- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง: ฉันเห็นเส้นทางวิวัฒนาการ
- บทที่ 540 แผนที่เกาะวาฬยักษ์ (ฟรี)
บทที่ 540 แผนที่เกาะวาฬยักษ์ (ฟรี)
บทที่ 540 แผนที่เกาะวาฬยักษ์ (ฟรี)
บทที่ 540 แผนที่เกาะวาฬยักษ์
ทั้งความตกตะลึง ความชื่มชม ความเกรงขาม และความคลั่งไคล้...
ในวินาทีนี้ สายตานับหมื่นคู่ต่างจับจ้องมาที่หลินเจ๋อเป็นจุดเดียว เขาได้กลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจทั้งหมดไปโดยปริยาย ทุกคนมองร่างของเขาด้วยความศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า จ้าวผู้ปกครองคนใหม่จะมีมีความสามารถที่แทบเทียบได้กับอำนาจของเทพ!
วออูและเหล่าหัวหน้านักรบต่างตื่นเต้นจนตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด ในฐานะผู้นำระดับสูงของเผ่า พวกเขายิ่งเข้าใจดีว่าความสามารถนี้มีความหมายลึกซึ้งเพียงใด!
เมื่อมีจ้าวผู้ปกครองที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่ การที่เผ่าไห่หลินจะพัฒนาและเติบโตจนกลายเป็นเผ่าระดับเหล็กดำก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น! ไม่แน่ว่าแม้แต่การรวมเกาะวาฬยักษ์ทั้งเกาะให้เป็นหนึ่งเดียว ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หัวใจของเหล่าหัวหน้านักรบก็ร้อนรุ่มด้วยความหวัง สายตาที่มองไปยังหลินเจ๋อยิ่งเปี่ยมไปด้วยความยำเกรงและเทิดทูนหนักกว่าเดิม!
หลินเจ๋อมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในแววตากลับมีรอยยิ้มพาดผ่านจางๆ
การที่พลังของหัวหน้านักรบทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น แน่นอนว่าเป็นผลจากการที่เขาใช้ความสามารถของ ‘เทวภาพจำลอง’ และผลลัพธ์ของมันก็ยอดเยี่ยมจนน่าตกใจ! หัวหน้านักรบระดับเก้าช่วงกลางสองคน ถูกเสริมพลังจนพุ่งพรวดขึ้นสู่ระดับเก้าขั้นสูงสุดได้โดยตรง!
หากจะบอกว่ามีข้อเสียอยู่บ้าง ก็คงเป็นเรื่องพลังแห่งศรัทธาที่ต้องจ่ายออกไป เพราะมันมาจากส่วนที่เขาเรียกใช้ได้เท่านั้น และปริมาณที่ใช้ไปก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแค่เสริมพลังให้หัวหน้านักรบสองคน พลังแห่งศรัทธาที่ได้จากพิธีสืบทอดก็เกือบจะร่อยหรอไปเกือบครึ่ง!
อย่างไรก็ตาม หลินเจ๋อกลับรู้สึกว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะเขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าในชั่วพริบตานั้น พลังแห่งศรัทธาที่ไหลบ่าเข้าสู่เสาโทเท็มพลันเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า! พลังงานที่สูญเสียไปกับการใช้เทวภาพจำลองเมื่อครู่ถูกชดเชยกลับมาในทันที แถมยังได้กำไรกลับมาอีกมหาศาล!
เห็นได้ชัดว่า การโชว์ปาฏิหาริย์เสริมพลังให้หัวหน้านักรบ ทำให้บารมีของเขาในใจของชาวเผ่าพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด การแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงถือว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!
หลินเจ๋อยิ้มกริ่มในใจ ก่อนจะเริ่มทำการ ‘ประทานพร’ ให้กับหัวหน้านักรบคนที่เหลือต่อไป
ไม่นานนัก หัวหน้านักรบกว่าสิบคนก็ได้รับการเสริมพลังจนครบทุกคน บัดนี้ระดับพลังของพวกเขาล้วนอยู่ในระดับเก้าขั้นสูงสุดกันถ้วนหน้า และที่น่าอัศจรรย์คือพลังแห่งศรัทธาในส่วนของเขาที่อยู่ในเสาโทเท็ม นอกจากจะไม่ลดลงแล้ว กลับมีปริมาณมากกว่าตอนจบพิธีสืบทอดเสียด้วยซ้ำ
“ท่านจ้าวผู้ปกครองผู้สูงส่ง ท่านคือสัญลักษณ์และความรุ่งโรจน์ของเผ่าไห่หลิน ท่านคือ...”
