เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือน

ตอนที่ 35 ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือน

ตอนที่ 35 ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือน


ตอนที่ 35 ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือน

ณ สนามฝึก

หลังจากที่ฮั่นชิวพูดจบ เขาก็เริ่มแบ่งกลุ่มผู้คน

ในฐานะผู้ตรวจการสี่ทิศ ซูหยางได้รับมอบจำนวนห้าคน

ปกติตามตำแหน่งของเขา เขาควรจะได้รับถึงสิบคน แต่นั่นเป็นเพียงกฎที่เขียนบนกระดาษ ทุกอย่างยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริง และเขาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของฮั่นชิวที่เป็นหัวหน้าผู้ตรวจการ

แต่ห้าคนก็พอแล้ว

เมื่อมีผู้ตรวจการกฏ กองตรวจการก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้

สิ่งแรกที่ซูหยางทำเมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็คือ ขอให้ลูกน้องของเขาแจ้งผู้บัญชาการกองเจิ้นหวู่ของทั้งสี่เมือง ได้แก่ เมืองผิงซาน เมืองหวงซาน เมืองหลินเจียง และเมืองไคหยางให้มาพบเขา

หมอกสีขาวที่ปกคลุมทั้งสี่เมืองควรจะจางหายไปในเร็ววัน

มีช่องว่างขนาดใหญ่ในด้านความแข็งแกร่งของเมืองระดับล่างที่ถูกภายใต้เขตอำนาจของจังหวัดเทียนเฟิง และแต่ละเมืองยังมีขนาดแตกต่างกันอีกด้วย

ในบรรดาสี่เมืองภายใต้เขตอำนาจของซูหยาง เมืองผิงซานเป็นเมืองที่อ่อนแอที่สุด

เมืองที่แข็งแกร่งที่สุดคือ เมืองไคหยาง และผู้บัญชาการกองเจิ้นหวู่นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 4 หากเขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งเขาจะถือเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในจังหวัดเทียนเฟิง

มีผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองผิงซานมากที่สุดประมาณ 30,000 คน แต่ในเมืองไคหยางมีประมาณ 100,000 คน

เมื่อซูหยางเข้าควบคุมดูแลทั้งสี่เมืองก่อนหน้านี้ เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหมอกสีขาวที่ปกคลุมทั้งสี่เมือง

มีหกภารกิจปรากฏ

สามภารกิจอยู่ในเมืองไคหยาง สองภารกิจอยู่ในเมืองหลินเจียง และอีกหนึ่งอยู่ในเมืองหวงซาน

สำหรับเมืองผิงซานนั้น ซูหยางได้จัดการไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีภารกิจปรากฏขึ้น

จดหมายสี่ฉบับออกจากเมืองเทียนเฟิง และกระจายออกไป และในไม่ช้าก็ไปถึงมือของผู้บัญชาการทั้งสี่ของกองเจิ้นหวู่

หลังจากได้รับจดหมายแล้ว พวกเขาไม่ได้ต่อต้านอะไร หลังเก็บข้าวของ พวกเขาก็มุ่งตรงไปที่เมืองเทียนเฟิง

ซูหยางเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง และกองตรวจการเพิ่งถูกก่อตั้ง

มันถูกใช้เพื่อควบคุมกองเจิ้นหวู่

ในเวลานี้ หากพวกเขากล้าเผชิญหน้ากับกองตรวจการอย่างเปิดเผย ตำแหน่งของพวกเขาก็จะสิ้นสุดลง

มันเป็นความเข้าใจง่ายๆ พวกเขาอยู่ในตำแหน่งสูงมาหลายปีแล้ว และพวกเขาไม่เข้าใจมันได้อย่างไร?

มีเพียคนโง่เท่านั้นที่จะตอบกลับไปว่า ‘ข้ายุ่งเกินไป ดังนั้นข้าจะไม่ไป’

ผู้บัญชาการกองเจิ้นหวู่ของทั้งสี่เมืองเข้ามาในเมืองเทียนเฟิงทีละคน และมาที่กองตรวจการเพื่อรอ

หลังจากที่ทุกคนมาถึง ซูหยางก็เก็บดาบเข้าฝัก และเดินออกจากลานบ้าน

ในห้องโถง

ทั้งสี่คนเลือกที่นั่งตามตำแหน่งของตน

ผู้บัญชาการกองเจิ้นหวู่ของเมืองไคหยางนั่งใกล้กับที่นั่งหลักมากที่สุด ตามมาด้วยคนจากเมืองหลินเจียง เมืองหวงซาน และสุดท้ายจางจื้อหวู่จากเมืองผิงซาน

หลังจากที่ซูหยางเข้ามา พวกเขาสามคนก็ไม่ลุกขึ้นทำความเคารพ

มีเพียงจางจื้อหวู่เท่านั้นที่ยืนขึ้นเพื่อทักทาย

“คารวะใต้เท้า”

อีกสามคนตกใจ เด็กคนนี้เป็นผู้ตรวจการสี่ทิศเหรอ?

