- หน้าแรก
- วิถีจอมมารผู้ผดุงธรรม
- บทที่ 30 ยัดข้อหาให้หลิวฉางหลง กองทัพอีกาเพลิง
บทที่ 30 ยัดข้อหาให้หลิวฉางหลง กองทัพอีกาเพลิง
บทที่ 30 ยัดข้อหาให้หลิวฉางหลง กองทัพอีกาเพลิง
บทที่ 30 ยัดข้อหาให้หลิวฉางหลง กองทัพอีกาเพลิง
วันที่หนึ่งเดือนเจ็ด ท้องฟ้ามืดครึ้ม เหลือเวลาอีกสองวัน!
เมื่อเผชิญเหตุการณ์สำคัญ ยิ่งต้องมีสติรอบคอบ!
ลั่วโจวตระเตรียมการอย่างระมัดระวัง เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ เขาก็สะพายไม้พลองยาวเสมอคิ้วสี่อัน และออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
เขาว่าเขาเช้าแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เช้ากว่าเขาอีก!
ร้านขายอาหารเช้าหลายร้านเปิดให้บริการแล้ว
ลั่วโจวกินซาลาเปาไส้หมูไปห้าลูก และโจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้าอีกหนึ่งชาม กินอิ่มแล้วจะได้มีแรงทำงาน
เขาเดินทางมาถึงศาลาพักใจกลางป่า ซึ่งอยู่ห่างจากพรรคขนส่งทางน้ำประมาณสองถึงสามลี้
สถานที่แห่งนี้ถูกจงใจออกแบบและสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของพรรคขนส่งทางน้ำได้อย่างชัดเจน แต่คนในพรรคขนส่งทางน้ำกลับมองไม่เห็นที่นี่
พรรคขนส่งทางน้ำคือหนึ่งในห้าพรรคใหญ่แห่งเมืองทิวเขามรกต ดูผิวเผินเหมือนเป็นพรรคในยุทธภพทั่วไป แต่ความจริงแล้วพวกเขาคือเครือข่ายของนิกายเต๋าฟ้าดิน
พรรคขนส่งทางน้ำรับหน้าที่ขนส่งเสบียงอาหารทางน้ำให้กับเขตหนิงเจ๋อและเขตอื่นๆ อีกสี่เขต ในเมืองทิวเขามรกตมีผู้คนนับหมื่นชีวิตที่ต้องพึ่งพาการทำงานกับพวกเขาเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
โดยพื้นฐานแล้ว พรรคขนส่งทางน้ำไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองทิวเขามรกต พวกเขาบริหารงานและทำธุรกิจอย่างอิสระ
ศูนย์บัญชาการอันมั่งคั่งของพรรคขนส่งทางน้ำตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึงสามลี้ มีกำแพงสูงตระหง่านล้อมรอบ ภายในเต็มไปด้วยศาลาและหอคอยมากมายนับไม่ถ้วน
ความจริงแล้ว ศูนย์บัญชาการของพรรคขนส่งทางน้ำควรจะตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำหรือทะเลสาบ
แต่พวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขารู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของมารคืนฝนพรำ และบางทีในอดีตอาจจะมีคนตายไปไม่น้อย พวกเขาจึงเลือกตั้งศูนย์บัญชาการไว้ทางทิศเหนือของเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำ
ลั่วโจวมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ความจริงแล้วเขารำคาญที่นี่ที่สุด ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงให้ไกล
เพราะที่นี่มีวิญญาณมรณะเยอะเกินไป
แถมยังเป็นเด็กทั้งนั้น อายุห้าหกขวบบ้าง เจ็ดแปดขวบบ้าง แต่ละวันเอาแต่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญอย่างโหยหวนไม่มีที่สิ้นสุด
ขืนอยู่ที่นี่นานๆ มีหวังประสาทแดกตายแน่!
แต่ครั้งนี้ ลั่วโจวกลับเฝ้ารออยู่ที่นี่อย่างเงียบงัน เสียงคร่ำครวญโหยหวนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ลั่วโจวก็ตอบกลับเบาๆ
"ทุกคน อีกไม่นานก็จบแล้ว ช่วยข้าหน่อยนะ ข้าจะแก้แค้นให้พวกเจ้าเอง!"
