- หน้าแรก
- วิถีเซียนสันโดษในสวนสวรรค์
- บทที่ 26 - ภารกิจใหม่ที่ค่อนข้างหลุดโลก!
บทที่ 26 - ภารกิจใหม่ที่ค่อนข้างหลุดโลก!
บทที่ 26 - ภารกิจใหม่ที่ค่อนข้างหลุดโลก!
บทที่ 26 - ภารกิจใหม่ที่ค่อนข้างหลุดโลก!
อุทยานยังคงสวยงามเหมือนเช่นเคย
ตอนนี้ฉีเยว่สะสมแต้มชื่อเสียงได้มากกว่าหนึ่งหมื่นแต้มแล้ว เขาสามารถนำไปแลกเปลี่ยนต้นไม้จากร้านค้าพรรณไม้ได้
อย่างเช่น ต้นไม้ประดับ หรือแปลงดอกไม้ต่างๆ
แต่ราคาโดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ประมาณสามถึงห้าพันแต้มชื่อเสียง ฉีเยว่จึงยังไม่ได้แลกเปลี่ยนมา
สวนสัตว์ลูบคลำเพิ่งจะเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่แนวโน้มการพัฒนาเป็นไปในทางที่ดีมาก
เหล่าสัตว์ตัวน้อยต่างก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน
บ่ายวันจันทร์ รางวัลรถสามล้อเครื่องของฉีเยว่ก็ส่งมาถึง
รถสามล้อเครื่องสีเหลืองดูน่ารักไม่น้อย แถมยังมีหมวกกันน็อกสีเหลืองมาให้สองใบ เข้าชุดกันได้เป็นอย่างดี
ฉีเยว่ขึ้นไปขี่รถสามล้อเครื่องและให้เจ้าเหลืองกระโดดขึ้นมานั่งที่ที่นั่งพ่วงข้าง
เจ้าเหลืองก็แสนรู้ รีบกระโดดขึ้นมาทันที
จากนั้น เขาก็ขี่รถสามล้อเครื่องพาเจ้าเหลืองวนไปตามทางลูกรังภายในอุทยาน มุ่งหน้าไปยังทางอ่างเก็บน้ำ
ขี่ไปก็รู้สึกสนุกดีไม่น้อย
วันจันทร์ไม่มีเรื่องใหญ่โตอะไรให้ต้องจัดการ การได้พักผ่อนหย่อนใจแบบนี้ก็ถือว่าดีมากทีเดียว
ในคืนนั้นเอง ระบบบริหารจัดการอุทยานก็ได้ประกาศภารกิจใหม่
【เปิดใช้งานภารกิจ: ปฏิบัติการกลางป่า จับแมลง!】
【รายละเอียดภารกิจ: ปฏิบัติการจับแมลงที่ภูเขาชิงเฟิง โปรดจับแมลงให้ครบ 10,000 ตัว (ขนาดของแมลงต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด)】
【รางวัลภารกิจ: ภูมิทัศน์แบบสุ่ม 1 อย่าง】
【รางวัลภารกิจ: สิทธิ์จับรางวัลระดับสูง 1 ครั้ง】
ภารกิจนี้ช่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา
แต่ฉีเยว่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
จับแมลง?
