- หน้าแรก
- สองผู้พเนจรเเห่งคลื่นหายนะ
- บทที่ 10 ฉางเกอ: อาบู ตื่นได้แล้ว ถึงเวลากินข้าว!
บทที่ 10 ฉางเกอ: อาบู ตื่นได้แล้ว ถึงเวลากินข้าว!
บทที่ 10 ฉางเกอ: อาบู ตื่นได้แล้ว ถึงเวลากินข้าว!
บทที่ 10 ฉางเกอ: อาบู ตื่นได้แล้ว ถึงเวลากินข้าว!
“เอาล่ะ เรื่องอื่นค่อยอธิบายทีหลัง ตอนนี้นักพเนจรทั้งสองรีบดูดซับซากเสียงนี้ก่อนเถอะ! ถ้ารอสักพักแล้วความถี่มันสลายไปจะเสียของมาก ๆ เลยนะ!”
ฉือเสียชี้ไปที่เงาแสงของไร้มงกุฎที่กำลังส่องประกาย พลางเร่งเร้า
ถ้าพลาดของระดับนี้ไป เธอคงเสียดายแทนพวกเขาจริง ๆ
“อืม ก็จริง”
อาเพียวพยักหน้า จากนั้นก็ยก “น้ำเต้าเทอร์มินัล” ของตัวเองขึ้นตามที่หยางหยางสอน หันปากขวดไปทางซากเสียงของไร้มงกุฎ
…
ผ่านไปไม่กี่วินาที ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ฉางเกอรู้สึกเหมือนมีอีกาบินผ่านเหนือหัว
“เกิดอะไรขึ้น? เทอร์มินัลของฉันพังหรือเปล่า?”
“น่าจะไม่ใช่นะ เพราะของฉันก็ดูดซับไม่ได้เหมือนกัน”
ฉางเกอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบเทอร์มินัลของตัวเองออกมาลองบ้าง ผลลัพธ์ก็… เป็นไปตามคาดแบบไม่คาดคิด
เงาไร้มงกุฎตรงหน้ายังคงนิ่งสนิท ในเวลาเดียวกัน บนหน้าจอเทอร์มินัลก็ปรากฏข้อความหนึ่งบรรทัด
[ระดับคลังข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่สามารถดูดซับได้]
“อืม… ก็เป็นแบบนี้จริง ๆ สินะ”
ฉางเกอพูดอย่างจนใจ “คลังข้อมูล? มันคืออะไร?”
อาเพียวทำหน้าสงสัย
ฉางเกอจึงอธิบายง่าย ๆ
“พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนสารานุกรมซากเสียง ยิ่งสะสมซากเสียงมาก ระดับคลังข้อมูลก็จะยิ่งสูง และจำนวนกับระดับซากเสียงที่ดูดซับได้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย”
“ส่วนพวกเราสองคน…”
เขายักไหล่
“ระดับศูนย์”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของอาเพียวก็หม่นลงทันที
นั่นหมายความว่า
ตอนนี้พวกเธอสองคน ไม่สามารถดูดซับซากเสียงของไร้มงกุฎได้ เหมือนเปิดกาชาได้ของระดับตำนาน แต่กลับ ใช้ไม่ได้
ที่แย่กว่านั้น ตามที่ฉือเสียบอก ถ้าไม่ดูดซับภายในเวลาหนึ่ง ซากเสียงจะค่อย ๆ สลายไปเอง ของที่อยู่ตรงหน้า กำลังจะหายไป!
“แบบนั้นไม่เอานะ!”
“เอ่อ… เสียดายจริง ๆ” ×2
หยางหยางกับไป๋จื่อเองก็เผยสีหน้าสงสาร ของล้ำค่าขนาดนี้ แต่กลับต้องยืนดูมันสลายไปต่อหน้า ต่อให้เป็นคนสบาย ๆ อย่างพวกเธอ ยังรู้สึกเจ็บใจแทน แต่ในตอนนั้นเอง
อาเพียวสูดลมหายใจลึก ทันใดนั้น ดวงตาสีทองของเธอดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจาง ๆ ดาบสั้นถูกชักออกจากฝักอีกครั้ง
“หยางหยาง ปกติซากเสียงจะสลายใช้เวลานานแค่ไหน?”
“เอ๊ะ? เท่าที่จำได้… อย่างมากก็ประมาณหนึ่งชั่วโมง”
“หนึ่งชั่วโมงสินะ…”
อาเพียวกำดาบแน่น
“บางทีอาจจะทำทันก็ได้!”
