- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 27 - บังเอิญพบ
บทที่ 27 - บังเอิญพบ
บทที่ 27 - บังเอิญพบ
บทที่ 27 - บังเอิญพบ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ มีให้กินกันทุกตัวนั่นแหละ"
น่าเสียดายที่วันนี้เขาต้องไปทำงาน กลับมาก็ดึกมากแล้ว จ้าวเย่าเลยไม่มีเวลามานั่งศึกษาวิธีทำอาหารแมวโฮมเมดเลย
เขายังคงหวังว่าจะได้พัฒนาฝีมือการทำอาหารแมวของตัวเองให้ไปถึงระดับดีขึ้นไป เพื่อจะได้เพิ่มแต้มประสบการณ์ที่มัทฉะจะได้รับในแต่ละวัน
หลังจากให้อาหารพวกแมวจรจัดเสร็จ พอจ้าวเย่าเดินออกจากห้องมาก็เห็นว่าชามของอลิซาเบธว่างเปล่า ส่วนเจ้าตัวกำลังเอาหัวมุดลงไปในชามของมัทฉะแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีแดงจางๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังใช้พลังวิเศษอยู่
มัทฉะยืนแข็งทื่อด้วยความคับแค้นใจอยู่ข้างๆ แน่นอนว่ามันกำลังถูกอลิซาเบธควบคุมร่างกายเอาไว้
แต่วินาทีต่อมาชามอาหารแมวตรงหน้าอลิซาเบธก็กะพริบวูบ แล้วไปโผล่อยู่ตรงหน้ามัทฉะแทน
"หึๆๆๆ ประหลาดใจล่ะสิ" มัทฉะยกอุ้งเท้าขึ้นมาลูบแก้มตัวเองแล้วพูดว่า "นี่แหละคือพลังของฉันมัทฉะ ไม่มีใครหน้าไหนสามารถแย่งอาหารไปจากตรงหน้าฉันได้หรอก"
อลิซาเบธปรายตามองมันด้วยสายตาเหยียดหยาม ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีแดงขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมัทฉะก็เป็นฝ่ายเลื่อนชามอาหารกลับไปตรงหน้าเธอเสียเอง
อลิซาเบธแค่นเสียง "ขอบใจนะ เจ้าทาส..."
แต่วินาทีต่อมาชามอาหารกับมัทฉะก็กะพริบวูบอีกครั้ง คราวนี้ทั้งคู่ไปโผล่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร มัทฉะส่ายหน้าไปมา "เธอจะลองอีกกี่ครั้งผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ พลังของฉันมัทฉะนั้นไร้เทียมทาน เพราะฉันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์แมวและกลายเป็นพระเจ้าไปแล้ว"
"พวกแกสองคนพอได้แล้ว" จ้าวเย่าเดินเข้าไปหิ้วคอแมวทั้งสองตัวขึ้นมาแล้วดุ "เลิกทะเลาะกันสักที แล้วก็เลิกใช้พลังซี้ซั้วด้วย ส่วนเธอน่ะอลิซาเบธ เธอก็รู้ตัวนี่นาว่าตัวเองมีกระเพาะบอบบาง ย่อยอาหารก็ไม่ค่อยดี แล้วเธอจะฝืนกินเข้าไปเยอะแยะ..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ อลิซาเบธก็ขย้อนเอาอาหารออกมาคำโต อ้วกใส่หน้ามัทฉะเข้าอย่างจัง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจ้าวเย่าและมัทฉะ อลิซาเบธเชิดหน้าขึ้นสูงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส "ขอโทษทีนะ พอดีหน้าตานายมันอัปลักษณ์เกินไปหน่อยน่ะ"
มัทฉะใช้พลังหยุดเวลาทันที อุ้งเท้าทั้งสองข้างของมันพุ่งเข้าตะปบใบหน้าของอลิซาเบธอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ถูกจ้าวเย่าคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน
"ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ก่อน"
กว่าจะปลอบให้มัทฉะสงบสติอารมณ์และพาไปล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อย จากนั้นจ้าวเย่าก็หันไปดูภารกิจลาดตระเวนซึ่งเป็นภารกิจประจำวันอันสุดท้าย เขาตัดสินใจพามัทฉะออกไปข้างนอกด้วยเลย ถือเป็นการจับแยกไม่ให้แมวสองตัวนี้กัดกันในบ้านและได้ทำภารกิจไปในตัว
แต่พอหิ้วมัทฉะพาดบ่าแล้วเดินออกจากลิฟต์มา สัมผัสได้ถึงมวลอากาศร้อนระอุที่ปะทะเข้าหน้า หนึ่งคนกับอีกหนึ่งแมวก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน
"ร้อนชะมัดเลย"
มัทฉะเบิกตาปลาตายนิ่งสนิทมองจ้าวเย่าแล้วบ่น "จ้าวเย่า พวกเรากลับกันเถอะ นอนตากแอร์ดูไลฟ์สตรีมอยู่บ้าน เล่นเกมตีป้อมมันสบายจะตายไป ทำไมต้องออกมาทรมานตัวเองในวันที่อากาศร้อนตับแลบแบบนี้ด้วย"
จ้าวเย่าพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา "ก็ร้อนจริงๆ นั่นแหละ อากาศแบบนี้ขับรถออกไปดีกว่า"
ไม่กี่นาทีต่อมา หนึ่งคนกับอีกหนึ่งแมวก็ขับรถพานาเมร่าออกจากโรงจอดรถ
จ้าวเย่าตั้งใจว่าจะขับรถกินลมชมวิวสักหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยกลับ
แต่เพิ่งขับรถพ้นเขตหมู่บ้านมาได้ไม่ไกล เขาก็สังเกตเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ริมถนน จ้าวเย่าเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นคือเซียวซืออวี่เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของเขานั่นเอง
จะว่าไปแล้วบ้านที่เขาอยู่ตอนนี้เซียวซืออวี่ก็เป็นคนขายให้ ศูนย์ขายบ้านของเธอก็อยู่แถวๆ นี้ การจะบังเอิญมาเจอกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แถมอีกฝ่ายยังอุตส่าห์ช่วยเขาไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และช่วยย้ายบ้านอีก พอเห็นเธอถูกผู้ชายดึงดันแบบนั้น จ้าวเย่าย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้
...
