- หน้าแรก
- วิถีเซียนสันโดษในสวนสวรรค์
- บทที่ 270 - หมูป่าเอ๋ยหมูป่า บอกข้าทีว่าเจ้าไปหาเรื่องสองคนนั้นทำไม
บทที่ 270 - หมูป่าเอ๋ยหมูป่า บอกข้าทีว่าเจ้าไปหาเรื่องสองคนนั้นทำไม
บทที่ 270 - หมูป่าเอ๋ยหมูป่า บอกข้าทีว่าเจ้าไปหาเรื่องสองคนนั้นทำไม
บทที่ 270 - หมูป่าเอ๋ยหมูป่า บอกข้าทีว่าเจ้าไปหาเรื่องสองคนนั้นทำไม
ตอนกลางคืน
ในทุ่งหญ้าเงียบสงัดไร้สรรพเสียง
ที่ฟาร์มมีห้องพักสำหรับรับรองแขกโดยเฉพาะ ซึ่งเหมือนกับห้องเตียงเดี่ยวในโรงแรมระดับดาวไม่มีผิด
ในตอนแรกมีการจัดให้ฉีเยว่และจ้าวโหรวพักห้องเดียวกัน แต่ฉีเยว่ชอบที่จะนอนคนเดียวมากกว่า จึงได้ขอให้จัดห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้อง
สาเหตุหลักเป็นเพราะในช่วงเวลากลางคืนเขาชอบที่จะตรวจสอบสิ่งต่างๆ ในระบบ การมีคนอยู่ข้างๆ จะทำให้เขารู้สึกไม่เป็นส่วนตัว
ที่นี่ช่างเงียบสงบจริงๆ เงียบจนไม่มีเสียงใดๆ รบกวนเลยแม้แต่น้อย
เขาจึงนอนหลับได้อย่างสบายใจที่สุด
วันรุ่งขึ้น ฉีเยว่และคนอื่นๆ ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และรับประทานขนมเล็กน้อยเป็นมื้อเช้า
พนักงานที่ฟาร์มมีจำนวนไม่น้อย ประมาณสิบกว่าคน และมีโรงอาหารส่วนตัวด้วย
แน่นอนว่าคงเทียบกับโรงอาหารพนักงานในอุทยานไม่ได้ แต่รสชาติอาหารก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
อุตส่าห์มาถึงทุ่งหญ้าทั้งที ย่อมต้องวางแผนออกไปเที่ยวชมเสียหน่อย
หากไม่มีคนรู้จัก เขาคงเลือกที่จะไปตามอุทยานท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ไปชมทะเลสาบ ขี่ม้า และร่วมเต้นรำรอบกองไฟ
แล้วก็ไลฟ์สตรีมเรื่องราวที่ผ่อนคลายทั่วไป
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เมื่อมีเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยอยู่ในพื้นที่ แถมยังเป็นเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่และมีความคิดที่น่าสนใจอีกด้วย
เขาจึงมอบหน้าที่ผู้นำทางให้แก่เจียงเฟิงไปทั้งหมด
เจียงเฟิงเองก็น่าเบื่ออยู่แล้ว และเขาก็ตั้งใจจะเปิดไลฟ์สตรีมด้วยเช่นกัน ทุกอย่างจึงลงตัวพอดี
ในช่วงเช้า ทั้งหมดได้ปรึกษากันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี
"พวกเราลองเข้าไปเดินในป่าดูไหม ไปหาเห็ดทรัฟเฟิลดำกันครับ ตอนนี้เป็นช่วงที่มีเห็ดทรัฟเฟิลดำค่อนข้างเยอะพอดี"
"ผมตั้งใจจะไปอยู่แล้วครับ และทัศนียภาพในป่าก็สวยงามดีด้วย"
