- หน้าแรก
- วิถีเซียนสันโดษในสวนสวรรค์
- บทที่ 30 - เถ้าแก่คนนี้ขับรถขุดเป็นด้วยเหรอ?!
บทที่ 30 - เถ้าแก่คนนี้ขับรถขุดเป็นด้วยเหรอ?!
บทที่ 30 - เถ้าแก่คนนี้ขับรถขุดเป็นด้วยเหรอ?!
บทที่ 30 - เถ้าแก่คนนี้ขับรถขุดเป็นด้วยเหรอ?!
【โปรดเลือกรางวัลที่ต้องการ:】
【1. ทักษะ: ยอดนักเทนนิส โฮสต์ได้รับทักษะการเล่นเทนนิสในระดับนักเล่นมือสมัครเล่นชั้นแนวหน้า】
【2. ทักษะ: ผิวขาวกระจ่างใส ทักษะติดตัวที่ทำให้ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประหนึ่งผิวเด็ก】
【3. ทักษะ: เชี่ยวชาญงานสัตวแพทย์ โฮสต์ได้รับความสามารถในการรักษาโรคของสัตว์】
เมื่อแสงสีทองจางหายไป ทักษะสามอย่างก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉีเยว่
ไม่นึกเลยว่ากล่องสมบัติความพึงพอใจจะสุ่มได้ทักษะด้วย!
รอบนี้ถือว่ากำไรเน้นๆ เลยจริงๆ!
เพียงแต่ว่าทักษะที่ให้มาในครั้งนี้ดูจะค่อนข้างสะเปะสะปะไปหน่อย
อย่างทักษะยอดนักเทนนิส เขาไม่ได้อยู่ในโลกการ์ตูนเทนนิสเสียหน่อย การเล่นเทนนิสเป็นจึงไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิตมากนัก
แถมยังเป็นแค่ระดับมือสมัครเล่นชั้นแนวหน้า ยังไปไม่ถึงระดับนักกีฬามืออาชีพ ยิ่งทำให้ความน่าสนใจลดลงไปอีก
ยกเว้นแต่ว่าจะไม่มีทางเลือกจริงๆ เขาถึงจะเลือกทักษะนี้เพื่อเอาไว้ไปโชว์เท่ในสนามเทนนิสบ้าง
ส่วนทักษะที่สอง ผิวขาวกระจ่างใส เดิมทีฉีเยว่ก็มีผิวพรรณที่ดีและค่อนข้างขาวอยู่แล้ว
ทักษะนี้ดูจะซ้ำซ้อนไปหน่อย
อีกอย่าง ผู้ชายจะขาวขนาดนั้นไปทำไมกัน จะไปเป็นหนุ่มหน้ามนเลี้ยงง่ายหรือยังไง?
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉีเยว่ต้องการเลย
สุดท้าย ฉีเยว่จึงเลือกทักษะที่สาม: เชี่ยวชาญงานสัตวแพทย์
อุทยานแห่งนี้กว้างขวางมาก มีทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ที่เลี้ยงไว้จำนวนมาก ทักษะนี้จะมีประโยชน์มหาศาลในหลายสถานการณ์
รางวัลจากกล่องสมบัติความพึงพอใจที่เปิดในคืนนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
ฉีเยว่ได้รับทั้งโดรนสำหรับไลฟ์สด เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ เหล้าชั้นดีหนึ่งขวด และทักษะเชี่ยวชาญงานสัตวแพทย์อีกหนึ่งอย่าง
นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด แล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว
ยามค่ำคืนในอุทยานเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นเอง ที่ทุ่งหญ้าของโซนสวนสัตว์ลูบคลำ ไม่รู้ว่ามีแมลงกุดจี่คลานออกมาจากที่ไหนเพื่อเริ่มทำภารกิจแย่งชิงมูลสัตว์กัน
ถ้าไม่รีบเข็นตอนนี้ เดี๋ยวจะไม่มีมูลให้เข็นเอาได้!