วออูและเหล่าหัวหน้านักรบต่างคุกเข่าลงเบื้องหน้าหลินเจ๋อด้วยท่าทีนอบน้อมถึงขีดสุด พวกเขาเอ่ยคำอธิษฐานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความศรัทธาอย่างพร้อมเพรียง หัวหน้านักรบทั้งสิบกว่าคนที่ได้สัมผัสกับ ‘การประทานพร’ ด้วยตนเอง บัดนี้ได้กลายเป็นสาวกผู้ภักดีของหลินเจ๋ออย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว
ในใจของพวกเขา หลินเจ๋อถูกยกระดับขึ้นไปเทียบเท่ากับเทพเจ้าประจำเกาะในตำนานไปเรียบร้อยแล้ว
หลินเจ๋อไม่ได้ขัดจังหวะการสวดภาวนาของคนเหล่านั้น เขาเพียงเฝ้ามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้เขาจะไม่ค่อยอินกับพิธีกรรมพวกนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็เข้าใจดีว่ามันเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการรักษาบารมีและสถานะอำนาจของตนเอง
หลังจากรอจนวออูและคนอื่นๆ สวดภาวนาเสร็จสิ้น หลินเจ๋อก็โบกมือสั่งการ
“ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองเสีย ส่วนวออู เจ้าตามข้ามา”
“รับบัญชาครับ ท่านจ้าวผู้ปกครองผู้สูงส่ง!” วออูตอบรับด้วยความเคารพก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหลังหลินเจ๋อไปอย่างสำรวม
ส่วนหัวหน้านักรบคนอื่นๆ ยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม จนกระทั่งร่างของหลินเจ๋อลับหายเข้าไปในบ้านหิน พวกเขาถึงได้ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วหันมากระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่หาย
ภายในบ้านหิน
หลินเจ๋อนั่งลงที่หลังโต๊ะหินเพียงตัวเดียวในห้อง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นชิงเฉียงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ส่วนคูจือและถู่สือที่เดินตามหลังมาก็แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งความยินดี
“หลินเจ๋อ ตอนนี้ฉันรู้สึกอุ่นไปทั้งตัวเลย สบายสุดๆ!” ชิงเฉียงนั่งลงข้างๆ เขาแล้วเอนกายพิงอย่างไม่ถือตัว ดวงตาของเธอโค้งมนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการดูดซับพลังแห่งศรัทธามันจะให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มได้ขนาดนี้!”
คูจือและถู่สือต่างพยักหน้าเห็นพ้อง “สบาย... มากเลย!” / “ฉัน... รู้สึก... แข็งแกร่งขึ้นแล้ว!”
ต้องขอบคุณหลินเจ๋อที่ทำให้วันนี้พวกเขาได้รับพลังแห่งศรัทธาไปไม่น้อย แม้จะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ระดับพลังเลื่อนขั้นในทันที แต่ก็สัมผัสได้ถึงพัฒนาการที่ชัดเจน หากสะสมต่อไปอีกนิด การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณย่อมนำไปสู่การเลื่อนระดับในไม่ช้า
ซึ่งชิงเฉียงและเพื่อนๆ ต่างก็รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี ในตอนนี้พวกเขารู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่ได้มารู้จักกับหลินเจ๋อ
หากไม่ใช่เพราะหลินเจ๋อ อย่าว่าแต่เรื่องได้เข้าร่วมเผ่าไห่หลินและดูดซับพลังแห่งศรัทธาปริมาณมหาศาลขนาดนี้เลย เกรงว่าป่านนี้พวกมันคงถูกอสูรกรงเล็บคลั่งชิงแก่นวิญญาณไปจนร่างกลายเป็นปุ๋ยบำรุงป่าไปนานแล้ว!
ด้วยเหตุนี้ ภูตพรายทั้งสามจึงรู้สึกทั้งขอบคุณและชื่นชมหลินเจ๋อจากใจจริง โดยเฉพาะชิงเฉียงที่มองเขาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสอย่างไม่ปิดบัง ท่าทางซื่อตรงไร้เดียงสาของเด็กสาวทำให้หลินเจ๋ออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
สำหรับการแบ่งพลังแห่งศรัทธาให้พวกชิงเฉียงนั้น หลินเจ๋อไม่ได้รู้สึกเสียดายเลย เพราะพลังส่วนนี้เดิมทีเขาก็ครอบครองเองไม่ได้อยู่แล้ว การมอบให้พวกมันไปจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย อีกทั้งการที่พลังของภูตพรายทั้งสามเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลดีต่อความมั่นคงของเผ่าไห่หลินด้วยเช่นกัน
หลังจากแน่ใจแล้วว่าพลังแห่งศรัทธาสามารถเพิ่มค่าการเติบโตของอสูรรับใช้ได้ หลินเจ๋อจึงได้ข้อสรุปถึงเป้าหมายหลักในมิติหลิงฮวาของเขาในที่สุด... นั่นคือการรวบรวมพลังแห่งศรัทธาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!