"แต่ช่วงบ่ายแดดจะร้อนมาก แทบจะไม่มีที่ให้หลบแดดเลย แถมยังมีแมลงเยอะมากเป็นพิเศษครับ"
"ไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่ครับ เมื่อก่อนแฟนผมมาหา เธอก็ไม่เคยยอมเข้าไปเลยสักครั้ง"
เจียงเฟิงกล่าวกับฉีเยว่และจ้าวโหรว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวโหรวก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปในทันที
เธอยังคงชอบที่จะอยู่ในอุทยานมากกว่าการเข้าไปในป่าลึก เรื่องที่ท้าทายแบบนั้นปล่อยให้พวกเขาทำกันไปเถอะ
"ข้างๆ ฟาร์มผมมีอุทยานเล็กๆ แห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร ถ้าคุณรู้สึกเบื่อที่ฟาร์ม ผมจะให้พนักงานพาคุณไปที่นั่นนะครับ"
เจียงเฟิงบอกกับจ้าวโหรว
"ฉันว่าอยู่ที่ฟาร์มก็สนุกดีออกค่ะ วันนี้ฉันจะอยู่ที่ฟาร์มนี่แหละ ลูกแกะกับลูกวัวน่ารักมากเลย"
"พวกคุณไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะค่ะ"
จ้าวโหรวตอบกลับ
ฉีเยว่หัวเราะแล้วพูดว่า:
"ถ้าเข้าไปในป่าลึก อาจจะมีหมีสีน้ำตาลกับหมูป่าด้วยนะครับ"
"ค่อนข้างอันตรายทีเดียว"
"พวกเราไปกันเองก็พอครับ"
เมื่อกำหนดการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ฉีเยว่และเจียงเฟิงก็ขี่ม้ามุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที
ฉีเยว่รู้สึกว่ามันน่าสนุกดี
การเข้าไปหาของมีค่าในป่า ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก
ภูเขาและลำน้ำในพื้นที่อุทยานของเขา กลับไม่มีของป่าที่มีค่าอะไรมากนัก
บางครั้งอู๋ปาอีจะเก็บกลับมาบ้าง ซึ่งรสชาติก็ถือว่าดีเยี่ยมมากจริงๆ
ดังนั้น ทั้งสองคนจึงเตรียมสัมภาระให้พร้อมและเริ่มออกเดินทาง
ฉีเยว่สังเกตเห็นว่า เจียงเฟิงพกดิ้วติดตัวมาด้วย
มันคือกระบองเหล็กที่เพียงแค่สะบัดออกมาก็จะเป็นกระบองยาว และเมื่อหดกลับก็จะเป็นเพียงด้ามจับสั้นๆ เท่านั้น
"ทำไมต้องพกดดิ้วไปด้วยล่ะครับ?"
ฉีเยว่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เอาไว้ตีหมูป่าครับ ในป่ามีหมูป่าเยอะมาก แถมพวกมันยังนิสัยไม่ดีอีกด้วย เห็นคนแล้วมักจะวิ่งเข้ามาขวิด"
"พวกมันหนังหนามาก ถ้าเจอหมูป่าล่ะก็ ต้องฟาดไปที่หน้ามันให้หนักๆ เลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะไล่มันไม่ไปหรอก"
เจียงเฟิงอธิบายให้เขาฟัง และยังได้ยื่นดิ้วให้ฉีเยว่หนึ่งอันด้วย
"ฮะ? ปกติหมูป่าตัวเล็กๆ ไม่ใช่เหรอครับ เห็นคนแล้วมักจะวิ่งหนีไม่ใช่หรือไง?"
