- หน้าแรก
- โคโนฮะ ภรรยาของชั้นคือซึนาเดะ
- บทที่ 254 การตกปลาคือปลายทางสุดท้ายของคนวัยเกษียณ
บทที่ 254 การตกปลาคือปลายทางสุดท้ายของคนวัยเกษียณ
บทที่ 254 การตกปลาคือปลายทางสุดท้ายของคนวัยเกษียณ
บทที่ 254 การตกปลาคือปลายทางสุดท้ายของคนวัยเกษียณ
เมื่อซึนาเดะทำตามความฝันในการเป็นโฮคาเงะ และชิฮะทำตามความฝันในการเป็น ‘ผู้ชายของโฮคาเงะ’ ชีวิตก็กลับคืนสู่ช่วงเวลาแห่งความสงบสุข
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรค่าแก่การพูดถึงคือ โอโรจิมารุมีการค้นพบใหม่... ไม่ใช่แค่ผลการวิจัย ‘เนตรสังสาระ’ แต่รวมถึงที่ซ่อนเฉพาะเจาะจงของ ‘จิเก็น’ ด้วย
เรื่องเนตรสังสาระนั้นตรงไปตรงมา หลังจากศึกษาเสร็จ โอโรจิมารุก็เก็บเข้ากรุ ไม่ได้มอบให้ใครในตระกูลอุจิวะ
ตระกูลอุจิวะก็รู้ความและไม่พยายามเรียกร้อง เพราะเนตรคู่นี้เป็นของรางวัลสงครามของชิฮะ ไม่ใช่ของพวกเขา
ในยุคสมัยนี้ ใครจะกล้าอวดฉลาดต่อหน้าชิฮะ?
อย่าว่าแต่ตระกูลอุจิวะเลย ต่อให้อุจิวะ มาดาระโผล่มาเอง ก็คงต้องโดนชิฮะตบสักสองฉาดและแบ่งบุหรี่ให้สูบก่อนถึงจะยอมปล่อยให้กลับไปอย่างปลอดภัย
ช่วยไม่ได้ แรงกดดันของชิฮะทำให้ผู้คนแทบหายใจไม่ออกจริงๆ
เมื่อมาถึงหน่วยวิจัยโคโนฮะ ชิฮะไม่สนใจเนตรสังสาระของมาดาระ ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่จิเก็น
เมื่อจัดการจิเก็นเสร็จ ชิฮะจะได้เสวยสุขกับช่วงเวลาว่างอันยาวนาน รอซึนาเดะเกษียณแล้วไปเที่ยวด้วยกัน พร้อมกับรอต้อนรับ โอซึซึกิ โมโมชิกิ, โอซึซึกิ คินชิกิ และตัวตลกอย่าง โอซึซึกิ อุราชิกิ ที่จะมาจากนอกโลก
“ดาวเทียมลาดตระเวนรุ่น 2 ประสบความสำเร็จแล้วเหรอ?”
“เราอยู่ยุคไหนกันแล้ว ชิฮะ?” โอโรจิมารุหรี่ตา “ดาวเทียมรุ่น 3 ถูกส่งขึ้นไปแล้ว และรุ่น 4 จะปล่อยเดือนหน้า”
“เร็วขนาดนั้น?” ชิฮะเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ “ความเร็วของนายมันเวอร์เกินไป ปีหน้ากะจะมุ่งสู่ดวงดาวและท้องทะเลเลยรึไง?”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” โอโรจิมารุส่ายหน้า “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมันเป็นขั้นบันได พอทลายกำแพงด่านหนึ่งได้ การเจาะลึกต่อๆ ไปก็จะง่ายขึ้นมาก”
ชิฮะชะงัก แล้วส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “โอโรจิมารุ ฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังเล่นมุกใต้สะดือนะ”
“หือ?” โอโรจิมารุงง “‘มุกใต้สะดือ’ คืออะไร?”
“เปล่า ช่างเถอะ” ชิฮะรีบเปลี่ยนเรื่อง “มาคุยเรื่องจิเก็นดีกว่า ระบุตำแหน่งแน่ชัดได้มั้ย?”