เซียวซืออวี่ขมวดคิ้วแน่น เธอมองชายหนุ่มที่กำลังจับไหล่เธอไว้แน่นแล้วถามว่า "ไป๋ฉวน นายปล่อยฉันนะ นายจะทำอะไร"
ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กพูดด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง "ซืออวี่ ผมจริงจังนะ คุณเชื่อผมสิ ผมรักคุณจริงๆ เพื่อคุณแล้วต่อให้ต้องตายผมก็ยอม"
ชายหนุ่มคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานของเซียวซืออวี่ ตั้งแต่ที่เธอย้ายมาเป็นเซลส์ขายบ้านที่โครงการวิมานฟ้า เขาก็ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และมักจะหาเรื่องทักแชตไปคุยด้วยทุกวัน
แต่เซียวซืออวี่ก็รักษาระยะห่างมาโดยตลอด และเคยปฏิเสธคำชวนของเขาไปตรงๆ แล้วหลายครั้ง
แต่ไม่รู้ว่าวันนี้ไป๋ฉวนเกิดผีเข้าอะไร ถึงได้แต่งตัวจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว พอเลิกงานก็มาดักรอสารภาพรักกับเธอ พอถูกปฏิเสธก็ยังตามตื๊อไม่เลิกรา ทำเอาเซียวซืออวี่รู้สึกรำคาญจนทนแทบไม่ไหว
"ไป๋ฉวน ฉันบอกแล้วไงว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายเลย" เซียวซืออวี่พยายามอธิบายอย่างอ่อนใจ
"เป็นไปไม่ได้หรอก ซืออวี่ผมรู้ว่าคุณก็ชอบผมเหมือนกัน" ไป๋ฉวนเถียง "ไม่อย่างนั้นวันแรกที่คุณย้ายมา คุณจะเอาช็อกโกแลตมาให้ผมทำไม แล้วก็วันที่ผมเป็นลมแดด คุณก็ยังเป็นคนพาผมไปส่งโรงพยาบาลอีก..."
"ช็อกโกแลตนั่นฉันก็แจกให้ทุกคนแหละ..." เซียวซืออวี่ถอนหายใจ "ส่วนตอนที่นายเป็นลมแดด แถวนั้นมันมีแค่ฉันคนเดียว ถ้าฉันไม่พานายไปส่งแล้วใครจะพาไปล่ะ"
ไป๋ฉวนส่ายหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และมั่นใจในตัวเอง "ซืออวี่ ให้โอกาสผมเถอะ ผมจะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก คุณเชื่อผมสิ ตอนนี้ผมไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วนะ"
เซียวซืออวี่ยกมือกุมขมับอย่างหมดหนทาง
จังหวะนั้นเอง รถปอร์เช่พานาเมร่าคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทข้างๆ พวกเขา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเซียวซืออวี่ กระจกรถก็เลื่อนลง จ้าวเย่ามองดูสถานการณ์ของทั้งคู่แล้วเอ่ยปากถาม "เซียวซืออวี่ มีอะไรให้ช่วยไหม"
มองดูรถสปอร์ตตรงหน้า ไป๋ฉวนก็ขมวดคิ้วแล้วยอมปล่อยมือจากไหล่ของเซียวซืออวี่
เซียวซืออวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอรีบวิ่งไปเปิดประตูขึ้นรถฝั่งที่นั่งผู้โดยสารแล้วบอกว่า "จ้าวเย่า รบกวนไปส่งฉันที่บ้านหน่อยสิ"
จ้าวเย่าปรายตามองไป๋ฉวนที่ยืนอยู่ข้างนอกแล้วถามซียวซืออวี่ "จะให้ผมโทรแจ้งตำรวจไหม"
"ไม่ต้องหรอก เขาเป็นเพื่อนร่วมงานฉันเอง ความจริงเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก แค่ทำตัวงี่เง่าไปหน่อยเท่านั้นแหละ"
ไป๋ฉวนไม่ได้เข้ามาขัดขวางไม่ให้เซียวซืออวี่ขึ้นรถ แต่เขากลับจ้องมองจ้าวเย่าที่นั่งอยู่ในรถด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
"นายเป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับซืออวี่"
เซียวซืออวี่รีบชิงตอบแทน "เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของฉันเอง ไป๋ฉวน ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายจริงๆ เรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ นายกลับไปทบทวนตัวเองให้ดีๆ เถอะ"