"หมูป่าที่นี่ดุร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
ฉีเยว่รับดิ้วมาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
ทั้งสองคนสะพายเป้ไว้ที่หลังคนละใบ
พนักงานขับรถของฟาร์มทำหน้าที่ขับรถไปส่งพวกเขาที่ชายป่า
ป่าไม้ตั้งอยู่ไกลมาก หากขี่ม้าไปจะช้าเกินไป จึงต้องใช้รถยนต์แทน
เส้นทางที่เรียกว่าถนนนั้น ในช่วงแรกพอจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นก็เป็นพื้นที่รกร้างไปทั้งหมด
มันคือพื้นที่รกร้างที่ไม่มีแม้แต่หญ้าขึ้น ตรงกลางมีร่องรอยของการถูกรถเหยียบย่ำจนเกิดเป็นทางดินขึ้นมา
ฉีเยว่มองไปรอบๆ พลางรำพึงออกมาว่าพื้นที่แถวนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลเสียจริง
ไม่แปลกใจเลยที่แต่ละบ้านต่างก็มีทุ่งหญ้านับหมื่นหมู่
บางครอบครัวมีเจ็ดแปดคน สามารถแบ่งพื้นที่ได้ถึงสี่ห้าหมื่นหมู่เลยทีเดียว
แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ที่ฝั่งของเขาไม่มีพื้นที่รกร้างที่ไร้ผู้คนแบบนี้ อย่างมากก็แค่เพราะทางน้ำเดินทางลำบากคนจึงไม่ค่อยเข้าไปส่วนลึกเท่านั้นเอง
แต่การขับรถนานถึงสองชั่วโมงแบบนี้ ถือว่าหาได้ยากจริงๆ
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงจุดหมาย
พวกเขาลงจากรถ ต่างคนต่างก็ปล่อยโดรนขึ้นสู่ท้องฟ้าและเริ่มเปิดไลฟ์สตรีม
ทั้งคู่ต่างก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เมื่อมาร่วมมือกัน ยอดผู้เข้าชมจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มีคนเข้ามาดูเป็นจำนวนมากจริงๆ
ฉีเยว่ทักทายชาวเน็ตในห้องไลฟ์สตรีมว่า:
"วันนี้ผมกับเจียงเฟิงจะเข้าไปในป่าเพื่อตามหาเห็ดทรัฟเฟิลดำครับ"
"เห็ดทรัฟเฟิลดำถูกขนานนามว่าเป็นทองคำใต้ดิน เห็ดทรัฟเฟิลดำป่าจะมีราคาสูงมากทีเดียว"
"ถ้าหามาลองกินได้ รสชาติต้องดีเยี่ยมแน่นอนครับ"
"ตอนนี้เห็ดทรัฟเฟิลดำในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นแบบเพาะปลูกครับ เพราะแบบป่านั้นหาได้ยากมาก แทบจะขุดหาไม่เจอกันเลยทีเดียว"
"วันนี้ลองมาเดินเล่นกับเจ้าของฟาร์มผู้ยิ่งใหญ่ดูครับ เผื่อจะหาเจอ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชาวเน็ตต่างพากันหัวเราะออกมา
(มาเดินป่าผจญภัยกับคุณเจียงเหรอครับ?)
(ไปถึงพื้นที่รกร้างไร้ผู้คนจริงๆ ด้วย!)
(ผมเคยดูไลฟ์เจ้าของฟาร์ม เขาเป็นหนุ่มแกร่งคนหนึ่งเลยนะ!)
(พี่ฉีเป็นนักพรต ไม่ต้องกลัวอยู่แล้ว!)
คอมเมนต์ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ทางฝั่งเจียงเฟิงเองก็คุยเล่นกับคนในห้องไลฟ์ของเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มเดินทางเข้าไปในป่า
ป่าไม้ที่นี่คือป่าธรรมชาติ เส้นทางค่อนข้างราบเรียบและเดินได้ง่าย
ตลอดทางที่เดินผ่านไป บางครั้งจะเห็นเห็ดบางชนิดงอกออกมาจากกองใบไม้ที่เน่าเปื่อย
"การหาเห็ดทรัฟเฟิลดำต้องอาศัยหมูป่าครับ ไอ้พวกนี้จมูกดีมาก สิ่งที่พวกมันชอบที่สุดก็คือเห็ดทรัฟเฟิลดำนี่แหละ"
"พวกมันสร้างความเสียหายให้ป่าเยอะมาก ชอบขุดดินจนพรุนเพื่อหาขุดรากหญ้าและเปลือกไม้มากิน"