“ล็อกเป้าได้ แต่ดูเหมือนมันจะรู้อะไรบางอย่าง มันเปลี่ยนตำแหน่งไปมาระหว่างฐานลับไม่กี่แห่งที่ไปบ่อยๆ อย่างสุ่ม”
“ดูเหมือนจิเก็นจะหาอัจฉริยะด้าน ‘การวิจัยวิทยาศาสตร์’ มาเข้าองค์กรคาระ ได้เหมือนกันนะ... คนประเภทเดียวกับนายน่ะ”
“โอ้?” โอโรจิมารุเริ่มสนใจ “ถ้าเป็นงั้นจริง หลังจากกำจัดภัยคุกคามจากจิเก็นแล้ว นายช่วยจับเป็นหมอนั่นกลับมาให้ฉันดูหน่อยสิ”
“ไม่กลัวเขาจะมาแทนที่นายเหรอ?”
“แทนที่ฉัน? สิ่งที่ฉันกลัวน้อยที่สุดคือการถูกแทนที่” โอโรจิมารุทำหน้าหยิ่งยโส “ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ด้อยกว่าใคร และต่อให้แพ้ชั่วคราว ฉันก็ตามทันได้เสมอ”
“ในเมื่อมั่นใจขนาดนั้น ฉันจะจัดให้” ชิฮะพยักหน้า แล้วแบมือ “ส่งข้อมูลตำแหน่งกิจกรรมโดยละเอียดของจิเก็นมา ฉันจะหาเวลาไปเยี่ยมมันหน่อย”
โอโรจิมารุพยักหน้าและส่งเอกสารปึกหนาให้ชิฮะ “เยอะหน่อยนะ ค่อยๆ อ่านล่ะ”
“เยอะขนาดนี้?!” ชิฮะรู้สึกท้อแท้นิดหน่อย “มันเป็นหนูรึไง?”
“ไม่แน่ใจว่าเป็นหนูมั้ย แต่สิ่งเดียวที่ยืนยันได้คือ จิเก็นจะหายตัวไปจากโลกนินจาเป็นพักๆ และฉันไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แน่ชัด”
ประกอบกับความทรงจำจากชาติก่อนที่เลือนลางลงเรื่อยๆ ชิฮะเข้าใจทันที “ฉันรู้ว่ามันไปไหน”
“บอกมาก่อนสิ ดูว่าจะตรงกับที่ฉันเดามั้ย” โอโรจิมารุยิ้มมองชิฮะ
ชิฮะไม่ตอบทันที แต่เขียนตัวอักษรหนึ่งตัวกลางอากาศ
“มิติ”
“ฉันก็คิดเหมือนนาย” โอโรจิมารุเบะปาก “ดาวเทียมรุ่น 4 ที่กำลังจะปล่อย ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางข้าม ‘มิติ’ โดยเฉพาะ”
ชิฮะอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก “โอโรจิมารุ นายก้าวกระโดดเกินไปแล้ว นายเริ่มวิจัยเรื่องมิติแล้วเหรอ?”
“แน่นอน และต้องขอบคุณมินาโตะ... และลูกศิษย์ของเขา อุจิวะ โอบิโตะ”
“อุจิวะ โอบิโตะ?” หัวใจชิฮะกระตุก “เล่ามาซิ ฉันไม่ค่อยได้สนใจเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านเลย”
“คงเป็นเรื่องบังเอิญล่ะมั้ง” โอโรจิมารุหัวเราะเบาๆ “นิสัยของอุจิวะ โอบิโตะ ต่างจากอุจิวะส่วนใหญ่ และแสดงพรสวรรค์ที่น่าผิดหวังตั้งแต่เด็ก
แต่ในปีที่เขาอายุครบสิบขวบ...”
“เดี๋ยว” ชิฮะขัดจังหวะโอโรจิมารุ “รุ่นใหม่ของหมู่บ้านอายุขนาดนั้นแล้วเหรอ?”
โอโรจิมารุชำเลืองมองชิฮะ “ต่อให้มีเทพวิชาควบคุมเวลา แต่นายจะละเลยการไหลผ่านของเวลาขนาดนี้ไม่ได้นะ?”
ชิฮะหน้าเจื่อน “ก็นะ ตอนนี้ฉันแทบจะเป็นอมตะแล้ว คอนเซปต์เรื่องเวลามันเลยเบลอๆ หน่อย เข้าใจใช่มั้ย?”