ยังมีแมลงกุดจี่บางส่วนที่เริ่มขยับขยายพื้นที่ออกไปข้างนอก ตามกลิ่นไปเพื่อเข็นมูลของกวางดาวและกระต่ายกลับไป
ภารกิจรักษาสิ่งแวดล้อมในอุทยาน แมลงกุดจี่ขอรับอาสาจัดการเอง
วันรุ่งขึ้น
เป็นวันจันทร์ที่แสนเรียบง่ายอีกครั้ง
ตอนนี้ตัวอ่อนจักจั่นเริ่มหายากแล้ว จำนวนคนที่มาที่นี่จึงไม่ได้เยอะมากนัก
ฉีเยว่จึงเริ่มดำเนินการสร้างภูมิทัศน์สวนดอกไม้
ด้วยวิธีนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินผ่านประตูอุทยานเข้ามาตามถนนชมวิว ก็จะมีสถานที่ให้ไปเที่ยวชมได้สองจุดหลักๆ
จุดแรกคือสวนสัตว์ลูบคลำ และอีกจุดคือสวนดอกไม้นั่นเอง
พื้นผิวถนนต้องได้รับการปรับปรุงให้แข็งแรง จะปล่อยให้เป็นทางลูกรังไม่ได้ ต้องเทปูนเป็นถนนคอนกรีต
ฉีเยว่วางแผนที่จะวาดลวดลายและข้อความที่ดูอบอุ่นหัวใจลงบนพื้นถนนคอนกรีตของโซนสวนดอกไม้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสวน
เรื่องนี้จำเป็นต้องจ้างบริษัทออกแบบและบริษัทก่อสร้าง
เขาลองโทรศัพท์ไปปรึกษาดูแล้ว แต่ราคานั้นแพงมาก ราคาประเมินอยู่ที่สามถึงสี่แสนหยวนขึ้นไป บางเจ้าถึงกับเรียกราคาสูงถึงหนึ่งล้านหยวนเลยทีเดียว
ตอนนี้ฉีเยว่มีเงินเก็บอยู่เพียงสองล้านหยวน เขาจึงยังไม่สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามใจชอบได้
เขาลองติดต่อเจ้าของธุรกิจที่รับจัดสวนในอุทยานไปหลายเจ้า แต่ทุกเจ้าต่างก็เรียกราคาที่แพงหูฉี่
คนพวกนี้หวังจะฟันกำไรจากคนที่อยากทำอุทยานทั้งนั้น
เพราะหลายคนเริ่มต้นทำธุรกิจโดยไม่ได้คำนวณอย่างละเอียด เมื่อมีเงินลงทุนก้อนโตก็ทุ่มลงไปอย่างไม่ยั้งมือ สุดท้ายจึงประสบปัญหาขาดทุนได้ง่ายๆ
ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจแบบนี้ การคำนวณอย่างรอบคอบถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
"ราคาออกแบบและก่อสร้างแพงเกินไปหน่อย ฉันยังต้องเสียเงินค่าทำถนนให้แข็งแรงอีก ซึ่งเงินส่วนนี้ประหยัดไม่ได้เลย"
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ส่วนของสวนดอกไม้ฉันจะจ้างคนงานมา แล้วลงมือทำเองดีกว่า"
"ยังไงเรื่องการออกแบบฉันก็พอทำเป็นอยู่แล้ว"
"และที่สำคัญ ทักษะการขับรถขุดก็น่าจะได้เอาออกมาใช้งานจริงๆ เสียที"
ฉีเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีที่สุด
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉีเยว่ก็เริ่มเลือกพื้นที่ วาดแผนผัง และวัดขนาดทันที
เขาเดินมายังพื้นที่ทุ่งหญ้าที่ว่างเปล่า แล้วเรียกหลี่ยูพนักงานของเขามาช่วยกันวัดระยะ
"เถ้าแก่ครับ วางแผนจะทำอะไรเหรอครับ?"