"บางครั้งขุดจนทุ่งหญ้าโกร๋นไปเลยก็มีครับ"
"ถ้าเจอหมูป่ากำลังขุดหาอะไรอยู่ล่ะก็ พวกเราสามารถเข้าไปดูได้เลยครับ"
เจียงเฟิงเล่าให้ฉีเยว่ฟัง
"ตกลงครับ งั้นตามหาหมูป่าใช่ไหม"
"เรื่องนี้ไม่ยากครับ"
ฉีเยว่รับปากทันที
เขารู้ดีว่าเห็ดทรัฟเฟิลดำมักจะเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบไหน
มันคือที่ที่มีสภาพแวดล้อมดีมาก พื้นดินมีตะไคร่น้ำขึ้น และมีส่วนหนึ่งของพื้นดินที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าข้างในมีอะไรบางอย่างงอกออกมา
นั่นแหละที่อาจจะเป็นเห็ดทรัฟเฟิลดำ
พวกมันมักจะเลือกที่อยู่ที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตเสมอ
ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าลึกเข้าไปข้างใน
เจียงเฟิงคุ้นเคยกับพื้นที่แถวนี้ดี เขารู้ว่าจุดไหนที่มีโอกาสพบเห็ดทรัฟเฟิลดำได้มากกว่า
ฉีเยว่มีทัศนคติที่ดี เขาเพียงแค่อยากมาชมทัศนียภาพในพื้นที่ไร้ผู้คนเท่านั้นเอง
เขาเป็นคนชอบชมทิวทัศน์อยู่แล้ว
จะว่าไปแล้ว ป่าไม้ในพื้นที่รกร้างเช่นนี้ ท่ามกลางความเงียบงันกลับแฝงไว้ด้วยความดูน่ากลัวอยู่บ้าง มักจะรู้สึกเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวโผล่ออกมา ซึ่งถือว่าตื่นเต้นดีไม่น้อย
บางครั้งจะมีเสียงแมลงดังขึ้นมาเป็นระยะ เดินไปตั้งไกลเสียงเหล่านั้นถึงจะเงียบหายไป
แถวนี้หมูป่าเยอะจริงๆ
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นหมูป่าสีดำตัวเขื่องเดินส่ายอาดๆ เข้ามา
ศัตรูตามธรรมชาติของหมูป่าก็คือเสือโคร่งไซบีเรีย ถ้าไม่มีเสือ หมูป่าที่โตเต็มวัยก็แทบจะไม่มีคู่ปรับเลยทีเดียว
ดังนั้นเจ้าพวกนี้แต่ละตัวจึงมีความดุร้ายมาก
"เฮ้ย ตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"หมูป่าที่บ้านคุณตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?"
ฉีเยว่รู้สึกประหลาดใจ
ที่เขาบั้นท้ายน้อยเองก็มีหมูป่า แต่ตัวค่อนข้างเล็ก เวลาวิ่งเข้ามาชน อย่างมากก็แค่ถึงระดับหัวเข่าเท่านั้น
แต่หมูป่าตรงหน้านี้ กลับสูงเกือบถึงระดับเอวเลยทีเดียว
"ตัวนี้ยังถือว่าปกติครับ ถ้าขึ้นไปทางเหนืออีก หมูป่ายักษ์ไซบีเรียนั่นน่ะถึงจะของจริง"
เจียงเฟิงตอบกลับ
"ต้องระวังนะครับ หมูป่าบางตัวดุมาก ชอบโจมตีคน"
เขาเอ่ยเตือนอีกครั้ง
"ตื่นเต้นดีจังเลยครับ"
ฉีเยว่เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง หมูป่าก็สังเกตเห็นคนทั้งสองเช่นกัน
ต้องยอมรับว่า หมูป่าตัวนี้ช่างใจกล้าจริงๆ
ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ จมูกของมันพ่นลมร้อนออกมา เมื่อเห็นคนมันก็พุ่งตรงเข้ามาหาในทันที
เป็นการพุ่งชนที่ป่าเถื่อนอย่างยิ่ง
ในห้องไลฟ์สตรีมของเจียงเฟิง ชาวเน็ตต่างพากันร้องตะโกน: (หมูป่า รีบหนีไป! แกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก!)
ในห้องไลฟ์ของฉีเยว่ ชาวเน็ตต่างก็รู้สึกแปลกใหม่ และพากันพูดว่า: (เฮ้ย หมูป่านี่ใจกล้าชะมัด!)
"มันมาจริงๆ ด้วย!"