ราวกับสัมผัสได้ถึงคำตอบรับของลั่วโจว วิญญาณมรณะเหล่านั้นก็ยิ่งส่งเสียงร้องคร่ำครวญดังกึกก้องมากยิ่งขึ้น...
เฝ้ารออย่างเงียบงัน ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง!
แต่เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า ก็ถูกเมฆดำทะมึนบดบังจนมิด
วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มจนน่ากลัว ดูท่าฝนคงจะตกหนักในไม่ช้านี้แล้ว!
ทันใดนั้น ก็มีเสียงสะท้อนกลับมาจากในหมู่วิญญาณมรณะ:
"เริ่มแล้ว เพื่อนใหม่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นแล้ว!"
ลั่วโจวรู้ทันทีว่า พิธีกรรมของหลิวฉางหลงเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความจริงแล้ว หลิวฉางหลงนี่แหละคือมารเดนคนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
ทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำของเดือน เขาจะฆ่าเด็กชายและเด็กหญิงสามคู่เสมอ
เด็กพวกนี้เขาไปหาซื้อมาจากต่างเมือง ไม่ก็ลักพาตัวมา ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเมืองทิวเขามรกตเลยสักนิด
หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรม ศพก็จะถูกจัดการจนสะอาดเอี่ยมอ่อง นอกจากลั่วโจวแล้ว ก็ไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้เลย
ทำงานได้รัดกุมไร้ช่องโหว่ แต่ทว่า กงกรรมกงเกวียนย่อมหมุนเวียนไป!
เมื่อลั่วโจวรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มลงมือแล้ว เขาก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะหยิบยันต์อาคมแผ่นหนึ่งออกมาและเริ่มเขียนข้อความ
นี่คือยันต์สื่อสารของเจ้าหน้าที่มือปราบที่เขาได้มาจากหลี่ไห่เทียน
เมืองทิวเขามรกตก็ไม่ใช่เล็กๆ บางครั้งพอเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา การใช้คนส่งข่าวมันก็ล่าช้าเกินไป
ดังนั้นจึงมียันต์สื่อสารแผ่นนี้ ขอเพียงแค่เขียนข้อความลงไป หัวหน้ามือปราบทุกคนก็จะสามารถมองเห็นได้
ยันต์แผ่นนี้มีเพียงหัวหน้ามือปราบทั้งสิบสองคนของเมืองทิวเขามรกตเท่านั้นที่มี และจำเป็นต้องมีรหัสผ่านเฉพาะ ถึงจะสามารถอ่านและเขียนข้อความได้
เมื่อวานนี้ลั่วโจวไปที่ตลาดย่านวิญญาณ จ่ายหินวิญญาณไปหนึ่งก้อน ก็ซื้อยันต์สื่อสารแผ่นนี้มาได้
ยันต์สื่อสารของพวกหัวหน้ามือปราบในที่ทำการรัฐ ก็หาซื้อมาจากที่นี่ทั้งนั้นแหละ
ขืนไปจ้างคนหลอมสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ จะต้องเสียหินวิญญาณไปตั้งเท่าไหร่ล่ะ? พวกเขาก็เป็นแค่หัวหน้ามือปราบในเมืองเล็กๆ อะไรโกงได้ก็โกง อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด
แต่ถึงซื้อยันต์สื่อสารไปก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี เพราะต้องมีรหัสผ่านเฉพาะถึงจะป้อนข้อมูลและอ่านข้อความได้
ซึ่งรหัสผ่านนี้ หลี่ไห่เทียนรู้ดี ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของพวกหัวหน้ามือปราบพวกนี้ กว่าจะเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ก็คงต้องรอปีหน้าโน่นแหละ
เขาตายไปแล้ว ใครจะไปคิดล่ะว่าคนตายจะเอาความลับไปบอกต่อได้...
ลั่วโจวเปิดยันต์สื่อสาร ถอดรหัสผ่าน แล้วลอบเขียนข้อความลงไป:
"หลิวฉางหลง หัวหน้าพรรคขนส่งทางน้ำ เป็นสายลับของพวกกบฏวังบาดาลที่แฝงตัวอยู่ในเมืองทิวเขามรกต ได้รับเงินสนับสนุนจากพวกกบฏถึงสามพันก้อนหินวิญญาณ แต่ถูกลอบสังหาร นอนตายอยู่ที่ชั้นใต้ดินชั้นสองของหอชุ่ยเวยแห่งพรรคขนส่งทางน้ำ..."