พลังอันน่ากลัวเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเธอ
หยางหยาง ฉือเสีย และไป๋จื่อ ต่างเบิกตากว้าง ไม่เข้าใจว่าเธอกำลังจะทำอะไร แต่มีเพียงคนเดียวที่เข้าใจทันที
ฉางเกอ เพราะทั้งสองมีความคิดที่สอดคล้องกัน
“แค่ก ๆ ถึงจะเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ…”
ฉางเกอยิ้มแห้ง “แต่ ‘ฆ่าร่างเงาทั้งหมดในบริเวณนี้ภายในหนึ่งชั่วโมง เพื่อเพิ่มระดับคลังข้อมูลให้พอดูดซับซากเสียงระดับคลื่นพิโรธ’…”
“ฉันคิดว่าน่าจะทำไม่ได้หรอกนะ”
“อะไรนะ!?” ×3
คำพูดของฉางเกอทำให้ทั้งสามคนสูดหายใจเฮือก
แล้วหันไปมองอาเพียวทันที
อย่าบอกนะว่า…
เธอคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ!?
อาเพียวเองก็ชะงักเล็กน้อย แต่ยังคงมองฉางเกออย่างมุ่งมั่น
“ลองดูก่อนไม่ได้เหรอ ตอนนี้ฉันยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลย”
ฉางเกอยื่นมือไปลูบหัวเธอ “ฉันไม่ได้บอกว่าเธอฆ่าร่างเงาทั้งหมดไม่ได้”
“แต่ถึงฆ่าหมด ระดับคลังข้อมูลก็คงขึ้นไม่ถึงระดับที่ดูดซับซากเสียงระดับคลื่นพิโรธได้อยู่ดี”
เขาเชื่อในความแข็งแกร่งของเธออย่างเต็มที่
แต่หลังจากไร้มงกุฎถูกกำจัด ทะเลแห่งท้องฟ้าก็กำลังค่อย ๆ สงบลง แม้แต่เขตไร้เสียงก็เริ่มเงียบลง ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ ร่างเงาคงไม่เกิดขึ้นบ่อยเหมือนก่อนแล้ว
ดังนั้น ต่อให้กวาดล้างพื้นที่นี้หมด ระดับคลังข้อมูลก็เพิ่มขึ้นได้ไม่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดูดซับซากเสียงระดับสูง คราวนี้อาเพียวเงียบสนิท
เธอกดมือกับหน้าอกของตัวเอง สีหน้าราวกับคนกำลังเจ็บปวดสุด ๆ
“เจ็บ… เจ็บเหลือเกิน…”
ถ้าเธอไม่รู้ว่าซากเสียงระดับคลื่นพิโรธมีค่ามากแค่ไหน
การที่มันจะสลายไปก็คงแค่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย
แต่ตอนนี้
หลังจากหยางหยางอธิบายละเอียดแล้ว
เธอรู้ดีว่าสิ่งนี้หายากและล้ำค่าเพียงใด
เหมือนกำลังจะพลาด เงินหนึ่งร้อยล้าน
แต่ทำได้แค่ยืนดูมันหายไป
ความรู้สึกแบบนี้…
มันทำให้ใจแทบแตกจริง ๆ!
ฉางเกอเห็นแบบนั้นก็มีสีหน้าซับซ้อน
เขาเชื่อว่า ก่อนจะเสียความทรงจำระดับคลังข้อมูลของอาเพียวน่าจะ เต็มเลเวลแล้ว
น่าจะเป็นผู้เล่นสายสะสมซากเสียงครบทุกตัวแน่นอน
แต่ตอนที่ความจำหายไป
เทอร์มินัลของเธอก็ถูกรีเซ็ตหมด
ไม่ใช่แค่ประวัติการใช้งาน
แม้แต่สารานุกรมซากเสียงก็ถูกลบเกลี้ยง
“หยางหยาง เทอร์มินัลของพวกเธอดูดซับได้ไหม?”
ฉางเกอถาม
ความคิดของเขาง่ายมาก
ถ้าพวกเธอดูดซับได้ ก็ฝากเก็บซากเสียงนี้ไว้ก่อน
รอจนพวกเขาอัปเลเวลคลังข้อมูลแล้วค่อยโอนคืน
แต่ทั้งสามคนกลับส่ายหัวอย่างขอโทษ “เอ่อ… ขอโทษนะ ฉางเกอ นักพเนจร”
“คลังข้อมูลของพวกเราก็มีระดับอยู่บ้าง…”
“แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่ดูดซับซากเสียงระดับคลื่นพิโรธได้”
ถ้าทำได้ หยางหยาง ไป๋จื่อ และฉือเสียคงไม่ลังเลเลย
เพราะไร้มงกุฎถูกนักพเนจรทั้งสองปราบ ถ้าไม่มีพวกเขา
ตอนนี้พวกเธอจะยังยืนอยู่ตรงนี้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่น่าเสียดาย ระดับคลังข้อมูลของพวกเธอก็ยังไม่สูงพอ
หยางหยางแม้จะเป็นทหารหน่วยสำรวจของกองทัพราตรี
แต่หน้าที่หลักคือการลาดตระเวน ไม่ใช่การต่อสู้ ฉือเสียเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองจินโจว หน้าที่คล้ายตำรวจในโลกก่อนของฉางเกอ
ส่วนไป๋จื่อ… เธอเป็นนักวิจัยและสายฮีล แทบไม่มีโอกาสต่อสู้โดยตรง ทั้งสามแม้จะเป็นผู้สะท้อน
แต่โอกาสต่อสู้กับร่างเงามีน้อย ซากเสียงที่ดูดซับได้จึงไม่มาก ระดับคลังข้อมูลยังห่างไกลจากการดูดซับระดับคลื่นพิโรธ
“เฮ้อ… งั้นก็ไม่มีทางแล้วสินะ”อาเพียวไหล่ตกมองซากเสียงไร้มงกุฎที่เพิ่งดรอปออกมาอย่างเสียดาย
แม้จะไม่อยากปล่อยไปแต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือก
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยอมแพ้ฉางเกอกลับพูดขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ใช้วิธีนี้แทนแล้วกัน”
“หืม? ฉางเกอ?”
อาเพียวกระพริบตางง ๆฉางเกอยิ้มอย่างลึกลับ
“ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าฉันรู้จัก ‘พวกเรา’ มากกว่าเธอนิดหน่อย”
เขาเดินไปข้างหน้าซากเสียงไร้มงกุฎที่เปล่งแสงสีทองอ่อนจากนั้นยกมือขวาที่มีรอยสลักเสียงขึ้น
แล้วกระซิบด้วยเสียงที่มีเพียงเขากับอาเพียวเท่านั้นที่ได้ยิน
“ถึงเวลากินข้าวแล้ว อาบู… กินมันซะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
“กินข้าว… หิวมาก… กิน…”
อาเพียวเบิกตากว้าง
เสียงนั้นเหมือนดังขึ้นจาก ภายในร่างของเธอและฉางเกอ
เธอจึงยกมือขวาขึ้นโดยสัญชาตญาณ
จากนั้นทั้งสองก็พูดพร้อมกัน
ฉางเกอ: “จงมาเป็นพลังของข้า!”
อาเพียว: “จงมาเป็นพลังของข้า!”
ตราสัญลักษณ์เสียงของทั้งสองส่องแสงสีทองเจิดจ้า
แรงดูดมหาศาลเกิดขึ้นทันที ซากเสียงของไร้มงกุฎตรงหน้า แตกสลายเป็นอนุภาคแสง
แล้วไหลเข้าสู่ฝ่ามือของทั้งสอง!
“นี่… เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
หยางหยางทั้งสามมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ
“พวกเขาดูดซับซากเสียง… ด้วยร่างกาย!?”
“ฉัน… ฝันอยู่หรือเปล่า…”
โดยปกติแล้ว การดูดซับซากเสียงต้องใช้เทอร์มินัล การใช้ร่างกายดูดซับโดยตรงแบบนี้ ถ้าไม่เห็นกับตา
พวกเธอคงคิดว่าเป็นเรื่องตลก นักพเนจรสองคนนี้ แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่? ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
แต่เรื่องที่เหนือสามัญสำนึกก็เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขาไม่หยุด ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากดูดซับซากเสียงไร้มงกุฎ ดวงตาของฉางเกอและอาเพียวก็มีแสงสีม่วงวาบผ่าน
แต่ในพริบตาเดียว ก็ถูกสีทองของดวงตากลืนหายไป ทั้งสองมองหน้ากัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความดีใจ
วินาทีถัดมา พวกเขายกขาขึ้นพร้อมกัน แล้วกระทืบลงบนพื้นดินของเขตไร้เสียง
ตูม——!!
ตูม——!!
เพียงหนึ่งก้าว
ไม่สิ… สองก้าว
พื้นดินของเขตไร้เสียงก็ทรุดตัวลงเล็กน้อย
หยางหยางทั้งสามรู้สึกได้ว่าพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เกือบทำให้พวกเธอล้ม เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าบริเวณรอบตัวฉางเกอและอาเพียว พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง
รอยเท้าของทั้งสองฝังลึกอยู่ตรงกลาง ฉางเกอยิ้ม“ถ้ามันไม่ได้กลายเป็นซากเสียงของพวกเรา… ก็ต้องกลายเป็นค่าประสบการณ์แทน”
“ความรู้สึกของการอัปเลเวลนี่ดีจริง ๆ”
อาเพียวกำหมัด “พลังของพวกเรา… เพิ่มขึ้นเยอะมาก!”