- หน้าแรก
- วิถีจอมมารผู้ผดุงธรรม
- บทที่ 34 ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่ง มังกรเฒ่าสิ้นชีพ!
บทที่ 34 ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่ง มังกรเฒ่าสิ้นชีพ!
บทที่ 34 ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่ง มังกรเฒ่าสิ้นชีพ!
บทที่ 34 ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่ง มังกรเฒ่าสิ้นชีพ!
วิญญาณมรณะนับหมื่นปรากฏตามริมน้ำ ลำคลอง และทะเลสาบ
พวกมันจ้องเขม็งไปยังมังกรจระเข้เฒ่า แผดเสียงคำรามกึกก้อง
“ตาย!”
เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวทั่วชั้นฟ้า ทว่ามีเพียงลั่วโจวและมังกรจระเข้เฒ่าที่ได้ยิน
เวลานี้ มังกรจระเข้เฒ่าเริ่มหวาดกลัวแท้จริง ทันทีที่มองเห็นวิญญาณมรณะแต่ละตน ความทรงจำในอดีตพลันผุดขึ้นในสมองทันที
“หลิวอาฟา สามัญชน ชาย อายุสี่สิบสาม พ่อค้าเต้าหู้ ถูกกินเมื่อแปดสิบสามปีก่อน วันที่สิบเจ็ดเดือนห้า ถูกกัดกินห้าคำ กินพร้อมเต้าหู้ รสชาติดี...”
“จางเข่อซิน สามัญชน หญิง อายุยี่สิบเจ็ด แม่บ้าน ถูกกินเมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อน วันขึ้นเจ็ดค่ำเดือนเจ็ด ซักผ้าริมน้ำ เดินหนีฝนช้า ถูกไล่ตามขึ้นบกจับกิน ผอมแห้ง รสชาติไม่อร่อย...”
“เยว่หนาน ผู้บำเพ็ญขอบเขตรวมปราณ อายุห้าสิบหก ถูกกินเมื่อสามสิบเจ็ดปีก่อน วันที่สิบห้าเดือนหก ลอบสังหารมันกลับถูกจับกินแทน ตั้งใจกัดกินหลายสิบคำ ยามตายยังก่นด่าสาปแช่งไม่หยุด...”
สามัญชนและผู้บำเพ็ญนับหมื่นชีวิตกลายเป็นตัวตนลึกลับโอบล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง
มังกรจระเข้เฒ่าจำแลงกายเล็กลงเหลือขนาดเพียงสามจั้ง ขาเรียวยาวแข็งแรง เตรียมหันหลังหนี มันมีรูปแบบจำแลงกายสี่ลักษณะ คือสุนัขตัวน้อยประจบประแจง ร่างสิบจั้งจู่โจมทำลายล้าง ร่างเจ็ดจั้งต่อสู้ และร่างสามจั้งใช้หลบหนี
มันหวาดกลัวจนอยากหนีพ้น ทว่ามังกรจระเข้เฒ่าคาดไม่ถึงว่าจะถูกวิญญาณมรณะนับหมื่นปิดล้อม ผู้อื่นไม่เห็นพวกมัน มีเพียงลั่วโจวและมังกรจระเข้เฒ่าที่เห็น ในเมื่อมองเห็นนับว่ามีตัวตน พวกมันขวางทางมังกรจระเข้เฒ่าหนาแน่นจนไม่อาจหลบหนี
“ตาย ตาย ตาย ตาย!”
มังกรจระเข้เฒ่ากรีดร้องตื่นตระหนก
“นี่ตัวประหลาดอะไร ฟางเต้าฉีเจ้าทำบ้าอะไร ไม่กลัวท่านแม่ข้าฆ่าเจ้าหรือ!”
ฟางเต้าฉีตกตะลึง ไม่รู้มังกรจระเข้เฒ่าสติแตกเรื่องใด ทว่าเขาสัมผัสเลือนลางถึงกลิ่นอายยมโลกสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากจุดมังกรจระเข้เฒ่ายืนอยู่ ฟางเต้าฉีอดไม่ได้ถอยหลังหนีไกลที่สุด
“พวกเจ้าเป็นตัวอะไร ไสหัวไปให้พ้น!”
มังกรจระเข้เฒ่าแผดเสียงคำราม ทว่าวิญญาณมรณะตนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“เยว่ชางหลง ข้าคือส่วนหนึ่งในตัวเจ้า เจ้ากินข้าเข้าไปแล้ว ข้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า ตอนนั้นเจ้ายังชมเนื้อข้านุ่มอร่อยนัก!”