ข้อความถูกส่งออกไป
จากนั้นก็ทำได้เพียงเฝ้ารออย่างเงียบงัน
หลังจากที่หลี่ไห่เทียนตายไป ก็มีคนได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นหัวหน้ามือปราบแทน ทำให้เมืองทิวเขามรกตยังมีหัวหน้ามือปราบครบสิบสองคน
ทันใดนั้น ทุกคนก็ได้รับข้อความนี้พร้อมกัน
"ใครน่ะ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? จะเป็นไปได้ยังไง?"
"หลิวฉางหลงแห่งพรรคขนส่งทางน้ำเนี่ยนะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตจะตายไป จะไปเป็นกบฏวังบาดาลได้ยังไง?"
"สามพันก้อนหินวิญญาณเนี่ยนะ เจ้าเคยเห็นหินวิญญาณเยอะขนาดนั้นไหมล่ะ? พูดอะไรไม่คิดเลย"
"ใครกัน ไม่อยากเป็นหัวหน้ามือปราบแล้วหรือไง?"
เรื่องต้องยิ่งใหญ่ ยิ่งอึกทึกครึกโครมยิ่งดี!
กบฏวังบาดาล คนธรรมดาอาจจะไม่รู้ แต่พวกหัวหน้ามือปราบรู้ดี นี่คือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งของนิกายเต๋าฟ้าดิน ยอมฆ่าผิดดีกว่าปล่อยไป
ดังนั้น ลั่วโจวจึงยัดข้อหานี้ให้มันไปเลย
สามพันก้อนหินวิญญาณ เงินก้อนโตขนาดนี้ ต้องมีคนตาลุกวาวแน่ๆ
ลั่วโจวแค่รอดูก็พอ!
และก็เป็นไปตามคาด ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ตูม! ภายในพรรคขนส่งทางน้ำ ก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้อง
จากนั้น บนยันต์สื่อสาร ก็มีคนส่งข้อความมา:
"ทุกคนรีบมาเร็ว หลิวฉางหลงมีปัญหาจริงๆ มันกำลังทำพิธีบูชายัญเด็ก ฆ่าไปสามคนแล้ว
ฉืออวี่พลาดท่าถูกมันฆ่าตายไปแล้ว ทุกคนรีบมาด่วน!"
ข้อความที่ลั่วโจวส่งไป แม้จะมีคนด่าเยอะ แต่ก็ต้องมีคนไปดูอยู่ดี
มีเรื่องหรือไม่มีเรื่อง ก็ไปดูไว้ก่อน
ถึงจะไม่มีเรื่อง แต่ในเมื่ออุตส่าห์มาถึงที่แล้ว หลิวฉางหลงก็คงต้องยัดซองแดงก้อนโตให้บ้างแหละน่า?
ดังนั้น เหยียนรั่วอีกับฉืออวี่ หัวหน้ามือปราบที่อยู่แถวนั้น จึงเดินทางไปตรวจสอบ
หลิวฉางหลงกำลังทำพิธีบูชายัญเด็ก ย่อมต้องเตรียมการรับมือไว้ทุกสถานการณ์
รวมถึงแผนรับมือพวกหัวหน้ามือปราบด้วย
แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าพวกหัวหน้ามือปราบจะรู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นใต้ดินชั้นสองของหอชุ่ยเวย
ลูกน้องของเขาพยายามบ่ายเบี่ยงสารพัด ยัดซองแดงให้ ก็หวังจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
แต่พวกหัวหน้ามือปราบยืนกรานจะเข้าไปตรวจค้นชั้นใต้ดินชั้นสองของหอชุ่ยเวยให้ได้ พวกลูกน้องก็รีบปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่มีชั้นใต้ดินชั้นสองอะไรทั้งนั้น
แต่สองหัวหน้ามือปราบระดับพระกาฬ ไม่ใช่ไก่อ่อน ร่องรอยเพียงนิดเดียว พวกเขาก็สามารถจับสังเกตความผิดปกติได้ทันที
เมื่อถูกจับพิรุธได้ แม้แต่คางคกก็ยังต้องถูกบีบจนเยี่ยวราด
หลิวฉางหลงกำลังทำพิธีบูชายัญอยู่ ไม่สามารถปลีกตัวไปได้ พวกหัวหน้ามือปราบก็บีบคั้นอย่างหนัก เมื่อจนตรอกไร้ทางหนี จึงเกิดการปะทะกันขึ้น
เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด!
