่สามารถปรับปรุงความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว

ในจักรวาล ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ล้วนเป็นเช่นนี้

แม้จะมีบางคนเป็นข้อยกเว้น แต่ก็มีน้อยมาก

หลังผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง พลังงานป้อนกลับก็หมดลง

แม้จะสั้นกว่าครั้งก่อนๆ แต่การปรับปรุงที่เกิดขึ้นยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่า

นับจากนี้ไป มนุษย์ทุกคนในโลกต้าเซี่ยจะเป็นอมตะสวรรค์เป็นอย่างน้อย!

นี่คือ ยุคที่ทุกคนก้าวไปสู่ความเป็นอมตะ!

การยกระดับคนธรรมดาให้เป็นอมตะโดยตรงนั้นมีราคาไม่น้อย

มันต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

แต่ตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือจากพลังงานป้อนกลับหลังยกระดับโลก

มีอมตะสวรรค์นับหมื่นล้านในโลกต้าเซี่ย!

เมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งนี้ ซูหยางก็รู้สึกดีขึ้นมาในทันที

โลกต้าเซี่ยได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เมื่อได้เห็นผลลัพธ์นี้ เขาก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

ด้วยอมตะสวรรค์นับหมื่นล้านคนที่สามารถช่วยเขารวบรวมเจตจำนงแห่งสรรพชีวิต มันจะช่วยเร่งความเร็วในการฝึกฝนของเขาได้เป็นอย่างมาก

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว การยกระดับโลกต้าเซี่ยครั้งนี้ก็มอบผลประโยชน์ครั้งใหญ่ให้กับเขาแล้ว

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข ซูหยางก็มุ่งความสนใจไปที่กำแพงมิติขิงพื้นที่ชั้นในอีกครั้ง

ในเวลานี้ กำแพงมิติใกล้จะพังทลายลงแล้ว

ในที่สุด ในวินาทีถัดมา มันก็ระเบิดพร้อมเสียงดังปัง

เมื่อกำแพงมิติของพื้นที่ชั้นในถูกทำลายลง

ในเวลานี้นั้น ออร่าอันน่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกมา

เพียงออร่าที่แผ่ออกมาก็ทำให้ซูหยางรู้สึกได้ว่ายากจะต้านทานไหว

แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นกึ่งปราชญ์แล้ว ไม่ใช่อมตะทองคำดั่งในอดีต

แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าต้านทานไม่ได้

อสูรอมตะที่แผ่ออร่านี้ออกมา ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้ในตอนนี้

นั้นทำให้ซูหยางมีการคาดเดาบางอย่าง บางทีเขาจะต้องปราชญ์ก่อนจึงจะสามารถสำรวจพื้นที่ชั้นในของจักรวาลได้

เมื่อไปถึงระดับนั้น เขาอาจมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวเท้าเข้าไป

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของซูหยางเอง จะเป็นจริงเหมือนที่คิดหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้

เขาจะได้รู้หลังจากเป็นปราชญ์แล้วเท่านั้น

เมื่อกำแพงมิติพังทลายลง อสูรอมตะที่อยู่ข้างในก็ปรากฏตัวตามที่คาดเอาไว้

การปรากฏตัวของอสูรอมตะเหล่านี้แปลกมาก

ซูหยางจำได้ว่าอสูรอมตะที่เขาพบครั้งแรกคือ ฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยขนสีฟ้า

ครั้งนี้ อสูรอมตะตัวแรกที่ปรากฏคือ ลูกตาที่ปกคลุมไปด้วยขนสีเทา?

เจตจำนงดาบของซูหยางสัมผัสได้ว่าดวงตานั้นปกคลุมด้วยขนสีเทาจริงๆ!

ขนสีเทาเหล่านี้ยาวมาก ยาวกว่าพันฟุต และดวงตานั้นกว้างประมาณ 9 ฟุต

"นี่มันแปลกจริงๆ"

ซูหยางจ้องมองไปที่อสูรอมตะที่โผล่ออกมา

ทันทีที่มันออกมา ออร่านั้นน่าสะพรึงกลัวมากจนเขาแทบจะต้านทานไม่ไหว

แค่อาศัยเพียงออร่าก็สะกดข่มเขาได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เหมือนก่อนหน้านี้ พลังของอสูรอมตะถูกระงับโดยจิตสำนึกแห่งจักรวาลทันทีหลังจากที่ปรากฏตัว

ออร่าที่มันแผ่ออกมาลดลงอย่างรวดเร็วในไม่กี่ลมหายใจ

ท้ายที่สุด ความแข็งแกร่งของมันตกลงอย่างมาก จนตอนนี้เทียบได้กับอมตะเที่ยงแท้เท่านั้น

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ซูหยางก็ไม่แปลกใจ

ข้าได้เตรียมใจที่จะรับมือกับศัตรูมานานแล้ว

หลังอสูรอมตะตัวแรกปรากฏตัว

อสูรอมตะจำนวนมากก็เริ่มปรากฏตัวตามหลังมา และในพริบตาก็มีถึงหลายร้อยตัว

อย่างไรก็ตาม หลังจากอสูรอมตะนับร้อยปรากฏตัว กำแพงมิติก็ได้รับการซ่อมแซมอีกครั้ง

มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และต้องใช้พลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในการทำลาย

อสูรอมตะนับร้อยอยู่ในระดับอมตะเที่ยงแท้เท่านั้น

หากความแข็งแกร่งของอสูรอมตะเหล่านี้ไม่ถูกลดทอนลง

ซูหยางก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรง

แต่ตอนนี้ผลลัพธ์แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

อสูรอมตะถูกยับยั้งความแข็งแกร่งโดยจิตสำนึกแห่งจักรวาล พวกมันตอนนี้เทียบได้กับอมตะเที่ยงแท้เท่านั้น

ความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้

ซูหยางสามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาว่าอีกฝ่ายไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะยืนอยู่ต่อหน้าเขา

สถานการณ์ได้กลับตาลปัตรแล้ว

การเข่นฆ่าสังหารศัตรูดำเนินไปราบรื่นโดยไม่มีการพลิกผันใดๆ

ไม่มีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นอีก

ด้วยการเหวี่ยงดาบเพียงครั้งเดียว อสูรอมตะนับร้อยก็ตกตายภายใต้เงื้อมมือของเขา

เรียกได้ว่าเป็นการตายที่น่าหงุดหงิดใจมาก

ตราบใดที่พวกมันอยู่ในพื้นที่ชั้นใน ความแข็งแกร่งของพวกมันจะไม่ถูกลดทอนลง

ซูหยางก็จะไม่มีคุณสมบัติที่จะหยิ่งผยอง

แต่ซูหยางก็รู้ดีกว่าอสูรอมตะเหล่านี้ทรงพลังมากแค่ไหน

เหตุใด เขาต้องไปเสี่ยงตายในถิ่นของศัตรูด้วย?

เขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร?

ความเสี่ยงไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทน และเขาก็ไม่ใช่คนโง่ ยิ่งไปกว่านั้นเขารักชีวิตตัวเองมากกว่าสิ่งใด

จบบทที่ ตอนที่ 303 อสูรอมตะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว