- หน้าแรก
- วิถีจอมมารผู้ผดุงธรรม
- บทที่ 32 วารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังจมดิ่ง!
บทที่ 32 วารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังจมดิ่ง!
บทที่ 32 วารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังจมดิ่ง!
บทที่ 32 วารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังจมดิ่ง!
วันนี้ฝนยังไม่ตก
เลิกเรียนจากสำนักศึกษาเต๋า ลั่วโจวมุ่งหน้ากลับบ้าน วันนี้อาจารย์ใหญ่จ้าวไม่อยู่ ไม่เช่นนั้นคงได้สนทนาพาที
เมื่อถึงบ้าน ลั่วโจวเฝ้ารอเงียบงัน จวบจนเข้าสู่ยามจื่อ ลานบ้านพลันเกิดเสียงเคลื่อนไหวอึกทึก เด็กน้อยนับพันชีวิตพากันคลานมาที่นี่ พวกเขามารวมตัวหนาตาจนมืดฟ้ามัวดิน แทบไม่มีที่ว่างเหยียบย่าง เสียงร้องระงมเจื้อยแจ้วปนเปจนลั่วโจวแทบสติหลุด
พวกเขาก้าวเข้าหาลั่วโจว แตะต้องตัวเขาเบาๆคล้ายต้องการส่งมอบบางสิ่ง
เมื่อสัมผัสสิ้นสุด เหล่าวิญญาณมรณะหลุดพ้นพันธนาการ ค่อยๆคืนสู่รูปลักษณ์เดิมก่อนตาย เด็กน้อยแต่ละคนคืนสภาพร่างกายปกติ พวกเขามองลั่วโจวด้วยความซาบซึ้ง ขอบคุณ โค้งคำนับ และแสดงความเคารพ
ลั่วโจวมองดูพวกเขา พลางหยิบของสองสิ่งออกมา
เครื่องเซ่นไหว้วิญญาณเป่ยหมังเนรมิตโต๊ะอาหาร ภายในมีทั้งหัวหมู หัวแพะ หัววัว ขนมหวาน มวลบุปผา และผลไม้ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำจากกระดาษ แต่มันส่องประกายวาววับ ค่อยๆเผาไหม้กลายเป็นควันธูปสีฟ้าลอยวนสู่เบื้องบนช้าๆ
ลั่วโจวจุดธูปข้ามวิญญาณ นี่คือสิ่งที่เขาตั้งใจหาซื้อมาเป็นพิเศษ
"ทุกท่าน เชิญรับประทาน พวกเจ้ายังเป็นเด็ก เดินทางไกลจะได้ไม่หิว ข้าเตรียมไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ"
"คนอื่นไม่มีโอกาสเช่นนี้ มีเพียงพวกเจ้าเท่านั้น ข้าเสียหินวิญญาณไปถึงสองก้อน"
"ทุกท่าน... ความแค้นได้รับการชำระแล้ว ไปเถิด เข้าสู่สังสารวัฏเสีย!"
เครื่องเซ่นไหว้วิญญาณเป่ยหมังและธูปข้ามวิญญาณแผ่ซ่านพลังปราณ เด็กน้อยมากมายได้อิ่มหนำ บางคนร่ำไห้สะอึกสะอื้น ร้องเรียกหาท่านแม่และมารดา จากนั้นพากันเลือนหาย สลายร่างกลับคืนสู่การเวียนว่ายตายเกิด
วิญญาณมรณะทั้งหมดมลายสิ้น
"ลั่วโจว สัมผัสคำขอช่วยเหลือจากวิญญาณมรณะ มีดวงวิญญาณก่อกรรมทำเข็ญ สมควรลงทัณฑ์!"
"ลงทัณฑ์คนชั่ว สังหารมารเดนคนหลิวฉางหลง ทำความดี สมควรได้รับรางวัล!"
"ตกรางวัลคนดี ลงทัณฑ์คนชั่วเสร็จสิ้น มอบรางวัล!"
แก่นแท้ ปราณ จิต!
แก่นแท้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ลั่วโจวสัมผัสการวิวัฒนาการเงียบเชียบ เลือดเนื้อ กระดูก ประสาทสัมผัสห้า เส้นชีพจร แขนขา อวัยวะภายใน รวมถึงจิตวิญญาณ ทั้งหมดถูกเสริมสร้างให้แข็งแกร่งจากการเติมเต็มของแก่นแท้
สิ่งนี้มีหลักการคล้ายคลึงการถ่ายทอดวิชาของผู้อาวุโสหวังในวันนี้ ทว่ารางวัลนี้ปลอดภัยกว่า ทั้งยังให้พลังแข็งแกร่งมากกว่าหลายเท่า
พลังปราณหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียน กลายเป็นปราณแท้สายแล้วสายเล่า
ปราณวารีสามพันลี้!
"ทิศเหนือแห่งคุนหลุนมีสายน้ำ พลังมันไม่สู้แม้เพียงเศษผง จึงขนานนามวารีสามพันลี้"
พิษวารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังไม่ลอยเด่น เซียนหรือพุทธองค์ยังยากจะข้ามผ่าน
ลั่วโจวได้รับปราณวารีสามพันลี้รวมยี่สิบสี่สาย ภายในจุดตันเถียนมีปราณแท้ดังนี้
ปราณกัดกร่อนฟ้าสิบเอ็ดสาย ปราณชอนไชดินสิบเอ็ดสาย ปราณวารีหนักเก้าสาย ปราณวารีสวรรค์สิบแปดสาย ปราณคลื่นสมุทรยี่สิบหกสาย และปราณวารีสามพันลี้ยี่สิบสี่สาย รวมทั้งหมดมีปราณแท้ครบเก้าสิบเก้าสายพอดี!
ส่วนของจิต ประสบการณ์ชีวิต เคล็ดวิชา และความสามารถพิเศษของหลิวฉางหลง แปรเปลี่ยนเป็นกระแสจิตหลั่งไหลเข้าสู่สมองลั่วโจว กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตตนเอง
หลิวฉางหลงชมชอบการเก็บตัว แม้เป็นถึงหัวหน้าพรรคแต่ไม่สนใจบริหารงาน หากนอนได้ไม่ขอยืน ชั่วชีวิตแทบไม่ก้าวเท้าพ้นประตูบ้าน เขาไม่มีภรรยาหรืออนุ ไร้การสืบทอดทายาท ใช้ชีวิตตัวคนเดียวเพื่อบำเพ็ญเพียร
สิ่งที่เขาสันทัดที่สุดคือสถาปัตย์งานช่างไม้ รังสรรค์เครื่องเรือนได้หลากหลายรูปแบบ
ความทรงจำเกี่ยวกับวังบาดาลสับสนปนเป เนื่องจากถูกลงอาคมพันธนาการป้องกันการค้นวิญญาณหากความลับรั่วไหล เคล็ดวิชาที่ฝึกฝนถูกพันธนาการด้วยคำสัตย์สาบานจนไม่สามารถส่งต่อ
ลั่วโจวรับรู้เพียงชื่อเคล็ดวิชา "เมฆาพ้นยอดผาวารีร้อยกำเนิด" ซึ่งเป็นวิชาระดับสูงของวังบาดาลทัดเทียมคัมภีร์ "วารีมรกตบูรพาล่องหวนคืน"
ทว่าลั่วโจวยังคงได้รับผลประโยชน์มหาศาล นั่นคือวิชาศักดิ์สิทธิ์ประจำกายหลิวฉางหลง "วารีสามพันลี้" นี่คือวิชาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดจากการตื่นขึ้นของสายเลือด จึงไม่อยู่ภายใต้อาคมพันธนาการ และถูกส่งต่อมายังลั่วโจว
วารีสามพันลี้ แม้ขนห่านยังจมดิ่ง!
วิชานี้สร้างอาณาเขตวารีรอบกาย สลายวิชาอาคมและวิชาศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ลั่วโจวทำการทดลอง พบว่าอาณาเขตวารีมีรัศมีหนึ่งจั้งรอบตัว
วิชานี้จำเป็นต้องใช้ปราณวารีสามพันลี้ขับเคลื่อนเท่านั้น ลั่วโจวยินดียิ่งที่มีวิชาศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นอีกอย่าง ทว่าเหตุใดเขากลับรู้สึกว่าตัวเองช่างละม้ายคล้ายรัชทายาทแห่งวังบาดาลเข้าไปทุกที?
ลั่วโจวพึงพอใจสิ่งที่ได้รับจากหลิวฉางหลง หลังจากบำเพ็ญเพียรครู่หนึ่งจึงเข้านอน สภาพอากาศภายนอก พรุ่งนี้ต้องเกิดพายุฝนครั้งใหญ่แน่นอน
และพรุ่งนี้จะเป็นวันตายของมังกรจระเข้เฒ่า!
ยามนิทรา ทะเลเพลิงนิรันดร์ปรากฏขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเลือนราง ร่างหลิวฉางหลงถูกส่งเข้าสู่ทะเลเพลิง ถูกหลอมละลายกลายเป็นเปลวไฟดวงหนึ่ง ลอยละล่องในทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่
แก่นแท้ ปราณ จิต ของหลิวฉางหลงถูกวิญญาณมรณะกินและส่งต่อให้เขาแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วสิ่งนี้คืออะไร? คนผู้หนึ่งสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้หลายต่อเชียวหรือ? ตราบใดที่ศัตรูถูกเขาสังหาร พวกมันจะกลายเป็นเปลวไฟดวงหนึ่งในทะเลเพลิงนิรันดร์อย่างนั้นหรือ?
การกลายเป็นเปลวไฟมีประโยชน์อย่างไร? ลั่วโจวยังไม่รู้ ค่อยๆศึกษาไป ตราบใดที่เขายังมีชีวิต วันหนึ่งต้องรู้แจ้งแน่นอน!
วันที่สองเดือนเจ็ด เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวัน!
เป็นไปตามคาด เช้าตรู่พิรุณเริ่มโปรยปราย ทีแรกเพียงเล็กน้อย ทว่าต่อมาตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ลั่วโจวลุกจากเตียง มองออกไปด้านนอก วันนี้จะเป็นวันตัดสินชี้ขาด
หากเขาไม่ตาย มังกรเฒ่าต้องสิ้นชีพ!
ได้เวลาออกเดินทาง เขาสวมชุดงอบกันฝน สะพายไม้พลองยาวเสมอคิ้วสามอัน ก้าวออกไปท่ามกลางสายฝน ไม่นานถึงอ่าวเฉียนสุ่ย สถานที่สังหารมังกรในความทรงจำ
เขาดักซุ่มรอเพื่อลอบโจมตีมังกรจระเข้เฒ่า ลั่วโจวแวะเวียนมาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน เขาคุ้นเคยสภาพแวดล้อมดี พายุฝนโหมกระหน่ำรุนแรง สายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะ ลั่วโจวหยิบยันต์ล่องหนออกมาเปิดใช้งาน ยันต์ล่องหนหนึ่งแผ่น หากลั่วโจวไม่ขยับตัวสามารถคงสภาพได้นานสามชั่วยาม
แม้สวมชุดงอบ แต่ในยามฝนตกหนัก ยันต์ล่องหนหนึ่งแผ่นคงประคองได้เพียงหนึ่งชั่วยามครึ่ง ลั่วโจวไม่หวั่นใจ เขามียันต์ล่องหนติดตัวหกแผ่น ยันต์เคลื่อนย้ายตามใจนึกสามแผ่น และยันต์จำแลงกายสามแผ่น
หินวิญญาณหากไม่ใช้สอย จะเก็บไว้ให้สัปเหร่อจัดการหรืออย่างไร? จงใช้หินวิญญาณเหล่านี้ให้หมด เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพละกำลังตนเองเสีย
เวลาล่วงเลยไปจนยันต์ล่องหนแผ่นแรกหมดฤทธิ์ ลั่วโจวเปิดใช้งานยันต์ล่องหนแผ่นที่สองทันที สายฝนเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนโปรยปรายเบาบาง ทว่าแม่น้ำเบื้องหน้ากลับเอ่อล้น กระแสน้ำที่เคยสงบนิ่งกลับไหลเชี่ยวกราก
ตลอดเวลาหนึ่งชั่วยามครึ่ง ไม่มีผู้ใดผ่านทางมาแม้แต่คนเดียว คนโง่ยังรู้ว่ามารคืนฝนพรำจะออกมาจับคนกินในยามฝนตก ใครที่กล้าเดินป้วนเปี้ยนริมคลอง บนสะพาน หรือแถวทะเลสาบยามนี้ ย่อมเท่ากับรนหาที่ตาย มังกรจระเข้แม้ได้ฉายามารคืนฝนพรำ แต่ยังออกล่าในยามกลางวัน อย่าคิดว่าไม่อยู่ริมน้ำแล้วจะปลอดภัย มันสามารถขึ้นบกมาลากตัวไปกินได้อย่างง่ายดาย พวกที่ใจกล้าหรือไม่เชื่อฟัง ต่างกลายเป็นศพไปหมดแล้ว!
เขายังคงเฝ้ารอต่อไป จวบจนถึงช่วงเที่ยงวัน ดวงตาของลั่วโจวพลันเป็นประกาย ท่ามกลางสายน้ำ มีบางสิ่งกำลังว่ายทวนน้ำขึ้นมา!
นั่นคือมังกรจระเข้เฒ่า!
เพียงแต่ในยามนี้ มันย่อส่วนเหลือขนาดเท่าสุนัข ว่ายตามกระแสน้ำมุ่งหน้าสู่ต้นน้ำ มังกรจระเข้เฒ่าขนาดเท่าสุนัขดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย ทว่าใครพบเจอมัน ย่อมถือเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต หลายปีที่ผ่านมา มังกรจระเข้เฒ่ากินคนเงียบเชียบจนไม่เหลือร่องรอย สิบปีก่อน มันอาจเริ่มเบื่อหน่ายการกินจนหมดสิ้น จึงเริ่มทิ้งซากศพไว้ จนเป็นที่มาของฉายามารคืนฝนพรำ
ลั่วโจวแฝงตัวเงียบสงบ รวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ที่หอกทะลวงมังกร เฝ้ารอเวลาใจจดใจจ่อ มังกรจระเข้เฒ่าว่ายน้ำอย่างไม่รีบร้อน ราวกับสำรวจอาณาเขตตนเองอย่างสำราญใจ มันไม่ใส่ใจสิ่งใดริมตลิ่ง คิดเพียงแต่จะกินและเล่นสนุกเท่านั้น!
ทันใดนั้น รอบกายมันพลันเกิดคลื่นยักษ์โถมเข้าหา กระแสน้ำม้วนตัวรุนแรงประหนึ่งน้ำป่าไหลหลาก เสียงคำรามกึกก้องขึ้นว่า
"พลิกมหาสมุทรป่วนนที เกลียวคลื่นยักษ์โถมทับ!"
มังกรจระเข้เฒ่าลอบยิ้ม เรื่องสนุกมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ? มีคนมารนหาที่ตายเพื่อล่ามังกรอีกแล้วสินะ!