“เยว่ชางหลง ตอนนั้นเจ้ากัดข้าสิบสามคำ กว่าข้าจะขาดใจตาย วันนั้นข้าสังหารเจ้าไม่ได้ วันนี้ข้ามาหาเจ้าแล้ว!”
“เยว่ชางหลง เจ้าลืมไปแล้วหรือ? เจ้ากลืนข้าลงท้องทั้งตัว ข้าต้องทนทรมานในท้องเจ้าถึงสามวันกว่าจะตาย เจ็บปวดเหลือเกิน!”
วิญญาณมรณะนับหมื่นพร่ำบอกเล่าความตายต่อมังกรจระเข้เฒ่า มังกรจระเข้เฒ่าได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน เห็นวิญญาณมรณะทุกตนแจ่มแจ้ง ทันใดนั้น วิญญาณมรณะทุกตนเอ่ยพร้อมกัน
“อดีตเจ้ากินพวกเรา วันนี้พวกเราจะกินเจ้า! กงกรรมกงเกวียน เลือดต้องล้างด้วยเลือด ฟันต่อฟัน ตาต่อตา!”
“เยว่ชางหลง ตายเสียเถิด!”
วิญญาณมรณะนับหมื่นแผดเสียงตะโกนบ้าคลั่ง มังกรจระเข้เฒ่าสั่นสะท้านหวาดกลัว มันร้องตะโกน
“ท่านแม่ ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย!”
สิ้นเสียงร้อง แสงเรืองรองบนตัวรวมตัวกัน ท่ามกลางความเลือนราง ปรากฏร่างยิ่งใหญ่ตระการตา! ร่างนั้นสูงถึงสามจั้ง รูปลักษณ์พร่าเลือนมองไม่ชัด
นางเป็นหญิงงามชุดขาวปลิวไสวตามสายลม เท้าหยกเรียวงามยืนตระหง่านบนความว่างเปล่า เรียวขาเพรียวยาวดั่งทวนพุ่งตรง เอวบางดั่งกิ่งหลิว ท่าทางองอาจหยิ่งผยอง รอบกายนางมีกลิ่นอายเฉียบคมห้าวหาญ วีรสตรีผู้สง่างาม เปี่ยมอำนาจน่าเกรงขาม!
ภาพมายาปรากฏ ลั่วโจวรู้ทันทีนี่คือผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งอาศัยอักขระสวรรค์คุ้มกายแบ่งแยกจิตมาที่นี่ เมื่อเห็นนางปรากฏตัว มังกรจระเข้เฒ่ารีบร้องเรียก
“ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย!”
ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งขมวดคิ้วเอ่ย
“เจ้าสิ่งโง่เขลา ตั้งแต่เล็กไม่เคยทำให้ข้าเบาใจ ตั้งแต่ข้าฟักเจ้าออกมา เจ้าหาแต่เรื่องเดือดร้อนให้ข้า!”
“ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้า ตอนเด็กข้าช่วยท่านกำจัดศัตรู ทุกครั้งที่กินคนเข้าไป ท่านชมข้าเสมอ ตอนนี้ข้ากินคนมากมาย ท่านชมข้าอีกสักคำเถิด อย่าทอดทิ้งข้า!”
“หุบปากเสีย ตอนนั้นกินศัตรู ทว่าตอนนี้เจ้าเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ ข้าไม่อาจคุ้มครองเจ้าได้อีก”
รอบกายนางปรากฏแสงเทพเจิดจรัส ภายใต้แสงนี้วิญญาณร้ายภูตผีทั้งปวงย่อมมลายสิ้น นางเอ่ยเช่นนั้นทว่ายังลงมือช่วยสัตว์เลี้ยงตนเอง นางไม่ให้ความสำคัญวิญญาณมรณะนับหมื่น คิดลงมือครั้งเดียวปลิดทิ้ง
ทว่าภายใต้แสงเทพ วิญญาณมรณะกลับไม่ระคายเคือง นางร่ายเวทสลับสามรูปแบบ เพลิงเทพ น้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ ละอองแสง... ใช้วิชาใดไม่ได้ผล นางมองรอบๆ ลังเลเอ่ย
“นี่ตัวอะไร? ไม่ใช่วิญญาณคนตาย ไม่ใช่ผีร้าย ไม่ใช่ภูตผี เป็นสิ่งใดกันแน่?”
ในเมื่อไม่ใช่ดวงวิญญาณภูตผี นางไม่อาจทำลายได้ ระหว่างนางลังเล วิญญาณมรณะตนหนึ่งลอยไปตรงหน้านาง
ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งเกรี้ยวกราด
“โอหังนัก เจ้าไม่กลัวตาย...”