เป็นเจ้านายของพวกเขางั้นเหรอ?

“คารวะใต้เท้า”

แม้ว่าเขาจะสับสน แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ในตอนนี้

ซูหยางนั่งลงอย่างสบายๆ บนที่นั่งหลัก ดวงตาของเขาเปล่งแสงเจิดจ้า "ข้าดีใจมากที่พวกเจ้ามาเร็วขนาดนี้"

หลายคนนั่งลงแล้ว และยกเว้นจางจื้อหวู่ อีกสามคนกำลังมองไปที่ซูหยางอย่างระมัดระวัง

พวกเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีภูมิหลังแบบใด

น่าเสียดายที่มันถูกลิขิตให้ไร้ผล

“ที่ข้าเชิญพวกเจ้ามาที่นี่ นอกเหนือจากต้องการพบหน้าแล้ว ข้ายังมีบางอย่างที่ข้าอยากคุยกับพวกเจ้าด้วย” ซูหยางหยุดชั่วคราว และพูดต่อ “พวกเจ้าจะไม่ได้ไม่หาว่าข้าไม่ให้โอกาส”

ทันทีที่ซูหยางพูดจบ ทั้งห้องโถงก็เงียบสงัด ในบรรดาคนทั้งสี่คน ยกเว้นจางจื้อหวู่ อีกสามคนรู้สึกว่าจิตใจของพวกเขาจมลง และมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

“พวกเจ้าย่อมรู้ดีกว่าข้าว่าบทบาทของการจัดตั้งกองตรวจการคืออะไร”

“ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือนเพื่อจัดการกับคดีที่ค้างอยู่ในเมืองของพวกเจ้าเอง หากไม่สามารถจัดการกับมันได้ให้แจ้งรายละเอียดของคดีนั้นกลับมาที่ข้า”

“กองเจิ้นหวู่เป็นรากฐานของต้าเซี่ย เป็นสิ่งเดียวที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้”

“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจความรับผิดชอบ และหน้าที่ของตน”

“มีคำถามอะไรไหม?”

เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง

จากนั้น จางไป๋ซานซึ่งผู้บัญชาการกองเจิ้นหวู่ของเมืองหวงซานแสดงความกังวล และกล่าวออกมาว่า

“ข้ายินดีทำตามที่ใต้เท้าสั่ง”

“แต่ถ้าคดีนั้นมีตระกูลใหญ่ที่หยั่งรากลึก หรือมีสำนักในยุทธภพ และเจ้าหน้าที่ของราชสำนักเข้ามาเกี่ยวข้อง เราควรทำเช่นไร”

“จับผู้ที่ควรถูกจับกุม สอบสวนผู้ที่ควรถูกสอบสวน และผู้ที่ขัดขืนการจับกุมให้ประหารก่อนแล้วค่อยรายงานได้”

“ถ้าเจ้ารู้สึกว่ามีความกังวล ไม่เต็มใจที่จะลงมือ กลัวการถูกแก้แค้น หรือไม่แข็งแกร่งพอ...ข้าก็จะจัดการเอง”

“ข้าอยากเห็นเหมือนกันว่าอีกฝ่ายเป็นตระกูลใด สำนักใด หรือเจ้าหน้าที่คนใด”

ซูหยางไม่กลัวเลย และพูดทีละคำ ดาบของเขาต้องการเห็นว่าคนที่กดขี่ประชาชนนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนกัน

“ตกลง! ถ้าใต้เท้าพูดเช่นนี้ ข้าจะทำตามที่สั่ง” ดวงตาของจางไป๋ซานเป็นประกาย

“แล้วพวกเจ้าล่ะ?” ซูหยางพอใจมาก ดวงตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองไปที่อีกสามคน

“เราน้อมรับคำสั่ง”

ไม่ว่าทั้งสามคนจะคิดต่างออกไปอย่างไร พวกเขาทั้งหมดก็ต้องแสดงว่าตนปฏิบัติตามในตอนนี้

หลังจากพูดคุยกับทั้งสี่คนไม่กี่คำ เขาก็ปล่อยพวกเขาออกไป

จางจื้อหวู่ยังไม่ได้จากไป หลังจากที่ทั้งสามคนออกไปแล้ว เขาก็หันมาหาซูหยาง และพูดว่า

“ใต้เท้า เกรงว่านี่จะไม่ค่อยดีนัก”

“ทำไม?” ซูหยางขมวดคิ้ว คำสั่งของเขาไม่ชัดเจน หรือว่าอะไร?

