- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 54 - ปะทะ
บทที่ 54 - ปะทะ
บทที่ 54 - ปะทะ
บทที่ 54 - ปะทะ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ชายผิวโลหะมองดูแมวทั้งสองตัวที่กำลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ในมือ เขาเดินมุ่งหน้าไปทางประตูพลางเอ่ยว่า "เอาล่ะ ฉันรู้ว่าพวกแกรู้เรื่องที่ฉันพูด เลิกดิ้นได้แล้วน่า ดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก"
"อีกอย่างฉันก็ไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกแกด้วย เดี๋ยวพอไปถึงที่หมายพวกแกก็จะรู้เองว่าฉันกำลังพาไปหาเพื่อนฝูง รับรองว่าปลอดภัยและอยู่สบายกว่าตอนนี้เยอะ"
เขามองดูแมวทั้งสองตัวที่ยังคงดิ้นไม่หยุดแล้วส่ายหน้า "ไม่ต้องกลัวน่า เป็นเด็กดีนะ กลับไปถึงแล้วจะมีทูน่ากระป๋องให้กิน..."
แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ ชายผิวโลหะก็รู้สึกตาพร่ามัว มือทั้งสองข้างของเขาว่างเปล่า แมวสองตัวนั้นอันตรธานหายไปจากมือของเขาเสียแล้ว
"หือ" ชายผิวโลหะตั้งสติระแวดระวังตัวทันที เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ และเห็นจ้าวเย่ายืนอยู่ไม่ไกลนัก ในมือของชายหนุ่มกำลังจับลูกแมวดำตัวนั้นไว้แล้วใช้เชือกปีนเขาที่หยิบมาจากเอวมัดตัวมันไปมา ส่วนมัทฉะก็ยืนเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่งอยู่ข้างๆ มันร้องเหมียวๆ ใส่ชายผิวโลหะ "ไอ้ตัวโต สัตว์เลี้ยงนักสู้ของพ่อมาแล้ว แกตายแน่"
"จ้าวเย่า โจมตีมันเลย รีบใช้ท่าพุ่งชนสิ"
แน่นอนว่าชายผิวโลหะไม่มีสมุดระบบเหมือนจ้าวเย่า เขาจึงฟังเสียงร้องเหมียวๆ ของมัทฉะไม่ออก
เขาได้แต่มองจ้าวเย่าด้วยความระแวดระวัง ตอนนี้จ้าวเย่าสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาดูน่าสงสัยในสายตาของอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
ลูกแมวที่ถูกจ้าวเย่ามัดตัวไว้ก็ส่งเสียงร้องเหมียวๆ ออกมาเช่นกัน มันจ้องมองจ้าวเย่าด้วยความไม่ยอมแพ้ เสียงผู้หญิงที่ดุดันดังเกรี้ยวกราดขึ้นในหัวของจ้าวเย่าโดยตรง "ไอ้บ้า รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ"
"หือ" จ้าวเย่าก้มมองลูกแมวน้อย "ตัวเมียอีกแล้วเหรอเนี่ย"
เมื่อได้ยินเสียงของจ้าวเย่าตอบกลับมาในหัว ลูกแมวก็เบิกตากว้างมองเขาอย่างตกตะลึงพลางร้องเหมียว "แก แกฟังที่ฉันพูดรู้เรื่องได้ยังไง"
จ้าวเย่ายิ้มบางๆ "แกพักผ่อนไปก่อนเถอะ ไว้ฉันจัดการเจ้านี่เสร็จแล้วค่อยคุยกัน" พูดจบเขาก็จับลูกแมวที่ถูกมัดเป็นแหนมขึ้นไปสะพายไว้บนหลัง
ชายผิวโลหะเอ่ยขึ้น "อืม แกเป็นสาวกของแมวส้มตัวนั้นสินะ ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาต่อเนื่องเพื่อแย่งแมวไปจากมือฉันงั้นเหรอ น่าสนใจดีนี่"
จ้าวเย่าขมวดคิ้วมองชายผิวโลหะแล้วถามว่า "นายเป็นโจรขโมยแมวเหรอ"
ชายผิวโลหะยักไหล่ "แกเองก็กำลังรวบรวมแมวพลังวิเศษอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง รับเลี้ยงพวกมัน ครอบครองพลังของพวกมัน เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่งที่มากขึ้น เรื่องแบบนี้ต้องใช้เหตุผลอะไรด้วยล่ะ"
"แมวตรงนี้ตัวหนึ่งเป็นของฉัน ส่วนอีกตัวเป็นแมวจรจัด เพราะงั้นฉันมาที่นี่เพื่อรับเลี้ยงแมวจรจัด ส่วนนายต่างหากที่มาขโมยแมวของฉัน"
"ปากดีนักนะ" ชายร่างล่ำแค่นเสียงเย็นชา
ระหว่างที่พูด เขาก็พุ่งตัวเข้าใส่จ้าวเย่าอย่างรวดเร็ว