“งั้นอย่างน้อยก็น่าจะรู้อายุตัวเองไม่ใช่เหรอ?” โอโรจิมารุก็ผายมืออย่างจนปัญญา “พวกเราเกิดปีโคโนฮะที่ 13 และตอนนี้นายอายุ 39 แล้ว ดังนั้นปีนี้ย่อมเป็น... ปีโคโนฮะที่ 52”
พอโอโรจิมารุไล่เรียงให้ฟัง ชิฮะถึงบางอ้อและได้คอนเซปต์เวลาคืนมา
จริงๆ ไม่ใช่ความผิดชิฮะ นี่เป็นปัญหาปกติของคนที่อายุยืนและว่างงานเกินไป
“สรุปคือ อุจิวะ โอบิโตะ ตอนนี้เป็นวัยรุ่นแล้วสินะ?”
“รุ่นเดียวกับลูกชายซาคุโมะ... คาคาชิ” โอโรจิมารุแทรก “มาต่อเรื่องอุจิวะ โอบิโตะ กันเถอะ”
ชิฮะพยักหน้า แล้วผายมือให้โอโรจิมารุเล่าต่อ
“วิชาเทพสายฟ้าเหินของมินาโตะ... ไม่สิ เทพสายฟ้าเหินที่ท่านรุ่นที่ 2 คิดค้นขึ้น มันอันตรายมาก ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี ปัญหาก็เกิดได้ง่ายๆ ซึ่งนายคงรู้ดี
ในฐานะลูกศิษย์มินาโตะ อุจิวะ โอบิโตะ ย่อมอยากเรียนวิชามิติเวลานี้
อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของเขา... ยากจะอธิบาย... แถมยังใจร้อน เรียนไปครึ่งๆ กลางๆ ก็แอบไปฝึกเองโดยที่มินาโตะไม่รู้
และดวงเขาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ อย่างน้อยจิไรยะที่มุทะลุก็ยังหลงเข้าไปในภูเขาเมียวโบคุโดยบังเอิญและได้ทุนรอนในการเติบโต
แต่อุจิวะ โอบิโตะ... ตัดตัวเองขาดครึ่งตอนใช้เทพสายฟ้าเหิน”
“นั่นมัน... ไม่กลัวตายจริงๆ!” ชิฮะบ่นอุบ “เทพสายฟ้าเหินผิดพลาดเหรอ?”
“นั่นแหละสถานการณ์ การใช้เทพสายฟ้าเหินผิดวิธีทำให้ท่อนบนของอุจิวะ โอบิโตะ ถูกเทเลพอร์ตไป ส่วนท่อนล่างถูกฉีกขาดและอยู่ที่เดิม”
“ตัวขาดครึ่ง... เจ็บปวดทรมานสุดๆ และยังไม่ตายทันทีด้วยนะ” ชิฮะจินตนาการภาพโอบิโตะทุรนทุราย
“ถูกต้อง และระยะทางระหว่างท่อนบนกับท่อนล่างห่างกันมาก กว่าจะมีคนไปเจอโอบิโตะผู้บ้าบิ่น เขาก็ใกล้สิ้นใจแล้ว” ตาโอโรจิมารุสว่างวาบขึ้นมาทันที
“แต่ที่น่าประหลาดใจคือ อุจิวะ โอบิโตะ ที่ปลุกเนตรไม่ได้มาตลอด กลับเบิก ‘เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา’ ได้ในทันที”
“เป็นไปไม่ได้!” ชิฮะแย้งทันที “อย่ามามั่วน่า โอโรจิมารุ! การเบิกเนตรกระจกเงาทันทีมันเป็นแค่ตำนาน!”