"บางครั้ง วิธีที่เร็วที่สุดในการแก้ไขคดีที่ไม่ยุติธรรมเหล่านี้คือ จัดการคนที่ร้องเรียน"

จางจื้อหวู่พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้หลังของซูหยางสั่นสะท้าน

ใช่ การจัดการคนที่ร้องเรียนเกี่ยวกับความอยุติธรรมยังเร็วกว่าการคลี่คลายคดี

แต่ละคดีนี้จำเป็นต้องได้รับการสอบสวน และอาจเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ หรือผู้คนที่ไม่สามารถแตะต้องได้ แม้แต่คนจากกองเจิ้นหวู่ พวกเขาจะไม่มีส่วนร่วมในคดีเหล่านี้เลยงั้นรึ?

คดีที่ไม่สามารถปิดลงได้อย่างรวดเร็ว หรือไม่สามารถสอบสวนได้ พวกเขาย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย

การคลี่คลายคดีเหล่านี้เป็นเรื่องยากมากหรือเป็นไปไม่ได้เลย

แต่มันง่ายกว่ามากที่จะจัดการกับคนที่ร้องเรียน

มีเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้เวลาน้อย และราคาที่ต้องจ่ายไม่สูง สิ่งที่ต้องทำคือทำให้ผู้ที่ร้องเรียนเกี่ยวกับความอยุติธรรมหายไปอย่างเงียบๆ

“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะให้คนมาจับตาดูพวกเขาเอาไว้” ซูหยางรู้สึกกลัวเล็กน้อยหลังจากที่เขารู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวก่อน” จางจื้อหวู่ลุกขึ้นยืน และจากไป

ซูหยางอยู่คนเดียวในห้องโถง

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ตรวจการกฏทั้งห้าที่เป็นลูกน้องของซูหยางก็มาถึง

จ้าวจิน ซุนเฉิง โจวหั่ว กู่ถิงอัน เล่ยเจ๋อ

ทั้งห้าคนล้วนอยู่ที่ระดับ 5

“จ้าวจิน ซุนเฉิง พวกเจ้าทั้งสองจงไปจับตาดูกองเจิ้นหวู่ของเมืองไคหยาง”

“โจวหั่ว กู่ถิงอัน พวกเจ้าจงไปจับตาดูกองเจิ้นหวู่ของเมืองหลินเจียง”

“เล่ยเจ๋อ เจ้าต้องทำงานกว่าใคร จงไปจับตาดูกองเจิ้นหวู่ของเมืองหวงซาน”

“แค่จับตาดูพวกเขาเอาไว้ อย่าเข้าไปแทรกแซงโดยตรง”

“ถ้ามีอะไรที่จัดการไม่ได้ให้แจ้งกลับมาที่ข้า”

"ขอรับ" ทั้งห้ารับคำสั่ง

"ไป"

ซูหยางสั่งให้พวกเขาดูในเงามืดเท่านั้น หากเกิดอะไรขึ้น และไม่สามารถหยุดยั้งได้ในขณะนั้น ค่อยชำระความในภายหลังก็ยังไม่สาย

และอีกอย่าง เมื่อมีผู้ตรวจการคอยจับตาดู พวกเขาก็ควรไม่กล้าล้ำเส้นมากเกินไป

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการเฝ้าระวังเท่านั้น

เพื่อป้องกันผู้ที่สมรู้ร่วมคิดในกองเจิ้นหวู่ เพื่อขจัดความอยุติธรรม พวกเขาต้องเริ่มจากจัดการเรื่องภายในก่อน

อาจจะไม่มีคนดังกล่าวในกองเจิ้นหวู่ก็ได้ ใครจะไปรู้?

ซูหยางยิ้ม เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้

แกว่งดาบ แกว่งดาบ แกว่งดาบ

หากโลกถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่าง เขาก็จะได้เพลิดเพลินไปกับแสงแดด

หากโลกถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด เขาจะทำลายมันเสีย

แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าตนจะสามารถทำลายความมืดทั้งหมดในโลกได้

แต่แค่ทำลายความมืดตรงหน้า มันก็ทำให้รู้สึกสลายใจขึ้น

ในลานบ้าน เสียงดาบของซูหยางแกว่งไปมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง

จบบทที่ ตอนที่ 35 ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งเดือน

คัดลอกลิงก์แล้ว