เขาไม่ได้ชอบแมลงเลยแม้แต่นิดเดียว หรือจะเรียกได้ว่าเกลียดเลยก็ว่าได้
แค่ได้ยินชื่อสิ่งเหล่านี้ก็น่าปวดหัวแล้ว
"ภารกิจนี้มันออกจะหลุดโลกไปหน่อยนะ"
"ลำพังตัวฉันเองคนเดียวคงทำไม่สำเร็จแน่ ต้องหาคนมาช่วยแล้วละ"
"หรือว่าจะจ้างคนมาจับ การจ้างคนมาจับก็ทำได้แหละ แต่ถ้าจะให้จับเยอะขนาดนี้ ค่าแรงต้องแพงแน่ๆ"
"แถมภารกิจยังมีเงื่อนไขเรื่องขนาดของแมลงอีก อย่างพวกมดหรือเต่าทองคงใช้ไม่ได้"
ฉีเยว่เริ่มคำนวณในใจ
ภารกิจนี้ยากจริงๆ ถ้าไม่ต้องเสียเงินจ้างคนคงจะดีกว่านี้
ถ้าสามารถทำเหมือนกิจกรรมจับกระต่ายครั้งก่อนได้ ที่เป็นการจับเสือมือเปล่าก็คงจะดีที่สุด
แต่ครั้งก่อนมีกระต่ายเป็นตัวล่อ ครั้งนี้ไม่มีอะไรเลย
ตอนนี้การบริหารอุทยานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภารกิจไม่ได้ให้รางวัลเป็นเงินสดแล้ว ส่วนเงินกู้เขาก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง
เงินที่เหลืออยู่เพียงสองล้านหยวนนี้ต้องประหยัดไว้ให้ดี
ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูที่หน้าเรือน
"โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!"
เจ้าเหลืองตัวน้อยส่ายหางพลางวิ่งไปเห่าที่ประตู
"เถ้าแก่ นอนหรือยังครับ?"
เสียงของหลี่ยูดังมาจากข้างนอก
ฉีเยว่เดินออกมาที่ลานบ้าน เปิดประตูออกไปเห็นหลี่ยูและจูคุนยืนอยู่ด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น ในมือถือชามใบหนึ่งมาด้วย
ทั้งสองคนรับหน้าที่ดูแลสวนสัตว์ลูบคลำในแต่ละวัน และต่างก็เป็นพนักงานที่ฉีเยว่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ เนื่องด้วยสถานการณ์การบริหารอุทยานที่ดีขึ้น เขาจึงปรับเงินเดือนให้ทั้งคู่และพนักงานขายตั๋วขึ้นเป็นประมาณ 4,000 หยวน
"มีอะไรเหรอ?"
ฉีเยว่ถามออกไป
"เถ้าแก่ กินตัวอ่อนจักจั่นไหมครับ พวกเราเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ เลย"
"ทั้งหอมทั้งกรอบ อร่อยสุดๆ ไปเลยละครับ"
"วันนี้พวกเราเห็นบนเขาเพียบเลย พอถึงตอนกลางคืนมันจะคลานออกมา จับได้ทีละเยอะๆ เลยครับ"
จูคุนยื่นชามมาให้ตรงหน้าฉีเยว่ ภายในชามเต็มไปด้วยแมลงทอดจนพูน
เมื่อเห็นแมลงทอด ฉีเยว่รู้สึกขยะแขยงตามสัญชาตญาณจนต้องขมวดคิ้ว แต่แล้วดวงตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมา
ตัวอ่อนจักจั่นงั้นเหรอ?
ช่วงต้นเดือนเจ็ดแบบนี้แหละที่เป็นช่วงที่มีตัวอ่อนจักจั่นเยอะที่สุด
แม้ว่าบางคนจะรังเกียจแมลงอย่างสุดซึ้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางความจริงที่ว่ายังมีคนอีกมากมายที่ชอบกินแมลง
อย่างตัวอ่อนจักจั่น พื้นที่ที่นิยมกินกันมากที่สุดคือแถบซานตง รองลงมาก็คือแถบเจียงเจ้อ
"ไม่ละ ฉันไม่กิน ฉันไม่ค่อยสนใจพวกแมลงเท่าไหร่"
"ฉันแค่อยากถามหน่อยว่า ในเขามีตัวอ่อนจักจั่นเยอะไหม?"