ไป๋ฉวนแค่นหัวเราะเยาะ เขามองดูรถสปอร์ตตรงหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ พูดให้สวยหรูไปเถอะ สุดท้ายก็เพราะเห็นว่าผมไม่มีเงินใช่ไหมล่ะ พอเห็นเขามีรถสปอร์ตก็รีบวิ่งระริกระรี้เข้าไปหาเลยนะ"
"แต่ผมจะบอกอะไรให้นะ คุณจะต้องเสียใจ"
จ้าวเย่าที่นั่งฟังอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า "พี่ชาย ฝืนใจไปก็ไม่มีความสุขหรอก ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่ได้ชอบ แล้วพี่จะไปตามตื๊อเขาให้ได้อะไรขึ้นมา"
ไป๋ฉวนตวัดสายตามองจ้าวเย่าอย่างเย็นชา "แกคิดว่ามีเงินแล้วจะวิเศษนักหรือไง เงินที่แกมีก็เป็นเงินที่พ่อแม่แกหามาให้ทั้งนั้นแหละ นอกจากเงินแล้วแกมีอะไรดีบ้าง"
"ผม..." จ้าวเย่าถึงกับกรอกตามองบน เขาไปพูดอวดรวยใส่ตอนไหนวะเนี่ย แต่พอโดนอีกฝ่ายด่าว่านอกจากเงินแล้วมีอะไรดีบ้าง ภายในใจของจ้าวเย่ากลับรู้สึกสะใจอย่างประหลาด มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ
ทว่ารอยยิ้มนั้นในสายตาของอีกฝ่าย กลับกลายเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ดูแคลนเขาอย่างถึงที่สุด
ไป๋ฉวนจ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตาลึกล้ำ "ขอเตือนแกไว้คำนึงก็แล้วกันนะไอ้ลูกเศรษฐี โลกใบนี้มันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่แกคิดหรอกนะ บางครั้งการมีเงินมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก" พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
เซียวซืออวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ "ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะหัวรุนแรงขนาดนี้"
จ้าวเย่ามองดูเซียวซืออวี่ที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ วันนี้เธอใส่ชุดสูทเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวที่โค้งเว้าได้อย่างชัดเจน ผมยาวสลวยถูกมัดรวบเป็นหางม้าดูทะมัดทะแมง
พอได้ยินคำขอโทษของเซียวซืออวี่ จ้าวเย่าก็ส่ายหน้าแล้วตอบ "ผมไม่ถือสาหรอก ว่าแต่คุณเถอะจะเอาไงต่อ ถ้าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานคุณ วันข้างหน้าเขาไม่ตามรังควานคุณแย่เหรอ"
เซียวซืออวี่ขมวดคิ้ว "ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ฉันก็คงต้องลาออกแหละ"
พูดจบเธอก็เปลี่ยนเรื่องหันไปสนใจพานาเมร่าตรงหน้าแทน "นี่รถใหม่ของคุณเหรอ เท่จังเลย ดูแพงมากแน่ๆ เลยใช่ไหม"
"ก็พอได้นะ ประมาณล้านนึง" จ้าวเย่าตอบหน้าตาย "พูดไปคุณอาจจะไม่เชื่อ ความจริงผมไม่ได้อยากจะซื้อเลยนะเนี่ย"
เซียวซืออวี่มองดูรถพานาเมร่าด้วยสายตาอิจฉา "อิจฉาคุณจังเลย อายุแค่นี้ก็มีทั้งบ้านทั้งรถ สร้างเนื้อสร้างตัวในเมืองเจียงไห่ได้สบายๆ เลย"
จ้าวเย่ารู้ดีว่าเซียวซืออวี่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่สอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองเจียงไห่ การมีบ้านและรถเป็นของตัวเองคงเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเธอเลยทีเดียว
เขาจึงพูดปลอบใจไปว่า "ผมก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละ คุณไม่ต้องห่วงหรอก ด้วยความสามารถระดับคุณ อีกหน่อยก็คงซื้อบ้านได้เหมือนกันนั่นแหละ ว่าแต่คุณพักอยู่แถวไหนล่ะ เดี๋ยวผมไปส่ง"
จังหวะนั้นเองเสียงร้องเหมียวๆ ก็ดังขึ้น เซียวซืออวี่หันขวับไปมองด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นมัทฉะกำลังยืนเชิดหน้าชูคออยู่บนเบาะหลังรถแล้วจ้องมองมาที่เธอ
[จบแล้ว]