“ตาของเขาเป็นเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาจริงๆ ตอนที่มีคนเจอท่อนบนของเขา” โอโรจิมารุผายมือ “การถูกตัดขาดครึ่งมันเจ็บปวดแสนสาหัส และคุณจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกนาน มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าโอบิโตะเจออะไรมาบ้างในช่วงเวลานั้น”
เคาะหัวตัวเอง โอโรจิมารุพูดต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น พวกอุจิวะมันไม่ปกติอยู่แล้ว การจะเบิกเนตรต้องใช้อารมณ์รุนแรง เพื่อให้เมื่อถูกกระตุ้น ความผันผวนทางอารมณ์จะพุ่งถึงขีดสุด
และอุจิวะ โอบิโตะ บังเอิญเป็นหนึ่งในอุจิวะหายากที่ใช้อารมณ์และจิตใจดี ในการรอคอยอันยาวนานที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด จินตนาการได้เลยว่าอารมณ์เขาจะปั่นป่วนขนาดไหน
ความตายไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือการนอนมองตัวเองค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเจ็บปวดและไร้ทางสู้”
“นั่นมัน... ยากจะบรรยายจริงๆ” ชิฮะพอเข้าใจ แต่ยิ่งสงสัย “แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?”
“ตระกูลอุจิวะย่อมพาโอบิโตะมาหาฉัน และแน่นอน ฉันช่วยชีวิตเขาและศึกษาเขาอยู่พักหนึ่ง”
“กะแล้วเชียว นายปล่อยตัวประหลาดอย่างโอบิโตะไปไม่ได้หรอก”
“ฉันบอกได้แค่ว่าตระกูลอุจิวะมันเกินเยียวยา ไม่โรคจิตก็พวกมาโซคิสม์ (ชอบความเจ็บปวด) นี่อาจเป็นผลข้างเคียงที่ไม่เสถียรเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้นเมื่อเนตรวงแหวนมอบพลังให้พวกเขา”
“โอโรจิมารุ มีคนในตระกูลอุจิวะคนอื่นพยายามเบิกเนตรด้วยวิธีนี้มั้ย?” ชิฮะถามด้วยความอยากรู้
“สิ่งที่วางแผนไว้... ยังเรียกว่าอุบัติเหตุได้เหรอ? ความผันผวนทางอารมณ์ที่ตามมาจะยังรุนแรงขนาดนั้นได้เหรอ?”
คำถามย้อนสองข้อติดของโอโรจิมารุทำชิฮะไปไม่เป็น ได้แต่พยักหน้าอย่างยอมจำนน “ฉันคิดตื้นไป นายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้... เชิญต่อเลย”
“สรุปคือ ในเมื่อนิสัยอุจิวะมีข้อบกพร่องและอารมณ์ไม่เสถียร ฉันเลยโฟกัสที่จุดนี้และพัฒนา ‘แคปซูลจำศีลโลกเสมือน’ ให้พวกเขา” โอโรจิมารุเปิดเผยสิ่งประดิษฐ์ใหม่ “หลักการคล้ายคาถาลวงตา แต่ไม่มีอิทธิพลของจักระ เป็นแค่การแทรกแซงคลื่นสมอง”
“Virtual Reality ?” ชิฮะอ้าปากค้าง “นายสร้างเจ้านั่นได้ด้วยเหรอ?!”
“ยากตรงไหน?” โอโรจิมารุไม่ยี่หระ “ก็แค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ แต่ทางอุจิวะเห็นค่ามันมาก และซึนาเดะก็รู้เรื่องนี้และคิดประยุกต์ใช้ด้านอื่นแล้ว”
ชิฮะพูดไม่ออก... ซึนาเดะก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเขา
อย่างไรก็ตาม ชิฮะรู้สึกโล่งใจอย่างรวดเร็วเมื่อคิดดูดีๆ