ฉืออวี่ หัวหน้ามือปราบพลาดท่า ถูกอีกฝ่ายสังหารตายคาที่
คราวนี้เรื่องใหญ่แล้ว หัวหน้ามือปราบทุกคนพร้อมลูกสมุน ต่างก็แห่กันไปที่นั่นทันที
ลั่วโจวส่งยิ้ม บีบยันต์สื่อสารในมือจนแหลกละเอียด ไม่เหลือร่องรอยใดๆ ทิ้งไว้ จากนั้นก็เฝ้ารออย่างเงียบงัน
ศาลาพักใจแห่งนี้ ความจริงแล้วคือทางออกของอุโมงค์ลับแห่งหนึ่งของพรรคขนส่งทางน้ำ
อุโมงค์ลับแบบนี้ มีทั้งหมดสามสายด้วยกัน
แต่ลั่วโจวมั่นใจว่าหลิวฉางหลงจะต้องหนีมาทางนี้อย่างแน่นอน
เพราะนี่คือข้อมูลที่วิญญาณมรณะนับไม่ถ้วนส่งต่อมาให้เขา
คนที่รู้ใจหลิวฉางหลงดีที่สุด ก็คือวิญญาณมรณะเหล่านี้นี่แหละ
ดังนั้น แค่ดักรออยู่ที่นี่ก็พอแล้ว
ทางด้านพรรคขนส่งทางน้ำ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนก้อง:
"มวลน้ำอันเกรียงไกร สรรพสิ่งถือกำเนิด ทางช้างเผือกหมุนวนเก้าทบ มารดาแห่งสวรรค์สูงสุด!"
ตูม! บริเวณนั้นเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม
ลั่วโจวถึงกับอึ้งไปเลย นี่มันวิชาศักดิ์สิทธิ์ "พลิกมหาสมุทรป่วนนที" ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีนี่นา ทำไมถึงมีคนใช้วิชานี้ได้ล่ะ
"มวลน้ำอันเกรียงไกร สรรพสิ่งถือกำเนิด ทางช้างเผือกหมุนวนเก้าทบ มารดาแห่งสวรรค์สูงสุด!"
นี่คงไม่ใช่สโลแกนประจำนิกายวังบาดาลหรอกนะ?
หรือว่าหลิวฉางหลงคนนี้ จะเป็นพวกกบฏวังบาดาลที่เหลือรอดอยู่จริงๆ?
ลั่วโจวถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เขาแค่สุ่มยัดข้อหาให้มันเฉยๆ นะ
ในขณะที่เขากำลังลังเลอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากที่ไกลๆ:
"อีกาเพลิง อีกาเพลิง อีกาเพลิง..."
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง เมฆเพลิงลอยละล่องมาแต่ไกล ภายในเมฆเพลิง ปรากฏร่างของผู้บำเพ็ญเพียรหลายร้อยคนที่มีปีกงอกอยู่กลางหลัง สวมหน้ากากอีกาเพลิง รวมตัวกันเป็นฝูง
พวกเขากำลังร่อนถลามากับเมฆเพลิง
นี่ต่างหากคือกำลังรบที่แท้จริงของเมืองทิวเขามรกต กองทัพอีกาเพลิงทั้งแปดร้อยนาย
พวกเขาถูกระดมกำลังมาทั้งหมด เพื่อปราบปรามกบฏวังบาดาลที่เหลือรอด
ณ ศูนย์บัญชาการพรรคขนส่งทางน้ำ ตูม ตูม ตูม ยักษ์วารีขนาดมหึมาสูงถึงสิบจั้งทั้งสามตนลุกขึ้นยืนตระหง่าน
นี่กะจะไม่ยอมจำนน แล้วจะสู้ต่อสินะ?
ในขณะที่ลั่วโจวกำลังเฝ้าดูอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งมุดขึ้นมาจากใต้ดินบริเวณศาลาพักใจอย่างเงียบเชียบ
เขากระอักเลือดคำโต สวมชุดคลุมยาวสีทอง เขาคือหลิวฉางหลงแห่งพรรคขนส่งทางน้ำนั่นเอง!