- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 39 - เพิ่มแต้มสกิล
บทที่ 39 - เพิ่มแต้มสกิล
บทที่ 39 - เพิ่มแต้มสกิล
บทที่ 39 - เพิ่มแต้มสกิล
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
จ้าวเย่าเปรียบเทียบสกิลใหม่ทั้งสองสกิลของอลิซาเบธในใจอย่างเงียบๆ
"สกิลสร้างภาพลวงตาของอลิซาเบธในตอนนี้ทำได้แค่หลอกตาและหลอกหูเท่านั้น ถึงจะสมจริงแค่ไหนแต่มันก็ยังมีจุดบอดให้จับโป๊ะได้ง่ายๆ ถ้าสามารถเพิ่มสัมผัสทั้งห้าเข้าไปได้ ภาพลวงตาก็แทบจะแยกไม่ออกจากของจริงเลยล่ะ ข้อเสียอย่างเดียวก็คือมันสุ่มนี่แหละ"
นอกจากรูปและเสียงแล้ว สัมผัสทั้งห้าที่เหลือก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับภาพลวงตาก็คือสัมผัสทางกายนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่มันเป็นการสุ่มจึงไม่สามารถเลือกเจาะจงได้
"อีกสกิลอย่างควบคุมระยะไกลก็ถือว่าเจ๋งดี แต่ดูเหมือนฉันจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากมันเท่าไหร่แฮะ"
เมื่อลองชั่งน้ำหนักดูจ้าวเย่าก็ตัดสินใจเสี่ยงดวงเลือกอัปเกรดสกิลสุ่มสัมผัสทั้งห้า
หลังจากที่เขากดใช้แต้มสกิลไป ตัวอักษรคำว่าสุ่มสัมผัสทั้งห้าก็ค่อยๆ เลือนหายไปและเปลี่ยนเป็นคำว่า สัมผัสทางกลิ่น
"เฮ้อ ไม่ได้สัมผัสทางกายแฮะ" จ้าวเย่าเบ้ปาก "แต่ได้กลิ่นมาก็ไม่เลว คราวนี้ภาพลวงตาของอลิซาเบธก็ยิ่งสมจริงขึ้นไปอีกขั้นแล้ว"
สมุดระบบ เลเวล 2 (66/1000)
เพชร 7 เม็ด
โควตาสัตว์เลี้ยง (1/2) มัทฉะ
เลเวล 3 (0/1000)
ค่าความภักดี 100
ความสามารถ หยุดเวลา ระยะเวลาแสดงผล 6 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 6 วินาที
โควตาสัตว์เลี้ยง (2/2) อลิซาเบธ
เลเวล 3 (0/1000)
ค่าความภักดี 65
ความสามารถ แสงสีมายา ใช้เสียงสร้างภาพลวงตา ใช้สายตาควบคุมร่างกาย (พลังจะคลายลงเมื่อตัวอลิซาเบธหรือผู้ที่ถูกควบคุมได้รับการโจมตีอย่างรุนแรง)
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง ในที่สุดค่าความภักดีของอลิซาเบธก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 65 แต้มแล้ว
จังหวะนั้นเองข้อความในแชตกลุ่มวีแชตก็เด้งรัวๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ ไอ้ลูกชาย รีบเรียกพ่อให้ชื่นใจหน่อยเร็วเดี๋ยวพ่อจะแบกขึ้นแรงก์เอง" ไอดีที่ชื่อเจ้าอ้วนนักล่าลู่ปันพิมพ์เยาะเย้ย
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "อย่ามาดีแต่ปากว่ะ แข่งสามตากันไหมล่ะ ใครแพ้แล้วไม่เรียกพ่อถือว่าเป็นลูกหมา กล้าป่าว"
"เล่นแรงไปไหมเนี่ย" เหมียวหล่อขั้นเทพพิมพ์ห้ามทัพ "ฉันว่าพอแค่นี้เถอะ พวกนายจับปาร์ตี้เล่นด้วยกันไม่ได้หรือไง"
เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปันพิมพ์ตอบ "หึหึ ถ้าฉันแพ้ฉันจะไลฟ์สดกินอึเลย"
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "ถ้าพ่อแพ้อีกพ่อจะตีลังกาอึโชว์เลยเอ้า!"
เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปัน "ฉันจะกินอึให้ดูเป็นเดือนเลย!"
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "พ่อจะตีลังกาอึแล้วก็ตีลังกากินอึตัวเองโชว์ด้วย!"
"ลุยเลยๆ" รักปลาแห้งที่สุดพิมพ์เชียร์
หัวหน้าเสือดาว "เด็กใหม่นี่ใจเด็ดสุดยอดไปเลยว่ะ"
เหมียวหล่อขั้นเทพส่งอีโมจิหน้าเหนื่อยใจมาหนึ่งรูป "นี่ฉันขอถามหน่อยเถอะ ทำไมพวกแกต้องมาท้ากินอึแข่งกันด้วยวะ"
จ้าวเย่ากวาดสายตาอ่านข้อความในแชตแล้วเบ้ปาก เขาเดินไปนั่งข้างๆ มัทฉะและพบว่าทั้งสองฝ่ายเปิดห้องดวลเดี่ยวกันอีกรอบเรียบร้อยแล้ว
บนหน้าจอมือถือปรากฏภาพฮีโร่ลู่ปันกับหลี่หยวนฟางกำลังเดินส่ายไปส่ายมา นอกจากจะกดยิงธรรมดาใส่กันแล้ว สกิลที่ปล่อยออกมาต่างก็วืดเป้าหมายไปหมด
มัทฉะบ่นอุบอิบ "แม่งเอ๊ย เจ้านี่มันเดินหลบเก่งชะมัด พ่อเดาทางมันไม่ออกเลยว่ามันจะเดินไปทางไหน"
"ฉันก็เดาทางเดินของพวกแกสองตัวไม่ออกเหมือนกันนั่นแหละ..." จ้าวเย่ายีหัวมัทฉะเบาๆ แล้วกลอกตาบน "พวกแรงก์โกลด์ลงไปมันก็เป็นแบบนี้กันหมดนั่นแหละ แกไม่มีทางเดาใจคู่แข่งได้หรอกว่ามันคิดจะทำอะไร..."
ถึงแม้ในสายตาของจ้าวเย่าฝีมือของทั้งคู่จะห่วยแตกพอกัน แต่มัทฉะก็เริ่มเสียเปรียบและโดนกดดันจนสู้ไม่ได้
มัทฉะรีบกระโดดขึ้นไปบนตักของจ้าวเย่า เอาหัวไถไปมาอย่างออดอ้อน "จ้าวเย่าๆ แกช่วยฉันเล่นหน่อยสิ ฉันจะแพ้แล้วอะ"
"ขี้โกงนี่หว่า" จ้าวเย่าส่ายหน้า "แกเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง"
มัทฉะคาบโทรศัพท์มือถือมาวางแหมะไว้บนตักจ้าวเย่า "ถ้าฉันแพ้ฉันต้องไปตีลังกาอึเลยนะ แกอยากเห็นฉันตีลังกาอึโชว์ในบ้านนักใช่ไหม"
พอจินตนาการถึงภาพนั้นจ้าวเย่าก็ถึงกับขนลุกซู่ ถ้ามัทฉะตีลังกาอึจริงๆ สุดท้ายคนที่ต้องมาตามเช็ดตามล้างก็คือเขานี่แหละ
คิดได้ดังนั้นเขาก็กระชากมือถือมาถือไว้อย่างดุดัน "เอามานี่"
วินาทีต่อมาฮีโร่ลู่ปันในลานประลองก็ราวกับองค์ประทับ สเตปการเดินอันพริ้วไหวและการสาดสกิลที่แม่นยำราวกับจับวางกดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไม่เป็นขบวน
แต่ในจังหวะที่ฝั่งจ้าวเย่ากำลังจะคว้าชัยชนะ ฮีโร่ของอีกฝ่ายก็ดันยืนนิ่งและขาดการเชื่อมต่อสายไปดื้อๆ
ไม่กี่นาทีต่อมาในแชตกลุ่ม
เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปัน "เมื่อกี้หมาที่บ้านเดินสะดุดสายแลนหลุดว่ะ ตานี้ไม่นับโว้ย"
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "สู้ไม่ได้ก็ชักปลั๊กเน็ตออกเหรอ ได้ๆ แล้วยังกล้ามาดวลอีกไหมล่ะ"
เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปัน "แกพิมพ์ว่าอะไรนะ ฉันมองไม่เห็นตัวหนังสือเลย สัญญาณไม่ค่อยดีว่ะ ไอ้หมาโง่มันกัดสายเน็ตอีกแล้ว"
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "ไสหัวไปเลย แกเห็นพ่อเป็นควายหรือไง สัญญาณเน็ตไม่ดีมันเกี่ยวอะไรกับมองตัวหนังสือไม่ชัดฟะ!"