วันๆ เขาเอาแต่ตกปลา นอนเล่น หรือวาดรูปในที่สวยๆ ยิ่งไปกว่านั้น เวลาเขาไปหาซึนาเดะ หัวข้อที่คุยกันแทบไม่เกี่ยวกับงานหรือหมู่บ้านเลย
ซึนาเดะก็เป็นคนไม่เอางานกลับบ้าน และรู้นิสัยชิฮะดีว่าไม่อยากยุ่งเรื่องจุกจิก เธอเลยไม่ค่อยคุยเรื่องพวกนี้กับเขา
“ช่างเถอะๆ ฉันแค่เริ่มเรื่อง ที่เหลือเป็นหน้าที่นาย” ชิฮะถอนหายใจ “เล่าเรื่องโอบิโตะต่อสิ”
“ได้” โอโรจิมารุพยักหน้า “ตั้งแต่นั้นมา โอบิโตะถูกกระตุ้นจนเบิกเนตรมิติเวลาได้ แต่ร่างกายเขาเสียหายหนักเกินไป ทั้งท่อนบนและท่อนล่างเนื้อตายเกือบหมดเพราะขาดเลือดนาน
ฉันเลือกส่วนที่ใช้ได้ และผสมผสานกับเทคนิคการโคลนนิ่ง การเพาะเลี้ยง และตัวทดลองเซ็ตสึขาว... สร้างร่างกายใหม่ให้โอบิโตะ
แลกเปลี่ยนกับการที่โอบิโตะตกลงร่วมมือกับฉันเต็มที่ในการวิจัยเรื่องมิติ
และนั่นคือที่มาของ... ดาวเทียมลาดตระเวนรุ่น 4”
ทั้งซับซ้อนและพิสดาร... ชิฮะส่ายหน้า “ยังไงก็ตาม นี่เป็นเรื่องดีสำหรับหมู่บ้านและโลกนินจา”
“ถูกต้อง โอบิโตะที่เบิกเนตรมิติเวลาได้นั้นแข็งแกร่งมาก ตอนนายไม่อยู่หมู่บ้าน เขาคือระดับท็อปเทียร์แน่นอน”
ชิฮะพยักหน้า แต่ไม่มีเจตนาจะไปติดต่อโอบิโตะ
ด้วยอุบัติเหตุและโชคชะตาที่บิดเบี้ยว ชะตาชีวิตของโอบิโตะเปลี่ยนไป แต่บางส่วนก็ยังเหมือนเดิม
ทางที่ดีอย่าไปยุ่ง ปล่อยให้เขาเติบโตอย่างอิสระเถอะ
“งั้นฉันกลับก่อนนะ” ชิฮะชูเอกสารปึกหนาในมือ “ฉันจะรอข่าวดีเรื่องดาวเทียมรุ่น 4 ของนาย ฉันต้องรู้ว่าจิเก็นหนีไปมิติไหน”
“ถ้ารู้แล้ว นายจะมีวิธีเข้าไปเหรอ?”
ชิฮะรู้สึกเหมือนโดนดูถูก “โอโรจิมารุ อย่าดูถูกกันสิ ฉันสำเร็จวิชาเทพสายฟ้าเหินมาตั่งแต่ยี่สิบกว่าปีก่อน ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะไม่พัฒนาขึ้นเลยตั้งแต่นั้นมา”
อย่าลืมสิ เขามี ‘พรสวรรค์นินจาเติบโตไร้ขีดจำกัด’ และตลอดหลายปีมานี้ ความสามารถหลายอย่างของเขาพัฒนาไปถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อ
“เกือบลืมไปเลย” โอโรจิมารุยิ้มแหยๆ “พรสวรรค์นายน่ากลัวยิ่งกว่าพรสวรรค์ ‘การวิจัยวิทยาศาสตร์’ ของฉันซะอีก
ไม่ได้เห็นนายลงมือนานจนฉันลืมคอนเซปต์ความแข็งแกร่งของนายไปแล้ว”
“รู้สึกเหมือนท่าโจมตีปกติของฉันเป็นท่าไม้ตายหมดเลยใช่มั้ยล่ะ?” ชิฮะยิ้มอย่างภูมิใจ “นี่คือพลังของ ‘เทพเจ้าเดินดิน’ ฉันตบตายได้ด้วยการโบกมือทีเดียว”
“ไป ไป ไป! รีบไปซะ อย่ามากวนฉัน” โอโรจิมารุขมวดคิ้ว “ใครอยากฟังนายโม้ และใครอยากให้นายมาโบกมือ?”
ชิฮะหัวเราะและเดินจากไป
ทำธุระจริงจังเพียงอย่างเดียวของวันเสร็จแล้ว ต่อไปจะไปตกปลา หรือไปห้องโฮคาเงะวาดรูปเหมือนซึนาเดะดีนะ?
ครุ่นคิด ชิฮะเดินทอดน่องไปยังแม่น้ำสายเล็กในป่ามรณะ
การตกปลา... คือปลายทางสุดท้ายของคนวัยเกษียณจริงๆ
(จบตอน)
By. charcoal gray silver gold maya ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═