ฉีเยว่เอ่ยถาม
หลี่ยูพยักหน้า "เยอะมากเลยครับ ผมว่าเราจับไปขายได้เลยนะเนี่ย เดี๋ยวนี้ตัวอ่อนตัวหนึ่งขายได้หนึ่งหยวน ถ้าจับได้หมื่นตัว ก็ได้หนึ่งหมื่นหยวนแล้วนะครับ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ยู รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉีเยว่ทันที
นี่มันเหมือนง่วงนอนแล้วมีคนส่งหมอนให้จริงๆ
จับตัวอ่อนหมื่นตัวไปขายได้เงินหนึ่งหมื่นหยวน นั่นมันแค่จิ๊บจ๊อยเท่านั้นเอง
"ถ้าตัวอ่อนจักจั่นมันเยอะขนาดนั้นจริงๆ เราก็ขายตั๋วให้คนเข้ามาจับได้เลยนะ"
"เงินค่าตั๋วน่ะได้เยอะกว่าอีก"
"แต่ปัญหาเรื่องความปลอดภัยนี่แหละที่น่ากังวล เพราะมันอยู่ในป่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะคุ้มเสีย"
ฉีเยว่บอกความคิดของตนเองให้ทั้งสองคนฟัง
"ขายตั๋วเข้ามาจับเหรอครับ?"
ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนหูตาสว่างขึ้นมาทันที สมกับที่เป็นเถ้าแก่จริงๆ มีหัวทางการค้าที่ยอดเยี่ยมมาก
พวกเขานั่งหลังขดหลังแข็งจับจักจั่น ก็ได้แค่เงินค่าแรงที่เหนื่อยเปล่า
แต่ค่าตั๋วอุทยานใบละ 30 หยวน ถ้าขายได้หลายวัน ยังไงก็ได้เงินมากกว่าหนึ่งหมื่นแน่นอน
ทั้งสองคนหยุดคิดครู่หนึ่ง จูคุนจึงพูดขึ้นว่า:
"เถ้าแก่ครับ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ตัวอ่อนจักจั่นส่วนใหญ่อยู่ที่เขาด้านหน้า ต้นไม้ที่เขาด้านหน้าไม่ค่อยทึบและทางไม่ชัน เหมาะมากกับการมาเดินหาจับตัวอ่อนครับ"
"ส่วนเขาด้านหลังต้นไม้หนาแน่นเกินไป คนเข้าไปไม่ได้"
"เราแค่กั้นแถบเตือนเอาไว้ แล้วพวกเราคอยดูอยู่ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีเยว่ก็พยักหน้าเห็นด้วย "เดี๋ยวฉันจะจ้างนักศึกษามาช่วยดูแลเพิ่มอีกแรง ส่วนพวกนายก็ไปทำหน้าที่ดูแลสวนสัตว์ลูบคลำตามปกติ"
"ได้ครับ"
เรื่องราวก็สรุปได้ตามนั้น
ในตอนแรกคิดว่าต้องจ้างคนมาจับแมลงให้เสียเงิน แต่ใครจะคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปได้ขนาดนี้
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าในเขจะมีตัวอ่อนจักจั่นมากพอ
แมลงในป่าลึกนั้นมีอยู่ไม่น้อยอยู่แล้ว สถานที่ส่วนใหญ่ของอุทยานก็สร้างขึ้นที่เชิงเขา
ดังนั้นขอเพียงแค่มีคนมาช่วยจับ ปริมาณตัวอ่อนจักจั่นก็น่าจะเพียงพอตามภารกิจ
ตอนนี้น่าจะดึกแล้ว จึงไม่ต้องรีบร้อนอะไร
หลังจากหลี่ยูและจูคุนกลับไป ฉีเยว่ก็ปิดประตูบ้าน
"เจ้าเหลือง นอนได้แล้ว!"