เจ้าอ้วนนักล่าลู่ปัน "ไม่ไหวว่ะ ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นกระทั่งรูปโปรไฟล์ของพวกแกแล้ว ไอ้หมาโง่มันกลืนเร้าเตอร์ลงท้องไปแล้วเนี่ย ฉันต้องไปตามทาสมาช่วยมันก่อนละ ขอตัวออกก่อนนะ"
ลู่ปันอันดับหนึ่งของเซิร์ฟ "ไอ้หน้าตัวเมีย รีบกลับมาเรียกพ่อเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!"
จ้าวเย่าอ่านข้อความในกลุ่มสลับกับมองมัทฉะที่กำลังยืนกระทืบเท้าโวยวายอยู่บนโซฟาด้วยความหงุดหงิดแล้วก็แอบกลอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ
จังหวะนั้นเองอลิซาเบธที่อยู่ริมหน้าต่างก็ขมวดคิ้วทวงสัญญา "จ้าวเย่า โทรศัพท์มือถือของฉันล่ะ"
"รู้แล้วๆ เดี๋ยวฉันซื้อให้" จ้าวเย่าเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งใจจะสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือให้อลิซาเบธสักเครื่อง
แต่ตอนที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นเขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรอเอิ๊กใหญ่ดังมาจากมุมห้อง
เขาหันไปมองก็พบว่าหยวนหยวนกำลังนอนหงายเหยียดยาวอยู่ตรงมุมกำแพง สองขาหน้าของมันพยายามยกขึ้นมาปิดปากด้วยท่าทางเขินๆ ข้างกายของมันมีถุงมันฝรั่งทอดกรอบที่กินจนเกลี้ยงวางทิ้งไว้
ก่อนหน้านี้พอมันกินอาหารแมวไปได้แค่สองสามคำมันก็ทำหน้าขยะแขยงแล้วเอาขาหน้าคุ้ยเขี่ยพื้นสลับไปมากลางอากาศเหมือนพยายามจะกลบของกิน
สัญชาตญาณของแมวป่าเวลาล่าเหยื่อมาได้พวกมันมักจะขุดดินฝังอาหารที่กินไม่หมดเพื่อเก็บไว้กินมื้อหน้า ส่วนแมวบ้านเวลาที่มันกินอิ่มแล้วหรือเจออาหารที่ไม่ถูกปากพวกมันก็จะทำท่าทางเหมือนพยายามกลบฝังสิ่งนั้นเช่นกัน แต่ด้วยความที่ในบ้านไม่มีดินให้ขุดมันก็เลยดูเหมือนพวกมันกำลังคุ้ยเขี่ยอากาศกลบอึลมอยู่
พอหยวนหยวนคุ้ยอากาศจนพอใจ มันก็อาศัยจังหวะที่จ้าวเย่าเผลอแอบไปรื้อขนมของจ้าวเย่ามากินอย่างสบายใจเฉิบ
"เวรเอ๊ย" จ้าวเย่าร้องเสียงหลง "แกไม่รู้เหรอว่าแมวกินอาหารของคนไม่ได้น่ะ" เขากุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ ต้องรู้ก่อนนะว่าสารปรุงแต่งในอาหารของมนุษย์นั้นแมวไม่สามารถย่อยสลายได้
ถ้ากินเข้าไปมากๆ อาจจะทำให้เกิดภาวะไตวายหรือโรคร้ายต่างๆ ตามมาได้ มันเป็นอันตรายต่อร่างกายแมวร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีข้อดีเลยสักนิด
หยวนหยวนที่กำลังเอามือปิดปากเผลอเรอออกมาอีกรอบ มันมองจ้าวเย่าด้วยสายตาหวาดกลัวพลางแก้ตัว "อย่าตีฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย อาหารของพวกมนุษย์มันอร่อยเกินไปนี่นา"