วิญญาณมรณะตนนั้นขัดขึ้น
“นั่นเสี่ยวชุ่ยหรือ? ข้าคือท่านน้าสามของเจ้านะ ตอนเจ้ายังเด็กไม่มีข้าวจะกิน เจ้ามาฝากท้องที่บ้านข้าตั้งหลายมื้อไม่ใช่หรือ...”
ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งชะงัก มองดูวิญญาณมรณะตนนั้นลังเลเอ่ย
“น้า... น้าสามหรือ?”
นางมองดูซ้ำ มั่นใจนี่คือท่านน้าสามเพื่อนบ้านผู้เคยช่วยเหลือยามเยาว์วัยจริง
“ตอนนั้นเจ้าบอกจะตอบแทนบุญคุณข้า สุดท้ายเจ้าตอบแทนข้าด้วยการปล่อยสัตว์เลี้ยงตัวนี้กัดกินข้าทีละคำจนตาย!”
วิญญาณมรณะเริ่มคุ้มคลั่งด้วยความแค้นเหลือคณนา วิญญาณมรณะอีกตนลอยขึ้นตรงหน้านาง
“เสี่ยวชุ่ย ข้าคืออาหวังของเจ้า ข้าช่วยเจ้าซ่อมบ้าน ซ่อมเตียงไม้ ตอนเจ้าถูกพวกเด็กเกเรระราน ข้าเป็นคนไล่พวกมันไป เจ้ายังจำข้าได้ไหม?”
“อาหวัง? ท่าน... ท่านตายได้อย่างไร!”
“ข้าตายไปนานแล้ว ถูกมังกรจระเข้ที่เจ้าเลี้ยงไว้กิน ข้าพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่มันไล่ตามไม่เลิก กัดข้าเก้าคำ แถมกินคนในครอบครัวข้าหมดสิ้น! เจ้าบอกจะตอบแทนข้า คือตอบแทนด้วยวิธีนี้หรือ!”
ความโกรธแค้นแผ่ซ่าน! วิญญาณมรณะอีกตนลอยขึ้น
“ท่านอาอาจารย์ ข้าคือเสี่ยวเป่ยเองขอรับ เมื่อก่อนข้าชื่นชมท่านมาก คอยรับใช้ใกล้ชิด ท่านคือต้นแบบข้า ท่านยังเคยสอนวิชาอาคมให้ข้า จำข้าได้ไหมขอรับ?”
“แม้ข้าถูกมังกรจระเข้กิน แต่ข้าดีใจ เพราะมันคือมังกรลูกรักท่านเลี้ยงดูมาเองกับมือ!”
วิญญาณมรณะนับสิบตนล้อมรอบผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งพรรณนาอดีต!
ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งแทบไม่อยากเชื่อสายตา ตอนนางเข้าสู่พรรคนิกายบำเพ็ญเพียร ละทิ้งมังกรจระเข้ไว้ สามบสิบปีให้หลังเมื่อสำเร็จวิชากลับมา คนเหล่านี้ล่วงลับหมดแล้ว นางคิดเพียงพวกเขาตายตามอายุขัยไม่ใส่ใจ ทว่าแท้จริงถูกมังกรจระเข้เฒ่าจับกินหมดสิ้น
“นี่เรื่องอะไรกัน!”
นางแผดเสียงถามเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด! มังกรจระเข้เฒ่าตอบอึกอัก
“ท่านแม่ทิ้งข้าไปโดยไม่พาข้าไปด้วย ข้าทั้งเสียใจทั้งโกรธแค้น คนพวกนี้เคยได้รับคำขอบคุณจากท่าน พวกมันคู่ควรแล้วหรือ! ข้าเกลียดพวกมัน จึงหาโอกาสกินพวกมันให้หมดเสีย!”
“ตอนนั้นเจ้ากระหายเลือดนัก หากข้าพาเข้าสำนัก เจ้าคงถูกสังหารไปนานแล้ว!”
“ขอเพียงได้ติดตามท่านแม่ ต่อให้ต้องตายข้าก็ยินยอม!”
ได้ยินเช่นนั้น ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งนิ่งเงียบไป วิญญาณมรณะปิดล้อมมังกรจระเข้เฒ่าหนาแน่น ระหว่างพูดคุยพวกมันไม่หยุดนิ่ง พยายามทำลายอักขระสวรรค์คุ้มกายปกป้องมังกรจระเข้เฒ่าสุดกำลัง ทันใดนั้นวิญญาณมรณะตนหนึ่งร้องขึ้น
“แตกแล้ว แตกแล้ว!”