ฉีเยว่สั่งคำหนึ่ง เจ้าเหลืองก็รีบส่ายหางวิ่งกลับเข้าคอกนอนของมัน หมอบลงบนที่นอนแล้วหลับตาลงทันที
สมกับเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่งจริงๆ
ฉีเยว่รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และรีบเข้านอนแต่หัวค่ำเช่นกัน
วันรุ่งขึ้น
ฉีเยว่เรียกหลี่ย่าและหวังซิ่วมาปรึกษาเรื่องการจัดกิจกรรมนี้
เมื่อทั้งสองคนได้ฟัง ก็เริ่มดำเนินการเตรียมการทันที
ตอนนี้พนักงานทุกคนต่างก็รู้สึกว่าฉีเยว่เก่งมาก หลังจากที่เขามารับช่วงดูแลอุทยานเพียงแค่หนึ่งเดือน อุทยานก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด
ดังนั้นไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไร ทุกคนจึงรีบไปจัดการให้อย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ฉีเยว่ก็ได้เผยแพร่ข่าวสารผ่านทางบัญชีออนไลน์ กลุ่มกิจกรรม และบัญชีทางการของอุทยานด้วย
"ฤดูกาลแห่งการกินแมลงมาถึงแล้ว ประกาศตามล่าตัวอ่อนจักจั่น!"
"ช่วงนี้พื้นที่ป่าในอุทยานมีตัวอ่อนจักจั่นชุกชุม ขอเชิญชวนทุกคนมาจับกันได้ครับ"
"เพียงแค่ซื้อตั๋วเข้าอุทยานตามปกติ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม"
"มีจำนวนจำกัด มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน!"
หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนจำนวนมากต่างก็ให้ความสนใจทันที
โดยเฉพาะคนที่ชอบกินตัวอ่อนจักจั่น และคนที่อยากจะจับไปขายเพื่อหารายได้เสริม
ตัวหนึ่งขายได้หนึ่งหยวน ถ้าจับได้สามสิบตัว ก็ได้ค่าตั๋วคืนแล้ว
แถมเจ้าพวกนี้ยังมีจำนวนมหาศาล
"เฮ้ย จับในอุทยานฟรีๆ เลยเหรอ? เถ้าแก่ใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
"ต้องยอมรับเลยว่าเถ้าแก่คนนี้เก่งจริง มีหัวคิดสร้างสรรค์มาก!"
"จับได้เลยเหรอ? เยี่ยมไปเลย ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
"มีกิจกรรมใหม่อีกแล้วเหรอ? จับตัวอ่อนจักจั่นฟรีๆ แน่ใจนะว่าเอากลับบ้านได้ ไม่ใช่ว่าจับเสร็จแล้วเขาจะมายึดคืนไปหมดหรอกนะ!"
"ฮ่าๆๆ เถ้าแก่ไม่น่าจะใจร้ายขนาดนั้นหรอก แล้วเขาก็บอกชัดเจนว่าเอากลับได้!"
"ในอุทยานให้จับได้ฟรีๆ เลยเหรอ? ฉันเปิดร้านอาหารทอดอยู่พอดี กำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะไปหาซื้อตัวอ่อนจักจั่นได้ที่ไหน!"
ความกระตือรือร้นของผู้คนถูกจุดติดในทันที
เมื่อกิจกรรมนี้ออกมา ชื่อเสียงของอุทยานก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก
เพราะภูเขาชิงเฟิงเป็นพื้นที่ของฉีเยว่ ถ้าเขาอยากได้เงินเอง เขาก็จ้างคนมาจับไปขายเองก็ได้เงินไปเป็นหมื่นแล้ว
แต่เขาเลือกที่จะมอบผลประโยชน์นี้ให้กับคนอื่นแทน
สิ่งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจในอุทยานภูเขาชิงเฟิงเพิ่มมากขึ้นไปอีก
หลายคนซื้อตั๋วเข้าอุทยานแล้วยังช่วยกดคะแนนรีวิวสูงๆ ให้ พร้อมกับคอมเมนต์ว่า:
"เถ้าแก่นิสัยดีมาก ให้ห้าดาวไปเลยครับ!"
(จบแล้ว)