พอเห็นท่าทางขี้ขลาดของมันจ้าวเย่าก็ถอนหายใจออกมายาวๆ "เจ้านายเก่าของแกนี่ตามใจแกมากเกินไปจริงๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปห้ามแกกินอาหารของมนุษย์อีกเด็ดขาด"
จ้าวเย่ามองสภาพหยวนหยวนที่อ้วนกลมจนแทบจะลุกไม่ขึ้นแล้วก็ตั้งปณิธานว่าเขาจะต้องดัดนิสัยเจ้าแมวตัวนี้อย่างจริงจัง จะปล่อยให้มันกินของมั่วซั่วแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
...
อีกด้านหนึ่ง ภายในหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของจ้าวเย่า เซียวซืออวี่ยังคงอยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศและสวมรองเท้าส้นสูง ในมือของเธอถือถุงอาหารแมวขณะเดินลัดเลาะเข้าไปในสวนของหมู่บ้าน
"มี่มี่"
"มี่มี่"
สิ้นเสียงเรียกของเธอ จู่ๆ ก็มีเสียงลูกแมวร้องเหมียวดังตอบกลับมาจากมุมหนึ่งของสวนหย่อม พอได้ยินเสียงนั้นใบหน้าของเซียวซืออวี่ก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มและรีบเดินตรงเข้าไปหา
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือลูกแมววัยกำลังซนตัวเล็กๆ สองสามตัวกำลังร้องระงมใส่เธอ โดยมีแมวจรจัดตัวเต็มวัยอีกหลายตัวนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เซียวซืออวี่ต้องหยุดชะงักก็คือผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างฝูงลูกแมว
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเซียวซืออวี่ ผู้ชายคนนั้นก็หันกลับมายิ้มให้ "คุณก็มาให้อาหารแมวเหมือนกันเหรอครับ" เขาพูดพลางชูถุงอาหารแมวในมือให้ดู
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีหน้าตาท่าทางเป็นมิตรแถมยังมาให้อาหารแมวเหมือนกัน เซียวซืออวี่ก็คลายความระแวงลง
"ใช่ค่ะ ลูกแมวพวกนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ฉันก็เลยอยากจะเอาอาหารมาเสริมให้พวกมันสักหน่อย"
ลูกแมวตัวหนึ่งที่มีขนสีขาวแซมด้วยลายสลิดสีส้มเดินเข้ามาคลอเคลียที่ข้อเท้าของเซียวซืออวี่ ดวงตาของมันจ้องมองเธอราวกับต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง
"เป็นอะไรไปจ๊ะ ทำไมไม่ไปกินข้าวล่ะ"
ผู้ชายวัยกลางคนหันมามองเซียวซืออวี่แล้วถามขึ้น "คุณชอบแมวมากเลยเหรอครับ แล้วที่บ้านไม่ได้เลี้ยงไว้บ้างเหรอ"
"ก็ชอบนะคะ ฉันคิดว่าแมวมันน่ารักดี แต่ฉันทำงานยุ่งมากเลยไม่มีเวลาเลี้ยงเองหรอกค่ะ ปกติก็แวะมาให้อาหารพวกแมวจรจัดในหมู่บ้านนี่แหละ"
ฝูงแมวจรจัดเริ่มทยอยเดินเข้ามารุมล้อมเซียวซืออวี่อย่างคุ้นเคย เห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันสนิทสนมกับเธอมาก
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวโดยเฉพาะแมวจรจัดมักจะมีสัญชาตญาณระแวดระวังภัยสูงมาก
ถ้าเป็นคนแปลกหน้าต่อให้มีของกินมาล่อพวกมันก็คงไม่ยอมเดินเข้ามาหาใกล้ๆ แน่นอน
แต่จากการที่พวกมันเดินเข้ามาออเซาะเซียวซืออวี่อย่างสนิทสนมก็เดาได้เลยว่าเธอคงมาให้อาหารพวกมันเป็นประจำอย่างยาวนานแล้ว
"คุณทำงานยุ่งมากเลยเหรอครับ" ผู้ชายวัยกลางคนชวนคุย
เซียวซืออวี่มองฝูงแมวจรจัดที่กำลังกินอาหารอย่างมีความสุข เธอลดกำแพงป้องกันตัวเองลงและเผลอระบายความในใจออกมา "ก็ต้องยุ่งสิคะ ที่นี่คือเมืองเจียงไห่เชียวนะ คุณรู้ไหมคะว่าลำพังแค่ค่าเช่าห้องเดือนๆ หนึ่งฉันก็จ่ายไปตั้งสองพันแล้ว ไหนจะค่ากิน ค่าเข้าสังคม ค่าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง สารพัดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเงินเต็มไปหมด แต่ละเดือนฉันแทบจะไม่เหลือเงินเก็บเลย"
ผู้ชายวัยกลางคนส่งยิ้มอ่อนโยนให้ "คุณไม่ใช่คนที่นี่เหรอครับ"
"ถ้าได้เกิดเป็นคนที่นี่ก็คงดีสิคะ บ้านเกิดของฉันเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท พ่อแม่ก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้ การต้องมาดิ้นรนสู้ชีวิตคนเดียวในเมืองเจียงไห่แบบนี้ บางครั้งมันก็เหนื่อยจนแทบหายใจไม่ออกเหมือนกัน" เซียวซืออวี่หันไปมองชายวัยกลางคน "คุณเป็นคนพื้นที่ใช่ไหมคะ พวกคุณโชคดีจะตาย แค่มีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังก็เท่ากับไม่ต้องมานั่งดิ้นรนเหมือนพวกเราไปค่อนชีวิตแล้ว"
"ไม่คิดจะกลับบ้านเกิดบ้างเหรอครับ" ผู้ชายวัยกลางคนถามต่อ
"กลับไปเหรอคะ กลับไปแล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ อุตส่าห์ตั้งใจเรียนหนังสือมาตั้งสิบกว่าปี จะให้ฉันกลับไปทำนาหรือไงคะ" เซียวซืออวี่หัวเราะอย่างขมขื่น
ทั้งสองคนยืนคุยสัพเพเหระกันอยู่สิบกว่านาที ชายวัยกลางคนมองตามแผ่นหลังของเซียวซืออวี่ที่เดินจากไปก่อนจะหันกลับมามองลูกแมวตัวที่เอาแต่คลอเคลียเธอเมื่อครู่นี้
ลูกแมวตัวนั้นยังคงร้องเหมียวๆ มองตามหลังเซียวซืออวี่ไปไม่วางตา ราวกับว่ามันมีเรื่องสำคัญบางอย่างอยากจะบอกเธอ
ผู้ชายวัยกลางคนยิ้มมุมปากก่อนจะเดินลัดเลาะหายไปในความมืด
ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับเซียวซืออวี่ราวกับแกะแต่กลับสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กแบบเดียวกับผู้ชายวัยกลางคนเมื่อครู่นี้ก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลูกแมวน้อย เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่ง
"เด็กดี แกอยากจะบอกอะไรฉันงั้นเหรอ"
[จบแล้ว]