วิญญาณมรณะทุกตนแผดเสียงตะโกนพร้อมกัน
“อดีตเจ้ากินพวกเรา วันนี้พวกเราจะกินเจ้า! กงกรรมกงเกวียน เลือดต้องล้างด้วยเลือด ฟันต่อฟัน ตาต่อตา!”
“เยว่ชางหลง ตายเสีย!”
พวกมันทำลายการป้องกันมังกรจระเข้เฒ่า เริ่มกัดกินเนื้อตัว ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งต้องการขัดขวาง ทว่านางไม่อาจทำได้ ไร้หนทางรับมือวิญญาณมรณะ มังกรจระเข้เฒ่ามีความดุร้ายเฮือกสุดท้าย ท่ามกลางวงล้อมวิญญาณมรณะ พลันจำแลงกายร่างยักษ์สิบจั้ง มันคว้าวิญญาณมรณะกลืนลงท้อง
“ตอนมีชีวิตข้ากินพวกเจ้าได้ ตายแล้วข้าต้องกลัวอะไร ข้าจะกินพวกเจ้าอีกครั้งให้ดู!”
วิญญาณมรณะที่ถูกกินพากันกัดกินทำลายมันจากภายในท้อง ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งเห็นเหตุการณ์ ทว่านางไม่ลงมืออีกต่อไป ทำเพียงทอดถอนใจยาว!
“เฮ้อ!”
นางไม่เอ่ยสิ่งใด อักขระสวรรค์คุ้มกายปกป้องมังกรจระเข้เฒ่ามลายหายสิ้น ฟางเต้าฉีตกตะลึง มังกรจระเข้เฒ่าท่าทางแปลกประหลาด ภาพมายาผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งปรากฏจนเขารีบคุกเข่าหวาดกลัว จู่ๆ เลือดเนื้อบนตัวมังกรจระเข้เฒ่าหายไปประหลาด ประหนึ่งถูกใครรุมกัดทึ้ง จนเขาไม่เข้าใจนี่คือเรื่องอันใด?
เพียงครู่ มังกรจระเข้เฒ่าสิ้นชีพ เลือดเนื้อ เส้นเอ็น ผิวหนัง ไขกระดูก สมองถูกกัดกินหมด เหลือเพียงโครงกระดูกขาวโพลนค้างในท่าทางต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
หลังกัดกินหนำใจ วิญญาณมรณะค่อยๆ สลายตัว ผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งปรายตามองฟางเต้าฉี
“เยว่ชางหลง เคยเป็นสัตว์เลี้ยงข้า เคยร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ข้าจึงปล่อยให้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ลำพัง ทว่ามันไม่สละสิ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่า ลอบเข่นฆ่าสามัญชนยามฝนพรำ สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายผู้คนนับไม่ถ้วน ความผิดนี้ไม่อาจละเว้น!”
“ดังนั้น ข้าเป็นผู้ลงมือสังหารมันด้วยตนเอง ความผิดมหันต์ไม่อาจให้อภัย จงนำโครงกระดูกนี้วางหน้าเทพปฏิมาข้า เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคนห้ามทำชั่วห้ามทำร้ายผู้อื่น! มิเช่นนั้น ไม่ว่าเจ้าเป็นใคร ย่อมต้องพบจุดจบเช่นนี้แน่นอน!”
กล่าวจบ ร่างผู้สำเร็จตนชุ่ยหลิ่งเลือนหาย! ลั่วโจวพูดไม่ออก สัตว์เดรัจฉานตัวนี้ถูกนางชุบตัวเป็นความดีความชอบ มิน่านางก้าวเป็นผู้สำเร็จตนปราณทองคำได้ ฟางเต้าฉีนิ่งอึ้ง เดินไปลูบคลำโครงกระดูกมังกรจระเข้เฒ่าแผ่วเบา เอ่ยเสียงสั่นเครือ
“มารคืนฝนพรำ มังกรจระเข้เฒ่า... ตายแล้วหรือ? มารคืนฝนพรำตายแล้ว! ตายแล้ว! ตายแล้ว!”
เขาแผดเสียงตะโกนบ้าคลั่ง สิ้นเสียงคำราม ผู้บำเพ็ญทั่วทุกมุมเมืองที่แอบเฝ้าสังเกตการณ์ตะโกนก้องพร้อมกัน
“มารคืนฝนพรำ มังกรจระเข้เฒ่าตายแล้ว! ตายแล้ว!”
ชาวบ้านทั่วไปไม่เข้าใจความหมายแท้จริง ทว่าได้ยินมารคืนฝนพรำตาย พากันส่งเสียงร้องตะโกนตาม
“ตายแล้ว! ตายแล้ว!”
ทั่วทั้งเมืองพลันตกในความครึกครื้นยินดี ประหนึ่งเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่!