หลี่ยูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เตรียมจะสร้างสวนดอกไม้น่ะ"
"แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายๆ โซน แล้วก็สร้างถนนตัดผ่าน ไม่ใช่เรื่องยากอะไร"
ฉีเยว่วัดพื้นที่ทุ่งหญ้าเสร็จแล้วก็นำไม้มาปักเป็นเครื่องหมายเอาไว้ ก่อนจะยืนขึ้นมองดูผลงานของตัวเอง
ตอนนี้ที่นี่มีเพียงต้นหญ้าสีเขียวเท่านั้น
เจ้าเหลืองและกระต่ายตัวหนึ่งเดินเข้ามาดูความคึกคัก พวกมันยืนอยู่ไม่ไกลจากฉีเยว่เพื่อเป็นเพื่อนเขา
ฉีเยว่รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า การลงมือทำอะไรด้วยตัวเองมันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน
แถมยังเป็นการสร้างอุทยานของตัวเองขึ้นมาด้วย
วันต่อมา เขาก็เช่ารถขุดมาและเริ่มลงมือขุดทันที
มีคนขับรถขุดมาส่งให้ที่อุทยาน ส่วนเรื่องการควบคุมรถขุดนั้นเขาทำเองภายในพื้นที่ของอุทยาน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตอะไรให้วุ่นวาย เพราะนี่คือที่ดินส่วนตัวของเขาเอง
พื้นที่ทุ่งหญ้าตรงหน้าจำเป็นต้องถูกขุดออกเพื่อปรับระดับดินให้เสมอกัน
หญ้าส่วนที่ไม่จำเป็นต้องถูกถอนทิ้งไป
เมื่อพนักงานขับรถขุดนำรถมาส่งเสร็จเขาก็เดินจากไป เพราะฉีเยว่เช่ามาแต่รถขุดเท่านั้น
พนักงานในอุทยานต่างพากันมายืนมุงดูด้วยความสนใจ
จูคุน: "ตรงไหนจะมีการก่อสร้างเหรอครับ? ทำไมถึงมีรถขุดมาด้วย!"
หลี่ยู: "เถ้าแก่เช่ามาน่ะครับ เตรียมจะทำสวนดอกไม้"
หวังซิ่ว: "ไม่เห็นมีคนขับรถขุดเลยนี่คะ! แล้วใครจะเป็นคนขุด?"
หลี่ย่า: "เดี๋ยวคนขับก็คงจะมาละมั้ง"
ในขณะที่พนักงานทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น ฉีเยว่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงทำงาน และสวมหมวกฟางสำหรับกันแดด ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของทุกคน
"เถ้าแก่สวัสดีครับ/ค่ะ"
ทุกคนต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย
ฉีเยว่โบกมือให้ "พวกนายไปทำงานของตัวเองเถอะ ตรงนี้ฉันจัดการคนเดียวได้ ไม่มีปัญหา"
พูดจบ เขาก็ก้าวขึ้นสู่ห้องโดยสารของรถขุดอย่างรวดเร็วเพียงสองสามก้าว
"เฮ้ย?"
พนักงานทุกคนถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
เดี๋ยวนะ เถ้าแก่จะทำอะไรน่ะ?
จะขับรถขุดเองงั้นเหรอ?
เขาขับรถขุดเป็นด้วยเหรอ?
มันจะดูหลุดโลกเกินไปไหมเนี่ย?
ทุกคนต่างหันไปมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง
ในตอนนี้ ฉีเยว่เริ่มบังคับรถขุดให้ขุดหน้าดินของทุ่งหญ้าแล้ว
เทคนิคของเขาดูช่ำชองมาก ดูจากท่วงท่าการขยับของรถขุดแล้ว เห็นชัดเลยว่าเขาเป็นระดับมืออาชีพแน่นอน
"ไม่จริงน่า เถ้าแก่ขับรถขุดเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?"
หลี่ยูอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างที่สุด
"สุดยอดไปเลย เรื่องแบบนี้เขาก็ทำเป็นด้วย!"
จูคุนมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและอิจฉา
เจ้ารถขุดแบบนี้ ผู้ชายคนไหนเห็นก็มักจะหยุดมองกันทั้งนั้น
โดยเฉพาะหลี่ยูและจูคุนที่เป็นคนหนุ่ม ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
พวกเขาทำได้เพียงแค่ยืนมอง แต่ฉีเยว่กลับได้นั่งบังคับมันจริงๆ
ในวินาทีนี้ ในสายตาของฉีเยว่มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สวนดอกไม้ให้ออกมาดีที่สุดเท่านั้น
ทุกอย่างต้องค่อยๆ ลงมือทำไปทีละนิด ความสำเร็จไม่ได้มาได้ง่ายๆ
และเพราะนี่คือการทำงานให้อุทยานของตัวเอง เขาจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่
ไม่นานนัก อุทยานก็เปิดทำการตามปกติ พนักงานทุกคนจึงต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
ในเวลาต่อมา เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในอุทยานเพื่อชมทัศนียภาพ
วันนี้เป็นวันพุธแล้ว แต่จำนวนคนที่มาก็ยังถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาเที่ยว
เสียงการทำงานของรถขุดไม่ได้ดังมากนัก อีกทั้งยังอยู่ห่างจากจุดท่องเที่ยวหลัก และมีรถขุดเพียงคันเดียวเท่านั้น
ฉีเยว่จึงดำเนินการก่อสร้างต่อไปตามปกติ
เด็กๆ จำนวนมากเมื่อเห็นรถขุดก็ถึงกับเดินต่อไม่ไหว รบเร้าให้พ่อแม่พามาหยุดยืนดู
ในสายตาของเด็กๆ รถขุดก็คือของเล่นที่ถูกขยายส่วนขึ้นมาหลายเท่าตัวนั่นเอง
ผ่านไปครู่หนึ่ง จำนวนเด็กที่มายืนดูรถขุดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนแรกฉีเยว่ไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องนี้เลย จนกระทั่งเขาหันกลับไปมอง ก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวยืนมุงดูเขาอยู่ถึงสิบกว่าคนแล้ว
ฉีเยว่เองก็รู้สึกงุนงงอยู่ไม่น้อย
เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
นักท่องเที่ยวไม่ไปดูวัว แกะ หมู กันแล้วเหรอ ทำไมถึงพากันมาดูรถขุดแทนล่ะ?
หา?
นี่ก็นับเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ด้วยงั้นเหรอ?
ความจริงมันก็เป็นเรื่องปกติ ในเมืองเวลาที่มีรถขุดทำงาน ก็มักจะมีคนมายืนมุงดูอยู่รอบๆ ได้เป็นชั่วโมงๆ
คนขับรถขุดส่วนใหญ่ก็ชินกับเรื่องนี้แล้ว
ถึงแม้ฉีเยว่จะมีทักษะการขับรถขุดที่ยอดเยี่ยมมาก แต่การได้มาขับจริงๆ เป็นครั้งแรกแบบนี้ เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่นัก
ในตอนนั้นเอง มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งจำฉีเยว่ได้
"นั่นเถ้าแก่อุทยานนี่นา! เขาโด่งดังมากเลยนะ ทั้งเรื่องฝึกกระต่าย ฝึกหมาก็เก่ง แถมจัดกิจกรรมแต่ละอย่างก็ดีมากด้วย!"
นักท่องเที่ยวตะโกนบอกคนรอบข้าง
"เป็นเถ้าแก่ฉีจริงๆ ด้วย พับผ่าสิ เขาขับรถขุดเองเลยเหรอเนี่ย เก่งจริงๆ!"
อีกหลายเสียงเอ่ยสำทับ
เสียงพูดคุยเหล่านี้แว่วเข้าหูฉีเยว่ ทำให้เขารู้สึกทั้งขำทั้งอาย
ไม่นึกเลยว่าแค่ขับรถขุดก็ยังมีคนตามมาดูขนาดนี้
แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เรื่องนี้น่าจะเอาไปถ่ายคลิปวิดีโอได้
บัญชีทางการของอุทยานภูเขาชิงเฟิงจำเป็นต้องลงวิดีโอที่น่าสนใจเป็นระยะๆ เพื่อดึงดูดผู้ติดตาม
และตอนนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว
ฉีเยว่จึงเดินลงมาจากรถขุด โบกมือทักทายนักท่องเที่ยวทุกคนสั้นๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนเพื่อไปเอาโดรนออกมา
(จบแล้ว)