และหนทางที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนประชากรของเผ่าไห่หลินให้มากขึ้น
หากจะหวังพึ่งเพียงการเพิ่มประชากรตามธรรมชาตินั้นย่อมช้าเกินไป วิธีที่รวดเร็วที่สุดก็คือการทำสงครามเพื่อแผ่ขยายอำนาจ ผนวกเผ่าอื่นเข้ามา และชิงประชากรของพวกเขามาเป็นของตน! ดังนั้น ยิ่งชิงเฉียงและพวกพ้องแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ย่อมยิ่งเป็นผลดี
หลินเจ๋อไม่เสียดายที่จะยอมจ่ายพลังแห่งศรัทธาอันล้ำค่าเพื่อเสริมแกร่งให้เหล่าหัวหน้านักรบ เพราะมันคือการยกระดับแสนยานุภาพของกองทัพ การใช้จ่ายในวันนี้คือการลงทุน ซึ่งในอนาคตย่อมจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นสิบเท่าแน่นอน!
ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของหลินเจ๋อ แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ เขาโบกมืออนุญาตให้วออูหาที่นั่งลง
ทว่าหัวหน้าเผ่าคนใหม่ผู้นี้กลับมิบังอาจทำตัวตามสบาย เขาเลือกที่จะคุกเข่าลงอย่างนอบน้อมที่หน้าโต๊ะหินแทน ก่อนจะหยิบสิ่งของที่เตรียมไว้ออกมาแล้วยื่นให้หลินเจ๋อด้วยสองมือ หลินเจ๋อรับมันมาแล้วค่อยๆ คลี่ออกบนโต๊ะ ปรากฏว่าเป็นแผนที่ที่ทำจากหนังแกะ ซึ่งวาดภาพภูมิประเทศของเกาะวาฬยักษ์ทั้งเกาะเอาไว้!
แผนที่ฉบับนี้คือสิ่งที่หลินเจ๋อสั่งให้วออูไปนำมา ตามคำบอกเล่าของวออู แผนที่นี้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งเผ่าไห่หลิน และว่ากันว่าทุกเผ่าบนเกาะต่างก็มีแผนที่แบบเดียวกันนี้อยู่คนละฉบับ
‘เผ่าที่อยู่ใกล้กันมีแผนที่เหมือนกันยังพอเข้าใจได้ แต่การที่ทุกเผ่าบนเกาะมีเหมือนกันหมด... หรือว่าเมื่อก่อนคนพวกนี้จะแตกมาจากเผ่าหนึ่งในอดีตกันนะ?’
หลินเจ๋อเกิดความคิดประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะส่ายหน้ายิ้มขบขันให้ความฟุ้งซ่านของตัวเอง แล้วหันไปตั้งสมาธิกับแผนที่ตรงหน้าแทน
เมื่อพิจารณาจากแผนที่ รูปทรงของเกาะทั้งเกาะดูคล้ายกับปลาวาฬตัวมหึมา ซึ่งนั่นคือที่มาของชื่อเกาะวาฬยักษ์ โดยเผ่าไห่หลินตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะในจุดที่ติดกับทะเล หากกะขนาดพื้นที่จากในแผนที่ เกาะวาฬยักษ์นี้น่าจะมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตารางกิโลเมตร หรือถ้าเทียบเฉพาะพื้นที่บนบก ก็อาจจะใหญ่กว่าเมืองหนิงเจียงถึงสี่ห้าเมืองเลยทีเดียว!
“บนเกาะวาฬยักษ์นี้มีทั้งหมดกี่เผ่า?” หลินเจ๋อเงยหน้าขึ้นถามวออู
วออูแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาทันที เขาตอบด้วยน้ำเสียงกังวลว่า “เรื่องนี้... ท่านจ้าวผู้ปกครองผู้สูงส่ง ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนขอรับ เผ่าไห่หลินของเราติดอยู่ที่ชายขอบเกาะมานานหลายสิบปีแล้ว ในช่วงเวลานั้นเรารับรู้สถานการณ์ได้เพียงในรัศมีร้อยลี้รอบๆ เท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นบนเกาะ พวกเราไม่ทราบข่าวคราวเลยขอรับ”
หลินเจ๋อพยักหน้าเข้าใจโดยไม่คิดจะคาดคั้น ด้วยนิสัยรักการต่อสู้ของชาวหลิงฮวาที่อาจมีสงครามย่อยทุกเดือนและศึกใหญ่ทุกสามเดือน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาคงมีไม่รู้กี่เผ่าที่ล่มสลายไป หรือแตกแยกออกไปตั้งตัวใหม่
ความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นมากมายมหาศาล ต่อให้วออูจะจำแผนผังการกระจายตัวของเผ่าเมื่อหลายสิบปีก่อนได้จริง แต่มันก็คงนำมาใช้อ้างอิงอะไรในปัจจุบันไม่ได้มากนักแล้ว