ฉีเยว่หยิบดิ้วออกมาถนัดมือ สะบัดออกอย่างแรงจนกระบองเหล็กยืดออกมาจนสุด
เจียงเฟิงเองก็ทำเช่นเดียวกัน
"ฟาดไปที่หน้ามันเลยครับ ตีที่หน้ามันจะเจ็บที่สุด ตีที่อื่นพวกมันไม่รู้สึกอะไรหรอก"
เจียงเฟิงเอ่ยเตือน
"ตกลงครับ!"
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างใจเย็น
ขณะที่คุยกันอยู่นั้น หมูป่าก็ได้พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว มันเริ่มพุ่งเข้ามาทางฉีเยว่ก่อนเป็นอันดับแรก
ฉีเยว่มีสมรรถภาพทางกายที่ว่องไว และยังมีทักษะการตีลังกาอะไรพวกนั้นติดตัวอยู่ จึงไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ข้างตัวเขามีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง เขาจึงกระโดดหลบไปหลังต้นไม้ทันที เพื่อเลี่ยงการพุ่งชนโดยตรงของหมูป่า
หมูป่าพุ่งผ่านไป และตั้งท่าจะเลี้ยวกลับมาโจมตีอีกครั้ง
วินาทีต่อมา ดิ้วจำนวนนับไม่ถ้วนก็ระดมฟาดลงไปที่หน้าของมันอย่างจัง
ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่ายๆ ปฏิกิริยาของพวกเขาไวมาก เมื่อหาจังหวะได้ก็ระดมฟาดทันที
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฟาดจนหมูป่าลืมตาไม่ขึ้น
หมูป่าล้มกลิ้งลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก มันรีบลุกขึ้นมายืนอย่างลนลาน แล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก
มันไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย
มันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
มันรู้เพียงแต่ว่าถ้ายังกล้าอยู่ที่นี่ต่อไป มีหวังได้ถูกฟาดจนตายแน่นอน
เจ็บหน้าไปหมดแล้ว
ชาวเน็ตที่รับชมอยู่ต่างก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน
ภาพที่เห็นนั้นช่างดูโหดร้ายทารุณเหลือเกิน
(ฮัลโหล? แจ้งตำรวจใช่ไหมครับ? มีคนสองคนกำลังรังแกหมูป่าอยู่ครับ!)
(เฮ้ย ทั้งสองคนเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!)
(ให้ตายสิ หมูป่าตัวเบ้อเริ่มถูกฟาดจนวิ่งหนีไปเลยเหรอ?)
(หมูป่าเอ๋ยหมูป่า บอกข้าทีว่าเจ้าไปหาเรื่องสองคนนั้นทำไม?)
คอมเมนต์ระเบิดออกมาทันทีราวกับน้ำเดือด
"ฝีมือไม่เบาเลยนี่ครับ"
เจียงเฟิงหันไปมองฉีเยว่พลางเอ่ยชม
"วิ่งขึ้นเขาลงห้วยทุกวันจนชินแล้วครับ"
ฉีเยว่ตอบกลับ
"ดีครับ งั้นเราไปข้างหน้ากันต่อ ตรงนี้น่าจะมีเห็ดทรัฟเฟิลดำอยู่นะ ผมจำได้ว่าปีที่แล้วผมก็มาขุดแถวนี้แหละ"
เจียงเฟิงกล่าวต่อ
"ตกลงครับ หมูป่านี่วิ่งไวใช้ได้เลยนะ"
"น่าสนุกจริงๆ ครับ"
ฉีเยว่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เพราะพื้นที่ของเขาไม่ใช่พื้นที่รกร้าง จึงไม่มีสัตว์ป่าที่ดุร้าย และย่อมไม่มีโอกาสได้ไล่สัตว์ป่าแบบนี้
แต่ทางฝั่งของเจียงเฟิงคือพื้นที่ส่วนลึกของทุ่งหญ้า ต้องเผชิญหน้ากับหมาป่า หมีดำ และหมูป่าโดยตรง
ข่าวประเภทหมีดำปีนเข้าไปในบ้านของคนเลี้ยงสัตว์ หรือหมูป่าลงมากินพืชผลทางการเกษตร จึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้เป็นประจำที่นี่
(จบแล้ว)