การที่ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยโลหะไม่ได้ช่วยเพิ่มแค่พลังป้องกันเท่านั้น
แต่มันทำให้ชายคนนี้มีน้ำหนักตัวมหาศาลเกินกว่าคนปกติทั่วไป ราวกับอัศวินที่สวมชุดเกราะหนักอึ้ง มีเพียงร่างกายที่ล่ำสันกำยำของเขาเท่านั้นที่สามารถแบกรับน้ำหนักขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นๆ ได้
และการพุ่งชนในครั้งนี้ก็รุนแรงราวกับช้างสารที่กำลังบ้าคลั่ง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เขากระโจนเข้าหาจ้าวเย่าด้วยอานุภาพที่น่าเกรงขาม
หากคนธรรมดาโดนชนเข้าอย่างจังก็คงกระดูกหัก หรือไม่ก็บอบช้ำภายในจนบาดเจ็บสาหัสแน่นอน
ทว่าจ้าวเย่าได้รับการเสริมสมรรถภาพร่างกายจากพลังหนึ่งแมวมาตั้งนานแล้ว แถมยังมีอาณาเขตไร้เสียงคอยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายอยู่ทุกวัน เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่เชื่องช้าเทอะทะแบบนี้ ต่อให้พลังหยุดเวลายังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ เขาก็สามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
ในจังหวะที่เบี่ยงตัวหลบการพุ่งชน จ้าวเย่าก็เรียกชื่อในใจ "อลิซาเบธ"
วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็มีแสงสีแดงวาบขึ้นและเข้าควบคุมร่างกายของชายร่างยักษ์ทันที
ชายผิวโลหะรู้สึกว่าร่างกายของตนแข็งทื่อ เขาจู่ๆ ก็สูญเสียการควบคุมร่างกายไปโดยสิ้นเชิง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง "แก..."
เสียงกระแทกดังปัง หมัดโลหะพุ่งเข้าชกหน้าตัวเองอย่างจัง ภายใต้การควบคุมของจ้าวเย่า ชายผิวโลหะใช้หมัดของตัวเองทุบหัวตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การที่โลหะปะทะกับโลหะทำให้เกิดเสียงดังกังวานราวกับเอาค้อนทุบแผ่นเหล็ก การรัวหมัดเข้าใส่ตัวเองอย่างหนักหน่วงทำให้ชายร่างล่ำมึนงงจนตาลาย
แต่ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินข้างเท้าของจ้าวเย่าและคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเขา
"หือ มีพวกมาด้วยเหรอเนี่ย" จ้าวเย่าขมวดคิ้วเล็กน้อย แสงสีแดงในดวงตาสว่างวาบ เขามองไปที่มือที่จับข้อเท้าตัวเองแล้วเปิดใช้พลังควบคุมอีกฝ่ายทันที
เพราะเขาไม่รู้ว่าคนที่มุดอยู่ใต้ดินมีพลังอะไร หากปล่อยให้ถูกโจมตีแล้วโดนลากลงใต้ดิน โดนทำให้เป็นอัมพาต หรือโดนทำให้สลบ เขาคงได้ตายน้ำตื้นแน่ๆ
ดังนั้นจ้าวเย่าจึงควบคุมให้อีกฝ่ายปล่อยมือทันทีแล้วรีบกระโดดถอยฉากออกมา ส่วนชายผิวโลหะที่หลุดพ้นจากการควบคุมก็คำรามลั่น เขากระทืบเท้าเสียงดังตึกตักแล้วพุ่งเข้าหาจ้าวเย่าอีกครั้ง
จ้าวเย่าเลิกคิ้วขึ้นและเรียกชื่อในใจ "มัทฉะ"
ตอนนี้ระยะเวลาคูลดาวน์ของพลังหยุดเวลาสิ้นสุดลงแล้ว ทันทีที่เปิดใช้พลัง สรรพสิ่งรอบตัวก็หยุดนิ่ง เขาเดินเข้าไปหาชายผิวโลหะแล้วเตะอัดเข้าที่หัวเข่าของอีกฝ่ายอย่างแรงหลายต่อหลายครั้ง
ไม่ว่าผิวหนังจะถูกเสริมความแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่บริเวณกระดูกและข้อต่อก็ยังมีขีดจำกัด ยิ่งต้องแบกรับน้ำหนักของผิวโลหะ ภาระที่ข้อต่อก็ยิ่งหนักกว่าปกติหลายเท่า
เมื่อเวลากลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ชายร่างยักษ์ก็รู้สึกตาพร่ามัว จ้าวเย่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกันนั้นก็มีแรงกระแทกมหาศาลอัดเข้าที่หัวเข่าขวา ราวกับถูกใครเอาค้อนเหล็กขนาดใหญ่มาทุบอย่างแรง บวกกับภาระน้ำหนักของผิวโลหะขณะพุ่งตัวด้วยความเร็วสูง...
เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ ข้อเข่าของเขาหักสะบั้น ร่างใหญ่ยักษ์ล้มตึงกระแทกพื้นเสียงดังโครม ราวกับกระทิงดุที่ถูกล้มกลางลานประลอง
จ้าวเย่ายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก บนหลังสะพายลูกแมว ส่วนในมือก็อุ้มมัทฉะเอาไว้ เขามองไปยังจุดที่ชายผิวโลหะล้มลงด้วยความระแวดระวัง
มัทฉะที่อยู่ในอ้อมแขนตบไหล่จ้าวเย่าเบาๆ มันใช้อุ้งเท้าสีขาวชี้ไปที่ชายร่างยักษ์แล้วพูดว่า "ทำได้สวยจ้าวเย่า รีบใช้หมัดเมกะตันซ้ำเลย"
"หุบปากไปเลย" จ้าวเย่าเขกหัวมัทฉะไปหนึ่งทีแล้วเบ้ปาก "ยังมีอีกคนซ่อนอยู่ใต้ดิน ทางเลือกเดียวของเจ้านั่นในตอนนี้ก็คือโจมตีฉันหรือไม่ก็โผล่มาช่วยไอ้เบิ้มนี่หนีไป" เขามองชายผิวโลหะตรงหน้าแล้วยิ้ม "ทีนี้พวกนายจะเอายังไงต่อ"
ชายผิวโลหะจ้องมองจ้าวเย่าด้วยสีหน้าทะมึนทึง
ในเวลาเพียงสิบกว่าวินาที อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ใช้พลังวิเศษได้หลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าคือท่าทีที่สงบนิ่งเยือกเย็นของอีกฝ่าย การเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นแสดงว่าชายตรงหน้ายังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ตะโกนลั่น "ไม่ต้องเข้ามาช่วยฉัน แกหนีไปก่อน กลับไปหาลูกพี่ ให้เขาหาทางจัดการเรื่องนี้"
"โอ้ พวกนายมีลูกพี่ด้วยเหรอ" จ้าวเย่าขมวดคิ้ว "ดูท่าพวกนายจะเป็นแก๊งขโมยแมวจริงๆ สินะ"
ชายร่างล่ำเพียงแค่แค่นรอยยิ้มเย็นชาให้จ้าวเย่า เขาไม่ได้พูดท้าทายและไม่ได้ร้องขอชีวิต เพียงแต่มองจ้าวเย่าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แกเก่งมาก พูดตามตรงนะ ฉันเพิ่งเคยเห็นคนคนเดียวสามารถขอยืมพลังมาใช้ได้หลายรูปแบบขนาดนี้เป็นครั้งแรก"
"แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ของแบบพลังวิเศษน่ะ ถ้าเลือกวิธีลอบกัดได้ถูกจุด ต่อให้เป็นสาวกหรือแมวพลังวิเศษที่เก่งกาจแค่ไหนก็มีสิทธิ์ตายโหงได้ในพริบตา แกแน่ใจเหรอว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเรา"
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจและจัดการเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ชายร่างล่ำก็ไม่ได้รู้สึกท้อแท้หรือหวาดกลัวจนหัวหดแต่อย่างใด
ในมุมมองของเขา พลังวิเศษไม่ใช่สิ่งที่จะบ่งบอกความแข็งแกร่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การบำเพ็ญเพียร พลังปราณ หรือวิทยายุทธ์ในนิยายที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายในทุกๆ ด้านเสียหน่อย
ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังที่เก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าโดนลอบวางยาพิษ โดนลอบยิงจากด้านหลัง โดนสะกดจิต โดนช็อตไฟฟ้า หรือโดนลอบสังหารด้วยพลังแปลกๆ สารพัดรูปแบบ ก็มีโอกาสตายได้ง่ายๆ เหมือนกัน
ดังนั้นเขาจึงเชื่อมั่นมาตลอดว่า การรวบรวมพลังให้มากขึ้น การมีสาวกที่มากขึ้น และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพต่างหาก ถึงจะเป็นวิถีทางแห่งความแข็งแกร่งที่แท้จริง ซึ่งนั่นก็คือเส้นทางที่พวกเขากำลังเดินอยู่นั่นเอง
[จบแล้ว]